เจ้าของ: Wongsakorn
เชื่อมต่อเรียลไทม์
{ "class": "TreeModel",
"modelData": {"showMiniBun":false},
"nodeDataArray": [
{"key":14935,"text":"ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (แบบเต็ม)","expanded":true,"text_align":"center"},
{"key":14936,"parent":14935,"text":"ภาค 1\n\nข้อความเบื้องต้น","expanded":false,"brush":"skyblue","dir":"left","order":0},
{"key":14937,"parent":14936,"text":"ลักษณะ 1\n\nหลักทั่วไป","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":0},
{"key":14938,"parent":14937,"text":"มาตรา 1","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":0},
{"key":"14938_p1_t1","parent":14938,"text":"ในประมวลกฎหมายนี้ ถ้าคำใดมีคำอธิบายไว้แล้ว ให้ถือตาม\nความหมายดังได้อธิบายไว้ เว้นแต่ข้อความในตัวบทจะขัดกับคำอธิบายนั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14939,"parent":14937,"text":"มาตรา 2","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":1},
{"key":"14939_p1_t1","parent":14939,"text":"ในประมวลกฎหมายนี้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14939_p1_t1","text":"(1) “ศาล” หมายความถึงศาลยุติธรรมหรือผู้พิพากษา ซึ่งมีอำนาจทำการ\nอันเกี่ยวกับคดีอาญา","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14939_p1_t1","text":"(2) “ผู้ต้องหา” หมายความถึงบุคคลผู้ถูกหาว่าได้กระทำความผิด แต่ยัง\nมิได้ถูกฟ้องต่อศาล","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14939_p1_t1","text":"(3) “จำเลย” หมายความถึงบุคคลซึ่งถูกฟ้องยังศาลแล้วโดยข้อหาว่าได้\nกระทำความผิด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"14939_p1_t1","text":"(4) “ผู้เสียหาย” หมายความถึงบุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการก\nระทำผิดฐานใดฐานหนึ่ง รวมทั้งบุคคลอื่นที่มีอำนาจจัดการแทนได้ ดังบัญญัติไว้ในมาตรา\n4, 5 และ 6","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"14939_p1_t1","text":"(5) “พนักงานอัยการ” หมายความถึงเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ฟ้องผู้ต้องหา\nต่อศาล ทั้งนี้ จะเป็นข้าราชการในกรมอัยการหรือเจ้าพนักงานอื่นผู้มีอำนาจเช่นนั้นก็ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"14939_p1_t1","text":"(6) “พนักงานสอบสวน” หมายความถึงเจ้าพนักงานซึ่งกฎหมายให้มี\nอำนาจและหน้าที่ทำการสอบสวน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li7","parent":"14939_p1_t1","text":"(7) “คำร้องทุกข์” หมายความถึงการที่ผู้เสียหายได้กล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่\nตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่ามีผู้กระทำความผิดขึ้น จะรู้ตัวผู้กระทำความผิด\nหรือไม่ก็ตาม ซึ่งกระทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย และการกล่าวหาเช่นนั้นได้กล่าว\nโดยมีเจตนาจะให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":6},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li8","parent":"14939_p1_t1","text":"(8) “คำกล่าวโทษ” หมายความถึงการที่บุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่ผู้เสียหายได้\nกล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ ว่ามีบุคคลรู้ตัวหรือไม่ก็ดี ได้กระทำความผิดอย่างหนึ่งขึ้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":7},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li9","parent":"14939_p1_t1","text":"(9) “หมายอาญา” หมายความถึงหนังสือบงการที่ออกตามบทบัญญัติ\nแห่งประมวลกฎหมายนี้สั่งให้เจ้าหน้าที่ทำการจับ ขัง จำคุก หรือปล่อยผู้ต้องหา จำเลย หรือ\nนักโทษหรือให้ทำการค้น รวมทั้งสำเนาหมายจับหรือหมายค้นอันได้รับรองว่าถูกต้อง และ\nคำบอกกล่าวทางโทรเลขว่าได้ออกหมายจับหรือหมายค้นแล้ว ตลอดจนสำเนาหมายจับ\nหรือหมายค้นที่ได้ส่งทางโทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภท\nอื่น ทั้งนี้ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 77","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":8},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li10","parent":"14939_p1_t1","text":"(10) “การสืบสวน” หมายความถึงการแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานซึ่ง\nพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจได้ปฏิบัติไปตามอำนาจและหน้าที่เพื่อรักษาความสงบ\nเรียบร้อยของประชาชน และเพื่อที่จะทราบรายละเอียดแห่งความผิด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":9},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li11","parent":"14939_p1_t1","text":"(11) “การสอบสวน” หมายความถึงการรวบรวมพยานหลักฐานและการ\nดำเนินการทั้งหลายอื่นตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ทำ\nไปเกี่ยวกับความผิดที่กล่าวหา เพื่อที่จะทราบข้อเท็จจริงหรือพิสูจน์ความผิดและเพื่อจะเอา\nตัวผู้กระทำผิดมาฟ้องลงโทษ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":10},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li12","parent":"14939_p1_t1","text":"(12) “การไต่สวนมูลฟ้อง” หมายความถึงกระบวนไต่สวนของศาลเพื่อ\nวินิจฉัยถึงมูลคดีซึ่งจำเลยต้องหา","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":11},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li13","parent":"14939_p1_t1","text":"(13) “ที่รโหฐาน” หมายความถึงที่ต่าง ๆ ซึ่งมิใช่ที่สาธารณสถานดัง\nบัญญัติไว้ในกฎหมายลักษณะอาญา","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":12},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li14","parent":"14939_p1_t1","text":"(14) “โจทก์” หมายความถึงพนักงานอัยการ หรือผู้เสียหายซึ่งฟ้องคดี\nอาญาต่อศาลหรือทั้งคู่ในเมื่อพนักงานอัยการและผู้เสียหายเป็นโจทก์ร่วมกัน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":13},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li15","parent":"14939_p1_t1","text":"(15) “คู่ความ” หมายความถึงโจทก์ฝ่ายหนึ่งและจำเลยอีกฝ่ายหนึ่ง","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":14},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li16","parent":"14939_p1_t1","text":"(16) “พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ” หมายความถึงเจ้าพนักงานซึ่ง\nกฎหมายให้มีอำนาจและหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน ให้รวมทั้งพัศดี เจ้า\nพนักงานกรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กรมเจ้าท่า พนักงานตรวจคนเข้าเมือง และเจ้า\nพนักงานอื่น ๆ ในเมื่อทำการอันเกี่ยวกับการจับกุมปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายซึ่งตน\nมีหน้าที่ต้องจับกุมหรือปราบปราม","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":15},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","parent":"14939_p1_t1","text":"(17) “พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่” หมายความถึงเจ้า\nพนักงานดังต่อไปนี้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":16},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li1","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(ก) ปลัดกระทรวงมหาดไทย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li2","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(ข) รองปลัดกระทรวงมหาดไทย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li3","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(ค) ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li4","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(ฆ) ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li5","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(ง) อธิบดีกรมการปกครอง","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li6","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(จ) รองอธิบดีกรมการปกครอง","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li7","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(ฉ) ผู้อำนวยการกองการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":6},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li8","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(ช) หัวหน้าฝ่ายและหัวหน้างานในกองการสอบสวนและนิติการกรม\n\nการปกครอง","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":7},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li9","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(ซ) ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":8},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li10","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(ฌ) ผู้ว่าราชการจังหวัด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":9},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li11","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(ญ) รองผู้ว่าราชการจังหวัด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":10},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li12","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(ฎ) ปลัดจังหวัด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":11},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li13","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(ฏ) นายอำเภอ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":12},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li14","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(ฐ) ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":13},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li15","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(ฑ) อธิบดีกรมตำรวจ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":14},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li16","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(ฒ) รองอธิบดีกรมตำรวจ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":15},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li17","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(ณ) ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":16},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li18","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(ด) ผู้บัญชาการตำรวจ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":17},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li19","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(ต) รองผู้บัญชาการตำรวจ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":18},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li20","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(ถ) ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":19},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li21","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(ท) ผู้บังคับการตำรวจ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":20},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li22","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(ธ) รองผู้บังคับการตำรวจ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":21},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li23","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(น) หัวหน้าตำรวจภูธรจังหวัด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":22},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li24","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(บ) รองหัวหน้าตำรวจภูธรจังหวัด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":23},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li25","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(ป) ผู้กำกับการตำรวจ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":24},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li26","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(ผ) ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดเขต","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":25},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li27","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(ฝ) รองผู้กำกับการตำรวจ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":26},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li28","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(พ) รองผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดเขต","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":27},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li29","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(ฟ) สารวัตรใหญ่ตำรวจ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":28},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li30","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(ภ) สารวัตรตำรวจ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":29},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li31","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(ม) ผู้บังคับกองตำรวจ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":30},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li32","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(ย) หัวหน้าสถานีตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ชั้นนายร้อยตำรวจตรีหรือ\nเทียบเท่านายร้อยตำรวจตรีขึ้นไป","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":31},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li33","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"(ร) หัวหน้ากิ่งสถานีตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ชั้นนายร้อยตำรวจตรีหรือ\nเทียบเท่านายร้อยตำรวจตรีขึ้นไป","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":32},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17_ul1_li34","parent":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li17","text":"ทั้งนี้ หมายความรวมถึงผู้รักษาการแทนเจ้าพนักงานดังกล่าวแล้ว แต่ผู้รักษาการแทนเจ้าพนักงานใน (ม) (ย) และ (ร) ต้องมียศตั้งแต่ชั้นนายร้อยตำรวจตรี\nหรือเทียบเท่านายร้อยตำรวจตรีขึ้นไปด้วย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":33},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li18","parent":"14939_p1_t1","text":"(18) “สิ่งของ” หมายความถึงสังหาริมทรัพย์ใดซึ่งอาจใช้เป็นพยานหลัก\nฐานในคดีอาญาได้ ให้รวมทั้งจดหมาย โทรเลขและเอกสารอย่างอื่น ๆ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":17},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li19","parent":"14939_p1_t1","text":"(19) “ถ้อยคำสำนวน” หมายความถึงหนังสือใดที่ศาลจดเป็นหลักฐาน\nแห่งรายละเอียดทั้งหลายในการดำเนินคดีอาญาในศาลนั้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":18},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li20","parent":"14939_p1_t1","text":"(20) “บันทึก” หมายความถึงหนังสือใดที่พนักงานฝ่ายปกครองหรือ\nตำรวจจดไว้เป็นหลักฐานในการสอบสวนความผิดอาญา รวมทั้งบันทึกคำร้องทุกข์และคำ\nกล่าวโทษด้วย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":19},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li21","parent":"14939_p1_t1","text":"(21) “ควบคุม” หมายความถึงการคุมหรือกักขังผู้ถูกจับโดยพนักงานฝ่าย\nปกครองหรือตำรวจในระหว่างสืบสวนและสอบสวน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":20},
{"key":"14939_p1_t1_ext_ul_2_li22","parent":"14939_p1_t1","text":"(22) “ขัง” หมายความถึงการกักขังจำเลยหรือผู้ต้องหาโดยศาล","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":21},
{"key":14940,"parent":14937,"text":"มาตรา 3","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":2},
{"key":"14940_p1_t1","parent":14940,"text":"บุคคลดังระบุในมาตรา 4, 5 และ 6 มีอำนาจจัดการต่อไปนี้\nแทนผู้เสียหายตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14940_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14940_p1_t1","text":"(1) ร้องทุกข์","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14940_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14940_p1_t1","text":"(2) เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญา หรือเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14940_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14940_p1_t1","text":"(3) เป็นโจทก์ฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14940_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"14940_p1_t1","text":"(4) ถอนฟ้องคดีอาญาหรือคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"14940_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"14940_p1_t1","text":"(5) ยอมความในคดีความผิดต่อส่วนตัว","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":14941,"parent":14937,"text":"มาตรา 4","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":3},
{"key":"14941_p1","parent":14941,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14941_p1_t1","parent":"14941_p1","text":"ในคดีอาญาซึ่งผู้เสียหายเป็นหญิงมีสามี หญิงนั้นมีสิทธิฟ้องคดี\nได้เอง โดยมิต้องได้รับอนุญาตของสามีก่อน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14941_p2","parent":14941,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14941_p2_t1","parent":"14941_p2","text":"ภายใต้บังคับแห่งมาตรา 5 (2) สามีมีสิทธิฟ้องคดีอาญาแทนภริยาได้ ต่อ\nเมื่อได้รับอนุญาตโดยชัดแจ้งจากภริยา","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14942,"parent":14937,"text":"มาตรา 5","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":4},
{"key":"14942_p1_t1","parent":14942,"text":"บุคคลเหล่านี้จัดการแทนผู้เสียหายได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14942_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14942_p1_t1","text":"(1) ผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้อนุบาล เฉพาะแต่ในความผิดซึ่งได้กระทำ\nต่อผู้เยาว์ หรือผู้ไร้ความสามารถซึ่งอยู่ในความดูแล","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14942_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14942_p1_t1","text":"(2) ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน สามีหรือภริยาเฉพาะแต่ในความผิดอาญา ซึ่งผู้\nเสียหายถูกทำร้ายถึงตายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจะจัดการเองได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14942_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14942_p1_t1","text":"(3) ผู้จัดการหรือผู้แทนอื่น ๆ ของนิติบุคคล เฉพาะความผิดซึ่งกระทำลง\nแก่นิติบุคคลนั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":14943,"parent":14937,"text":"มาตรา 6","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":5},
{"key":"14943_p1","parent":14943,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14943_p1_t1","parent":"14943_p1","text":"ในคดีอาญาซึ่งผู้เสียหายเป็นผู้เยาว์ไม่มีผู้แทนโดยชอบธรรม\nหรือเป็นผู้วิกลจริตหรือคนไร้ความสามารถไม่มีผู้อนุบาล หรือซึ่งผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้\nอนุบาลไม่สามารถจะทำการตามหน้าที่โดยเหตุหนึ่งเหตุใด รวมทั้งมีผลประโยชน์ขัดกันกับผู้\nเยาว์หรือคนไร้ความสามารถนั้น ๆ ญาติของผู้นั้น หรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องอาจร้องต่อ\nศาลขอให้ตั้งเขาเป็นผู้แทนเฉพาะคดีได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14943_p2","parent":14943,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14943_p2_t1","parent":"14943_p2","text":"เมื่อได้ไต่สวนแล้วให้ศาลตั้งผู้ร้องหรือบุคคลอื่น ซึ่งยินยอมตามที่เห็น\nสมควรเป็นผู้แทนเฉพาะคดี เมื่อไม่มีบุคคลใดเป็นผู้แทนให้ศาลตั้งพนักงานฝ่ายปกครองเป็น\nผู้แทน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14943_p3","parent":14943,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14943_p3_t1","parent":"14943_p3","text":"ห้ามมิให้เรียกค่าธรรมเนียมในเรื่องขอตั้งเป็นผู้แทนเฉพาะคดี","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14944,"parent":14937,"text":"มาตรา 7","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":6},
{"key":"14944_p1","parent":14944,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14944_p1_t1","parent":"14944_p1","text":"ในการสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาคดีที่นิติบุคคล\nเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลย ให้ออกหมายเรียกผู้จัดการหรือผู้แทนอื่น ๆ ของนิติบุคคลนั้น ให้ไป\nยังพนักงานสอบสวนหรือศาล แล้วแต่กรณี","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14944_p2","parent":14944,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14944_p2_t1","parent":"14944_p2","text":"ถ้าผู้จัดการหรือผู้แทนของนิติบุคคลนั้นไม่ปฏิบัติตามหมายเรียก จะออก\nหมายจับผู้นั้นมาก็ได้ แต่ห้ามมิให้ใช้บทบัญญัติว่าด้วยปล่อยชั่วคราว ขังหรือจำคุกแก่ผู้\nจัดการหรือผู้แทนนิติบุคคล ในคดีที่นิติบุคคลนั้นเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14945,"parent":14937,"text":"มาตรา 7/1","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":7},
{"key":"14945_p1","parent":14945,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14945_p1_t1","parent":"14945_p1","text":"มาตรา 7/1 ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาซึ่งถูกควบคุมหรือขังมีสิทธิแจ้งหรือ\nขอให้เจ้าพนักงานแจ้งให้ญาติหรือผู้ซึ่งผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาไว้วางใจทราบถึงการถูกจับกุม\nและสถานที่ที่ถูกควบคุมในโอกาสแรกและให้ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหามีสิทธิดังต่อไปนี้ด้วย","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14945_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14945_p1_t1","text":"(1) พบและปรึกษาผู้ซึ่งจะเป็นทนายความเป็นการเฉพาะตัว\n\nสอบสวน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14945_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14945_p1_t1","text":"(2) ให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำตนได้ในชั้น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14945_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14945_p1_t1","text":"(3) ได้รับการเยี่ยมหรือติดต่อกับญาติได้ตามสมควร","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14945_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"14945_p1_t1","text":"(4) ได้รับการรักษาพยาบาลโดยเร็วเมื่อเกิดการเจ็บป่วย","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"14945_p2","parent":14945,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14945_p2_t1","parent":"14945_p2","text":"ให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจซึ่งรับมอบตัวผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหา\nมีหน้าที่แจ้งให้ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหานั้นทราบในโอกาสแรกถึงสิทธิตามวรรคหนึ่ง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14946,"parent":14937,"text":"มาตรา 8","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":8},
{"key":"14946_p1","parent":14946,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14946_p1_t1","parent":"14946_p1","text":"นับแต่เวลาที่ยื่นฟ้องแล้ว จำเลยมีสิทธิดังต่อไปนี้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14946_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14946_p1_t1","text":"(1) ได้รับการพิจารณาคดีด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14946_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14946_p1_t1","text":"(2) แต่งทนายความแก้ต่างในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง หรือพิจารณาในศาลชั้นต้น ตลอดจนชั้นศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14946_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14946_p1_t1","text":"(3) ปรึกษาทนายความหรือผู้ซึ่งจะเป็นทนายความเป็นการเฉพาะตัว","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14946_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"14946_p1_t1","text":"(4) ตรวจดูสิ่งที่ยื่นเป็นพยานหลักฐาน และคัดสำเนาหรือถ่ายรูปสิ่งนั้น ๆ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"14946_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"14946_p1_t1","text":"(5) ตรวจดูสำนวนการไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาของศาล และคัด\nสำเนาหรือขอรับสำเนาที่รับรองว่าถูกต้องโดยเสียค่าธรรมเนียม เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งให้\nยกเว้นค่าธรรมเนียมนั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"14946_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"14946_p1_t1","text":"(6) ตรวจหรือคัดสำเนาคำให้การของตนในชั้นสอบสวนหรือเอกสาร\nประกอบคำให้การของตน","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"14946_p2","parent":14946,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14946_p2_t1","parent":"14946_p2","text":"ถ้าจำเลยมีทนายความ ทนายความนั้นย่อมมีสิทธิเช่นเดียวกับจำเลยดัง\nกล่าวมาแล้วด้วย","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14946_p3","parent":14946,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14946_p3_t1","parent":"14946_p3","text":"เมื่อพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลแล้ว ให้ผู้เสียหายมีสิทธิตาม\nวรรคหนึ่ง (6) เช่นเดียวกับจำเลยด้วย","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14947,"parent":14937,"text":"มาตรา 9","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":9},
{"key":"14947_p1","parent":14947,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14947_p1_t1","parent":"14947_p1","text":"บันทึกต้องระบุสถานที่ วันเดือนปีที่ทำ นามและตำแหน่งของ\nเจ้าพนักงานผู้ทำ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14947_p2","parent":14947,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14947_p2_t1","parent":"14947_p2","text":"เมื่อเจ้าพนักงานทำบันทึกโดยรับคำสั่งจากศาลหรือโดยคำสั่งหรือคำขอ\nของเจ้าพนักงานอื่น ให้เจ้าพนักงานนั้นกล่าวไว้ด้วยว่าได้รับคำสั่งหรือคำขอเช่นนั้น และ\nแสดงด้วยว่าได้ทำไปอย่างใด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14947_p3","parent":14947,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14947_p3_t1","parent":"14947_p3","text":"ให้เจ้าพนักงานผู้ทำบันทึกลงลายมือชื่อของตนในบันทึกนั้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14948,"parent":14937,"text":"มาตรา 10","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":10},
{"key":"14948_p1","parent":14948,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14948_p1_t1","parent":"14948_p1","text":"ถ้อยคำสำนวนต้องระบุชื่อศาล สถานที่ และวันเดือนปีที่จด\nถ้าศาลจดถ้อยคำสำนวนตามคำสั่งหรือประเด็นของศาลอื่น ให้กล่าวเช่นนั้น และแสดงด้วย\nว่าได้ทำไปอย่างใด","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14948_p2","parent":14948,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14948_p2_t1","parent":"14948_p2","text":"ผู้พิพากษาที่จดถ้อยคำสำนวนต้องลงลายมือชื่อของตนในถ้อยคำสำนวน\nนั้น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14949,"parent":14937,"text":"มาตรา 11","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":11},
{"key":"14949_p1","parent":14949,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14949_p1_t1","parent":"14949_p1","text":"บันทึกหรือถ้อยคำสำนวนนั้นให้เจ้าพนักงานหรือศาลอ่านให้ผู้ให้ถ้อยคำฟัง ถ้ามีข้อความแก้ไข ทักท้วง หรือเพิ่มเติม ให้แก้ให้ถูกต้องหรือมิฉะนั้นก็ให้บันทึกไว้และให้ผู้ให้ถ้อยคำลงลายมือชื่อรับรองว่าถูกต้องแล้ว","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14949_p2","parent":14949,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14949_p2_t1","parent":"14949_p2","text":"ถ้าบุคคลที่ต้องลงลายมือชื่อในบันทึกหรือถ้อยคำสำนวนไม่สามารถหรือ\nไม่ยอมลง ให้บันทึกหรือรายงานเหตุนั้นไว้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14950,"parent":14937,"text":"มาตรา 12","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":12},
{"key":"14950_p1","parent":14950,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14950_p1_t1","parent":"14950_p1","text":"เอกสารซึ่งศาลหรือเจ้าพนักงานเป็นผู้ทำคำร้องทุกข์ คำกล่าว\nโทษ คำให้การจำเลยหรือคำร้องซึ่งยื่นต่อเจ้าพนักงานหรือศาล จักต้องเขียนด้วยน้ำหมึก\nหรือพิมพ์ดีดหรือพิมพ์ ถ้ามีผิดที่ใดห้ามมิให้ลบออก ให้เพียงแต่ขีดฆ่าคผิดนั้นแล้วเขียน\nใหม่ ผู้พิพากษา เจ้าพนักงานหรือบุคคลผู้แก้ไขเช่นนั้นต้องลงนามย่อรับรองไว้ที่ข้าง\nกระดาษ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14950_p2","parent":14950,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14950_p2_t1","parent":"14950_p2","text":"ถ้อยคำตกเติมในเอกสารดังบรรยายในมาตรานี้ต้องลงนามย่อของผู้\nพิพากษา เจ้าพนักงานหรือบุคคลผู้ซึ่งตกเติมนั้นกำกับไว้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14951,"parent":14937,"text":"มาตรา 12 ทวิ","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":13},
{"key":"14951_p1","parent":14951,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14951_p1_t1","parent":"14951_p1","text":"ทวิ ในการร้องทุกข์ การสอบสวน การไต่สวนมูลฟ้อง และ\nการพิจารณา ถ้าบทบัญญัติใดกำหนดให้มีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์เข้าร่วมด้วย\nแล้ว นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ดังกล่าวจะต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดในกฎ\nกระทรวง","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14951_p2","parent":14951,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14951_p2_t1","parent":"14951_p2","text":"ให้นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ตามวรรคหนึ่งได้รับค่าตอบแทน\nตามระเบียบที่กระทรวงยุติธรรมกำหนดโดยได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14952,"parent":14937,"text":"มาตรา 13","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":14},
{"key":"14952_p1","parent":14952,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14952_p1_t1","parent":"14952_p1","text":"การสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้อง หรือพิจารณา ให้ใช้ภาษาไทย\nแต่ถ้ามีความจำเป็นต้องแปลภาษาไทยท้องถิ่นหรือภาษาถิ่นหรือภาษาต่างประเทศเป็น\nภาษาไทยหรือต้องแปลภาษาไทยเป็นภาษาไทยท้องถิ่นหรือภาษาถิ่นหรือภาษาต่างประเทศ\nให้ใช้ล่ามแปล","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14952_p2","parent":14952,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14952_p2_t1","parent":"14952_p2","text":"ในกรณีที่ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา จำเลย หรือพยานไม่สามารถพูดหรือเข้าใจ\nภาษาไทยหรือสามารถพูดหรือเข้าใจเฉพาะภาษาไทยท้องถิ่นหรือภาษาถิ่น และไม่มีล่าม ให้\nพนักงานสอบสวนพนักงานอัยการหรือศาลจัดหาล่ามให้โดยมิชักช้า","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14952_p3","parent":14952,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14952_p3_t1","parent":"14952_p3","text":"ในกรณีที่ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา จำเลย หรือพยานไม่สามารถพูดหรือได้ยิน\nหรือสื่อความหมายได้และไม่มีล่ามภาษามือ ให้พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือ\nศาล จัดหาล่ามภาษามือให้หรือจัดให้ถาม ตอบ หรือสื่อความหมายโดยวิธีอื่นที่เห็นสมควร","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14952_p4","parent":14952,"text":"วรรค 4","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"14952_p4_t1","parent":"14952_p4","text":"เมื่อมีล่ามแปลคำให้การ คำพยานหรืออื่น ๆ ล่ามต้องแปลให้ถูกต้อง ล่าม\nต้องสาบานหรือปฏิญาณตนว่าจะทำหน้าที่โดยสุจริตใจ จะไม่เพิ่มเติมหรือตัดทอนสิ่งที่แปล","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14952_p5","parent":14952,"text":"วรรค 5","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"14952_p5_t1","parent":"14952_p5","text":"ให้ล่ามลงลายมือชื่อในคำแปลนั้น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14952_p6","parent":14952,"text":"วรรค 6","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"14952_p6_t1","parent":"14952_p6","text":"ให้พนักงานสอบสวนพนักงานอัยการ หรือศาลสั่งจ่ายค่าป่วยการ ค่า\nพาหนะเดินทางและค่าเช่าที่พักแก่ล่ามที่จัดหาให้ตามมาตรานี้ตามระเบียบที่สำนักงาน\nตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด หรือ\nสำนักงานศาลยุติธรรม แล้วแต่กรณี กำหนดโดยได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14953,"parent":14937,"text":"มาตรา 13 ทวิ","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":15},
{"key":"14953_p1_t1","parent":14953,"text":"ทวิ (ยกเลิก)","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14954,"parent":14937,"text":"มาตรา 14","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":16},
{"key":"14954_p1","parent":14954,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14954_p1_t1","parent":"14954_p1","text":"ในระหว่างทำการสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา ถ้ามี\nเหตุควรเชื่อว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นผู้วิกลจริตและไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ให้พนักงานสอบสวนหรือศาล แล้วแต่กรณี สั่งให้พนักงานแพทย์ตรวจผู้นั้น เสร็จแล้วให้เรียกพนักงาน\nแพทย์ผู้นั้นมาให้ถ้อยคำ หรือให้การว่าตรวจได้ผลประการใด","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14954_p2","parent":14954,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14954_p2_t1","parent":"14954_p2","text":"ในกรณีที่พนักงานสอบสวนหรือศาลเห็นว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นผู้\nวิกลจริตและไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ให้งดการสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาไว้\nจนกว่าผู้นั้นหายวิกลจริตหรือสามารถจะต่อสู้คดีได้ และให้มีอำนาจส่งตัวผู้นั้นไปยังโรง\nพยาบาลโรคจิตหรือมอบให้แก่ผู้อนุบาล ข้าหลวงประจำจังหวัดหรือผู้อื่นที่เต็มใจรับไปดูแล\nรักษาก็ได้ตามแต่จะเห็นสมควร","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14954_p3","parent":14954,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14954_p3_t1","parent":"14954_p3","text":"กรณีที่ศาลงดการไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาดังบัญญัติไว้ในวรรคก่อน\nศาลจะสั่งจำหน่ายคดีเสียชั่วคราวก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14955,"parent":14937,"text":"มาตรา 15","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":17},
{"key":"14955_p1_t1","parent":14955,"text":"วิธีพิจารณาข้อใดซึ่งประมวลกฎหมายนี้มิได้บัญญัติไว้โดย\nเฉพาะ ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับเท่าที่พอจะ\nใช้บังคับได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14956,"parent":14936,"text":"ลักษณะ 2\n\nอำนาจพนักงานสอบสวนและศาล","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":1},
{"key":14957,"parent":14956,"text":"หมวด 1\n\nหลักทั่วไป","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":0},
{"key":14958,"parent":14957,"text":"มาตรา 16","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":0},
{"key":"14958_p1_t1","parent":14958,"text":"อำนาจศาล อำนาจผู้พิพากษา อำนาจพนักงานอัยการและ\nอำนาจพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในการที่จะปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวล\nกฎหมายนี้ ต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับทั้งหลายอันว่าด้วยการจัดตั้งศาล\nยุติธรรมและระบุอำนาจและหน้าที่ของผู้พิพากษา หรือซึ่งว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของ\nพนักงานอัยการหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจนั้น ๆ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14959,"parent":14956,"text":"หมวด 2\n\nอำนาจสืบสวนและสอบสวน","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":1},
{"key":14960,"parent":14959,"text":"มาตรา 17","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":0},
{"key":"14960_p1_t1","parent":14960,"text":"พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจมีอำนาจทำการสืบสวนคดีอาญาได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14961,"parent":14959,"text":"มาตรา 18","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":1},
{"key":"14961_p1","parent":14961,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14961_p1_t1","parent":"14961_p1","text":"ในจังหวัดอื่นนอกจากจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี\nพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ปลัดอำเภอ และข้าราชการตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่\nนายร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่านายร้อยตำรวจตรีขึ้นไป มีอำนาจสอบสวนความผิดอาญา\nซึ่งได้เกิด หรืออ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดภายในเขตอำนาจของตน หรือผู้ต้องหามีที่อยู่ หรือถูก\nจับภายในเขตอำนาจของตนได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14961_p2","parent":14961,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14961_p2_t1","parent":"14961_p2","text":"สำหรับในจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี ให้ข้าราชการตำรวจซึ่งมียศ\nตั้งแต่ชั้นนายร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่านายร้อยตำรวจตรีขึ้นไป มีอำนาจสอบสวนความ\nผิดอาญาซึ่งได้เกิด หรืออ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดภายในเขตอำนาจของตน หรือผู้ต้องหามีที่อยู่\nหรือถูกจับภายในเขตอำนาจของตนได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14961_p3","parent":14961,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14961_p3_t1","parent":"14961_p3","text":"ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติในมาตรา 19 มาตรา 20 และมาตรา 21\nความผิดอาญาได้เกิดในเขตอำนาจพนักงานสอบสวนคนใด โดยปกติให้เป็นหน้าที่พนักงาน\nสอบสวนผู้นั้นเป็นผู้รับผิดชอบในการสอบสวนความผิดนั้น ๆ เพื่อดำเนินคดี เว้นแต่เมื่อมี\nเหตุจำเป็นหรือเพื่อความสะดวก จึงให้พนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่ผู้ต้องหามีที่อยู่ หรือ\nถูกจับเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการสอบสวน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14961_p4","parent":14961,"text":"วรรค 4","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"14961_p4_t1","parent":"14961_p4","text":"ในเขตท้องที่ใดมีพนักงานสอบสวนหลายคน การดำเนินการสอบสวนให้\nอยู่ในความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวนผู้เป็นหัวหน้าในท้องที่นั้น หรือผู้รักษาการแทน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14962,"parent":14959,"text":"มาตรา 19","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":2},
{"key":"14962_p1","parent":14962,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14962_p1_t1","parent":"14962_p1","text":"ในกรณีดังต่อไปนี้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14962_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14962_p1_t1","text":"(1) เป็นการไม่แน่ว่าการกระทำผิดอาญาได้กระทำในท้องที่ใดในระหว่างหลายท้องที่","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14962_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14962_p1_t1","text":"(2) เมื่อความผิดส่วนหนึ่งกระทำในท้องที่หนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งในอีกท้องที่หนึ่ง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14962_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14962_p1_t1","text":"(3) เมื่อความผิดนั้นเป็นความผิดต่อเนื่องและกระทำต่อเนื่องกันในท้องที่\nต่าง ๆ เกินกว่าท้องที่หนึ่งขึ้นไป","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14962_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"14962_p1_t1","text":"(4) เมื่อเป็นความผิดซึ่งมีหลายกรรม กระทำลงในท้องที่ต่าง ๆ กัน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"14962_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"14962_p1_t1","text":"(5) เมื่อความผิดเกิดขึ้นขณะผู้ต้องหากำลังเดินทาง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"14962_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"14962_p1_t1","text":"(6) เมื่อความผิดเกิดขึ้นขณะผู้เสียหายกำลังเดินทาง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"14962_p2","parent":14962,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14962_p2_t1","parent":"14962_p2","text":"พนักงานสอบสวนในท้องที่หนึ่งท้องที่ใดที่เกี่ยวข้องมีอำนาจสอบสวนได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14962_p3","parent":14962,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14962_p3_t1","parent":"14962_p3","text":"ในกรณีข้างต้นพนักงานสอบสวนต่อไปนี้ เป็นผู้รับผิดชอบในการสอบสวน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14962_p3_t1_ext_ul_12_li1","parent":"14962_p3_t1","text":"(ก) ถ้าจับผู้ต้องหาได้แล้ว คือพนักงานสอบสวนซึ่งท้องที่ที่จับได้อยู่ในเขต\n\nอำนาจ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14962_p3_t1_ext_ul_12_li2","parent":"14962_p3_t1","text":"(ข) ถ้าจับผู้ต้องหายังไม่ได้ คือพนักงานสอบสวนซึ่งท้องที่ที่พบการกระทำ\nผิดก่อนอยู่ในเขตอำนาจ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":14963,"parent":14959,"text":"มาตรา 20","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":3},
{"key":"14963_p1","parent":14963,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14963_p1_t1","parent":"14963_p1","text":"ถ้าความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายไทยได้กระทำลงนอก\nราชอาณาจักรไทยให้อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทนเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ\nหรือจะมอบหมายหน้าที่นั้นให้พนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนคนใดเป็นผู้รับผิดชอบ\nทำการสอบสวนแทนก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14963_p2","parent":14963,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14963_p2_t1","parent":"14963_p2","text":"ในกรณีที่อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทนมอบหมายให้พนักงาน\nสอบสวนคนใดเป็นผู้รับผิดชอบทำการสอบสวน อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทนจะมอบ\nหมายให้พนักงานอัยการคนใดทำการสอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวนก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14963_p3","parent":14963,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14963_p3_t1","parent":"14963_p3","text":"ให้พนักงานอัยการที่ได้รับมอบหมายให้เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ\nหรือให้ทำการสอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวนมีอำนาจและหน้าที่ในการสอบสวนเช่น\nเดียวกับพนักงานสอบสวนบรรดาอำนาจและหน้าที่ประการอื่นที่กฎหมายบัญญัติไว้ให้เป็น\nอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14963_p4","parent":14963,"text":"วรรค 4","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"14963_p4_t1","parent":"14963_p4","text":"ในกรณีที่พนักงานอัยการทำการสอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวน ให้\nพนักงานสอบสวนปฏิบัติตามคำสั่งและคำแนะนำของพนักงานอัยการในเรื่องที่เกี่ยวกับการ\nรวบรวมพยานหลักฐาน","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14963_p5","parent":14963,"text":"วรรค 5","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"14963_p5_t1","parent":"14963_p5","text":"ในกรณีจำเป็น พนักงานสอบสวนต่อไปนี้มีอำนาจสอบสวนในระหว่างรอ\nคำสั่งจากอัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทน","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14963_p5_t1_ext_ul_10_li1","parent":"14963_p5_t1","text":"(1) พนักงานสอบสวนซึ่งผู้ต้องหาถูกจับในเขตอำนาจ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14963_p5_t1_ext_ul_10_li2","parent":"14963_p5_t1","text":"(2) พนักงานสอบสวนซึ่งรัฐบาลประเทศอื่นหรือบุคคลที่ได้รับความเสีย\nหายได้ร้องฟ้องให้ทำโทษผู้ต้องหา","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14963_p6","parent":14963,"text":"วรรค 6","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"14963_p6_t1","parent":"14963_p6","text":"เมื่อพนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในการสอบสวน\nแล้วแต่กรณี เห็นว่าการสอบสวนเสร็จแล้ว ให้ทำความเห็นตามมาตรา 140 มาตรา 141\nหรือมาตรา 142 ส่งพร้อมสำนวนไปยังอัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทน","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14964,"parent":14959,"text":"มาตรา 21","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":4},
{"key":"14964_p1","parent":14964,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14964_p1_t1","parent":"14964_p1","text":"ในกรณีที่ไม่แน่ว่าพนักงานสอบสวนคนใดในจังหวัดเดียวกัน\nควรเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ให้ข้าหลวงประจำจังหวัดนั้นมีอำนาจชี้ขาด แต่ใน\nจังหวัดพระนครและธนบุรี ให้ผู้บังคับบัญชาของพนักงานสอบสวนซึ่งมีตำแหน่งตั้งแต่รอง\nอธิบดีกรมตำรวจขึ้นไปเป็นผู้ชี้ขาด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14964_p2","parent":14964,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14964_p2_t1","parent":"14964_p2","text":"ในกรณีที่ไม่แน่ว่าพนักงานสอบสวนคนใดในระหว่างหลายจังหวัด ควร\nเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ให้อธิบดีกรมอัยการหรือผู้ทำการแทนเป็นผู้ชี้ขาด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14964_p3","parent":14964,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14964_p3_t1","parent":"14964_p3","text":"การรอคำชี้ขาดนั้น ไม่เป็นเหตุให้งดการสอบสวน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14965,"parent":14959,"text":"มาตรา 21/1","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":5},
{"key":"14965_p1","parent":14965,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14965_p1_t1","parent":"14965_p1","text":"มาตรา 21/1 สำหรับการสอบสวนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของเจ้า\nพนักงานตำรวจ ในกรณีที่ไม่แน่ว่าพนักงานสอบสวนคนใดในจังหวัดเดียวกันหรือในกอง\nบัญชาการเดียวกันควรเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ให้ผู้บัญชาการซึ่งเป็นผู้บังคับ\nบัญชาของพนักงานสอบสวนนั้นเป็นผู้ชี้ขาด","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14965_p2","parent":14965,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14965_p2_t1","parent":"14965_p2","text":"การรอคำสั่งชี้ขาด ไม่เป็นเหตุให้งดการสอบสวน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14966,"parent":14956,"text":"หมวด 3\n\nอำนาจศาล","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":2},
{"key":14967,"parent":14966,"text":"มาตรา 22","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":0},
{"key":"14967_p1_t1","parent":14967,"text":"เมื่อความผิดเกิดขึ้น อ้างหรือเชื่อว่าได้เกิดขึ้นในเขตอำนาจ\nของศาลใด ให้ชำระที่ศาลนั้น แต่ถ้า","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14967_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14967_p1_t1","text":"(1) เมื่อจำเลยมีที่อยู่ หรือถูกจับในท้องที่หนึ่งหรือเมื่อเจ้าพนักงานทำการ\nสอบสวนในท้องที่หนึ่งนอกเขตของศาลดังกล่าวแล้ว จะชำระที่ศาลซึ่งท้องที่นั้น ๆ อยู่ในเขต\nอำนาจก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14967_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14967_p1_t1","text":"(2) เมื่อความผิดเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรไทย ให้ชำระคดีนั้นที่ศาล\nอาญา ถ้าการสอบสวนได้กระทำลงในท้องที่หนึ่งซึ่งอยู่ในเขตของศาลใด ให้ชำระที่ศาลนั้น\nได้ด้วย","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":14968,"parent":14966,"text":"มาตรา 23","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":1},
{"key":"14968_p1","parent":14968,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14968_p1_t1","parent":"14968_p1","text":"เมื่อศาลแต่สองศาลขึ้นไปต่างมีอำนาจชำระคดี ถ้าได้ยื่นฟ้อง\nคดีนั้นต่อศาลหนึ่งซึ่งตามฟ้องความผิดมิได้เกิดในเขต โจทก์หรือจำเลยจะร้องขอให้โอนคดี\nไปชำระที่ศาลอื่นซึ่งความผิดได้เกิดในเขตก็ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14968_p2","parent":14968,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14968_p2_t1","parent":"14968_p2","text":"ถ้าโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลซึ่งความผิดเกิดในเขต แต่ต่อมาความปรากฏแก่\nโจทก์ว่าการพิจารณาคดีจะสะดวกยิ่งขึ้นถ้าให้อีกศาลหนึ่งซึ่งมีอำนาจชำระคดีได้พิจารณา\nคดีนั้น โจทก์จะยื่นคำร้องต่อศาลซึ่งคดีนั้นอยู่ในระหว่างพิจารณาขอโอนคดีไปยังอีกศาล\nหนึ่งก็ได้ แม้ว่าจำเลยจะคัดค้านก็ตาม เมื่อศาลเห็นสมควรจะโอนคดีไปหรือยกคำร้องเสีย\nก็ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14969,"parent":14966,"text":"มาตรา 24","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":2},
{"key":"14969_p1","parent":14969,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14969_p1_t1","parent":"14969_p1","text":"เมื่อความผิดหลายเรื่องเกี่ยวพันกันโดยเหตุหนึ่งเหตุใดเป็นต้น\nว่า","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14969_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14969_p1_t1","text":"(1) ปรากฏว่าความผิดหลายฐานได้กระทำลงโดยผู้กระทำผิดคนเดียวกัน\nหรือผู้กระทำผิดหลายคนเกี่ยวพันกันในการกระทำความผิดฐานหนึ่งหรือหลายฐาน จะเป็น\nตัวการ ผู้สมรู้หรือรับของโจรก็ตาม","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14969_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14969_p1_t1","text":"(2) ปรากฏว่าความผิดหลายฐานได้กระทำลงโดยมีเจตนาอย่างเดียวกัน\nหรือโดยผู้กระทำผิดทั้งหลายได้คบคิดกันมาแต่ก่อนแล้ว","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14969_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14969_p1_t1","text":"(3) ปรากฏว่าความผิดฐานหนึ่งเกิดขึ้น โดยมีเจตนาช่วยผู้กระทำผิดอื่นให้\nพ้นจากรับโทษในความผิดอย่างอื่นซึ่งเขาได้กระทำไว้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14969_p2","parent":14969,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14969_p2_t1","parent":"14969_p2","text":"ดังนี้จะฟ้องคดีทุกเรื่อง หรือฟ้องผู้กระทำความผิดทั้งหมดต่อศาลซึ่งมี\nอำนาจชำระในฐานความผิดซึ่งมีอัตราโทษสูงกว่าไว้ก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14969_p3","parent":14969,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14969_p3_t1","parent":"14969_p3","text":"ถ้าความผิดอันเกี่ยวพันกันมีอัตราโทษอย่างสูงเสมอกัน ศาลซึ่งมีอำนาจ\nชำระ ก็คือศาลซึ่งรับฟ้องเรื่องหนึ่งเรื่องใดในความผิดเกี่ยวพันกันนั้นไว้ก่อน\n\n มาตรา 25 ศาลซึ่งรับฟ้องคดีเกี่ยวพันกันไว้จะพิจารณาพิพากษารวมกัน\n\nไปก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14969_p4","parent":14969,"text":"วรรค 4","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"14969_p4_t1","parent":"14969_p4","text":"ถ้าศาลซึ่งรับฟ้องคดีเกี่ยวพันกันไว้ เห็นว่าเป็นการสมควรที่ความผิดฐาน\nหนึ่ง ควรได้ชำระในศาลซึ่งตามปกติมีอำนาจจะชำระถ้าหากว่าคดีนั้นไม่เกี่ยวกับคดีเกี่ยว\nพันกัน เมื่อศาลเดิมได้ตกลงกับอีกศาลหนึ่งแล้ว จะสั่งให้ไปฟ้องยังศาลอื่นนั้นก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14970,"parent":14966,"text":"มาตรา 26","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":3},
{"key":"14970_p1","parent":14970,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14970_p1_t1","parent":"14970_p1","text":"หากว่าตามลักษณะของความผิด ฐานะของจำเลย จำนวน\nจำเลย ความรู้สึกของประชาชนส่วนมากแห่งท้องถิ่นนั้น หรือเหตุผลอย่างอื่น อาจมีการขัด\nขวางต่อการไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา หรือน่ากลัวว่าจะเกิดความไม่สงบหรือเหตุร้าย\nอย่างอื่นขึ้น หรืออาจเกิดผลกระทบต่อประโยชน์ที่สำคัญอื่นของรัฐ เมื่อโจทก์หรือจำเลย\nร้องขอหรือศาลที่คดีนั้นอยู่ระหว่างพิจารณาทำความเห็นเสนอต่อประธานศาลฎีกาขอให้\nโอนคดีไปศาลอื่น ถ้าประธานศาลฎีกาเห็นควรอนุญาต ก็ให้สั่งโอนคดีไปยังศาลดังที่\nประธานศาลฎีการะบุไว้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14970_p2","parent":14970,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14970_p2_t1","parent":"14970_p2","text":"คำสั่งของประธานศาลฎีกาให้เป็นที่สุด","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14971,"parent":14966,"text":"มาตรา 27","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":4},
{"key":"14971_p1_t1","parent":14971,"text":"ผู้พิพากษาในศาลใดซึ่งชำระคดีอาญา จะถูกตั้งรังเกียจตาม\nบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งซึ่งบัญญัติไว้ในเรื่องนั้นก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14972,"parent":14936,"text":"ลักษณะ 3\n\nการฟ้องคดีอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":2},
{"key":14973,"parent":14972,"text":"หมวด 1\n\nการฟ้องคดีอาญา","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":0},
{"key":14974,"parent":14973,"text":"มาตรา 28","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":0},
{"key":"14974_p1_t1","parent":14974,"text":"บุคคลเหล่านี้มีอำนาจฟ้องคดีอาญาต่อศาล","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14974_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14974_p1_t1","text":"(1) พนักงานอัยการ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14974_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14974_p1_t1","text":"(2) ผู้เสียหาย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":14975,"parent":14973,"text":"มาตรา 29","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":1},
{"key":"14975_p1","parent":14975,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14975_p1_t1","parent":"14975_p1","text":"เมื่อผู้เสียหายได้ยื่นฟ้องแล้วตายลง ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน\nสามีหรือภริยาจะดำเนินคดีต่างผู้ตายต่อไปก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14975_p2","parent":14975,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14975_p2_t1","parent":"14975_p2","text":"ถ้าผู้เสียหายที่ตายนั้นเป็นผู้เยาว์ ผู้วิกลจริต หรือผู้ไร้ความสามารถ ซึ่งผู้\nแทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาลหรือผู้แทนเฉพาะคดีได้ยื่นฟ้องแทนไว้แล้ว ผู้ฟ้องแทนนั้นจะว่า\nคดีต่อไปก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14976,"parent":14973,"text":"มาตรา 30","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":2},
{"key":"14976_p1_t1","parent":14976,"text":"คดีอาญาใดซึ่งพนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว ผู้เสียหาย\nจะยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในระยะใดระหว่างพิจารณาก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาคดี\nนั้นก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14977,"parent":14973,"text":"มาตรา 31","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":3},
{"key":"14977_p1_t1","parent":14977,"text":"คดีอาญาที่มิใช่ความผิดส่วนตัวซึ่งผู้เสียหายยื่นฟ้องแล้ว\nพนักงานอัยการจะยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในระยะใดก่อนคดีเสร็จเด็ดขาดก็ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14978,"parent":14973,"text":"มาตรา 32","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":4},
{"key":"14978_p1_t1","parent":14978,"text":"เมื่อพนักงานอัยการและผู้เสียหายเป็นโจทก์ร่วมกัน ถ้า\nพนักงานอัยการเห็นว่าผู้เสียหายจะกระทำให้คดีของอัยการเสียหาย โดยกระทำหรือละเว้น\nกระทำการใด ๆ ในกระบวนพิจารณา พนักงานอัยการมีอำนาจร้องต่อศาลให้สั่งผู้เสียหาย\nกระทำหรือละเว้นกระทำการนั้น ๆ ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14979,"parent":14973,"text":"มาตรา 33","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":5},
{"key":"14979_p1","parent":14979,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14979_p1_t1","parent":"14979_p1","text":"คดีอาญาเรื่องเดียวกันซึ่งทั้งพนักงานอัยการและผู้เสียหาย\nต่างได้ยื่นฟ้องในศาลชั้นต้นศาลเดียวกันหรือต่างศาลกัน ศาลนั้น ๆ มีอำนาจสั่งให้รวม\nพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน เมื่อศาลเห็นชอบโดยพลการหรือโดยโจทก์ยื่นคำร้องในระยะใด\nก่อนมีคำพิพากษา","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14979_p2","parent":14979,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14979_p2_t1","parent":"14979_p2","text":"แต่ทว่าจะมีคำสั่งเช่นนั้นไม่ได้ นอกจากจะได้รับความยินยอมของศาลอื่น\n\nนั้นก่อน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14980,"parent":14973,"text":"มาตรา 34","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":6},
{"key":"14980_p1_t1","parent":14980,"text":"คำสั่งไม่ฟ้องคดี หาตัดสิทธิผู้เสียหายฟ้องคดีโดยตนเองไม่","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14981,"parent":14973,"text":"มาตรา 35","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":7},
{"key":"14981_p1","parent":14981,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14981_p1_t1","parent":"14981_p1","text":"คำร้องขอถอนฟ้องคดีอาญาจะยื่นเวลาใดก่อนมีคำพิพากษา\nของศาลชั้นต้นก็ได้ ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตหรือมิอนุญาตให้ถอนก็ได้ แล้วแต่ศาลจะเห็น\nสมควรประการใด ถ้าคำร้องนั้นได้ยื่นในภายหลังเมื่อจำเลยให้การแก้คดีแล้ว ให้ถามจำเลย\nว่าจะคัดค้านหรือไม่ แล้วให้ศาลจดคำแถลงของจำเลยไว้ ในกรณีที่จำเลยคัดค้านการถอน\nฟ้อง ให้ศาลยกคำร้องขอถอนฟ้องนั้นเสีย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14981_p2","parent":14981,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14981_p2_t1","parent":"14981_p2","text":"คดีความผิดต่อส่วนตัวนั้น จะถอนฟ้องหรือยอมความในเวลาใดก่อนคดี\nถึงที่สุดก็ได้ แต่ถ้าจำเลยคัดค้าน ให้ศาลยกคำร้องขอถอนฟ้องนั้นเสีย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14982,"parent":14973,"text":"มาตรา 36","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":8},
{"key":"14982_p1_t1","parent":14982,"text":"คดีอาญาซึ่งได้ถอนฟ้องไปจากศาลแล้ว จะนำมาฟ้องอีกหา\nได้ไม่ เว้นแต่จะเข้าอยู่ในข้อยกเว้นต่อไปนี้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14982_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14982_p1_t1","text":"(1) ถ้าพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องคดีอาญาซึ่งไม่ใช่ความผิดต่อส่วนตัวไว้\nแล้วได้ถอนฟ้องคดีนั้นไป การถอนนี้ไม่ตัดสิทธิผู้เสียหายที่จะยื่นฟ้องคดีนั้นใหม่","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14982_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14982_p1_t1","text":"(2) ถ้าพนักงานอัยการถอนคดีซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัวไป โดยมิได้รับ\nความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้เสียหาย การถอนนั้นไม่ตัดสิทธิผู้เสียหายที่จะยื่นฟ้องคดีนั้น\nใหม่","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14982_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14982_p1_t1","text":"(3) ถ้าผู้เสียหายได้ยื่นฟ้องคดีอาญาไว้แล้วได้ถอนฟ้องคดีนั้นเสีย การ\nถอนนี้ไม่ตัดสิทธิพนักงานอัยการที่จะยื่นฟ้องคดีนั้นใหม่ เว้นแต่คดีซึ่งเป็นความผิดต่อส่วน\nตัว","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":14983,"parent":14973,"text":"มาตรา 37","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":9},
{"key":"14983_p1_t1","parent":14983,"text":"คดีอาญาเลิกกันได้ ดังต่อไปนี้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14983_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14983_p1_t1","text":"(1) ในคดีมีโทษปรับสถานเดียว เมื่อผู้กระทำผิดยินยอมเสียค่าปรับใน\nอัตราอย่างสูงสำหรับความผิดนั้นแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนศาลพิจารณา","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14983_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14983_p1_t1","text":"(2) ในคดีความผิดที่เป็นลหุโทษหรือความผิดที่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าความ\nผิดลหุโทษ หรือคดีอื่นที่มีโทษปรับสถานเดียวอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือความผิดต่อ\nกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรซึ่งมีโทษปรับอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท เมื่อผู้ต้องหาชำระค่า\nปรับตามที่พนักงานสอบสวนได้เปรียบเทียบแล้ว","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14983_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14983_p1_t1","text":"(3) ในคดีความผิดที่เป็นลหุโทษหรือความผิดที่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าความ\nผิดลหุโทษ หรือคดีที่มีโทษปรับสถานเดียวอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ซึ่งเกิดใน\nกรุงเทพมหานคร เมื่อผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามที่นายตำรวจประจำท้องที่ตั้งแต่ตำแหน่ง\nสารวัตรขึ้นไป หรือนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรผู้ทำการในตำแหน่งนั้น ๆ ได้เปรียบเทียบแล้ว","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14983_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"14983_p1_t1","text":"(4) ในคดีซึ่งเปรียบเทียบได้ตามกฎหมายอื่น เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับ\nตามคำเปรียบเทียบของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":14984,"parent":14973,"text":"มาตรา 38","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":10},
{"key":"14984_p1_t1","parent":14984,"text":"ความผิดตามอนุมาตรา (2) (3) และ (4) แห่งมาตราก่อน ถ้า\nเจ้าพนักงานดังกล่าวในมาตรานั้นเห็นว่าผู้ต้องหาไม่ควรได้รับโทษถึงจำคุกให้มีอำนาจ\nเปรียบเทียบดังนี้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14984_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14984_p1_t1","text":"(1) ให้กำหนดค่าปรับซึ่งผู้ต้องหาจะพึงชำระ ถ้าผู้ต้องหาและผู้เสียหาย\nยินยอมตามนั้น เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระเงินค่าปรับตามจำนวนที่เจ้าหน้าที่กำหนดให้ภายใน\nเวลาอันสมควรแต่ไม่เกินสิบห้าวันแล้ว คดีนั้นเป็นอันเสร็จเด็ดขาด","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14984_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14984_p1_t1","text":"ถ้าผู้ต้องหาไม่ยินยอมตามที่เปรียบเทียบ หรือเมื่อยินยอมแล้ว ไม่ชำระเงิน\nค่าปรับภายในเวลากำหนดในวรรคก่อน ให้ดำเนินคดีต่อไป","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14984_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14984_p1_t1","text":"(2) ในคดีมีค่าทดแทน ถ้าผู้เสียหายและผู้ต้องหายินยอมให้เปรียบเทียบ\nให้เจ้าหน้าที่กะจำนวนตามที่เห็นควรหรือตามที่คู่ความตกลงกัน","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":14985,"parent":14973,"text":"มาตรา 39","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":11},
{"key":"14985_p1_t1","parent":14985,"text":"สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปดังต่อไปนี้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14985_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14985_p1_t1","text":"(1) โดยความตายของผู้กระทำผิด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14985_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14985_p1_t1","text":"(2) ในคดีความผิดต่อส่วนตัว เมื่อได้ถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้องหรือยอม\nความกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14985_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14985_p1_t1","text":"(3) เมื่อคดีเลิกกันตามมาตรา 37","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14985_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"14985_p1_t1","text":"(4) เมื่อมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"14985_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"14985_p1_t1","text":"(5) เมื่อมีกฎหมายออกใช้ภายหลังการกระทำผิดยกเลิกความผิดเช่นนั้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"14985_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"14985_p1_t1","text":"(6) เมื่อคดีขาดอายุความ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"14985_p1_t1_ext_ul_2_li7","parent":"14985_p1_t1","text":"(7) เมื่อมีกฎหมายยกเว้นโทษ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":6},
{"key":14986,"parent":14972,"text":"หมวด 2\n \nการฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":1},
{"key":14987,"parent":14986,"text":"มาตรา 40","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":0},
{"key":"14987_p1_t1","parent":14987,"text":"การฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาจะฟ้องต่อศาลซึ่ง\nพิจารณาคดีอาญาหรือต่อศาลที่มีอำนาจชำระคดีแพ่งก็ได้ การพิจารณาคดีแพ่งต้องเป็นไป\nตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14988,"parent":14986,"text":"มาตรา 41","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":1},
{"key":"14988_p1_t1","parent":14988,"text":"ถ้าการพิจารณาคดีแพ่งจักทำให้การพิจารณาคดีอาญาเนิ่น\nช้าหรือติดขัด ศาลมีอำนาจสั่งให้แยกคดีแพ่งออกจากคดีอาญา และพิจารณาต่างหากโดย\nศาลที่มีอำนาจชำระ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14989,"parent":14986,"text":"มาตรา 42","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":2},
{"key":"14989_p1","parent":14989,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14989_p1_t1","parent":"14989_p1","text":"ในการพิจารณาคดีแพ่ง ถ้าพยานหลักฐานที่นำสืบแล้วในคดี\nอาญายังไม่เพียงพอ ศาลจะเรียกพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมอีกก็ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14989_p2","parent":14989,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14989_p2_t1","parent":"14989_p2","text":"ในกรณีเช่นนั้นศาลจะพิพากษาคดีอาญาไปทีเดียว ส่วนคดีแพ่งจะ\nพิพากษาในภายหลังก็ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14990,"parent":14986,"text":"มาตรา 43","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":3},
{"key":"14990_p1_t1","parent":14990,"text":"คดีลักทรัพย์ วิ่งราว ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ โจรสลัด กรรโชก\nฉ้อโกง ยักยอกหรือรับของโจร ถ้าผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกร้องทรัพย์สินหรือราคาที่เขาสูญ\nเสียไปเนื่องจากการกระทำผิดคืน เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีอาญา ก็ให้เรียกทรัพย์สิน\nหรือราคาแทนผู้เสียหายด้วย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14991,"parent":14986,"text":"มาตรา 44","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":4},
{"key":"14991_p1","parent":14991,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14991_p1_t1","parent":"14991_p1","text":"การเรียกทรัพย์สินหรือราคาคืนตามมาตราก่อน พนักงาน\nอัยการจะขอรวมไปกับคดีอาญาหรือจะยื่นคำร้องในระยะใดระหว่างที่คดีอาญากำลัง\nพิจารณาอยู่ในศาลชั้นต้นก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14991_p2","parent":14991,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14991_p2_t1","parent":"14991_p2","text":"คำพิพากษาในส่วนเรียกทรัพย์สินหรือราคาให้รวมเป็นส่วนหนึ่งแห่งคำ\nพิพากษาในคดีอาญา","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14992,"parent":14986,"text":"มาตรา 44/1","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":5},
{"key":"14992_p1","parent":14992,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14992_p1_t1","parent":"14992_p1","text":"มาตรา 44/1 ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ ถ้าผู้เสียหายมีสิทธิที่\nจะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพราะเหตุได้รับอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือได้รับ\nความเสื่อมเสียต่อเสรีภาพในร่างกายชื่อเสียงหรือได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สินอัน\nเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลย ผู้เสียหายจะยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดี\nอาญาขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14992_p2","parent":14992,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14992_p2_t1","parent":"14992_p2","text":"การยื่นคำร้องตามวรรคหนึ่ง ผู้เสียหายต้องยื่นคำร้องก่อนเริ่มสืบพยาน\nในกรณีที่ไม่มีการสืบพยานให้ยื่นคำร้องก่อนศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดี และให้ถือว่าคำร้องดัง\nกล่าวเป็นคำฟ้องตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและผู้เสียหาย\nอยู่ในฐานะโจทก์ในคดีส่วนแพ่งนั้น ทั้งนี้คำร้องดังกล่าวต้องแสดงรายละเอียดตามสมควร\nเกี่ยวกับความเสียหายและจำนวนค่าสินไหมทดแทนที่เรียกร้อง หากศาลเห็นว่าคำร้องนั้น\nยังขาดสาระสำคัญบางเรื่อง ศาลอาจมีคำสั่งให้ผู้ร้องแก้ไขคำร้องให้ชัดเจนก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14992_p3","parent":14992,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14992_p3_t1","parent":"14992_p3","text":"คำร้องตามวรรคหนึ่งจะมีคำขอประการอื่นที่มิใช่คำขอบังคับให้จำเลย\nชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลยในคดีอาญามิได้ และ\nต้องไม่ขัดหรือแย้งกับคำฟ้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ และในกรณีที่\nพนักงานอัยการได้ดำเนินการตามความในมาตรา 43 แล้ว ผู้เสียหายจะยื่นคำร้องตาม\nวรรคหนึ่งเพื่อเรียกทรัพย์สินหรือราคาทรัพย์สินอีกไม่ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14993,"parent":14986,"text":"มาตรา 44/2","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":6},
{"key":"14993_p1","parent":14993,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14993_p1_t1","parent":"14993_p1","text":"มาตรา 44/2 เมื่อได้รับคำร้องตามมาตรา 44/1 ให้ศาลแจ้งให้\nจำเลยทราบ หากจำเลยให้การประการใดหรือไม่ประสงค์จะให้การให้ศาลบันทึกไว้ ถ้าหาก\nจำเลยประสงค์จะทำคำให้การเป็นหนังสือให้ศาลกำหนดระยะเวลายื่นคำให้การตามที่เห็น\nสมควร และเมื่อพนักงานอัยการสืบพยานเสร็จศาลจะอนุญาตให้ผู้เสียหายนำพยานเข้าสืบ\nถึงค่าสินไหมทดแทนได้เท่าที่จำเป็น หรือศาลจะพิจารณาพิพากษาคดีอาญาไปก่อนแล้ว\nพิจารณาพิพากษาคดีส่วนแพ่งในภายหลังก็ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14993_p2","parent":14993,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14993_p2_t1","parent":"14993_p2","text":"ถ้าความปรากฏต่อศาลว่าผู้ยื่นคำร้องตามมาตรา 44/1 เป็นคนยากจนไม่\nสามารถจัดหาทนายความได้เอง ให้ศาลมีอำนาจตั้งทนายความให้แก่ผู้นั้น โดยทนายความ\nที่ได้รับแต่งตั้งมีสิทธิได้รับเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารศาล\nยุติธรรมกำหนด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14994,"parent":14986,"text":"มาตรา 45","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":7},
{"key":"14994_p1_t1","parent":14994,"text":"คดีเรื่องใดถึงแม้ว่าได้ฟ้องในทางอาญาแล้ว ก็ไม่ตัดสิทธิผู้\nเสียหายที่จะฟ้องในทางแพ่งอีก","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14995,"parent":14986,"text":"มาตรา 46","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":8},
{"key":"14995_p1_t1","parent":14995,"text":"ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่\nปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14996,"parent":14986,"text":"มาตรา 47","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":9},
{"key":"14996_p1","parent":14996,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14996_p1_t1","parent":"14996_p1","text":"คำพิพากษาคดีส่วนแพ่งต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่ง\nกฎหมายอันว่าด้วยความรับผิดของบุคคลในทางแพ่ง โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าจำเลยต้องคำ\nพิพากษาว่าได้กระทำความผิดหรือไม่","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14996_p2","parent":14996,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14996_p2_t1","parent":"14996_p2","text":"ราคาทรัพย์สินที่สั่งให้จำเลยใช้แก่ผู้เสียหาย ให้ศาลกำหนดตามราคาอัน\nแท้จริง ส่วนจำนวนเงินค่าสินไหมทดแทนอย่างอื่นที่ผู้เสียหายจะได้รับนั้น ให้ศาลกำหนดให้\nตามความเสียหายแต่ต้องไม่เกินคำขอ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14997,"parent":14986,"text":"มาตรา 48","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":10},
{"key":"14997_p1","parent":14997,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14997_p1_t1","parent":"14997_p1","text":"เมื่อศาลพิพากษาให้คืนทรัพย์สิน แต่ยังไม่ปรากฏตัวเจ้าของ\nเมื่อใดปรากฏตัวเจ้าของแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งรักษาของคืนของนั้นให้แก่เจ้าของไป","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14997_p2","parent":14997,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14997_p2_t1","parent":"14997_p2","text":"ในกรณีที่ปรากฏตัวเจ้าของ ให้ศาลพิพากษาสั่งให้เจ้าหน้าที่ซึ่งรักษาของ\nคืนของนั้นให้แก่เจ้าของไป","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14997_p3","parent":14997,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14997_p3_t1","parent":"14997_p3","text":"เมื่อมีการโต้แย้งกัน ให้บุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าของอันแท้จริงในทรัพย์สิน\nนั้นฟ้องเรียกร้องยังศาลที่มีอำนาจชำระ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14998,"parent":14986,"text":"มาตรา 49","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":11},
{"key":"14998_p1_t1","parent":14998,"text":"แม้จะไม่มีฟ้องคดีส่วนแพ่งก็ตาม เมื่อพิพากษาคดีส่วนอาญา\nศาลจะสั่งให้คืนทรัพย์สินของกลางแก่เจ้าของก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14999,"parent":14986,"text":"มาตรา 50","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":12},
{"key":"14999_p1_t1","parent":14999,"text":"ในกรณีที่ศาลสั่งให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์สิน หรือค่า\nสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายตามมาตรา 43 มาตรา 44 หรือมาตรา 44/1 ให้ถือว่าผู้เสีย\nหายนั้นเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15000,"parent":14986,"text":"มาตรา 51","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":13},
{"key":"15000_p1","parent":15000,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15000_p1_t1","parent":"15000_p1","text":"ถ้าไม่มีผู้ใดฟ้องทางอาญา สิทธิของผู้เสียหายที่จะฟ้อง\nทางแพ่งเนื่องจากความผิดนั้นย่อมระงับไปตามกำหนดเวลาดังที่บัญญัติไว้ในประมวล\nกฎหมายอาญาเรื่องอายุความฟ้องคดีอาญาแม้ถึงว่าผู้เยาว์หรือผู้วิกลจริตในมาตรา\n193/20 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จะเป็นผู้ฟ้องหรือได้ฟ้องต่างหากจากคดี\nอาญาก็ตาม","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15000_p2","parent":15000,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15000_p2_t1","parent":"15000_p2","text":"ถ้าคดีอาญาใดได้ฟ้องต่อศาลและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลด้วย\nแล้ว แต่คดียังไม่เด็ดขาดอายุความซึ่งผู้เสียหายมีสิทธิจะฟ้องคดีแพ่งย่อมสะดุดหยุดลงตาม\nมาตรา 95 แห่งประมวลกฎหมายอาญา","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15000_p3","parent":15000,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15000_p3_t1","parent":"15000_p3","text":"ถ้าโจทก์ได้ฟ้องคดีอาญาและศาลพิพากษาลงโทษจำเลยจนคดีเด็ดขาด\nแล้วก่อนที่ได้ฟ้องคดีแพ่งสิทธิของผู้เสียหายที่จะฟ้องคดีแพ่งย่อมมีตามกำหนดอายุความ\nในมาตรา 193/32 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15000_p4","parent":15000,"text":"วรรค 4","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15000_p4_t1","parent":"15000_p4","text":"ถ้าโจทก์ฟ้องคดีอาญาและศาลพิพากษายกฟ้องปล่อยจำเลยจนคดีเด็ด\nขาดแล้วก่อนที่ได้ยื่นฟ้องคดีแพ่งสิทธิของผู้เสียหายจะฟ้องคดีแพ่งย่อมมีอายุความตาม\nประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15001,"parent":14936,"text":"ลักษณะ 4\n\nหมายเรียกและหมายอาญา","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":3},
{"key":15002,"parent":15001,"text":"หมวด 1\n\nหมายเรียก","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":0},
{"key":15003,"parent":15002,"text":"มาตรา 52","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":0},
{"key":"15003_p1","parent":15003,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15003_p1_t1","parent":"15003_p1","text":"การที่จะให้บุคคลใดมาที่พนักงานสอบสวนหรือมาที่พนักงาน\nฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่หรือมาศาล เนื่องในการสอบสวน การไต่สวนมูลฟ้อง\nการพิจารณาคดี หรือการอย่างอื่นตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ จักต้องมีหมาย\nเรียกของพนักงานสอบสวนหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่หรือของศาล\nแล้วแต่กรณี","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15003_p2","parent":15003,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15003_p2_t1","parent":"15003_p2","text":"แต่ในกรณีที่พนักงานสอบสวนหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้น\nผู้ใหญ่ไปทำการสอบสวนด้วยตนเอง ย่อมมีอำนาจที่จะเรียกผู้ต้องหาหรือพยานมาได้โดย\nไม่ต้องออกหมายเรียก","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15004,"parent":15002,"text":"มาตรา 53","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":1},
{"key":"15004_p1_t1","parent":15004,"text":"หมายเรียกต้องทำเป็นหนังสือและมีข้อความดังต่อไปนี้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15004_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15004_p1_t1","text":"(1) สถานที่ที่ออกหมาย","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15004_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15004_p1_t1","text":"(2) วันเดือนปีที่ออกหมาย","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15004_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"15004_p1_t1","text":"(3) ชื่อและตำบลที่อยู่ของบุคคลที่ออกหมายเรียกให้มา","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15004_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"15004_p1_t1","text":"(4) เหตุที่ต้องเรียกผู้นั้นมา","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15004_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"15004_p1_t1","text":"(5) สถานที่ วันเดือนปีและเวลาที่จะให้ผู้นั้นไปถึง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"15004_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"15004_p1_t1","text":"(6) ลายมือชื่อและประทับตราของศาล หรือลายมือชื่อและตำแหน่งเจ้าพนักงานผู้ออกหมาย","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":15005,"parent":15002,"text":"มาตรา 54","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":2},
{"key":"15005_p1_t1","parent":15005,"text":"ในการกำหนดวันและเวลาที่จะให้มาตามหมายเรียกนั้น ให้พึง\nระลึกถึงระยะทางใกล้ไกล เพื่อให้ผู้ถูกเรียกมีโอกาสมาถึงตามวันเวลากำหนดในหมาย","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15006,"parent":15002,"text":"มาตรา 55","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":3},
{"key":"15006_p1_t1","parent":15006,"text":"การส่งหมายเรียกแก่ผู้ต้องหา จะส่งให้แก่บุคคลผู้อื่นซึ่งมิใช่\nสามีภริยา ญาติหรือผู้ปกครองของผู้รับหมายรับแทนนั้นไม่ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15007,"parent":15002,"text":"มาตรา 55/1","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":4},
{"key":"15007_p1","parent":15007,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15007_p1_t1","parent":"15007_p1","text":"มาตรา 55/1 ในคดีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ ถ้าศาลมีคำสั่งให้ออก\nหมายเรียกพยานโจทก์โดยมิได้กำหนดวิธีการส่งไว้ ให้พนักงานอัยการมีหน้าที่ดำเนินการ\nให้หัวหน้าพนักงานสอบสวนแห่งท้องที่เป็นผู้จัดส่งหมายเรียกแก่พยานและติดตามพยาน\nโจทก์มาศาลตามกำหนดนัดแล้วแจ้งผลการส่งหมายเรียกไปยังศาลและพนักงานอัยการ\nโดยเร็ว หากปรากฏว่าพยานโจทก์มีเหตุขัดข้องไม่อาจมาศาลได้หรือเกรงว่าจะเป็นการยาก\nที่จะนำพยานนั้นมาสืบตามที่ศาลนัดไว้ ก็ให้พนักงานอัยการขอให้ศาลสืบพยานนั้นไว้ล่วง\nหน้าตามมาตรา 173/2 วรรคสอง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15007_p2","parent":15007,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15007_p2_t1","parent":"15007_p2","text":"เจ้าพนักงานผู้ส่งหมายเรียกมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายตามระเบียบที่กระทรวง\nยุติธรรมกำหนดโดยได้รับความเห็นชอบจากระทรวงการคลัง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15008,"parent":15002,"text":"มาตรา 56","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":5},
{"key":"15008_p1_t1","parent":15008,"text":"เมื่อบุคคลที่รับหมายเรียกอยู่ต่างท้องที่กับท้องที่ซึ่งออกหมาย\nเป็นหมายศาลก็ให้ส่งไปศาล เป็นหมายพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจให้ส่งยังพนักงาน\nฝ่ายปกครองหรือตำรวจที่มีอำนาจออกหมายเรียกซึ่งผู้ถูกเรียกอยู่ในท้องที่ เมื่อศาลหรือ\nพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจได้รับหมายเช่นนั้นแล้ว ก็ให้สลักหลังหมายแล้วจัดการส่ง\nแก่ผู้รับต่อไป","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15009,"parent":15001,"text":"หมวด 2\n\nหมายอาญา","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":1},
{"key":15010,"parent":15009,"text":"ส่วนที่ 1\n\nหลักทั่วไป","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":0},
{"key":15011,"parent":15010,"text":"มาตรา 57","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":0},
{"key":"15011_p1","parent":15011,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15011_p1_t1","parent":"15011_p1","text":"ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติในมาตรา 78 มาตรา 79\nมาตรา 80 มาตรา 92 และมาตรา 94 แห่งประมวลกฎหมายนี้ จะจับ ขัง จำคุก หรือค้นใน\nที่รโหฐานหาตัวคนหรือสิ่งของต้องมีคำสั่งหรือหมายของศาลสำหรับการนั้น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15011_p2","parent":15011,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15011_p2_t1","parent":"15011_p2","text":"บุคคลซึ่งต้องขังหรือจำคุกตามหมายศาล จะปล่อยไปได้ก็เมื่อมีหมาย\nปล่อยของศาล","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15012,"parent":15010,"text":"มาตรา 58","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":1},
{"key":"15012_p1_t1","parent":15012,"text":"ศาลมีอำนาจออกคำสั่งหรือหมายอาญาได้ภายในเขต\nอำนาจตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับของประธานศาลฎีกา","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15013,"parent":15010,"text":"มาตรา 59","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":2},
{"key":"15013_p1","parent":15013,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15013_p1_t1","parent":"15013_p1","text":"ศาลจะออกคำสั่งหรือหมายจับ หมายค้น หรือหมายขัง\nตามที่ศาลเห็นสมควรหรือโดยมีผู้ร้องขอก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15013_p2","parent":15013,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15013_p2_t1","parent":"15013_p2","text":"ในกรณีที่ผู้ร้องขอเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ต้องเป็นพนักงาน\nฝ่ายปกครองตั้งแต่ระดับสามหรือตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ชั้นร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่าขึ้นไป","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15013_p3","parent":15013,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15013_p3_t1","parent":"15013_p3","text":"ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนซึ่งมีเหตุอันควรโดยผู้ร้องขอไม่อาจไปพบศาลได้ ผู้\nร้องขออาจร้องขอต่อศาลทางโทรศัพท์ โทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยี\nสารสนเทศประเภทอื่นที่เหมาะสมเพื่อขอให้ศาลออกหมายจับหรือหมายค้นก็ได้ ในกรณีเช่น\nว่านี้เมื่อศาลสอบถามจนปรากฏว่ามีเหตุที่จะออกหมายจับหรือหมายค้นได้ตามมาตรา\n59/1 และมีคำสั่งให้ออกหมายนั้นแล้ว ให้จัดส่งสำเนาหมายเช่นว่านี้ไปยังผู้ร้องขอโดยทาง\nโทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์\nและวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับของประธานศาลฎีกา","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15013_p4","parent":15013,"text":"วรรค 4","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15013_p4_t1","parent":"15013_p4","text":"เมื่อได้มีการออกหมายตามวรรคสามแล้ว ให้ศาลดำเนินการให้ผู้ที่\nเกี่ยวข้องกับการขอหมายมาพบศาลเพื่อสาบานตัวโดยไม่ชักช้า โดยจดบันทึกถ้อยคำของ\nบุคคลดังกล่าวและลงลายมือชื่อของศาลผู้ออกหมายไว้ หรือจะใช้เครื่องบันทึกเสียงก็ได้\nโดยจัดให้มีการถอดเสียงเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อของศาลผู้ออกหมาย บันทึกที่มีการ\nลงลายมือชื่อรับรองดังกล่าวแล้ว ให้เก็บไว้ในสารบบของศาล หากความปรากฏต่อศาลใน\nภายหลังว่าได้มีการออกหมายไปโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ศาลอาจมีคำสั่งให้\nเพิกถอนหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงหมายเช่นว่านั้นได้ ทั้งนี้ ศาลจะมีคำสั่งให้ผู้ร้องขอจัดการ\nแก้ไขเพื่อเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องตามที่เห็นสมควรก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15014,"parent":15010,"text":"มาตรา 59/1","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":3},
{"key":"15014_p1","parent":15014,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15014_p1_t1","parent":"15014_p1","text":"มาตรา 59/1 ก่อนออกหมาย จะต้องปรากฏพยานหลักฐานตาม\nสมควรที่ทำให้ศาลเชื่อได้ว่ามีเหตุที่จะออกหมายตามมาตรา 66 มาตรา 69 หรือมาตรา 71","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15014_p2","parent":15014,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15014_p2_t1","parent":"15014_p2","text":"คำสั่งศาลให้ออกหมายหรือยกคำร้อง จะต้องระบุเหตุผลของคำสั่งนั้น\nด้วย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15014_p3","parent":15014,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15014_p3_t1","parent":"15014_p3","text":"หลักเกณฑ์ในการยื่นคำร้องขอ การพิจารณา รวมทั้งการออกคำสั่งให้เป็น\nไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับของประธานศาลฎีกา","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15015,"parent":15010,"text":"มาตรา 60","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":4},
{"key":"15015_p1_t1","parent":15015,"text":"หมายจับ หมายค้น หมายขัง หมายจำคุก หรือหมายปล่อย\nต้องทำเป็นหนังสือและมีข้อความดังต่อไปนี้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15015_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15015_p1_t1","text":"(1) สถานที่ที่ออกหมาย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15015_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15015_p1_t1","text":"(2) วันเดือนปีที่ออกหมาย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15015_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"15015_p1_t1","text":"(3) เหตุที่ต้องออกหมาย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15015_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"15015_p1_t1","text":"(4) (ก) ในกรณีออกหมายจับ ต้องระบุชื่อหรือรูปพรรณของบุคคลที่จะถูก\nจับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15015_p1_t1_ext_ul_2_li4_ul1_li1","parent":"15015_p1_t1_ext_ul_2_li4","text":"(ข) ในกรณีออกหมายขัง หมายจำคุก หรือหมายปล่อย ต้องระบุชื่อ\nบุคคลที่จะถูกขัง จำคุก หรือปล่อย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15015_p1_t1_ext_ul_2_li4_ul1_li2","parent":"15015_p1_t1_ext_ul_2_li4","text":"(ค) ในกรณีออกหมายค้น ให้ระบุสถานที่ที่จะค้น และชื่อหรือรูปพรรณ\nบุคคลหรือลักษณะสิ่งของที่ต้องการค้น กำหนดวันเวลาที่จะทำการค้น และชื่อกับตำแหน่ง\nของเจ้าพนักงานผู้จะทำการค้นนั้น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15015_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"15015_p1_t1","text":"(5) (ก) ในกรณีออกหมายจับ หมายขัง หรือหมายค้นให้ระบุความผิด หรือ\nวิธีการเพื่อความปลอดภัย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"15015_p1_t1_ext_ul_2_li5_ul1_li1","parent":"15015_p1_t1_ext_ul_2_li5","text":"(ข) ในกรณีออกหมายจำคุก ให้ระบุความผิดและกำหนดโทษตามคำ\n\nพิพากษา","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15015_p1_t1_ext_ul_2_li5_ul1_li2","parent":"15015_p1_t1_ext_ul_2_li5","text":"(ค) ในกรณีออกหมายขังหรือหมายจำคุก ให้ระบุสถานที่ที่จะให้ขัง\n\nหรือจำคุก","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15015_p1_t1_ext_ul_2_li5_ul1_li3","parent":"15015_p1_t1_ext_ul_2_li5","text":"(ง) ในกรณีออกหมายปล่อย ให้ระบุเหตุที่ให้ปล่อย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15015_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"15015_p1_t1","text":"(6) ลายมือชื่อและประทับตราของศาล","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":15016,"parent":15010,"text":"มาตรา 61","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":5},
{"key":"15016_p1","parent":15016,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15016_p1_t1","parent":"15016_p1","text":"ภายใต้บังคับแห่งมาตรา 97 พนักงานฝ่ายปกครองหรือ\nตำรวจมีอำนาจหน้าที่จัดการให้เป็นไปตามหมายอาญา ซึ่งได้มอบหรือส่งมาให้จัดการ\nภายในอำนาจของเขา","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15016_p2","parent":15016,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15016_p2_t1","parent":"15016_p2","text":"หมายอาญาใดซึ่งศาลได้ออก จะมอบหรือส่งไปยังพนักงานฝ่ายปกครอง\nหรือตำรวจซึ่งอยู่ภายในเขตอำนาจของศาลดั่งระบุในหมาย หรือแก่หัวหน้าพนักงานฝ่าย\nปกครองหรือตำรวจประจำจังหวัด อำเภอ กิ่งอำเภอ หรือตำบล ซึ่งจะให้จัดการให้เป็นไป\nตามหมายนั้นก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15016_p3","parent":15016,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15016_p3_t1","parent":"15016_p3","text":"ในกรณีหลังเจ้าพนักงานผู้ได้รับหมายต้องรับผิดชอบในการจัดการตาม\nหมายนั้น จะจัดการเองหรือสั่งให้เจ้าพนักงานรองลงไปจัดการให้ก็ได้ หรือจะมอบหรือส่ง\nสำเนาหมายอันรับรองว่าถูกต้องให้แก่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจคนอื่นซึ่งมีหน้าที่\nจัดการตามหมายซึ่งตนได้รับนั้นก็ได้ ถ้าหมายนั้นได้มอบหรือส่งให้แก่เจ้าพนักงานตั้งแต่\nสองนายขึ้นไป เจ้าพนักงานจะจัดการตาหมายนั้นแยกกันหรือร่วมกันก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15017,"parent":15010,"text":"มาตรา 62","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":6},
{"key":"15017_p1","parent":15017,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15017_p1_t1","parent":"15017_p1","text":"ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติทั้งหลายในประมวลกฎหมายนี้\nซึ่งว่าด้วยการจับและค้น เจ้าพนักงานผู้จัดการตามหมายนั้นต้องแจ้งข้อความในหมายให้\nแก่ผู้เกี่ยวข้องทราบ และถ้ามีคำขอร้อง ให้ส่งหมายนั้นให้เขาตรวจดู","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15017_p2","parent":15017,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15017_p2_t1","parent":"15017_p2","text":"การแจ้งข้อความในหมาย การส่งหมายให้ตรวจดูและวันเดือนปีที่จัดการ\nเช่นนั้นให้บันทึกไว้ในหมายนั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15018,"parent":15010,"text":"มาตรา 63","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":7},
{"key":"15018_p1_t1","parent":15018,"text":"เมื่อเจ้าพนักงานได้จัดการตามหมายอาญาแล้ว ให้บันทึก\nรายละเอียดในการจัดการนั้นถ้าจัดการตามหมายไม่ได้ ให้บันทึกพฤติการณ์ไว้ แล้วให้ส่ง\nบันทึกนั้นไปยังศาลซึ่งออกหมายโดยเร็ว","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15019,"parent":15010,"text":"มาตรา 64","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":8},
{"key":"15019_p1_t1","parent":15019,"text":"ถ้าบุคคลที่มีชื่อในหมายอาญาถูกจับ หรือบุคคลหรือ\nสิ่งของที่มีหมายให้ค้นได้ค้นพบแล้ว ถ้าสามารถจะทำได้ก็ให้ส่งบุคคลหรือสิ่งของนั้นโดยด่วนไปยังศาลซึ่งออกหมายหรือเจ้าพนักงานตามที่กำหนดไว้ในหมาย แล้วแต่กรณี เว้นแต่\nจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15020,"parent":15010,"text":"มาตรา 65","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":9},
{"key":"15020_p1_t1","parent":15020,"text":"ถ้าบุคคลที่ถูกจับตามหมายหลบหนีหรือมีผู้ช่วยให้หนีไปได้\nเจ้าพนักงานผู้จับมีอำนาจติดตามจับกุมผู้นั้นโดยไม่ต้องมีหมายอีก","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15021,"parent":15009,"text":"ส่วนที่ 2\n\nหมายจับ","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":1},
{"key":15022,"parent":15021,"text":"มาตรา 66","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":0},
{"key":"15022_p1","parent":15022,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15022_p1_t1","parent":"15022_p1","text":"เหตุที่จะออกหมายจับได้มีดังต่อไปนี้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15022_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15022_p1_t1","text":"(1) เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญา\nซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี หรือ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15022_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15022_p1_t1","text":"(2) เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญา\nและมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุ\nอันตรายประการอื่น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15022_p2","parent":15022,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15022_p2_t1","parent":"15022_p2","text":"ถ้าบุคคลนั้นไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือไม่มาตามหมายเรียกหรือตามนัด\nโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร ให้สันนิษฐานว่าบุคคลนั้นจะหลบหนี","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15023,"parent":15021,"text":"มาตรา 67","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":1},
{"key":"15023_p1_t1","parent":15023,"text":"จะออกหมายจับบุคคลที่ยังไม่รู้จักชื่อก็ได้ แต่ต้องบอกรูป\nพรรณของผู้นั้นให้ละเอียดเท่าที่จะทำได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15024,"parent":15021,"text":"มาตรา 68","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":2},
{"key":"15024_p1_t1","parent":15024,"text":"หมายจับคงใช้ได้อยู่จนกว่าจะจับได้ เว้นแต่ความผิด\nอาญาตามหมายนั้นขาดอายุความหรือศาลซึ่งออกหมายนั้นได้ถอนหมายคืน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15025,"parent":15009,"text":"ส่วนที่ 3\n\nหมายค้น","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":2},
{"key":15026,"parent":15025,"text":"มาตรา 69","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":0},
{"key":"15026_p1_t1","parent":15026,"text":"เหตุที่จะออกหมายค้นได้มีดังต่อไปนี้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15026_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15026_p1_t1","text":"(1) เพื่อพบและยึดสิ่งของซึ่งจะเป็นพยานหลักฐานประกอบการสอบสวน\nไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15026_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15026_p1_t1","text":"(2) เพื่อพบและยึดสิ่งของซึ่งมีไว้เป็นความผิด หรือได้มาโดยผิดกฎหมาย\nหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าได้ใช้หรือตั้งใจจะใช้ในการกระทำความผิด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15026_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"15026_p1_t1","text":"(3) เพื่อพบและช่วยบุคคลซึ่งได้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังโดยมิชอบด้วย\n\nกฎหมาย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15026_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"15026_p1_t1","text":"(4) เพื่อพบบุคคลซึ่งมีหมายให้จับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15026_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"15026_p1_t1","text":"(5) เพื่อพบและยึดสิ่งของตามคำพิพากษาหรือตามคำสั่งศาล ในกรณีที่จะ\nพบหรือจะยึดโดยวิธีอื่นไม่ได้แล้ว","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":15027,"parent":15025,"text":"มาตรา 70","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":1},
{"key":"15027_p1_t1","parent":15027,"text":"หมายค้นซึ่งออกเพื่อพบและจับบุคคลนั้น ห้ามมิให้ออก เว้น\nแต่จะมีหมายจับบุคคลนั้นด้วย และเจ้าพนักงานซึ่งจะจัดการตามหมายค้นนั้นต้องมีทั้ง\nหมายค้นและหมายจับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15028,"parent":15009,"text":"ส่วนที่ 4\n\nหมายขัง หมายจำคุก หมายปล่อย","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":3},
{"key":15029,"parent":15028,"text":"มาตรา 71","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":0},
{"key":"15029_p1","parent":15029,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15029_p1_t1","parent":"15029_p1","text":"เมื่อได้ตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยมาแล้ว ในระยะใดระหว่าง\nสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา ศาลจะออกหมายขังผู้ต้องหาหรือจำเลยไว้ตาม\nมาตรา 87 หรือมาตรา 88 ก็ได้ และให้นำบทบัญญัติในมาตรา 66 มาใช้บังคับโดย\nอนุโลม","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15029_p2","parent":15029,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15029_p2_t1","parent":"15029_p2","text":"หมายขังคงใช้ได้อยู่จนกว่าศาลจะได้เพิกถอน โดยออกหมายปล่อยหรือ\nออกหมายจำคุกแทน","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15029_p3","parent":15029,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15029_p3_t1","parent":"15029_p3","text":"ถ้าความปรากฏแก่ศาลว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นมีอายุไม่ถึงสิบแปดปี\nหรือเป็นหญิงมีครรภ์หรือเพิ่งคลอดบุตรมาไม่ถึงสามเดือน หรือเจ็บป่วยซึ่งถ้าต้องขังจะถึง\nอันตรายแก่ชีวิต ศาลจะไม่ออกหมายขังหรือจะออกหมายปล่อยผู้ต้องหาหรือจำเลยซึ่งถูก\nขังอยู่นั้นก็ได้ แต่ทั้งนี้ไม่ห้ามศาลที่จะมีคำสั่งให้ผู้นั้นอยู่ในความดูแลของเจ้าพนักงานหรือ\nบุคคลที่ยินยอมรับผู้นั้นไว้ หรือกำหนดวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อป้องกันการหลบหนี\nหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ถ้าศาลมีคำสั่งเช่นว่านี้ในระหว่างสอบสวน ให้ใช้ได้ไม่เกิน\nหกเดือนนับแต่วันมีคำสั่ง แต่ถ้ามีคำสั่งในระหว่างไต่สวนมูลฟ้องหรือระหว่างพิจารณา ให้\nใช้ได้จนกว่าจะเสร็จการพิจารณา หากภายหลังที่ศาลมีคำสั่ง ผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นไม่\nปฏิบัติตามวิธีการที่กำหนดหรือพฤติการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป ให้ศาลมีอำนาจเปลี่ยนแปลง\nคำสั่งหรือพิจารณาออกหมายขังได้ตามที่เห็นสมควร","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15030,"parent":15028,"text":"มาตรา 72","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":1},
{"key":"15030_p1_t1","parent":15030,"text":"หมายปล่อยผู้ต้องหาหรือจำเลยซึ่งต้องขังอยู่ตามหมายศาล\nให้ออกในกรณีดังต่อไปนี้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15030_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15030_p1_t1","text":"(1) เมื่อศาลสั่งปล่อยชั่วคราว","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15030_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15030_p1_t1","text":"(2) เมื่อพนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนขอให้ศาลปล่อย โดยเห็น\nว่าไม่จำเป็นต้องขังไว้ระหว่างสอบสวน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15030_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"15030_p1_t1","text":"(3) เมื่อพนักงานอัยการร้องต่อศาลว่าได้ยุติการสอบสวนแล้ว โดยคำสั่ง\nไม่ฟ้องผู้ต้องหา","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15030_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"15030_p1_t1","text":"(4) เมื่อพนักงานอัยการไม่ฟ้องผู้ต้องหาในเวลาที่ศาลกำหนด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15030_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"15030_p1_t1","text":"(5) เมื่อศาลไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีไม่มีมูลและสั่งให้ยกฟ้อง เว้นแต่\nเมื่อโจทก์ร้องขอและศาลเห็นสมควรให้ขังจำเลยไว้ระหว่างอุทธรณ์ฎีกา","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"15030_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"15030_p1_t1","text":"(6) เมื่อโจทก์ถอนฟ้องหรือมีการยอมความในคดีความผิดต่อส่วนตัว หรือ\nเมื่อศาลพิจารณาแล้วพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ยกฟ้อง เว้นแต่ศาลเห็นสมควรให้ขังจำเลยไว้\nระหว่างอุทธรณ์ฎีกา","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"15030_p1_t1_ext_ul_2_li7","parent":"15030_p1_t1","text":"(7) เมื่อศาลพิพากษาให้ลงโทษจำเลยอย่างอื่นซึ่งไม่ใช่โทษประหารชีวิต\nจำคุกหรือให้อยู่ภายในเขตที่อันมีกำหนด ถ้าโทษอย่างอื่นนั้นเป็นโทษปรับเมื่อจำเลยได้เสียค่าปรับแล้ว หรือศาลให้ปล่อยชั่วคราวโดยมีกำหนดวันเพื่อให้จำเลยหาเงินค่าปรับมาชำระ\nต่อศาล","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":6},
{"key":15031,"parent":15028,"text":"มาตรา 73","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":2},
{"key":"15031_p1_t1","parent":15031,"text":"คดีใดอยู่ระหว่างอุทธรณ์ฎีกา ถ้าจำเลยต้องควบคุมหรือขัง\nมาแล้วเท่ากับหรือเกินกว่ากำหนดจำคุกหรือกำหนดจำคุกแทนตามคำพิพากษา ให้ศาล\nออกหมายปล่อยจำเลย เว้นแต่จะเห็นสมควรเป็นอย่างอื่นในกรณีที่โจทก์อุทธรณ์ฎีกาใน\nทำนองขอให้เพิ่มโทษ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15032,"parent":15028,"text":"มาตรา 74","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":3},
{"key":"15032_p1_t1","parent":15032,"text":"ภายใต้บังคับแห่งมาตรา 73 และ 185 วรรค 2 เมื่อผู้ใดต้อง\nคำพิพากษาให้จำคุกหรือประหารชีวิตหรือจะต้องจำคุกแทนค่าปรับ ให้ศาลออกหมายจำ\nคุกผู้นั้นไว้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15033,"parent":15028,"text":"มาตรา 75","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":4},
{"key":"15033_p1_t1","parent":15033,"text":"เมื่อผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุกถูกจำครบกำหนดแล้วหรือได้\nรับพระราชทานอภัยโทษให้ปล่อยหรือมีคำวินิจฉัยให้ปล่อยตัวไปโดยมีเงื่อนไข หรือมี\nกฎหมายยกเว้นโทษหรือโทษจำคุกนั้นหมดไปโดยเหตุอื่น ให้ศาลออกหมายปล่อยผู้นั้นไป","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15034,"parent":15028,"text":"มาตรา 76","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":5},
{"key":"15034_p1_t1","parent":15034,"text":"หมายขัง หมายจำคุก หรือหมายปล่อยต้องจัดการตามนั้นโดยพลัน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15035,"parent":14936,"text":"ลักษณะ 5\n\nจับ ขัง จำคุก ค้น ปล่อยชั่วคราว","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":4},
{"key":15036,"parent":15035,"text":"หมวด 1\n\nจับ ขัง จำคุก","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":0},
{"key":15037,"parent":15036,"text":"มาตรา 77","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":0},
{"key":"15037_p1","parent":15037,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15037_p1_t1","parent":"15037_p1","text":"หมายจับให้ใช้ได้ทั่วราชอาณาจักร","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15037_p2","parent":15037,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15037_p2_t1","parent":"15037_p2","text":"การจัดการตามหมายจับนั้นจะจัดการตามเอกสารหรือหลักฐานอย่างหนึ่ง\nอย่างใดดังต่อไปนี้ก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15037_p2_t1_ext_ul_4_li1","parent":"15037_p2_t1","text":"(1) สำเนาหมายอันรับรองว่าถูกต้องแล้ว","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15037_p2_t1_ext_ul_4_li2","parent":"15037_p2_t1","text":"(2) โทรเลขแจ้งว่าได้ออกหมายแล้ว","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15037_p2_t1_ext_ul_4_li3","parent":"15037_p2_t1","text":"(3) สำเนาหมายที่ส่งทางโทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยี\nสารสนเทศประเภทอื่น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับของประธาน\nศาลฎีกา","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15037_p3","parent":15037,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15037_p3_t1","parent":"15037_p3","text":"การจัดการตาม (2) และ (3) ให้ส่งหมายหรือสำเนาอันรับรองแล้วไปยัง\nเจ้าพนักงานผู้จัดการตามหมายโดยพลัน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15038,"parent":15036,"text":"มาตรา 78","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":1},
{"key":"15038_p1_t1","parent":15038,"text":"พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจะจับผู้ใดโดยไม่มี\nหมายจับหรือคำสั่งของศาลนั้นไม่ได้ เว้นแต่","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15038_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15038_p1_t1","text":"(1) เมื่อบุคคลนั้นได้กระทำความผิดซึ่งหน้าดังได้บัญญัติไว้ในมาตรา 80","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15038_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15038_p1_t1","text":"(2) เมื่อพบบุคคลโดยมีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่าผู้นั้นน่าจะก่อเหตุร้าย\nให้เกิดภยันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่นโดยมีเครื่องมือ อาวุธ หรือวัตถุอย่างอื่น\nอันสามารถอาจใช้ในการกระทำความผิด","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15038_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"15038_p1_t1","text":"(3) เมื่อมีเหตุที่จะออกหมายจับบุคคลนั้นตามมาตรา 66 (2) แต่มีความ\nจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจขอให้ศาลออกหมายจับบุคคลนั้นได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15038_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"15038_p1_t1","text":"(4) เป็นการจับผู้ต้องหาหรือจำเลยที่หนีหรือจะหลบหนีในระหว่างถูก\nปล่อยชั่วคราวตามมาตรา 117","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":15039,"parent":15036,"text":"มาตรา 79","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":2},
{"key":"15039_p1_t1","parent":15039,"text":"ราษฎรจะจับผู้อื่นไม่ได้เว้นแต่จะเข้าอยู่ในเกณฑ์แห่งมาตรา\n82 หรือเมื่อผู้นั้นกระทำความผิดซึ่งหน้าและความผิดนั้นได้ระบุไว้ในบัญชีท้ายประมวล\nกฎหมายนี้ด้วย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15040,"parent":15036,"text":"มาตรา 80","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":3},
{"key":"15040_p1","parent":15040,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15040_p1_t1","parent":"15040_p1","text":"ที่เรียกว่าความผิดซึ่งหน้านั้น ได้แก่ความผิดซึ่งเห็นกำลัง\nกระทำ หรือพบในอาการใดซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่าเขาได้กระทำผิดมาแล้วสด ๆ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15040_p2","parent":15040,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15040_p2_t1","parent":"15040_p2","text":"อย่างไรก็ดี ความผิดอาญาดังระบุไว้ในบัญชีท้ายประมวลกฎหมายนี้ ให้\nถือว่าความผิดนั้นเป็นความผิดซึ่งหน้าในกรณีดังนี้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15040_p2_t1_ext_ul_4_li1","parent":"15040_p2_t1","text":"(1) เมื่อบุคคลหนึ่งถูกไล่จับดังผู้กระทำโดยมีเสียงร้องเอะอะ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15040_p2_t1_ext_ul_4_li2","parent":"15040_p2_t1","text":"(2) เมื่อพบบุคคลหนึ่งแทบจะทันทีทันใดหลังจากการกระทำผิดในถิ่นแถว\nใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุนั้นและมีสิ่งของที่ได้มาจากการกระทำผิด หรือมีเครื่องมือ อาวุธหรือ\nวัตถุอย่างอื่นอันสันนิษฐานได้ว่าได้ใช้ในการกระทำผิด หรือมีร่องรอยพิรุธเห็นประจักษ์ที่\nเสื้อผ้าหรือเนื้อตัวของผู้นั้น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":15041,"parent":15036,"text":"มาตรา 81","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":4},
{"key":"15041_p1_t1","parent":15041,"text":"ไม่ว่าจะมีหมายจับหรือไม่ก็ตาม ห้ามมิให้จับในที่รโหฐาน\nเว้นแต่จะได้ทำตามบทบัญญัติในประมวลกฎหมายนี้อันว่าด้วยการค้นในที่รโหฐาน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15042,"parent":15036,"text":"มาตรา 81/1","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":5},
{"key":"15042_p1_t1","parent":15042,"text":"มาตรา 81/1 ไม่ว่าจะมีหมายจับหรือไม่ก็ตาม ห้ามมิให้จับในพระบรม\nมหาราชวัง พระราชวัง วังของพระรัชทายาทหรือของพระบรมวงศ์ตั้งแต่สมเด็จเจ้าฟ้าขึ้นไป\nพระราชนิเวศน์ พระตำหนัก หรือในที่ซึ่งพระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท\nพระบรมวงศ์ตั้งแต่สมเด็จเจ้าฟ้าขึ้นไป หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ประทับหรือพำนัก\nเว้นแต่","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15042_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15042_p1_t1","text":"(1) นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย อนุญาตให้\nจับ และได้แจ้งเลขาธิการพระราชวัง หรือสมุหราชองครักษ์รับทราบแล้ว","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15042_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15042_p1_t1","text":"(2) เจ้าพนักงานผู้ถวายหรือให้ความปลอดภัยแด่พระมหากษัตริย์ พระ\nราชินี พระรัชทายาท พระบรมวงศ์ตั้งแต่สมเด็จเจ้าฟ้าขึ้นไป หรือผู้สำเร็จราชการแทน\nพระองค์ เป็นผู้จับตามกฎหมายว่าด้วยราชองครักษ์ หรือตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบ\nเกี่ยวกับการให้ความปลอดภัย","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":15043,"parent":15036,"text":"มาตรา 82","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":6},
{"key":"15043_p1_t1","parent":15043,"text":"เจ้าพนักงานผู้จัดการตามหมายจับ จะขอความช่วยเหลือจาก\nบุคคลใกล้เคียงเพื่อจัดการตามหมายนั้นก็ได้ แต่จะบังคับให้ผู้ใดช่วยโดยอาจเกิดอันตราย\nแก่เขานั้นไม่ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15044,"parent":15036,"text":"มาตรา 83","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":7},
{"key":"15044_p1","parent":15044,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15044_p1_t1","parent":"15044_p1","text":"ในการจับนั้น เจ้าพนักงานหรือราษฎรซึ่งทำการจับต้อง\nแจ้งแก่ผู้ที่จะถูกจับนั้นว่าเขาต้องถูกจับ แล้วสั่งให้ผู้ถูกจับไปยังที่ทำการของพนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่ถูกจับพร้อมด้วยผู้จับ เว้นแต่สามารถนำไปที่ทำการของพนักงาน\nสอบสวนผู้รับผิดชอบได้ในขณะนั้น ให้นำไปที่ทำการของพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบดัง\nกล่าว แต่ถ้าจำเป็นก็ให้จับตัวไป","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15044_p2","parent":15044,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15044_p2_t1","parent":"15044_p2","text":"ในกรณีที่เจ้าพนักงานเป็นผู้จับ ต้องแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบ หาก\nมีหมายจับให้แสดงต่อผู้ถูกจับ พร้อมทั้งแจ้งด้วยว่า ผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะไม่ให้การหรือให้การ\nก็ได้และถ้อยคำของผู้ถูกจับนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้และผู้ถูกจับ\nมีสิทธิที่จะพบและปรึกษาทนายความ หรือผู้ซึ่งจะเป็นทนายความ ถ้าผู้ถูกจับประสงค์\nจะแจ้งให้ญาติหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจทราบถึงการจับกุมที่สามารถดำเนินการได้โดยสะดวก\nและไม่เป็นการขัดขวางการจับหรือการควบคุมผู้ถูกจับหรือทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยแก่\nบุคคลหนึ่งบุคคลใด ก็ให้เจ้าพนักงานอนุญาตให้ผู้ถูกจับดำเนินการได้ตามสมควรแก่กรณี\nในการนี้ให้เจ้าพนักงานผู้จับนั้นบันทึกการจับดังกล่าวไว้ด้วย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15044_p3","parent":15044,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15044_p3_t1","parent":"15044_p3","text":"ถ้าบุคคลซึ่งจะถูกจับขัดขวางหรือจะขัดขวางการจับ หรือหลบหนีหรือ\nพยายามจะหลบหนี ผู้ทำการจับมีอำนาจใช้วิธีหรือการป้องกันทั้งหลายเท่าที่เหมาะสมแก่\nพฤติการณ์แห่งเรื่องในการจับนั้น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15045,"parent":15036,"text":"มาตรา 84","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":8},
{"key":"15045_p1","parent":15045,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15045_p1_t1","parent":"15045_p1","text":"เจ้าพนักงานหรือราษฎรผู้ทำการจับต้องเอาตัวผู้ถูกจับไป\nยังที่ทำการของพนักงานสอบสวนตามมาตรา 83 โดยทันที และเมื่อถึงที่นั้นแล้ว ให้ส่งตัวผู้\nถูกจับแก่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจของที่ทำการของพนักงานสอบสวนดังกล่าว เพื่อ\nดำเนินการดังต่อไปนี้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15045_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15045_p1_t1","text":"(1) ในกรณีที่เจ้าพนักงานเป็นผู้จับให้เจ้าพนักงานผู้จับนั้นแจ้งข้อกล่าวหา\nและรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุแห่งการจับให้ผู้ถูกจับทราบ ถ้ามีหมายจับให้แจ้งให้ผู้ถูกจับ\nทราบและอ่านให้ฟังและมอบสำเนาบันทึกการจับแก่ผู้ถูกจับนั้น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15045_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15045_p1_t1","text":"(2) ในกรณีที่ราษฎรเป็นผู้จับ ให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจซึ่งรับ\nมอบตัวบันทึกชื่อ อาชีพ ที่อยู่ของผู้จับ อีกทั้งข้อความและพฤติการณ์แห่งการจับนั้นไว้ และ\nให้ผู้จับลงลายมือชื่อกำกับไว้เป็นสำคัญเพื่อดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาและรายละเอียดแห่ง\nการจับให้ผู้ถูกจับทราบและแจ้งให้ผู้ถูกจับทราบด้วยว่าผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะไม่ให้การหรือ\nให้การก็ได้ และถ้อยคำของผู้ถูกจับอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15045_p2","parent":15045,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15045_p2_t1","parent":"15045_p2","text":"เมื่อได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้วให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ\nซึ่งมีผู้นำผู้ถูกจับมาส่งแจ้งให้ผู้ถูกจับทราบถึงสิทธิตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 7/1 รวมทั้ง\nจัดให้ผู้ถูกจับสามารถติดต่อกับญาติหรือผู้ซึ่งผู้ถูกจับไว้วางใจเพื่อแจ้งให้ทราบถึงการ\nจับกุมและสถานที่ที่ถูกควบคุมได้ในโอกาสแรกเมื่อผู้ถูกจับมาถึงที่ทำการของพนักงาน\nสอบสวนตามวรรคหนึ่ง หรือถ้ากรณีผู้ถูกจับร้องขอให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ\nเป็นผู้แจ้ง ก็ให้จัดการตามคำร้องขอนั้นโดยเร็ว และให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ\nบันทึกไว้ ในการนี้มิให้เรียกค่าใช้จ่ายใด ๆ จากผู้ถูกจับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15045_p3","parent":15045,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15045_p3_t1","parent":"15045_p3","text":"ในกรณีที่จำเป็น เจ้าพนักงานหรือราษฎรซึ่งทำการจับจะจัดการพยาบาล\nผู้ถูกจับเสียก่อนนำตัวไปส่งตามมาตรานี้ก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15045_p4","parent":15045,"text":"วรรค 4","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15045_p4_t1","parent":"15045_p4","text":"ถ้อยคำใด ๆ ที่ผู้ถูกจับให้ไว้ต่อเจ้าพนักงานผู้จับ หรือพนักงานฝ่าย\nปกครองหรือตำรวจในชั้นจับกุมหรือรับมอบตัวผู้ถูกจับ ถ้าถ้อยคำนั้นเป็นคำรับสารภาพ\nของผู้ถูกจับว่าตนได้กระทำความผิดห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐาน แต่ถ้าเป็นถ้อยคำอื่นจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้ถูกจับได้ต่อเมื่อได้มีการแจ้งสิทธิตามวรรคหนึ่ง หรือตามมาตรา 83 วรรคสอง แก่ผู้ถูกจับแล้วแต่กรณี","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15046,"parent":15036,"text":"มาตรา 84/1","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":9},
{"key":"15046_p1_t1","parent":15046,"text":"มาตรา 84/1 พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจซึ่งมีผู้นำผู้ถูกจับมา\nส่งนั้น จะปล่อยผู้ถูกจับชั่วคราวหรือควบคุมผู้ถูกจับไว้ก็ได้ แต่ถ้าเป็นการจับโดยมีหมาย\nของศาลให้รีบดำเนินการตามมาตรา 64 และในกรณีที่ต้องส่งผู้ถูกจับไปยังศาล แต่ไม่อาจ\nส่งไปได้ในขณะนั้นเนื่องจากเป็นเวลาที่ศาลปิดหรือใกล้จะปิดทำการ ให้พนักงานฝ่าย\nปกครองหรือตำรวจที่รับตัวผู้ถูกจับไว้มีอำนาจปล่อยผู้ถูกจับชั่วคราวหรือควบคุมผู้ถูกจับไว้\nได้จนกว่าจะถึงเวลาศาลเปิดทำการ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15047,"parent":15036,"text":"มาตรา 85","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":10},
{"key":"15047_p1","parent":15047,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15047_p1_t1","parent":"15047_p1","text":"เจ้าพนักงานผู้จับหรือรับตัวผู้จับไว้ มีอำนาจค้นตัวผู้ต้องหา\nและยึดสิ่งของต่าง ๆ ที่อาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15047_p2","parent":15047,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15047_p2_t1","parent":"15047_p2","text":"การค้นนั้นจักต้องทำโดยสุภาพ ถ้าค้นผู้หญิงต้องให้หญิงอื่นเป็นผู้ค้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15047_p3","parent":15047,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15047_p3_t1","parent":"15047_p3","text":"สิ่งของใดที่ยึดไว้เจ้าพนักงานมีอำนาจยึดไว้จนกว่าคดีถึงที่สุด เมื่อเสร็จ\nคดีแล้วก็ให้คืนแก่ผู้ต้องหาหรือแก่ผู้อื่นซึ่งมีสิทธิเรียกร้องขอคืนสิ่งของนั้น เว้นแต่ศาลจะสั่ง\nเป็นอย่างอื่น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15048,"parent":15036,"text":"มาตรา 85/1","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":11},
{"key":"15048_p1","parent":15048,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15048_p1_t1","parent":"15048_p1","text":"มาตรา 85/1 ในระหว่างสอบสวน สิ่งของที่เจ้าพนักงานได้ยึดไว้ซึ่ง\nมิใช่ทรัพย์สินที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่าผู้ใดทำหรือมีไว้เป็นความผิด ถ้ายังไม่ได้นำสืบหรือ\nแสดงเป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดี เจ้าของหรือผู้ซึ่งมีสิทธิเรียกร้องขอคืนสิ่งของที่\nเจ้าพนักงานยึดไว้ อาจยื่นคำร้องต่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ แล้วแต่กรณี\nเพื่อขอรับสิ่งของนั้นไปดูแลรักษาหรือใช้ประโยชน์โดยไม่มีประกัน หรือมีประกัน หรือมี\nประกันและหลักประกันก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15048_p2","parent":15048,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15048_p2_t1","parent":"15048_p2","text":"การสั่งคืนสิ่งของตามวรรคหนึ่งจะต้องไม่กระทบถึงการใช้สิ่งของนั้นเป็น\nพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงในภายหลัง ทั้งนี้ ให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงาน\nอัยการมีคำสั่งโดยมิชักช้า โดยอาจเรียกประกันจากผู้ยื่นคำร้องหรือกำหนดเงื่อนไขอย่าง\nหนึ่งอย่างใดให้บุคคลนั้นปฏิบัติ และหากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือบุคคลดังกล่าวไม่ยอม\nคืนสิ่งของนั้นเมื่อมีคำสั่งให้คืน ให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ แล้วแต่กรณี มี\nอำนาจยึดสิ่งของนั้นกลับคืนและบังคับตามสัญญาประกันเช่นว่านั้นได้ วิธีการยื่นคำร้อง\nเงื่อนไขและการอนุญาตให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15048_p3","parent":15048,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15048_p3_t1","parent":"15048_p3","text":"ในกรณีที่พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่อนุญาต ผู้ยื่น\nคำร้องมีสิทธิยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลชั้นต้นที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญา\nดังกล่าวได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการไม่อนุญาตและให้ศาลพิจารณาให้\nแล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งอนุญาต ศาลอาจ\nเรียกประกันหรือกำหนดเงื่อนไขอย่างหนึ่งอย่างใดได้ตามที่เห็นสมควร คำสั่งของศาลให้\nเป็นที่สุด","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15049,"parent":15036,"text":"มาตรา 86","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":12},
{"key":"15049_p1_t1","parent":15049,"text":"ห้ามมิให้ใช้วิธีควบคุมผู้ถูกจับเกินกว่าที่จำเป็นเพื่อป้องกันมิให้เขาหนีเท่านั้น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15050,"parent":15036,"text":"มาตรา 87","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":13},
{"key":"15050_p1","parent":15050,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15050_p1_t1","parent":"15050_p1","text":"ห้ามมิให้ควบคุมผู้ถูกจับไว้เกินกว่าจำเป็นตามพฤติการณ์แห่งคดี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15050_p2","parent":15050,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15050_p2_t1","parent":"15050_p2","text":"ในกรณีความผิดลหุโทษ จะควบคุมผู้ถูกจับไว้ได้เท่าเวลาที่จะถามคำ\nให้การ และที่จะรู้ตัวว่าเป็นใครและที่อยู่ของเขาอยู่ที่ไหนเท่านั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15050_p3","parent":15050,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15050_p3_t1","parent":"15050_p3","text":"ในกรณีที่ผู้ถูกจับไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว และมีเหตุจำเป็นเพื่อทำการ\nสอบสวน หรือการฟ้องคดีให้นำตัวผู้ถูกจับไปศาลภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต่เวลาที่ผู้ถูก\nจับถูกนำตัวไปถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวนตามมาตรา 83 เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยหรือมี\nเหตุจำเป็นอย่างอื่นอันมิอาจก้าวล่วงเสียได้ โดยให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ\nยื่นคำร้องต่อศาลขอหมายขังผู้ต้องหานั้นไว้ ให้ศาลสอบถามผู้ต้องหาว่าจะมีข้อคัดค้าน\nประการใดหรือไม่ และศาลอาจเรียกพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการมาชี้แจงเหตุ\nจำเป็น หรืออาจเรียกพยานหลักฐานมาเพื่อประกอบการพิจารณาก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15050_p4","parent":15050,"text":"วรรค 4","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15050_p4_t1","parent":"15050_p4","text":"ในกรณีความผิดอาญาที่ได้กระทำลงมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกินหก\nเดือนหรือปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ศาลมีอำนาจสั่งขังได้ครั้งเดียว มี\nกำหนดไม่เกินเจ็ดวัน","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15050_p5","parent":15050,"text":"วรรค 5","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"15050_p5_t1","parent":"15050_p5","text":"ในกรณีความผิดอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินกว่าหกเดือนแต่ไม่\nถึงสิบปี หรือปรับเกินกว่าห้าร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ศาลมีอำนาจสั่งขังหลายครั้งติด ๆ\nกันได้ แต่ครั้งหนึ่งต้องไม่เกินสิบสองวันและรวมกันทั้งหมดต้องไม่เกินสี่สิบแปดวัน","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15050_p6","parent":15050,"text":"วรรค 6","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"15050_p6_t1","parent":"15050_p6","text":"ในกรณีความผิดอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สิบปีขึ้นไป จะมี\nโทษปรับด้วยหรือไม่ก็ตามศาลมีอำนาจสั่งขังหลายครั้งติด ๆ กันได้ แต่ครั้งหนึ่งต้องไม่เกิน\nสิบสองวัน และรวมกันทั้งหมดต้องไม่เกินแปดสิบสี่วัน","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15050_p7","parent":15050,"text":"วรรค 7","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":6},
{"key":"15050_p7_t1","parent":"15050_p7","text":"ในกรณีตามวรรคหกเมื่อศาลสั่งขังครบสี่สิบแปดวันแล้ว หากพนักงาน\nอัยการหรือพนักงานสอบสวนยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอขังต่อไปอีกโดยอ้างเหตุจำเป็น ศาล\nจะสั่งขังต่อไปได้ก็ต่อเมื่อพนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนได้แสดงถึงเหตุจำเป็น และ\nนำพยานหลักฐานมาให้ศาลไต่สวนจนเป็นที่พอใจแก่ศาล","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15050_p8","parent":15050,"text":"วรรค 8","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":7},
{"key":"15050_p8_t1","parent":"15050_p8","text":"ในการไต่สวนตามวรรคสามและวรรคเจ็ด ผู้ต้องหามีสิทธิแต่งทนายความ\nเพื่อแถลงข้อคัดค้านและซักถามพยาน ถ้าผู้ต้องหาไม่มีทนายความเนื่องจากยังไม่ได้มีการ\nปฏิบัติตามมาตรา 134/1 และผู้ต้องหาร้องขอ ให้ศาลตั้งทนายความให้ โดยทนายความ\nนั้นมีสิทธิได้รับเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 134/1 วรรคสาม โดย\nอนุโลม","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15050_p9","parent":15050,"text":"วรรค 9","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":8},
{"key":"15050_p9_t1","parent":"15050_p9","text":"ถ้าพนักงานสอบสวนต้องไปทำการสอบสวนในท้องที่อื่นนอกเขตของศาล\nซึ่งได้สั่งขังผู้ต้องหาไว้ พนักงานสอบสวนจะยื่นคำร้องขอให้โอนการขังไปยังศาลในท้องที่ที่\nจะต้องไปทำการสอบสวนนั้นก็ได้ เมื่อศาลที่สั่งขังไว้เห็นเป็นการสมควรก็ให้สั่งโอนไป","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15051,"parent":15036,"text":"มาตรา 87/1","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":14},
{"key":"15051_p1","parent":15051,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15051_p1_t1","parent":"15051_p1","text":"มาตรา 87/1 เมื่อพนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนร้องขอและ\nผู้ต้องหามิได้คัดค้านหากศาลเห็นสมควร ศาลอาจอนุญาตให้นำผู้ต้องหาหรือพยานหลัก\nฐานไปยังสถานที่ทำการของทางราชการ หรือสถานที่แห่งอื่นที่ศาลเห็นสมควรซึ่งสามารถ\nสอบถามผู้ต้องหาหรือทำการไต่สวนโดยจัดให้มีการถ่ายทอดภาพและเสียงในลักษณะการ\nประชุมทางจอภาพได้ การดำเนินการดังกล่าวให้เป็นไปตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกา\nโดยความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้\nใช้บังคับได้ ทั้งนี้ ให้ระบุวิธีการสอบถามและไต่สวน รวมทั้งสักขีพยานในการนั้นด้วย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15051_p2","parent":15051,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15051_p2_t1","parent":"15051_p2","text":"การไต่สวนตามวรรคหนึ่งให้ถือเสมือนว่าเป็นการไต่สวนในห้องพิจารณา\n\nของศาล","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15052,"parent":15036,"text":"มาตรา 88","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":15},
{"key":"15052_p1_t1","parent":15052,"text":"คดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ เมื่อศาลประทับฟ้องและได้ตัว\nจำเลยมาศาลแล้ว หรือคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ เมื่อได้ยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว ศาลจะสั่ง\nขังจำเลยไว้หรือปล่อยชั่วคราวก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15053,"parent":15036,"text":"มาตรา 89","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":16},
{"key":"15053_p1_t1","parent":15053,"text":"หมายขังหรือหมายจำคุกต้องจัดการให้เป็นไปตามนั้นใน\nเขตของศาลซึ่งออกหมายเว้นแต่บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมาย\nอื่น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15054,"parent":15036,"text":"มาตรา 89/1","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":17},
{"key":"15054_p1","parent":15054,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15054_p1_t1","parent":"15054_p1","text":"มาตรา 89/1 ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นระหว่างสอบสวนหรือพิจารณา\nเมื่อพนักงานสอบสวนพนักงานอัยการ ผู้บัญชาการเรือนจำ หรือเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่\nจัดการตามหมายขังร้องขอ หรือเมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะมีคำสั่งให้ขังผู้ต้องหาหรือ\nจำเลยไว้ในสถานที่อื่นตามที่บุคคลดังกล่าวร้องขอหรือตามที่ศาลเห็นสมควรนอกจากเรือน\nจำก็ได้ โดยให้อยู่ในความควบคุมของผู้ร้องขอ หรือเจ้าพนักงานตามที่ศาลกำหนด ในการนี้\nศาลจะกำหนดระยะเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15054_p2","parent":15054,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15054_p2_t1","parent":"15054_p2","text":"ในการพิจารณาเพื่อมีคำสั่งตามวรรคหนึ่ง ศาลจะดำเนินการไต่สวนหรือ\nให้ผู้เสียหายหรือเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้องตามหมายขังคัดค้านก่อนมีคำสั่งก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15054_p3","parent":15054,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15054_p3_t1","parent":"15054_p3","text":"สถานที่อื่นตามวรรคหนึ่งต้องมิใช่สถานีตำรวจ หรือสถานที่ควบคุมผู้\nต้องหาของพนักงานสอบสวนโดยมีลักษณะตามที่กำหนดในกฎกระทรวงซึ่งต้องกำหนดวิธี\nการควบคุมและมาตรการเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นด้วย","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15054_p4","parent":15054,"text":"วรรค 4","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15054_p4_t1","parent":"15054_p4","text":"เมื่อศาลมีคำสั่งตามวรรคหนึ่งแล้ว หากภายหลังผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่\nปฏิบัติตามวิธีการหรือมาตรการตามวรรคสามหรือพฤติการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป ให้ศาลมี\nอำนาจเปลี่ยนแปลงคำสั่งหรือให้ดำเนินการตามหมายขังได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15055,"parent":15036,"text":"มาตรา 89/2","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":18},
{"key":"15055_p1","parent":15055,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15055_p1_t1","parent":"15055_p1","text":"มาตรา 89/2 ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น เมื่อพนักงานอัยการ ผู้\nบัญชาการเรือนจำ หรือเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่จัดการตามหมายจำคุกร้องขอ หรือเมื่อศาล\nเห็นสมควร ศาลจะมีคำสั่งให้จำคุกผู้ซึ่งต้องจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดที่ได้รับโทษจำคุก\nมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของกำหนดโทษตามที่ระบุไว้ในหมายศาลที่ออกตามคำ\nพิพากษานั้น หรือไม่น้อยกว่าสิบปี ในกรณีต้องโทษจำคุกเกินสามสิบปีขึ้นไปหรือจำคุก\nตลอดชีวิต โดยวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ก็ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15055_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15055_p1_t1","text":"(1) ให้จำคุกไว้ในสถานที่อื่นตามที่บุคคลดังกล่าวร้องขอหรือตามที่ศาล\nเห็นสมควรนอกจากเรือนจำหรือสถานที่ที่กำหนดไว้ในหมายจำคุก ทั้งนี้ ลักษณะของสถาน\nที่ดังกล่าวให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงซึ่งต้องกำหนดวิธีการควบคุมและ\nมาตรการเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นด้วย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15055_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15055_p1_t1","text":"(2) ให้จำคุกไว้ในเรือนจำหรือสถานที่ที่กำหนดไว้ในหมายจำคุกหรือสถาน\nที่อื่นตาม (1) เฉพาะวันที่กำหนดตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15055_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"15055_p1_t1","text":"(3) ให้จำคุกโดยวิธีการอื่นที่สามารถจำกัดการเดินทางและอาณาเขตของ\nผู้นั้นได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15055_p2","parent":15055,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15055_p2_t1","parent":"15055_p2","text":"ในการพิจารณาของศาลตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลคำนึงถึงฐานความผิด\nความประพฤติ สวัสดิภาพของผู้ซึ่งต้องจำคุก ตลอดจนสวัสดิภาพและความปลอดภัยของผู้\nเสียหายและสังคมด้วย ทั้งนี้ ให้ศาลดำเนินการไต่สวนหรือสอบถามผู้เสียหาย เจ้าพนักงาน\nที่เกี่ยวข้องตามหมายจำคุก พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในท้องที่นั้น หรือผู้ซึ่งศาลเห็น\nว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15055_p3","parent":15055,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15055_p3_t1","parent":"15055_p3","text":"คำสั่งของศาลตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลกำหนดให้เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่\nจัดการตามหมายนั้นเป็นผู้มีหน้าที่และรับผิดชอบในการดำเนินการตามคำสั่งและให้นำ\nความในมาตรา 89/1 วรรคสี่มาใช้บังคับโดยอนุโลม","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15056,"parent":15036,"text":"มาตรา 90","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":19},
{"key":"15056_p1","parent":15056,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15056_p1_t1","parent":"15056_p1","text":"เมื่อมีการอ้างว่าบุคคลใดต้องถูกคุมขังในคดีอาญาหรือใน\nกรณีอื่นใดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย บุคคลเหล่านี้มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลท้องที่ที่มีอำนาจ\nพิจารณาคดีอาญาขอให้ปล่อย คือ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15056_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15056_p1_t1","text":"(1) ผู้ถูกคุมขังเอง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15056_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15056_p1_t1","text":"(2) พนักงานอัยการ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15056_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"15056_p1_t1","text":"(3) พนักงานสอบสวน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15056_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"15056_p1_t1","text":"(4) ผู้บัญชาการเรือนจำหรือพัศดี","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15056_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"15056_p1_t1","text":"(5) สามี ภริยา หรือญาติของผู้นั้น หรือบุคคลอื่นใดเพื่อประโยชน์ของผู้ถูก\n\nคุมขัง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"15056_p2","parent":15056,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15056_p2_t1","parent":"15056_p2","text":"เมื่อได้รับคำร้องดั่งนั้น ให้ศาลดำเนินการไต่สวนฝ่ายเดียวโดยด่วน ถ้า\nศาลเห็นว่าคำร้องนั้นมีมูล ศาลมีอำนาจสั่งผู้คุมขังให้นำตัวผู้ถูกคุมขังมาศาลโดยพลัน และ\nถ้าผู้คุมขังแสดงให้เป็นที่พอใจแก่ศาลไม่ได้ว่าการคุมขังเป็นการชอบด้วยกฎหมาย ให้ศาล\nสั่งปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังไปทันที","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15057,"parent":15035,"text":"หมวด 2\n\nค้น","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":1},
{"key":15058,"parent":15057,"text":"มาตรา 91","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":0},
{"key":"15058_p1_t1","parent":15058,"text":"ให้นำบทบัญญัติในมาตรา 81/1 มาบังคับในเรื่องค้นโดยอนุโลม","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15059,"parent":15057,"text":"มาตรา 92","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":1},
{"key":"15059_p1","parent":15059,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15059_p1_t1","parent":"15059_p1","text":"ห้ามมิให้ค้นในที่รโหฐานโดยไม่มีหมายค้นหรือคำสั่งของ\nศาล เว้นแต่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเป็นผู้ค้น และในกรณีดังต่อไปนี้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15059_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15059_p1_t1","text":"(1) เมื่อมีเสียงร้องให้ช่วยมาจากข้างในที่รโหฐาน หรือมีเสียงหรือ\nพฤติการณ์อื่นใดอันแสดงได้ว่ามีเหตุร้ายเกิดขึ้นในที่รโหฐานนั้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15059_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15059_p1_t1","text":"(2) เมื่อปรากฏความผิดซึ่งหน้ากำลังกระทำลงในที่รโหฐาน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15059_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"15059_p1_t1","text":"(3) เมื่อบุคคลที่ได้กระทำความผิดซึ่งหน้า ขณะที่ถูกไล่จับหนีเข้าไปหรือมี\nเหตุอันแน่นแฟ้นควรสงสัยว่าได้เข้าไปซุกซ่อนตัวอยู่ในที่รโหฐานนั้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15059_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"15059_p1_t1","text":"(4) เมื่อมีพยานหลักฐานตามสมควรว่าสิ่งของที่มีไว้เป็นความผิดหรือได้\nมาโดยการกระทำความผิดหรือได้ใช้หรือมีไว้เพื่อจะใช้ในการกระทำความผิด หรืออาจเป็น\nพยานหลักฐานพิสูจน์การกระทำความผิดได้ซ่อนหรืออยู่ในนั้น ประกอบทั้งต้องมีเหตุอัน\nควรเชื่อว่าเนื่องจากการเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้สิ่งของนั้นจะถูกโยกย้ายหรือ\nทำลายเสียก่อน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15059_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"15059_p1_t1","text":"(5) เมื่อที่รโหฐานนั้นผู้จะต้องถูกจับเป็นเจ้าบ้าน และการจับนั้นมีหมายจับ\nหรือจับตามมาตรา 78","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"15059_p2","parent":15059,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15059_p2_t1","parent":"15059_p2","text":"การใช้อำนาจตาม (4) ให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจผู้ค้นส่งมอบ\nสำเนาบันทึกการตรวจค้นและบัญชีทรัพย์ที่ได้จากการตรวจค้น รวมทั้งจัดทำบันทึกแสดง\nเหตุผลที่ทำให้สามารถเข้าค้นได้เป็นหนังสือให้ไว้แก่ผู้ครอบครองสถานที่ที่ถูกตรวจค้น แต่\nถ้าไม่มีผู้ครอบครองอยู่ ณ ที่นั้น ให้ส่งมอบหนังสือดังกล่าวแก่บุคคลเช่นว่านั้นในทันทีที่\nกระทำได้ และรีบรายงานเหตุผลและผลการตรวจค้นเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้น\nไป","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15060,"parent":15057,"text":"มาตรา 93","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":2},
{"key":"15060_p1_t1","parent":15060,"text":"ห้ามมิให้ทำการค้นบุคคลใดในที่สาธารณสถาน เว้นแต่\nพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเป็นผู้ค้นในเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลนั้นมีสิ่งของใน\nความครอบครองเพื่อจะใช้ในการกระทำความผิด หรือซึ่งได้มาโดยการกระทำความผิดหรือ\nซึ่งมีไว้เป็นความผิด","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15061,"parent":15057,"text":"มาตรา 94","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":3},
{"key":"15061_p1","parent":15061,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15061_p1_t1","parent":"15061_p1","text":"ให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจที่ทำการค้นในที่รโหฐาน\nสั่งเจ้าของหรือคนอยู่ในนั้นหรือผู้รักษาสถานที่ซึ่งจะค้น ให้ยอมให้เข้าไปโดยมิหวงห้าม อีก\nทั้งให้ความสะดวกตามสมควรทุกประการในอันที่จะจัดการตามหมาย ทั้งนี้ ให้พนักงานผู้\nนั้นแสดงหมาย หรือถ้าค้นได้โดยไม่ต้องมีหมายก็ให้แสดงนามและตำแหน่ง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15061_p2","parent":15061,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15061_p2_t1","parent":"15061_p2","text":"ถ้าบุคคลดังกล่าวในวรรคต้นมิยอมให้เข้าไป เจ้าพนักงานมีอำนาจใช้กำลัง\nเพื่อเข้าไป ในกรณีจำเป็นจะเปิดหรือทำลายประตูบ้าน ประตูเรือน หน้าต่าง รั้วหรือสิ่ง\nกีดขวางอย่างอื่นทำนองเดียวกันนั้นก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15062,"parent":15057,"text":"มาตรา 95","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":4},
{"key":"15062_p1_t1","parent":15062,"text":"ในกรณีค้นหาสิ่งของที่หาย ถ้าพอทำได้ จะให้เจ้าของหรือผู้\nครอบครองสิ่งของนั้นหรือผู้แทนของเขาไปกับเจ้าพนักงานในการค้นนั้นด้วยก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15063,"parent":15057,"text":"มาตรา 96","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":5},
{"key":"15063_p1_t1","parent":15063,"text":"การค้นในที่รโหฐานต้องกระทำระหว่างพระอาทิตย์ขึ้น\nและตก มีข้อยกเว้นดังนี้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15063_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15063_p1_t1","text":"(1) เมื่อลงมือค้นแต่ในเวลากลางวัน ถ้ายังไม่เสร็จจะค้นต่อไปในเวลา\n\nกลางคืนก็ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15063_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15063_p1_t1","text":"(2) ในกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่ง หรือซึ่งมีกฎหมายอื่นบัญญัติให้ค้นได้เป็น\nพิเศษ จะทำการค้นในเวลากลางคืนก็ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15063_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"15063_p1_t1","text":"(3) การค้นเพื่อจับผู้ดุร้ายหรือผู้ร้ายสำคัญจะทำในเวลากลางคืนก็ได้ แต่\nต้องได้รับอนุญาตพิเศษจากศาลตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับของ\nประธานศาลฎีกา","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":15064,"parent":15057,"text":"มาตรา 97","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":6},
{"key":"15064_p1_t1","parent":15064,"text":"ในกรณีที่ค้นโดยมีหมาย เจ้าพนักงานผู้มีชื่อในหมายค้น\nหรือผู้รักษาการแทนซึ่งต้องเป็นพนักงานฝ่ายปกครองตั้งแต่ระดับสามหรือตำรวจซึ่งมียศ\nตั้งแต่ชั้นร้อยตำรวจตรีขึ้นไปเท่านั้นมีอำนาจเป็นหัวหน้าไปจัดการให้เป็นไปตามหมายนั้น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15065,"parent":15057,"text":"มาตรา 98","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":7},
{"key":"15065_p1_t1","parent":15065,"text":"การค้นในที่รโหฐานนั้นจะค้นได้แต่เฉพาะเพื่อหาตัวคนหรือ\nสิ่งของที่ต้องการค้นเท่านั้น แต่มีข้อยกเว้นดังนี้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15065_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15065_p1_t1","text":"(1) ในกรณีที่ค้นหาสิ่งของโดยไม่จำกัดสิ่ง เจ้าพนักงานผู้ค้นมีอำนาจยึด\nสิ่งของใด ๆ ซึ่งน่าจะใช้เป็นพยานหลักฐานเพื่อเป็นประโยชน์หรือยันผู้ต้องหาหรือจำเลย","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15065_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15065_p1_t1","text":"(2) เจ้าพนักงานซึ่งทำการค้นมีอำนาจจับบุคคลหรือสิ่งของอื่นในที่ค้นนั้น\nได้ เมื่อมีหมายอีกต่างหาก หรือในกรณีความผิดซึ่งหน้า","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":15066,"parent":15057,"text":"มาตรา 99","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":8},
{"key":"15066_p1_t1","parent":15066,"text":"ในการค้นนั้น เจ้าพนักงานต้องพยายามมิให้มีการเสียหาย\nและกระจัดกระจายเท่าที่จะทำได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15067,"parent":15057,"text":"มาตรา 100","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":9},
{"key":"15067_p1","parent":15067,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15067_p1_t1","parent":"15067_p1","text":"ถ้ามีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลซึ่งอยู่ในที่ซึ่งค้นหรือจะถูกค้น\nจะขัดขวางถึงกับทำให้การค้นไร้ผล เจ้าพนักงานผู้ค้นมีอำนาจเอาตัวผู้นั้นควบคุมไว้หรือให้\nอยู่ในความดูแลของเจ้าพนักงานในขณะที่ทำการค้นเท่าที่จำเป็นเพื่อมิให้ขัดขวางถึงกับ\nทำให้การค้นนั้นไร้ผล","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15067_p2","parent":15067,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15067_p2_t1","parent":"15067_p2","text":"ถ้ามีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลนั้นได้เอาสิ่งของที่ต้องการพบซุกซ่อนใน\nร่างกาย เจ้าพนักงานผู้ค้นมีอำนาจค้นตัวผู้นั้นได้ดังบัญญัติไว้ตามมาตรา 85","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15068,"parent":15057,"text":"มาตรา 101","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":10},
{"key":"15068_p1_t1","parent":15068,"text":"สิ่งของซึ่งยึดได้ในการค้น ให้ห่อหรือบรรจุหีบห่อตีตราไว้\nหรือให้ทำเครื่องหมายไว้เป็นสำคัญ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15069,"parent":15057,"text":"มาตรา 102","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":11},
{"key":"15069_p1","parent":15069,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15069_p1_t1","parent":"15069_p1","text":"การค้นในที่รโหฐานนั้น ก่อนลงมือค้นให้เจ้าพนักงานผู้ค้น\nแสดงความบริสุทธิ์เสียก่อน และเท่าที่สามารถจะทำได้ให้ค้นต่อหน้าผู้ครอบครองสถานที่\nหรือบุคคลในครอบครัวของผู้นั้น หรือถ้าหาบุคคลเช่นกล่าวนั้นไม่ได้ ก็ให้ค้นต่อหน้าบุคคล\nอื่นอย่างน้อยสองคนซึ่งเจ้าพนักงานได้ขอร้องมาเป็นพยาน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15069_p2","parent":15069,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15069_p2_t1","parent":"15069_p2","text":"การค้นที่อยู่หรือสำนักงานของผู้ต้องหาหรือจำเลยซึ่งถูกควบคุมหรือขัง\nอยู่ให้ทำต่อหน้าผู้นั้น ถ้าผู้นั้นไม่สามารถหรือไม่ติดใจมากำกับจะตั้งผู้แทนหรือให้พยานมา\nกำกับก็ได้ ถ้าผู้แทนหรือพยานไม่มี ให้ค้นต่อหน้าบุคคลในครอบครัวหรือต่อหน้าพยานดัง\nกล่าวในวรรคก่อน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15069_p3","parent":15069,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15069_p3_t1","parent":"15069_p3","text":"สิ่งของใดที่ยึดได้ต้องให้ผู้ครอบครองสถานที่ บุคคลในครอบครัว ผู้\nต้องหา จำเลย ผู้แทนหรือพยานดูเพื่อให้รับรองว่าถูกต้อง ถ้าบุคคลเช่นกล่าวนั้นรับรองหรือ\nไม่ยอมรับรองก็ให้บันทึกไว้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15070,"parent":15057,"text":"มาตรา 103","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":12},
{"key":"15070_p1","parent":15070,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15070_p1_t1","parent":"15070_p1","text":"ให้เจ้าพนักงานผู้ค้นบันทึกรายละเอียดแห่งการค้น และ\nสิ่งของที่ค้นได้นั้นต้องมีบัญชีรายละเอียดไว้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15070_p2","parent":15070,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15070_p2_t1","parent":"15070_p2","text":"บันทึกการค้นและบัญชีสิ่งของนั้นให้อ่านให้ผู้ครอบครองสถานที่ บุคคลใน\nครอบครัว ผู้ต้องหา จำเลย ผู้แทนหรือพยานฟัง แล้วแต่กรณี แล้วให้ผู้นั้นลงลายมือชื่อ\nรับรองไว้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15071,"parent":15057,"text":"มาตรา 104","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":13},
{"key":"15071_p1","parent":15071,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15071_p1_t1","parent":"15071_p1","text":"เจ้าพนักงานที่ค้นโดยมีหมาย ต้องรีบส่งบันทึกและบัญชีดัง\nกล่าวในมาตราก่อนพร้อมด้วยสิ่งของที่ยึดมา ถ้าพอจะส่งได้ ไปยังผู้ออกหมายหรือเจ้า\nพนักงานอื่นตามที่กำหนดไว้ในหมาย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15071_p2","parent":15071,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15071_p2_t1","parent":"15071_p2","text":"ในกรณีที่ค้นโดยไม่มีหมายโดยเจ้าพนักงานอื่นซึ่งไม่ใช่พนักงานสอบสวน\nให้ส่งบันทึก บัญชีและสิ่งของไปยังพนักงานสอบสวนหรือเจ้าหน้าที่ใดซึ่งต้องการสิ่งเหล่า\nนั้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15072,"parent":15057,"text":"มาตรา 105","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":14},
{"key":"15072_p1","parent":15072,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15072_p1_t1","parent":"15072_p1","text":"จดหมาย ไปรษณียบัตร โทรเลข สิ่งพิมพ์หรือเอกสารอื่นซึ่ง\nส่งทางไปรษณีย์และโทรเลข จากหรือถึงผู้ต้องหาหรือจำเลย และยังมิได้ส่ง ถ้าเจ้าหน้าที่\nต้องการเพื่อประโยชน์แห่งการสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้อง พิจารณาหรือการกระทำอย่างอื่น\nตามประมวลกฎหมายนี้ ให้ขอคำสั่งจากศาลถึงเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์โทรเลขให้ส่งเอกสารนั้น\nมา","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15072_p2","parent":15072,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15072_p2_t1","parent":"15072_p2","text":"ถ้าอธิบดีกรมตำรวจหรือข้าหลวงประจำจังหวัดเห็นว่าเอกสารนั้นต้องการ\nใช้เพื่อการดังกล่าวแล้ว ระหว่างที่ขอคำสั่งต่อศาลมีอำนาจขอให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายไปรษณีย์\nโทรเลขเก็บเอกสารนั้นไว้ก่อน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15072_p3","parent":15072,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15072_p3_t1","parent":"15072_p3","text":"บทบัญญัติแห่งมาตรานี้ไม่ใช้ถึงเอกสารโต้ตอบระหว่างผู้ต้องหาหรือ\nจำเลยกับทนายความของผู้นั้น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15073,"parent":15035,"text":"หมวด 3\n\nปล่อยชั่วคราว","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":2},
{"key":15074,"parent":15073,"text":"มาตรา 106","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":0},
{"key":"15074_p1_t1","parent":15074,"text":"คำร้องขอให้ปล่อยผู้ต้องหาหรือจำเลยชั่วคราวโดยไม่\nต้องมีประกันหรือมีประกัน หรือมีประกันและหลักประกัน ไม่ว่าผู้นั้นต้องควบคุมหรือขังตาม\nหมายศาล ย่อมยื่นได้โดยผู้ต้องหา จำเลย หรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องดังนี้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15074_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15074_p1_t1","text":"(1) เมื่อผู้ต้องหาถูกควบคุมอยู่และยังมิได้ถูกฟ้องต่อศาล ให้ยื่นต่อ\nพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ แล้วแต่กรณี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15074_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15074_p1_t1","text":"(2) เมื่อผู้ต้องหาต้องขังตามหมายศาลและยังมิได้ถูกฟ้องต่อศาลให้ยื่น\n\nต่อศาลนั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15074_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"15074_p1_t1","text":"(3) เมื่อผู้ต้องหาถูกฟ้องแล้ว ให้ยื่นต่อศาลชั้นต้นที่ชำระคดีนั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15074_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"15074_p1_t1","text":"(4 ) เมื่อศาลอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์แล้ว แม้ยัง\nไม่มีการยื่นอุทธรณ์หรือฎีกา หรือมีการยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาแล้วแต่ยังไม่ได้ส่งสำนวนไปยัง\nศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา ให้ยื่นต่อศาลชั้นต้นที่ชำระคดีนั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15074_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"15074_p1_t1","text":"ในกรณีที่ศาลชั้นต้นเห็นสมควรให้ปล่อยชั่วคราว ให้ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาต\nมิฉะนั้นให้รีบส่งคำร้องพร้อมสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาเพื่อสั่ง แล้วแต่กรณี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"15074_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"15074_p1_t1","text":"(5) เมื่อศาลส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาแล้ว จะยื่นต่อศาล\nชั้นต้นที่ชำระคดีนั้น หรือจะยื่นต่อศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา แล้วแต่กรณีก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"15074_p1_t1_ext_ul_2_li7","parent":"15074_p1_t1","text":"ในกรณีที่ยื่นต่อศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรีบส่งคำร้องไปยังศาลอุทธรณ์\nหรือศาลฎีกาเพื่อสั่ง แล้วแต่กรณี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":6},
{"key":15075,"parent":15073,"text":"มาตรา 107","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":1},
{"key":"15075_p1","parent":15075,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15075_p1_t1","parent":"15075_p1","text":"เมื่อได้รับคำร้องให้ปล่อยชั่วคราว ให้เจ้าพนักงานหรือ\nศาลรีบสั่งอย่างรวดเร็วและผู้ต้องหาหรือจำเลยทุกคนพึงได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว\nโดยอาศัยหลักเกณฑ์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 108 มาตรา 108/1 มาตรา 109 มาตรา\n110 มาตรา 111 มาตรา 112 มาตรา 113 และมาตรา 113/1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15075_p2","parent":15075,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15075_p2_t1","parent":"15075_p2","text":"คำสั่งให้ปล่อยชั่วคราวตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการตามคำสั่ง\nดังกล่าวโดยทันที","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15076,"parent":15073,"text":"มาตรา 108","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":2},
{"key":"15076_p1","parent":15076,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15076_p1_t1","parent":"15076_p1","text":"ในการวินิจฉัยคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว ต้องพิจารณา\nข้อเหล่านี้ประกอบ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15076_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15076_p1_t1","text":"(1) ความหนักเบาแห่งข้อหา","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15076_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15076_p1_t1","text":"(2) พยานหลักฐานที่ปรากฏแล้วมีเพียงใด","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15076_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"15076_p1_t1","text":"(3) พฤติการณ์ต่าง ๆ แห่งคดีเป็นอย่างไร","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15076_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"15076_p1_t1","text":"(4) เชื่อถือผู้ร้องขอประกันหรือหลักประกันได้เพียงใด","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15076_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"15076_p1_t1","text":"(5) ผู้ต้องหาหรือจำเลยน่าจะหลบหนีหรือไม่","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"15076_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"15076_p1_t1","text":"(6) ภัยอันตรายหรือความเสียหายที่จะเกิดจากการปล่อยชั่วคราวมีเพียงใดหรือไม่","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"15076_p1_t1_ext_ul_2_li7","parent":"15076_p1_t1","text":"(7) ในกรณีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยต้องขังตามหมายศาล ถ้ามีคำคัดค้าน\nของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ โจทก์ หรือผู้เสียหาย แล้วแต่กรณี ศาลพึงรับ\nประกอบการวินิจฉัยได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":6},
{"key":"15076_p2","parent":15076,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15076_p2_t1","parent":"15076_p2","text":"เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง เจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจสั่ง\nให้ปล่อยชั่วคราวหรือศาลอาจรับฟังข้อเท็จจริง รายงานหรือความเห็นของเจ้าพนักงานซึ่ง\nกฎหมายกำหนดให้มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวกับการนั้นเพื่อประกอบการพิจารณาสั่งคำร้อง\nด้วยก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15076_p3","parent":15076,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15076_p3_t1","parent":"15076_p3","text":"ในการอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว เจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจสั่งให้ปล่อย\nชั่วคราวหรือศาลจะกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับที่อยู่หรือเงื่อนไขอื่นใดให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราว\nปฏิบัติ หรือในกรณีที่ผู้นั้นยินยอมจะสั่งให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์อื่นใดที่\nสามารถใช้ตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทางของผู้ถูกปล่อยชั่วคราวก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อป้องกัน\nการหลบหนี หรือภัยอันตราย หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น แต่ถ้าผู้ถูกปล่อยชั่วคราว\nมีอายุไม่ถึงสิบแปดปีบริบูรณ์ แม้ผู้นั้นยินยอม จะสั่งให้ใช้อุปกรณ์ดังกล่าวได้ต่อเมื่อผู้นั้นมี\nพฤติการณ์ที่อาจเป็นภัยต่อบุคคลอื่นอย่างร้ายแรง หรือมีเหตุสมควรประการอื่น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15077,"parent":15073,"text":"มาตรา 108/1","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":3},
{"key":"15077_p1","parent":15077,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15077_p1_t1","parent":"15077_p1","text":"มาตรา 108/1 การสั่งไม่ให้ปล่อยชั่วคราว จะกระทำได้ต่อเมื่อมีเหตุ\nอันควรเชื่อเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15077_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15077_p1_t1","text":"(1) ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะหลบหนี","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15077_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15077_p1_t1","text":"(2) ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15077_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"15077_p1_t1","text":"(3) ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15077_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"15077_p1_t1","text":"(4) ผู้ร้องขอประกันหรือหลักประกันไม่น่าเชื่อถือ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15077_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"15077_p1_t1","text":"(5) การปล่อยชั่วคราวจะเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการ\nสอบสวนของเจ้าพนักงานหรือการดำเนินคดีในศาล","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"15077_p2","parent":15077,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15077_p2_t1","parent":"15077_p2","text":"คำสั่งไม่ให้ปล่อยชั่วคราวต้องแสดงเหตุผล และต้องแจ้งเหตุดังกล่าวให้ผู้\nต้องหาหรือจำเลยและผู้ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวทราบเป็นหนังสือโดยเร็ว","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15078,"parent":15073,"text":"มาตรา 108/2","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":4},
{"key":"15078_p1","parent":15078,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15078_p1_t1","parent":"15078_p1","text":"มาตรา 108/2 ในกรณีที่พยานสำคัญในคดีอาจได้รับภัยอันตรายอัน\nเนื่องมาแต่การปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย พยานนั้นอาจคัดค้านการปล่อยชั่วคราว\nนั้นได้ โดยยื่นคำร้องต่อพนักงานสอบสวนพนักงานอัยการ หรือศาล แล้วแต่กรณี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15078_p2","parent":15078,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15078_p2_t1","parent":"15078_p2","text":"ถ้ามีคำคัดค้านการปล่อยชั่วคราวตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานสอบสวน\nพนักงานอัยการหรือศาล แล้วแต่กรณี พิจารณาคำคัดค้านดังกล่าวทันที โดยให้มีอำนาจ\nเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งสองฝ่ายมาสอบถามเพื่อประกอบการพิจารณาและมีคำสั่งตามที่เห็น\nสมควร","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15079,"parent":15073,"text":"มาตรา 109","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":5},
{"key":"15079_p1_t1","parent":15079,"text":"ในกรณีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยต้องหาหรือถูกฟ้องใน\nความผิดมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสิบปี ถ้ามีคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว ในระหว่าง\nสอบสวนหรือระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ศาลจะต้องถามพนักงานสอบสวน\nพนักงานอัยการ หรือโจทก์ว่าจะคัดค้านประการใดหรือไม่ ถ้าไม่อาจถามได้โดยมีเหตุอัน\nควรศาลจะงดการถามเสียก็ได้แต่ต้องบันทึกเหตุนั้นไว้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15080,"parent":15073,"text":"มาตรา 110","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":6},
{"key":"15080_p1","parent":15080,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15080_p1_t1","parent":"15080_p1","text":"ในคดีมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสิบปีขึ้นไป ผู้ที่ถูก\nปล่อยชั่วคราวต้องมีประกันและจะมีหลักประกันด้วยหรือไม่ก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15080_p2","parent":15080,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15080_p2_t1","parent":"15080_p2","text":"ในคดีอย่างอื่นจะปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีประกันเลย หรือมีประกัน หรือมี\nประกันและหลักประกันด้วยก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15080_p3","parent":15080,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15080_p3_t1","parent":"15080_p3","text":"การเรียกประกันหรือหลักประกันตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองจะเรียกจน\nเกินควรแก่กรณีมิได้ และต้องคำนึงถึงเงื่อนไขและมาตรการป้องกันต่าง ๆ ที่ได้ใช้กับผู้ถูก\nปล่อยชั่วคราวประกอบด้วย ทั้งนี้ ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่กำหนดใน\nกฎกระทรวงหรือข้อบังคับของประธานศาลฎีกา แล้วแต่กรณี","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15081,"parent":15073,"text":"มาตรา 111","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":7},
{"key":"15081_p1_t1","parent":15081,"text":"เมื่อจะปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีประกันเลย ก่อนที่จะปล่อยไป\nให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยสาบานหรือปฏิญาณตนว่าจะมาตามนัดหรือหมายเรียก","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15082,"parent":15073,"text":"มาตรา 112","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":8},
{"key":"15082_p1","parent":15082,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15082_p1_t1","parent":"15082_p1","text":"เมื่อจะปล่อยชั่วคราวโดยมีประกัน หรือมีประกันและหลัก\nประกัน ก่อนปล่อยไปให้ผู้ประกันหรือผู้เป็นหลักประกันลงลายมือชื่อในสัญญาประกันนั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15082_p2","parent":15082,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15082_p2_t1","parent":"15082_p2","text":"ในสัญญาประกันนอกจากข้อความอย่างอื่นอันพึงมี ต้องมีข้อความดังนี้\nด้วย","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15082_p2_t1_ext_ul_4_li1","parent":"15082_p2_t1","text":"(1) ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวหรือผู้ประกัน แล้วแต่กรณี จะปฏิบัติตามนัดหรือ\nหมายเรียกของเจ้าพนักงานหรือศาลซึ่งให้ปล่อยชั่วคราว","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15082_p2_t1_ext_ul_4_li2","parent":"15082_p2_t1","text":"(2) เมื่อผิดสัญญาจะใช้เงินจำนวนที่ระบุไว้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15082_p3","parent":15082,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15082_p3_t1","parent":"15082_p3","text":"ในสัญญาประกันจะกำหนดภาระหน้าที่หรือเงื่อนไขให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราว\nหรือผู้ประกันต้องปฏิบัติเกินความจำเป็นแก่กรณีมิได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15083,"parent":15073,"text":"มาตรา 113","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":9},
{"key":"15083_p1","parent":15083,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15083_p1_t1","parent":"15083_p1","text":"เมื่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการสั่งปล่อย\nชั่วคราวไม่ว่าจะมีประกันหรือมีประกันและหลักประกันหรือไม่ การปล่อยชั่วคราวนั้นให้\nใช้ได้ระหว่างการสอบสวนหรือจนกว่าผู้ต้องหาถูกศาลสั่งขังระหว่างสอบสวนหรือจนถึง\nศาลประทับฟ้อง แต่มิให้เกินสามเดือนนับแต่วันแรกที่มีการปล่อยชั่วคราว ไม่ว่าเป็นการ\nปล่อยชั่วคราวโดยพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นทำให้ไม่\nอาจทำการสอบสวนได้เสร็จภายในกำหนดสามเดือนจะยืดเวลาการปล่อยชั่วคราวให้เกิน\nสามเดือนก็ได้ แต่มิให้เกินหกเดือน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15083_p2","parent":15083,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15083_p2_t1","parent":"15083_p2","text":"เมื่อการปล่อยชั่วคราวสิ้นสุดลงตามวรรคหนึ่งแล้ว ถ้ายังมีความจำเป็นที่\nจะต้องควบคุมผู้ต้องหาไว้ต่อไปให้ส่งผู้ต้องหามาศาล และให้นำบทบัญญัติมาตรา 87\nวรรคสี่ ถึงวรรคเก้า มาใช้บังคับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15084,"parent":15073,"text":"มาตรา 113/1","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":10},
{"key":"15084_p1","parent":15084,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15084_p1_t1","parent":"15084_p1","text":"มาตรา 113/1 ในกรณีที่มีการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาในชั้นสอบสวน\nโดยมีการวางเงินสดหรือหลักทรัพย์อื่นเป็นประกันไม่ว่าต่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงาน\nอัยการ และยังไม่ได้รับคืน หากผู้ต้องหาหรือจำเลยประสงค์จะขอปล่อยชั่วคราวต่อไป ผู้\nต้องหาหรือจำเลยหรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องอาจยื่นคำร้องต่อพนักงานอัยการหรือศาล\nแล้วแต่กรณี โดยขอให้ถือเอาทรัพย์สินดังกล่าวเป็นหลักประกันต่อไปก็ได้ เมื่อพนักงาน\nอัยการหรือศาลเห็นสมควรแล้วอาจมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยถือว่าเงินสดหรือ\nหลักทรัพย์ดังกล่าวนั้นเป็นหลักประกันในชั้นพนักงานอัยการหรือศาล แล้วแต่กรณีก็ได้ ให้\nพนักงานอัยการหรือศาลนั้นแจ้งพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ แล้วแต่กรณี ให้ส่ง\nหลักประกันเช่นว่านั้นต่อพนักงานอัยการหรือศาลภายในระยะเวลาที่พนักงานอัยการหรือ\nศาลเห็นสมควร","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15084_p2","parent":15084,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15084_p2_t1","parent":"15084_p2","text":"ในกรณีปล่อยชั่วคราว โดยมีบุคคลเป็นประกันหรือหลักประกันต่อ\nพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ หากบุคคลเช่นว่านั้นร้องขอ พนักงานอัยการหรือ\nศาลอาจถือเอาบุคคลนั้นเป็นประกันหรือหลักประกันในการปล่อยชั่วคราวต่อไปก็ได้ กรณี\nเช่นว่านี้ พนักงานอัยการหรือศาลจะแจ้งให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ แล้วแต่\nกรณี ส่งเอกสารเกี่ยวกับการประกันภายในระยะเวลาที่เห็นสมควร","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15085,"parent":15073,"text":"มาตรา 114","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":11},
{"key":"15085_p1","parent":15085,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15085_p1_t1","parent":"15085_p1","text":"เมื่อจะปล่อยชั่วคราวโดยให้มีประกันและหลักประกันด้วย\nก่อนปล่อยตัวไป ให้ผู้ร้องขอประกันจัดหาหลักประกันมาดังต้องการ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15085_p2","parent":15085,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15085_p2_t1","parent":"15085_p2","text":"หลักประกันมี 3 ชนิด คือ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15085_p2_t1_ext_ul_4_li1","parent":"15085_p2_t1","text":"(1) มีเงินสดมาวาง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15085_p2_t1_ext_ul_4_li2","parent":"15085_p2_t1","text":"(2) มีหลักทรัพย์อื่นมาวาง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15085_p2_t1_ext_ul_4_li3","parent":"15085_p2_t1","text":"(3) มีบุคคลมาเป็นหลักประกันโดยแสดงหลักทรัพย์","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":15086,"parent":15073,"text":"มาตรา 115","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":12},
{"key":"15086_p1","parent":15086,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15086_p1_t1","parent":"15086_p1","text":"โดยความปรากฏต่อมา หรือเนื่องจากกลฉ้อฉลหรือผิด\nหลง ปรากฏว่าสัญญาประกันต่ำไปหรือหลักประกันไม่เพียงพอ หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ไม่\nเหมาะสม ให้เจ้าพนักงานหรือศาลมีอำนาจสั่งเปลี่ยนสัญญาประกันให้จำนวนเงินสูงขึ้น\nหรือเรียกหลักประกันเพิ่ม หรือให้ดีกว่าเดิม หรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่กำหนดไว้ให้มีความ\nเหมาะสมยิ่งขึ้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15086_p2","parent":15086,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15086_p2_t1","parent":"15086_p2","text":"ภายหลังที่มีคำสั่งปล่อยชั่วคราวแล้ว หากพฤติการณ์แห่งคดีเปลี่ยนแปลง\nไป ให้เจ้าพนักงานหรือศาลมีอำนาจสั่งลดหลักประกันได้ตามที่เห็นสมควร","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15086_p3","parent":15086,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15086_p3_t1","parent":"15086_p3","text":"ในกรณีที่ศาลปล่อยชั่วคราวและคดีขึ้นไปสู่ศาลสูง ศาลสูงมีอำนาจแก้ไข\nเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินตามสัญญาประกันหรือเงื่อนไขที่ศาลล่างกำหนดไว้ได้ตามที่เห็น\nสมควร","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15087,"parent":15073,"text":"มาตรา 116","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":13},
{"key":"15087_p1_t1","parent":15087,"text":"การขอถอนสัญญาประกันหรือขอถอนหลักประกัน ย่อม\nทำได้เมื่อผู้ทำสัญญามอบตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยคืนต่อเจ้าพนักงานหรือศาล","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15088,"parent":15073,"text":"มาตรา 117","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":14},
{"key":"15088_p1","parent":15088,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15088_p1_t1","parent":"15088_p1","text":"เมื่อผู้ต้องหาหรือจำเลยหนีหรือจะหลบหนี ให้พนักงาน\nฝ่ายปกครองหรือตำรวจที่พบการกระทำดังกล่าวมีอำนาจจับผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นได้ แต่\nในกรณีที่บุคคลซึ่งทำสัญญาประกันหรือเป็นหลักประกันเป็นผู้พบเห็นการกระทำดังกล่าว\nอาจขอให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจที่ใกล้ที่สุดจับผู้ต้องหาหรือจำเลยได้ ถ้าไม่\nสามารถขอความช่วยเหลือจากเจ้าพนักงานได้ทันท่วงที ก็ให้มีอำนาจจับผู้ต้องหาหรือ\nจำเลยได้เอง แล้วส่งไปยังพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจที่ใกล้ที่สุด และให้เจ้าพนักงาน\nนั้นรีบจัดส่งผู้ต้องหาหรือจำเลยไปยังเจ้าพนักงานหรือศาล โดยคิดค่าพาหนะจากบุคคลซึ่ง\nทำสัญญาประกันหรือเป็นหลักประกันนั้น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15088_p2","parent":15088,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15088_p2_t1","parent":"15088_p2","text":"ในกรณีที่มีคำสั่งให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์อื่นใดตามมาตรา\n108 วรรคสาม กับผู้ต้องหาหรือจำเลยใด ถ้าปรากฏว่าอุปกรณ์ดังกล่าวถูกทำลายหรือ\nทำให้ใช้การไม่ได้ไม่ว่าโดยวิธีใด ให้สันนิษฐานว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นหนีหรือจะหลบ\nหนี","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15088_p3","parent":15088,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15088_p3_t1","parent":"15088_p3","text":"ถ้าผู้ต้องหาหรือจำเลยตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองเป็นบุคคลที่ศาลสั่ง\nปล่อยชั่วคราว ศาลอาจมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานศาลดำเนินการแจ้งให้พนักงานฝ่ายปกครอง\nหรือตำรวจจับผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้น หรือถ้ามีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถขอความช่วยเหลือ\nจากเจ้าพนักงานได้ทันท่วงที ก็ให้มีอำนาจจับผู้ต้องหาหรือจำเลยได้ และเมื่อจับได้แล้ว ให้\nนำผู้ถูกจับไปยังศาลโดยเร็ว","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15089,"parent":15073,"text":"มาตรา 118","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":15},
{"key":"15089_p1_t1","parent":15089,"text":"เมื่อคดีถึงที่สุดหรือความรับผิดตามสัญญาประกันหมดไป\nตามมาตรา 116 หรือโดยเหตุอื่น ให้คืนหลักประกันแก่ผู้ที่ควรรับไป","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15090,"parent":15073,"text":"มาตรา 119","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":16},
{"key":"15090_p1","parent":15090,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15090_p1_t1","parent":"15090_p1","text":"ในกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาล ศาลมีอำนาจสั่งบังคับ\nตามสัญญาประกันหรือตามที่ศาลเห็นสมควรโดยมิต้องฟ้อง ทั้งนี้ ศาลอาจสั่งงดการบังคับ\nตามสัญญาประกันหรือลดจำนวนเงินที่ต้องใช้ตามสัญญาประกันก็ได้ โดยคำนึงถึงความ\nพยายามของผู้ประกันในการติดตามตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยที่หลบหนี รวมทั้งความเสียหาย\nที่เกิดขึ้นว่ามีมากน้อยเพียงใดประกอบด้วย และเมื่อศาลสั่งประการใดแล้วฝ่ายผู้ถูกบังคับ\nตามสัญญาประกันหรือพนักงานอัยการมีอำนาจอุทธรณ์ได้ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ให้\nเป็นที่สุด","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15090_p2","parent":15090,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15090_p2_t1","parent":"15090_p2","text":"เงินสดหรือหลักทรัพย์อื่นที่นำมาวางต่อศาลเพื่อเป็นหลักประกันตาม\nมาตรา 114 ไม่อยู่ในข่ายที่จะถูกยึดหรืออายัดเพื่อชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้อื่นจนกว่าความรับ\n\nผิดตามสัญญาประกันจะระงับสิ้นไป เว้นแต่ศาลเห็นว่าหนี้ของเจ้าหนี้นั้นมิได้เกิดจากการ\nฉ้อฉลและมีคำสั่งให้ปล่อยทรัพย์ดังกล่าว","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15090_p3","parent":15090,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15090_p3_t1","parent":"15090_p3","text":"ในกรณีที่จำเป็นต้องมีการบังคับคดีเพราะผิดสัญญาประกันตามวรรค\nหนึ่ง ให้ศาลมีอำนาจออกหมายบังคับคดีหรือคำสั่งอื่นใดเพื่อบังคับเอาแก่ทรัพย์สินของ\nบุคคลซึ่งต้องรับผิดตามสัญญาประกันได้เสมือนว่าเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา โดยให้เจ้า\nพนักงานศาลที่ได้รับแต่งตั้งและพนักงานอัยการเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการบังคับตาม\nสัญญาประกัน และให้เจ้าพนักงานบังคับคดี กรมบังคับคดี มีอำนาจหน้าที่ยึดหรืออายัด\nทรัพย์สินของผู้ประกันและขายทอดตลาดตามที่ได้รับแจ้งจากศาล หรือพนักงานอัยการ\nและถ้าจะต้องขายทรัพย์สินที่วางเป็นหลักประกันไว้ต่อศาล เมื่อศาลส่งทรัพย์สินหรือ\nหนังสือสำคัญสำหรับทรัพย์สินนั้นไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดี กรมบังคับคดี ให้ถือว่าได้มี\nการยึดทรัพย์สินดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ มิให้หน่วยงานของรัฐเรียกค่าฤชาธรรมเนียมหรือค่าใช้\nจ่ายจากผู้ดำเนินการบังคับคดี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15090_p4","parent":15090,"text":"วรรค 4","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15090_p4_t1","parent":"15090_p4","text":"การบังคับคดีตามมาตรานี้ ให้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา\nความแพ่งโดยอนุโลม เว้นแต่ประธานศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ศาล\nฎีกาจะออกข้อบังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ข้อบังคับนั้นเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา\nแล้วให้ใช้บังคับได้\n\n ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15091,"parent":15073,"text":"มาตรา 119 ทวิ","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":17},
{"key":"15091_p1","parent":15091,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15091_p1_t1","parent":"15091_p1","text":"ทวิ ในกรณีที่ศาลสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ผู้ร้องขอมีสิทธิยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ ดังต่อไปนี้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15091_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15091_p1_t1","text":"(1) คำสั่งของศาลชั้นต้น ให้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15091_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15091_p1_t1","text":"(2) คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้อุทธรณ์ไปยังศาลฎีกา","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15091_p2","parent":15091,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15091_p2_t1","parent":"15091_p2","text":"ให้ศาลชั้นต้นที่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งรีบส่งคำร้องดังกล่าวพร้อมด้วย\nสำนวนความ หรือสำเนาสำนวนความเท่าที่จำเป็นไปยังศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา แล้วแต่\nกรณี เพื่อพิจารณา และมีคำสั่งโดยเร็ว","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15091_p3","parent":15091,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15091_p3_t1","parent":"15091_p3","text":"คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวยืนตามศาลชั้นต้นให้\nเป็นที่สุด แต่ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิที่จะยื่นคำร้องให้ปล่อยชั่วคราวใหม่","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15092,"parent":14935,"text":"ภาค 2\n\nสอบสวน","expanded":false,"brush":"darkseagreen","dir":"right","order":0},
{"key":15093,"parent":15092,"text":"ลักษณะ 1\n\nหลักทั่วไป","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"right","order":0},
{"key":15094,"parent":15093,"text":"มาตรา 120","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":0},
{"key":"15094_p1_t1","parent":15094,"text":"ห้ามมิให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีใดต่อศาล โดยมิได้มี\nการสอบสวนในความผิดนั้นก่อน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15095,"parent":15093,"text":"มาตรา 121","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":1},
{"key":"15095_p1","parent":15095,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15095_p1_t1","parent":"15095_p1","text":"พนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนคดีอาญาทั้งปวง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15095_p2","parent":15095,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15095_p2_t1","parent":"15095_p2","text":"แต่ถ้าเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว ห้ามมิให้ทำการสอบสวน เว้นแต่จะมี\nคำร้องทุกข์ตามระเบียบ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15096,"parent":15093,"text":"มาตรา 122","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":2},
{"key":"15096_p1_t1","parent":15096,"text":"พนักงานสอบสวนจะไม่ทำการสอบสวน ในกรณีต่อไปนี้ก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15096_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15096_p1_t1","text":"(1) เมื่อผู้เสียหายขอความช่วยเหลือ แต่ไม่ยอมร้องทุกข์ตามระเบียบ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15096_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15096_p1_t1","text":"(2) เมื่อผู้เสียหายฟ้องคดีเสียเองโดยมิได้ร้องทุกข์ก่อน","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15096_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"15096_p1_t1","text":"(3) เมื่อมีหนังสือกล่าวโทษเป็นบัตรสนเท่ห์ หรือบุคคลที่กล่าวโทษด้วย\nปากไม่ยอมบอกว่าเขาคือใคร หรือไม่ยอมลงลายมือชื่อในคำกล่าวโทษหรือบันทึกคำกล่าว\nโทษ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":15097,"parent":15093,"text":"มาตรา 123","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":3},
{"key":"15097_p1","parent":15097,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15097_p1_t1","parent":"15097_p1","text":"ผู้เสียหายอาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15097_p2","parent":15097,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15097_p2_t1","parent":"15097_p2","text":"คำร้องทุกข์นั้นต้องปรากฏชื่อและที่อยู่ของผู้ร้องทุกข์ ลักษณะแห่งความ\nผิด พฤติการณ์ต่าง ๆ ที่ความผิดนั้นได้กระทำลง ความเสียหายที่ได้รับและชื่อหรือรูปพรรณ\nของผู้กระทำผิดเท่าที่จะบอกได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15097_p3","parent":15097,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15097_p3_t1","parent":"15097_p3","text":"คำร้องทุกข์นี้จะทำเป็นหนังสือหรือร้องด้วยปากก็ได้ ถ้าเป็นหนังสือต้องมี\nวันเดือนปีและลายมือชื่อของผู้ร้องทุกข์ ถ้าร้องด้วยปาก ให้พนักงานสอบสวนบันทึกไว้ ลง\nวันเดือนปีและลงลายมือชื่อผู้บันทึกกับผู้ร้องทุกข์ในบันทึกนั้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15098,"parent":15093,"text":"มาตรา 124","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":4},
{"key":"15098_p1","parent":15098,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15098_p1_t1","parent":"15098_p1","text":"ผู้เสียหายจะร้องทุกข์ต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ\nซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่รองหรือเหนือพนักงานสอบสวน และเป็นผู้ซึ่งมีหน้าที่รักษาความสงบ\nเรียบร้อยตามกฎหมายก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15098_p2","parent":15098,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15098_p2_t1","parent":"15098_p2","text":"เมื่อมีหนังสือร้องทุกข์ยื่นต่อเจ้าพนักงานเช่นกล่าวแล้ว ให้รีบจัดการส่งไป\nยังพนักงานสอบสวน และจะจดหมายเหตุอะไรไปบ้างเพื่อประโยชน์ของพนักงานสอบสวน\nก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15098_p3","parent":15098,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15098_p3_t1","parent":"15098_p3","text":"เมื่อมีคำร้องทุกข์ด้วยปากให้รีบจัดการให้ผู้เสียหายไปพบกับพนักงาน\nสอบสวนเพื่อจดบันทึกคำร้องทุกข์นั้นดังบัญญัติในมาตราก่อน ในกรณีเร่งร้อนเจ้าพนักงาน\nนั้นจะจดบันทึกเสียเองก็ได้ แต่แล้วให้รีบส่งไปยังพนักงานสอบสวน และจะจดหมายเหตุ\nอะไรไปบ้างเพื่อประโยชน์ของพนักงานสอบสวนก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15098_p4","parent":15098,"text":"วรรค 4","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"15098_p4_t1","parent":"15098_p4","text":"วรรคสี่ (ยกเลิก)","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15099,"parent":15093,"text":"มาตรา 124/1","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":5},
{"key":"15099_p1_t1","parent":15099,"text":"มาตรา 124/1 ให้นำบทบัญญัติในมาตรา 133 ทวิ วรรคหนึ่ง วรรค\nสอง และวรรคสามมาใช้บังคับโดยอนุโลมแก่การจดบันทึกคำร้องทุกข์ในคดีที่ผู้เสียหายเป็น\nเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี เว้นแต่มีเหตุจำเป็น ไม่อาจหาหรือรอนักจิตวิทยาหรือนัก\nสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่เด็กร้องขอและพนักงานอัยการได้และเด็กไม่ประสงค์จะให้มีหรือ\nรอบุคคลดังกล่าวต่อไป ทั้งนี้ ให้ผู้รับคำร้องทุกข์ ตามมาตรา 123 หรือมาตรา 124 แล้ว\nแต่กรณี บันทึกเหตุดังกล่าวไว้ในบันทึกคำร้องทุกข์ด้วย","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15100,"parent":15093,"text":"มาตรา 125","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":6},
{"key":"15100_p1_t1","parent":15100,"text":"เมื่อพนักงานสอบสวน หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือ\nตำรวจ ได้กระทำการสืบสวนหรือสอบสวนไปทั้งหมดหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใดตามคำขอร้อง\nให้ช่วยเหลือ ให้ตกเป็นหน้าที่ของพนักงานนั้นจัดการให้มีคำร้องทุกข์ตามระเบียบ ตาม\nบทบัญญัติแห่งมาตรา 123 และ 124","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15101,"parent":15093,"text":"มาตรา 126","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":7},
{"key":"15101_p1","parent":15101,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15101_p1_t1","parent":"15101_p1","text":"ผู้ร้องทุกข์จะแก้คำร้องทุกข์ระยะใด หรือจะถอนคำร้องทุกข์\nเสียเมื่อใดก็ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15101_p2","parent":15101,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15101_p2_t1","parent":"15101_p2","text":"ในคดีซึ่งมิใช่ความผิดต่อส่วนตัว การถอนคำร้องทุกข์เช่นนั้นย่อมไม่ตัด\nอำนาจพนักงานสอบสวนที่จะสอบสวนหรือพนักงานอัยการที่จะฟ้องคดีนั้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15102,"parent":15093,"text":"มาตรา 127","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":8},
{"key":"15102_p1","parent":15102,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15102_p1_t1","parent":"15102_p1","text":"ให้นำบทบัญญัติในมาตรา 123 ถึง 126 มาบังคับโดย\nอนุโลมในเรื่องคำกล่าวโทษ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15102_p2","parent":15102,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15102_p2_t1","parent":"15102_p2","text":"เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่รับคำกล่าวโทษจะไม่บันทึกคำกล่าวโทษในกรณีต่อ\n\nไปนี้ก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15102_p2_t1_ext_ul_4_li1","parent":"15102_p2_t1","text":"(1) เมื่อผู้กล่าวโทษไม่ยอมแจ้งว่าเขาคือใคร","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15102_p2_t1_ext_ul_4_li2","parent":"15102_p2_t1","text":"(2) เมื่อคำกล่าวโทษเป็นบัตรสนเท่ห์","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15102_p3","parent":15102,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15102_p3_t1","parent":"15102_p3","text":"คำกล่าวโทษซึ่งบันทึกแล้วแต่ผู้กล่าวโทษไม่ยอมลงลายมือชื่อ เจ้า\nพนักงานผู้รับคำกล่าวโทษจะไม่จัดการแก่คำกล่าวโทษนั้นก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15103,"parent":15093,"text":"มาตรา 128","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":9},
{"key":"15103_p1_t1","parent":15103,"text":"พนักงานสอบสวนมีอำนาจให้เจ้าพนักงานอื่นทำการแทน\n\nดังต่อไปนี้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15103_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15103_p1_t1","text":"(1) การใดในการสอบสวนอยู่นอกเขตอำนาจของตน มีอำนาจส่งประเด็น\nไปให้พนักงานสอบสวน ซึ่งมีอำนาจทำการนั้นจัดการได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15103_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15103_p1_t1","text":"(2) การใดเป็นสิ่งเล็กน้อยในการสอบสวน ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของตน ไม่\nว่าทำเองหรือจัดการตามประเด็นมีอำนาจสั่งให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาทำแทนได้ แต่ทั้งนี้ เมื่อ\nประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นมิได้เจาะจงให้ทำด้วยตนเอง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":15104,"parent":15093,"text":"มาตรา 129","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":10},
{"key":"15104_p1_t1","parent":15104,"text":"ให้ทำการสอบสวนรวมทั้งการชันสูตรพลิกศพ ในกรณีที่\nความตายเป็นผลแห่งการกระทำผิดอาญาดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายนี้อันว่าด้วย\nการชันสูตรพลิกศพ ถ้าการชันสูตรพลิกศพยังไม่เสร็จ ห้ามมิให้ฟ้องผู้ต้องหายังศาล","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15105,"parent":15092,"text":"ลักษณะ 2\n\n การสอบสวน","expanded":false,"brush":"plum","dir":"right","order":1},
{"key":15106,"parent":15105,"text":"หมวด 1\n\nการสอบสวนสามัญ","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":0},
{"key":15107,"parent":15106,"text":"มาตรา 130","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":0},
{"key":"15107_p1_t1","parent":15107,"text":"ให้เริ่มการสอบสวนโดยมิชักช้า จะทำการในที่ใด เวลาใด\nแล้วแต่จะเห็นสมควร โดยผู้ต้องหาไม่จำต้องอยู่ด้วย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15108,"parent":15106,"text":"มาตรา 131","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":1},
{"key":"15108_p1_t1","parent":15108,"text":"ให้พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานทุกชนิด เท่าที่\nสามารถจะทำได้ เพื่อประสงค์จะทราบข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่าง ๆ อันเกี่ยวกับความ\nผิดที่ถูกกล่าวหา เพื่อจะรู้ตัวผู้กระทำผิดและพิสูจน์ให้เห็นความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้\nต้องหา","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15109,"parent":15106,"text":"มาตรา 131/1","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":2},
{"key":"15109_p1","parent":15109,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15109_p1_t1","parent":"15109_p1","text":"มาตรา 131/1 ในกรณีที่จำเป็นต้องใช้พยานหลักฐานทาง\nวิทยาศาสตร์ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามมาตรา 131 ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจให้\nทำการตรวจพิสูจน์บุคคล วัตถุ หรือเอกสารใด ๆ โดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15109_p2","parent":15109,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15109_p2_t1","parent":"15109_p2","text":"ในกรณีความผิดอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี หากการ\nตรวจพิสูจน์ตามวรรคหนึ่งจำเป็นต้องตรวจเก็บตัวอย่างเลือด เนื้อเยื่อ ผิวหนัง เส้นผมหรือ\nขน น้ำลาย ปัสสาวะ อุจจาระ สารคัดหลั่ง สารพันธุกรรมหรือส่วนประกอบของร่างกายจาก\nผู้ต้องหา ผู้เสียหายหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบมีอำนาจให้\nแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญดำเนินการตรวจดังกล่าวได้ แต่ต้องกระทำเพียงเท่าที่จำเป็นและ\nสมควรโดยใช้วิธีการที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดน้อยที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ทั้งจะต้องไม่เป็น\nอันตรายต่อร่างกายหรืออนามัยของบุคคลนั้น และผู้ต้องหา ผู้เสียหาย หรือบุคคลที่\nเกี่ยวข้องต้องให้ความยินยอม หากผู้ต้องหาหรือผู้เสียหายไม่ยินยอมโดยไม่มีเหตุอันสมควร\nหรือผู้ต้องหาหรือผู้เสียหายกระทำการป้องปัดขัดขวางมิให้บุคคลที่เกี่ยวข้องให้ความ\nยินยอมโดยไม่มีเหตุอันสมควรให้สันนิษฐานไว้เบื้องต้นว่าข้อเท็จจริงเป็นไปตามผลการ\nตรวจพิสูจน์ที่หากได้ตรวจพิสูจน์แล้วจะเป็นผลเสียต่อผู้ต้องหาหรือผู้เสียหายนั้นแล้วแต่\nกรณี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15109_p3","parent":15109,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15109_p3_t1","parent":"15109_p3","text":"ค่าใช้จ่ายในการตรวจพิสูจน์ตามมาตรานี้ ให้สั่งจ่ายจากงบประมาณตาม\nระเบียบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม หรือสำนักงาน\nอัยการสูงสุด แล้วแต่กรณี กำหนดโดยได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15110,"parent":15106,"text":"มาตรา 132","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":3},
{"key":"15110_p1_t1","parent":15110,"text":"เพื่อประโยชน์แห่งการรวบรวมหลักฐาน ให้พนักงาน\nสอบสวนมีอำนาจดังต่อไปนี้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15110_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15110_p1_t1","text":"(1) ตรวจตัวผู้เสียหายเมื่อผู้นั้นยินยอม หรือตรวจตัวผู้ต้องหา หรือตรวจ\nสิ่งของหรือที่ทำงอันสามารถอาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้ ให้รวมทั้งทำภาพถ่าย แผนที่\nหรือภาพวาด จำลอง หรือพิมพ์ลายนิ้วมือ ลายมือหรือลายเท้า กับให้บันทึกรายละเอียดทั้ง\nหลายซึ่งน่าจะกระทำให้คดีแจ่มกระจ่างขึ้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15110_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15110_p1_t1","text":"ในการตรวจตัวผู้เสียหายหรือผู้ต้องหาตามวรรคหนึ่ง หากผู้เสียหายหรือผู้\nต้องหาเป็นหญิงให้จัดให้เจ้าพนักงานซึ่งเป็นหญิงหรือหญิงอื่นเป็นผู้ตรวจ ทั้งนี้ ในกรณีที่มี\nเหตุอันสมควร ผู้เสียหายหรือผู้ต้องหาจะขอนำบุคคลใดมาอยู่ร่วมในการตรวจนั้นด้วย\nก็ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15110_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"15110_p1_t1","text":"(2) ค้นเพื่อพบสิ่งของ ซึ่งมีไว้เป็นความผิด หรือได้มาโดยการกระทำผิด\nหรือได้ใช้หรือสงสัยว่าได้ใช้ในการกระทำผิด หรือซึ่งอาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้ แต่ต้อง\nปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยค้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15110_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"15110_p1_t1","text":"(3) หมายเรียกบุคคลซึ่งครอบครองสิ่งของ ซึ่งอาจใช้เป็นพยานหลักฐาน\nได้ แต่บุคคลที่ถูกหมายเรียกไม่จำต้องมาเอง เมื่อจัดส่งสิ่งของมาตามหมายแล้ว ให้ถือ\nเสมือนว่าได้ปฏิบัติตามหมาย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"15110_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"15110_p1_t1","text":"(4) ยึดไว้ซึ่งสิ่งของที่ค้นพบหรือส่งมาดังกล่าวไว้ในอนุมาตรา (2) และ (3)","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":15111,"parent":15106,"text":"มาตรา 133","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":4},
{"key":"15111_p1","parent":15111,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15111_p1_t1","parent":"15111_p1","text":"พนักงานสอบสวนมีอำนาจออกหมายเรียกผู้เสียหายหรือ\nบุคคลใดซึ่งมีเหตุอันควรเชื่อว่าถ้อยคำของเขาอาจเป็นประโยชน์แก่คดีให้มาตามเวลาและ\nสถานที่ในหมาย แล้วให้ถามปากคำบุคคลนั้นไว้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15111_p2","parent":15111,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15111_p2_t1","parent":"15111_p2","text":"การถามปากคำนั้นพนักงานสอบสวนจะให้ผู้ให้ถ้อยคำสาบานหรือ\nปฏิญาณตัวเสียก่อนก็ได้ และต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วย\nพยานบุคคล","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15111_p3","parent":15111,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15111_p3_t1","parent":"15111_p3","text":"ห้ามมิให้พนักงานสอบสวนตักเตือน พูดให้ท้อใจหรือใช้กลอุบายอื่นเพื่อ\nป้องกันมิให้บุคคลใดให้ถ้อยคำ ซึ่งอยากจะให้ด้วยความเต็มใจ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15111_p4","parent":15111,"text":"วรรค 4","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"15111_p4_t1","parent":"15111_p4","text":"ในคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ การถามปากคำผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิง ให้\nพนักงานสอบสวนซึ่งเป็นหญิงเป็นผู้สอบสวน เว้นแต่ผู้เสียหายนั้นยินยอมหรือมีเหตุจำเป็น\nอย่างอื่น และให้บันทึกความยินยอมหรือเหตุจำเป็นนั้นไว้ ทั้งนี้ ผู้เสียหายจะขอให้บุคคลใด\nอยู่ร่วมในการถามปากคำนั้นด้วยก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15111_p5","parent":15111,"text":"วรรค 5","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"15111_p5_t1","parent":"15111_p5","text":"ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องจัดให้ผู้เสียหายหรือพยานยืนยันตัวผู้กระทำ\nความผิดในชั้นจับกุมหรือชี้ตัวผู้ต้องหาในคดีอาญา ให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ\nหรือพนักงานสอบสวนจัดให้มีการยืนยันตัวผู้กระทำความผิดหรือชี้ตัวผู้ต้องหาในสถานที่ที่\nเหมาะสม และสามารถจะป้องกันมิให้ผู้กระทำความผิดหรือผู้ต้องหาเห็นตัวผู้เสียหายหรือ\nพยาน โดยให้คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้เสียหายหรือพยานเท่าที่เหมาะสมแก่พฤติการณ์\nแห่งกรณี เว้นแต่ผู้เสียหายหรือพยานนั้นยินยอม และให้บันทึกความยินยอมนั้นไว้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15112,"parent":15106,"text":"มาตรา 133 ทวิ","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":5},
{"key":"15112_p1","parent":15112,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15112_p1_t1","parent":"15112_p1","text":"ทวิ ในคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดเกี่ยวกับชีวิต\nและร่างกายอันมิใช่ความผิดที่เกิดจากการชุลมุนต่อสู้ ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพ ความผิด\nฐานกรรโชก ชิงทรัพย์และปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมาย\nว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการ\nในการป้องกันและปราบปรามการค้าหญิงและเด็ก ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยสถาน\nบริการ หรือคดีความผิดอื่นที่มีอัตราโทษจำคุก ซึ่งผู้เสียหายหรือพยานที่เป็นเด็กอายุไม่เกิน\nสิบแปดปีร้องขอ การถามปากคำผู้เสียหายหรือพยานที่เป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี ให้\nพนักงานสอบสวนแยกกระทำเป็นส่วนสัดในสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับเด็ก และให้มีนัก\nจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่เด็กร้องขอ และพนักงานอัยการร่วมอยู่ด้วยใน\nการถามปากคำเด็กนั้น และในกรณีที่นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์เห็นว่าการถาม\nปากคำเด็กคนใดหรือคำถามใด อาจจะมีผลกระทบกระเทือนต่อจิตใจเด็กอย่างรุนแรง ให้\nพนักงานสอบสวนถามผ่านนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์เป็นการเฉพาะตามประเด็น\nคำถามของพนักงานสอบสวน โดยมิให้เด็กได้ยินคำถามของพนักงานสอบสวนและห้ามมิให้\nถามเด็กซ้ำซ้อนหลายครั้งโดยไม่มีเหตุอันสมควร","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15112_p2","parent":15112,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15112_p2_t1","parent":"15112_p2","text":"ให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะต้องแจ้งให้นักจิตวิทยาหรือนัก\nสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่เด็กร้องขอ และพนักงานอัยการทราบ รวมทั้งแจ้งให้ผู้เสียหาย\nหรือพยานที่เป็นเด็กทราบถึงสิทธิตามวรรคหนึ่งด้วย","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15112_p3","parent":15112,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15112_p3_t1","parent":"15112_p3","text":"นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ หรือพนักงานอัยการที่เข้าร่วมในการ\nถามปากคำอาจถูกผู้เสียหายหรือพยานซึ่งเป็นเด็กตั้งรังเกียจได้ หากมีกรณีดังกล่าวให้\nเปลี่ยนตัวผู้นั้น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15112_p4","parent":15112,"text":"วรรค 4","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"15112_p4_t1","parent":"15112_p4","text":"ภายใต้บังคับแห่งมาตรา 139 การถามปากคำเด็กตามวรรคหนึ่ง ให้\nพนักงานสอบสวนจัดให้มีการบันทึกภาพและเสียงการถามปากคำดังกล่าวซึ่งสามารถนำ\nออกถ่ายทอดได้อย่างต่อเนื่องไว้เป็นพยาน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15112_p5","parent":15112,"text":"วรรค 5","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"15112_p5_t1","parent":"15112_p5","text":"ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่งซึ่งมีเหตุอันควรไม่อาจรอนักจิตวิทยาหรือ\nนักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่เด็กร้องขอ และพนักงานอัยการเข้าร่วมในการถามปากคำ\nพร้อมกันได้ ให้พนักงานสอบสวนถามปากคำเด็กโดยมีบุคคลใดบุคคลหนึ่งตามวรรคหนึ่ง\nอยู่ร่วมด้วยก็ได้ แต่ต้องบันทึกเหตุที่ไม่อาจรอบุคคลอื่นไว้ในสำนวนการสอบสวน และมิให้\nถือว่าการถามปากคำผู้เสียหายหรือพยานซึ่งเป็นเด็กในกรณีดังกล่าวที่ได้กระทำไปแล้วไม่\nชอบด้วยกฎหมาย","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15113,"parent":15106,"text":"มาตรา 133 ตรี","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":6},
{"key":"15113_p1","parent":15113,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15113_p1_t1","parent":"15113_p1","text":"ตรี ในกรณีที่พนักงานสอบสวนมีความจำเป็นต้องจัดให้ผู้\nเสียหายหรือพยานที่เป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปีชี้ตัวบุคคลใด ให้พนักงานสอบสวนจัดให้มี\nการชี้ตัวบุคคลในสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับเด็กและสามารถป้องกันมิให้บุคคลซึ่งจะถูกชี้ตัว\nนั้นเห็นตัวเด็ก โดยให้มีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่เด็กร้องขอ และ\nพนักงานอัยการร่วมอยู่ด้วยในการชี้ตัวบุคคลนั้น เว้นแต่มีเหตุจำเป็นไม่อาจหาหรือรอ\nบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้และเด็กไม่ประสงค์จะให้มีหรือรอบุคคลดังกล่าวต่อไป ทั้งนี้ ให้\nพนักงานสอบสวนบันทึกเหตุดังกล่าวไว้ในสำนวนการสอบสวนด้วย","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15113_p2","parent":15113,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15113_p2_t1","parent":"15113_p2","text":"ในกรณีการชี้ตัวผู้ต้องหาที่เป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี ให้พนักงาน\nสอบสวนจัดให้มีการชี้ตัวในสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับเด็กและสามารถป้องกันมิให้ผู้ต้องหา\nที่เป็นเด็กนั้นเห็นตัวบุคคลที่จะทำการชี้ตัว","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15114,"parent":15106,"text":"มาตรา 134","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":7},
{"key":"15114_p1","parent":15114,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15114_p1_t1","parent":"15114_p1","text":"เมื่อผู้ต้องหาถูกเรียก หรือส่งตัวมา หรือเข้าหาพนักงาน\nสอบสวนเอง หรือปรากฏว่าผู้ใดซึ่งมาอยู่ต่อหน้าพนักงานสอบสวนเป็นผู้ต้องหา ให้ถามชื่อ\nตัว ชื่อรอง ชื่อสกุล สัญชาติ บิดามารดา อายุ อาชีพ ที่อยู่ ที่เกิด และแจ้งให้ทราบถึงข้อเท็จ\nจริงเกี่ยวกับการกระทำที่กล่าวหาว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิด แล้วจึงแจ้งข้อหาให้ทราบ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15114_p2","parent":15114,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15114_p2_t1","parent":"15114_p2","text":"การแจ้งข้อหาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีหลักฐานตามสมควรว่าผู้นั้นน่าจะ\nได้กระทำผิดตามข้อหานั้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15114_p3","parent":15114,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15114_p3_t1","parent":"15114_p3","text":"ผู้ต้องหามีสิทธิได้รับการสอบสวนด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15114_p4","parent":15114,"text":"วรรค 4","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"15114_p4_t1","parent":"15114_p4","text":"พนักงานสอบสวนต้องให้โอกาสผู้ต้องหาที่จะแก้ข้อหาและที่จะแสดงข้อ\nเท็จจริงอันเป็นประโยชน์แก่ตนได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15114_p5","parent":15114,"text":"วรรค 5","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"15114_p5_t1","parent":"15114_p5","text":"เมื่อได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ถ้าผู้ต้องหาไม่ใช่ผู้ถูกจับและยังไม่ได้มี\nการออกหมายจับแต่พนักงานสอบสวนเห็นว่ามีเหตุที่จะออกหมายขังผู้นั้นได้ตามมาตรา\n71 พนักงานสอบสวนมีอำนาจสั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลเพื่อขอออกหมายขังโดยทันที แต่ถ้า\nขณะนั้นเป็นเวลาที่ศาลปิดหรือใกล้จะปิดทำการ ให้พนักงานสอบสวนสั่งให้ผู้ต้องหาไปศาล\nในโอกาสแรกที่ศาลเปิดทำการ กรณีเช่นว่านี้ให้นำมาตรา 87 มาใช้บังคับแก่การพิจารณา\nออกหมายขังโดยอนุโลม หากผู้ต้องหาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานสอบสวนดังกล่าว\nให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจจับผู้ต้องหานั้นได้ โดยถือว่าเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่จะจับผู้\nต้องหาได้โดยไม่มีหมายจับ และมีอำนาจปล่อยชั่วคราวหรือควบคุมตัวผู้ต้องหานั้นไว้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15115,"parent":15106,"text":"มาตรา 134/1","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":8},
{"key":"15115_p1","parent":15115,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15115_p1_t1","parent":"15115_p1","text":"มาตรา 134/1 ในคดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิต หรือในคดีที่ผู้ต้องหา\nมีอายุไม่เกินสิบแปดปีในวันที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา ก่อนเริ่มถามคำให้การให้\nพนักงานสอบสวนถามผู้ต้องหาว่ามีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีให้รัฐจัดหาทนายความให้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15115_p2","parent":15115,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15115_p2_t1","parent":"15115_p2","text":"ในคดีที่มีอัตราโทษจำคุก ก่อนเริ่มถามคำให้การให้พนักงานสอบสวนถาม\nผู้ต้องหาว่ามีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีและผู้ต้องหาต้องการทนายความ ให้รัฐจัดหา\nทนายความให้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15115_p3","parent":15115,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15115_p3_t1","parent":"15115_p3","text":"การจัดหาทนายความตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้พนักงานสอบสวน\nปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และให้ทนายความที่รัฐ\nจัดหาให้ได้รับเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายตามระเบียบที่กระทรวงยุติธรรมกำหนดโดยได้รับ\nความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15115_p4","parent":15115,"text":"วรรค 4","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"15115_p4_t1","parent":"15115_p4","text":"เมื่อได้จัดหาทนายความให้แก่ผู้ต้องหาตามวรรคหนึ่ง วรรคสอง หรือ\nวรรคสามแล้ว ในกรณีจำเป็นเร่งด่วน หากทนายความไม่อาจมาพบผู้ต้องหาได้ โดยไม่แจ้ง\nเหตุขัดข้องให้พนักงานสอบสวนทราบหรือแจ้งแต่ไม่มาพบผู้ต้องหาภายในเวลาอันสมควร\nให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนผู้ต้องหาไปได้โดยไม่ต้องรอทนายความ แต่พนักงาน\nสอบสวนต้องบันทึกเหตุนั้นไว้ในสำนวนการสอบสวนด้วย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15116,"parent":15106,"text":"มาตรา 134/2","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":9},
{"key":"15116_p1_t1","parent":15116,"text":"มาตรา 134/2 ให้นำบทบัญญัติในมาตรา 133 ทวิ มาใช้บังคับโดย\nอนุโลมแก่การสอบสวนผู้ต้องหาที่เป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15117,"parent":15106,"text":"มาตรา 134/3","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":10},
{"key":"15117_p1_t1","parent":15117,"text":"มาตรา 134/3 ผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้า\nฟังการสอบปากคำตนได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15118,"parent":15106,"text":"มาตรา 134/4","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":11},
{"key":"15118_p1","parent":15118,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15118_p1_t1","parent":"15118_p1","text":"มาตรา 134/4 ในการถามคำให้การผู้ต้องหา ให้พนักงานสอบสวน\nแจ้งให้ผู้ต้องหาทราบก่อนว่า","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15118_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15118_p1_t1","text":"(1) ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะให้การหรือไม่ก็ได้ ถ้าผู้ต้องหาให้การ ถ้อยคำที่ผู้\nต้องหาให้การนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15118_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15118_p1_t1","text":"(2) ผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบ\n\nปากคำตนได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15118_p2","parent":15118,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15118_p2_t1","parent":"15118_p2","text":"เมื่อผู้ต้องหาเต็มใจให้การอย่างใดก็ให้จดคำให้การไว้ ถ้าผู้ต้องหาไม่\nเต็มใจให้การเลยก็ให้บันทึกไว้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15118_p3","parent":15118,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15118_p3_t1","parent":"15118_p3","text":"ถ้อยคำใด ๆ ที่ผู้ต้องหาให้ไว้ต่อพนักงานสอบสวนก่อนมีการแจ้งสิทธิตาม\nวรรคหนึ่ง หรือก่อนที่จะดำเนินการตามมาตรา 134/1 มาตรา 134/2 และมาตรา\n134/3 จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้นั้นไม่ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15119,"parent":15106,"text":"มาตรา 135","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":12},
{"key":"15119_p1_t1","parent":15119,"text":"ในการถามคำให้การผู้ต้องหา ห้ามมิให้พนักงาน\nสอบสวนทำหรือจัดให้ทำการใด ๆ ซึ่งเป็นการให้คำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวง ทรมาน ใช้\nกำลังบังคับ หรือกระทำโดยมิชอบประการใด ๆ เพื่อจูงใจให้เขาให้การอย่างใด ๆ ในเรื่องที่\nต้องหานั้น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15120,"parent":15106,"text":"มาตรา 136","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":13},
{"key":"15120_p1_t1","parent":15120,"text":"(ยกเลิก)","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15121,"parent":15106,"text":"มาตรา 137","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":14},
{"key":"15121_p1_t1","parent":15121,"text":"พนักงานสอบสวนขณะทำการอยู่ในบ้านเรือนหรือสถานที่\nอื่น ๆ มีอำนาจสั่งมิให้ผู้ใดออกไปจากที่นั้น ๆ ชั่วเวลาเท่าที่จำเป็น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15122,"parent":15106,"text":"มาตรา 138","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":15},
{"key":"15122_p1_t1","parent":15122,"text":"พนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนเองหรือส่งประเด็นไป\nสอบสวนเพื่อทราบความเป็นมาแห่งชีวิตและความประพฤติอันเป็นอาจิณของผู้ต้องหา แต่\nต้องแจ้งให้ผู้ต้องหาทราบข้อความทุกข้อที่ได้มา","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15123,"parent":15106,"text":"มาตรา 139","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":16},
{"key":"15123_p1","parent":15123,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15123_p1_t1","parent":"15123_p1","text":"ให้พนักงานสอบสวนบันทึกการสอบสวนตามหลักทั่วไปใน\nประมวลกฎหมายนี้อันว่าด้วยการสอบสวนและให้เอาบันทึก เอกสารอื่นซึ่งได้มา อีกทั้ง\nบันทึกและเอกสารทั้งหลายซึ่งเจ้าพนักงานอื่นผู้สอบสวนคดีเดียวกันนั้นส่งมารวมเข้า\nสำนวนไว้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15123_p2","parent":15123,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15123_p2_t1","parent":"15123_p2","text":"เอกสารที่ยื่นเป็นพยานให้รวมเข้าสำนวน ถ้าเป็นสิ่งของอย่างอื่นให้ทำ\nบัญชีรายละเอียดรวมเข้าสำนวนไว้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15123_p3","parent":15123,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15123_p3_t1","parent":"15123_p3","text":"เพื่อประโยชน์ในการติดตามพยานให้ไปตามกำหนดนัดของศาล ให้\nพนักงานสอบสวนบันทึกรายชื่อของพยานบุคคลทั้งหมดพร้อมที่อยู่หรือสถานที่ติดต่อ\nหมายเลขโทรศัพท์หรือช่องทางอื่นที่ใช้ในการติดต่อพยานเหล่านั้นเก็บไว้ ณ ที่ทำการของ\nพนักงานสอบสวน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15124,"parent":15106,"text":"มาตรา 140","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":17},
{"key":"15124_p1_t1","parent":15124,"text":"เมื่อพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในการสอบสวน เห็น\nว่าการสอบสวนเสร็จแล้ว ให้จัดการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15124_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15124_p1_t1","text":"(1) ถ้าไม่ปรากฏว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำความผิดและความผิดนั้นมีอัตรา\nโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกินสามปี ให้พนักงานสอบสวนงดการสอบสวน และบันทึกเหตุที่งด\nนั้นไว้ แล้วให้ส่งบันทึกพร้อมกับสำนวนไปยังพนักงานอัยการ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15124_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15124_p1_t1","text":"ถ้าอัตราโทษอย่างสูงเกินกว่าสามปี ให้พนักงานสอบสวนส่งสำนวนไปยัง\nพนักงานอัยการพร้อมทั้งความเห็นที่ควรให้งดการสอบสวน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15124_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"15124_p1_t1","text":"ถ้าพนักงานอัยการสั่งให้งด หรือให้ทำการสอบสวนต่อไป ให้พนักงาน\nสอบสวนปฏิบัติตามนั้น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15124_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"15124_p1_t1","text":"(2) ถ้ารู้ตัวผู้กระทำผิด ให้ใช้บัญญัติในสี่มาตราต่อไปนี้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":15125,"parent":15106,"text":"มาตรา 141","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":18},
{"key":"15125_p1","parent":15125,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15125_p1_t1","parent":"15125_p1","text":"ถ้ารู้ตัวผู้กระทำความผิด แต่เรียกหรือจับตัวยังไม่ได้ เมื่อได้\nความตามทางสอบสวนอย่างใด ให้ทำความเห็นว่าควรสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องส่งไปพร้อมกับ\nสำนวนยังพนักงานอัยการ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15125_p2","parent":15125,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15125_p2_t1","parent":"15125_p2","text":"ถ้าพนักงานอัยการเห็นชอบด้วยว่าควรสั่งไม่ฟ้อง ให้ยุติการสอบสวนโดย\nสั่งไม่ฟ้อง และให้แจ้งคำสั่งนี้ให้พนักงานสอบสวนทราบ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15125_p3","parent":15125,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15125_p3_t1","parent":"15125_p3","text":"ถ้าพนักงานอัยการเห็นว่าควรสอบสวนต่อไป ก็ให้สั่งพนักงานสอบสวนปฏิบัติเช่นนั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15125_p4","parent":15125,"text":"วรรค 4","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"15125_p4_t1","parent":"15125_p4","text":"ถ้าพนักงานอัยการเห็นว่าควรสั่งฟ้อง ก็ให้จัดการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อ\nให้ได้ตัวผู้ต้องหามา ถ้าผู้ต้องหาอยู่ต่างประเทศ ให้พนักงานอัยการจัดการเพื่อขอให้ส่งตัว\nข้ามแดนมา","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15126,"parent":15106,"text":"มาตรา 142","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":19},
{"key":"15126_p1","parent":15126,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15126_p1_t1","parent":"15126_p1","text":"ถ้ารู้ตัวผู้กระทำความผิดและผู้นั้นถูกควบคุม หรือขังอยู่\nหรือปล่อยชั่วคราวหรือเชื่อว่าคงได้ตัวมาเมื่อออกหมายเรียก ให้พนักงานสอบสวนทำความ\nเห็นตามท้องสำนวนการสอบสวนว่าควรสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องส่งไปยังพนักงานอัยการ\nพร้อมด้วยสำนวน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15126_p2","parent":15126,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15126_p2_t1","parent":"15126_p2","text":"ในกรณีที่เสนอความเห็นควรสั่งไม่ฟ้อง ให้ส่งแต่สำนวนพร้อมด้วยความ\nเห็นไปยังพนักงานอัยการ ส่วนตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจปล่อยหรือปล่อย\nชั่วคราว ถ้าผู้ต้องหาถูกขังอยู่ ให้ขอเองหรือขอให้พนักงานอัยการขอต่อศาลให้ปล่อย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15126_p3","parent":15126,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15126_p3_t1","parent":"15126_p3","text":"ในกรณีที่เสนอความเห็นควรสั่งฟ้อง ให้พนักงานสอบสวนส่งสำนวนพร้อม\nกับผู้ต้องหาไปยังพนักงานอัยการ เว้นแต่ผู้ต้องหานั้นถูกขังอยู่แล้ว หรือผู้ต้องหาซึ่งถูกแจ้ง\nข้อหาได้หลบหนีไป","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15126_p4","parent":15126,"text":"วรรค 4","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"15126_p4_t1","parent":"15126_p4","text":"แต่ถ้าเป็นความผิด ซึ่งพนักงานสอบสวนเปรียบเทียบได้และผู้กระทำ\nความผิดได้ปฏิบัติตามเปรียบเทียบนั้นแล้วให้บันทึกการเปรียบเทียบนั้นไว้ แล้วส่งไปให้\nพนักงานอัยการพร้อมด้วยสำนวน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15127,"parent":15106,"text":"มาตรา 143","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":20},
{"key":"15127_p1","parent":15127,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15127_p1_t1","parent":"15127_p1","text":"เมื่อได้รับความเห็นและสำนวนจากพนักงานสอบสวนดัง\nกล่าวในมาตราก่อน ให้พนักงานอัยการปฏิบัติดังต่อไปนี้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15127_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15127_p1_t1","text":"(1) ในกรณีที่มีความเห็นควรสั่งไม่ฟ้อง ให้ออกคำสั่งไม่ฟ้อง แต่ถ้าไม่เห็น\nชอบด้วย ก็ให้สั่งฟ้องและแจ้งให้พนักงานสอบสวนส่งผู้ต้องหามาเพื่อฟ้องต่อไป","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15127_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15127_p1_t1","text":"(2) ในกรณีมีความเห็นควรสั่งฟ้อง ให้ออกคำสั่งฟ้องและฟ้องผู้ต้องหาต่อ\nศาล ถ้าไม่เห็นชอบด้วย ก็ให้สั่งไม่ฟ้อง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15127_p2","parent":15127,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15127_p2_t1","parent":"15127_p2","text":"ในกรณีหนึ่งกรณีใดข้างต้น พนักงานอัยการมีอำนาจ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15127_p2_t1_ext_ul_6_li1","parent":"15127_p2_t1","text":"(ก) สั่งตามที่เห็นควร ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม\nหรือส่งพยานคนใดมาให้ซักถามเพื่อสั่งต่อไป","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15127_p2_t1_ext_ul_6_li2","parent":"15127_p2_t1","text":"(ข) วินิจฉัยว่าควรปล่อยผู้ต้องหา ปล่อยชั่วคราว ควบคุมไว้ หรือขอให้ศาล\nขัง แล้วแต่กรณี และจัดการหรือสั่งการให้เป็นไปตามนั้น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15127_p3","parent":15127,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15127_p3_t1","parent":"15127_p3","text":"ในคดีฆาตกรรม ซึ่งผู้ตายถูกเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตาม\nหน้าที่ฆ่าตาย หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติ\nราชการตามหน้าที่ อธิบดีกรมอัยการหรือผู้รักษาการแทนเท่านั้นมีอำนาจออกคำสั่งฟ้อง\nหรือไม่ฟ้อง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15128,"parent":15106,"text":"มาตรา 144","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":21},
{"key":"15128_p1_t1","parent":15128,"text":"ในกรณีที่พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง ถ้าความผิดนั้นเป็น\nความผิดซึ่งอาจเปรียบเทียบได้ ถ้าเห็นสมควรพนักงานอัยการมีอำนาจดังต่อไปนี้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15128_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15128_p1_t1","text":"(1) สั่งให้พนักงานสอบสวนพยายามเปรียบเทียบคดีนั้น แทนการที่จะส่งผู้\nต้องหาไปยังพนักงานอัยการ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15128_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15128_p1_t1","text":"(2) เมื่อผู้ต้องหาถูกส่งมายังพนักงานอัยการแล้ว สั่งให้ส่งผู้ต้องหาพร้อม\nด้วยสำนวนกลับไปยังพนักงานสอบสวนให้พยายามเปรียบเทียบคดีนั้น หรือถ้าเห็นสมควร\nจะสั่งให้พนักงานสอบสวนอื่นที่มีอำนาจจัดการเปรียบเทียบให้ก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":15129,"parent":15106,"text":"มาตรา 145","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":22},
{"key":"15129_p1","parent":15129,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15129_p1_t1","parent":"15129_p1","text":"ในกรณีที่มีคำสั่งไม่ฟ้อง และคำสั่งนั้นไม่ใช่ของอธิบดี\nกรมอัยการ ถ้าในนครหลวงกรุงเทพธนบุรี ให้รีบส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมกับคำสั่งไปเสนออธิบดีกรมตำรวจ รองอธิบดีกรมตำรวจ หรือผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ ถ้าในจังหวัดอื่นให้รีบส่งสำเนาการสอบสวนพร้อมกับคำสั่งไปเสนอผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ทั้งนี้มิได้ตัดอำนาจพนักงานอัยการที่จะจัดการอย่างใดแก่ผู้ต้องหาดังบัญญัติไว้ในมาตรา 143","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15129_p2","parent":15129,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15129_p2_t1","parent":"15129_p2","text":"ในกรณีที่อธิบดีกรมตำรวจ รองอธิบดีกรมตำรวจหรือผู้ช่วยอธิบดีกรม\nตำรวจในนครหลวงกรุงเทพธนบุรี หรือผู้ว่าราชการจังหวัดในจังหวัดอื่นแย้งคำสั่งของ\nพนักงานอัยการ ให้ส่งสำนวนพร้อมกับความเห็นที่แย้งกันไปยังอธิบดีกรมอัยการเพื่อชี้ขาด\nแต่ถ้าคดีจะขาดอายุความหรือมีเหตุอย่างอื่นอันจำเป็นจะต้องรีบฟ้องก็ให้ฟ้องคดีนั้นตาม\nความเห็นของอธิบดีกรมตำรวจ รองอธิบดีกรมตำรวจ ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ หรือผู้ว่า\nราชการจังหวัดไปก่อน","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15129_p3","parent":15129,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15129_p3_t1","parent":"15129_p3","text":"บทบัญญัติในมาตรานี้ให้นำมาบังคับในการที่พนักงานอัยการจะอุทธรณ์\nฎีกา หรือถอนฟ้อง ถอนอุทธรณ์และถอนฎีกาโดยอนุโลม","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15130,"parent":15106,"text":"มาตรา 145/1","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":23},
{"key":"15130_p1","parent":15130,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15130_p1_t1","parent":"15130_p1","text":"มาตรา 145/1 สำหรับการสอบสวนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของเจ้า\nพนักงานตำรวจในกรณีที่มีคำสั่งไม่ฟ้องและคำสั่งนั้นไม่ใช่คำสั่งของอัยการสูงสุด ถ้าใน\nกรุงเทพมหานครให้รีบส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมกับคำสั่งเสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่ง\nชาติ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถ้าในจังหวัด\nอื่นให้รีบส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมกับคำสั่งเสนอผู้บัญชาการหรือรองผู้บัญชาการ ซึ่ง\nเป็นผู้บังคับบัญชาของพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ แต่ทั้งนี้มิได้ตัดอำนาจพนักงาน\nอัยการที่จะจัดการอย่างใดแก่ผู้ต้องหาดังบัญญัติไว้ในมาตรา 143","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15130_p2","parent":15130,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15130_p2_t1","parent":"15130_p2","text":"ในกรณีที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ\nหรือผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในกรุงเทพมหานคร หรือผู้บัญชาการหรือรองผู้\nบัญชาการซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในจังหวัดอื่นแย้งคำสั่ง\nของพนักงานอัยการให้ส่งสำนวนพร้อมกับความเห็นที่แย้งไปยังอัยการสูงสุดเพื่อชี้ขาด แต่\nถ้าคดีจะขาดอายุความ หรือมีเหตุอย่างอื่นอันจำเป็นจะต้องรีบฟ้อง ก็ให้ฟ้องคดีนั้นตาม\nความเห็นของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ช่วยผู้\nบัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการหรือรองผู้บัญชาการดังกล่าวแล้วแต่กรณีไปก่อน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15130_p3","parent":15130,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15130_p3_t1","parent":"15130_p3","text":"บทบัญญัติในมาตรานี้ ให้นำมาบังคับในการที่พนักงานอัยการจะอุทธรณ์\nฎีกา หรือถอนฟ้องถอนอุทธรณ์และถอนฎีกาโดยอนุโลม","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15131,"parent":15106,"text":"มาตรา 146","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":24},
{"key":"15131_p1","parent":15131,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15131_p1_t1","parent":"15131_p1","text":"ให้แจ้งคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีให้ผู้ต้องหาและผู้ร้องทุกข์\nทราบ ถ้าผู้ต้องหาถูกควบคุมหรือขังอยู่ให้จัดการปล่อยตัวไปหรือขอให้ศาลปล่อย แล้วแต่\nกรณี","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15131_p2","parent":15131,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15131_p2_t1","parent":"15131_p2","text":"เมื่อพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องแล้ว ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา หรือผู้\nมีส่วนได้เสียมีสิทธิร้องขอต่อพนักงานอัยการเพื่อขอทราบสรุปพยานหลักฐานพร้อมความ\nเห็นของพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการในการสั่งคดี ทั้งนี้ ภายในกำหนดอายุความ\nฟ้องร้อง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15132,"parent":15106,"text":"มาตรา 147","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":25},
{"key":"15132_p1","parent":15132,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15132_p1_t1","parent":"15132_p1","text":"เมื่อมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีแล้ว ห้ามมิให้มีการสอบสวน\nเกี่ยวกับบุคคลนั้นในเรื่องเดียวกันนั้นอีก เว้นแต่จะได้พยานหลักฐานใหม่อันสำคัญแก่คดี ซึ่ง\nน่าจะทำให้ศาลลงโทษผู้ต้องหานั้นได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15132_p2","parent":15132,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15132_p2_t1","parent":"15132_p2","text":"วรรคสอง (สภาไม่อนุมัติ)","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15133,"parent":15105,"text":"หมวด 2\n\nการชันสูตรพลิกศพ","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":1},
{"key":15134,"parent":15133,"text":"มาตรา 148","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":0},
{"key":"15134_p1","parent":15134,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15134_p1_t1","parent":"15134_p1","text":"เมื่อปรากฏแน่ชัดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลใดตาย\nโดยผิดธรรมชาติหรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน ให้มีการชันสูตร\nพลิกศพ เว้นแต่ตายโดยการประหารชีวิตตามกฎหมาย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15134_p2","parent":15134,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15134_p2_t1","parent":"15134_p2","text":"การตายโดยผิดธรรมชาตินั้นคือ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15134_p2_t1_ext_ul_4_li1","parent":"15134_p2_t1","text":"(1) ฆ่าตัวตาย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15134_p2_t1_ext_ul_4_li2","parent":"15134_p2_t1","text":"(2) ถูกผู้อื่นทำให้ตาย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15134_p2_t1_ext_ul_4_li3","parent":"15134_p2_t1","text":"(3) ถูกสัตว์ทำร้ายตาย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15134_p2_t1_ext_ul_4_li4","parent":"15134_p2_t1","text":"(4) ตายโดยอุบัติเหตุ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"15134_p2_t1_ext_ul_4_li5","parent":"15134_p2_t1","text":"(5) ตายโดยยังมิปรากฏเหตุ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":15135,"parent":15133,"text":"มาตรา 149","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":1},
{"key":"15135_p1","parent":15135,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15135_p1_t1","parent":"15135_p1","text":"ความตายผิดธรรมชาติเกิดมีขึ้น ณ ที่ใด ให้เป็นหน้าที่ของ\nสามี ภริยา ญาติ มิตรสหายหรือผู้ปกครองของผู้ตายที่รู้เรื่องการตายเช่นนั้นจัดการดังต่อ\nไปนี้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15135_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15135_p1_t1","text":"(1) เก็บศพไว้ ณ ที่ซึ่งพบนั้นเองเพียงเท่าที่จะทำได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15135_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15135_p1_t1","text":"(2) ไปแจ้งความแก่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจโดยเร็วที่สุด","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15135_p2","parent":15135,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15135_p2_t1","parent":"15135_p2","text":"หน้าที่ดังกล่าวในวรรคต้นนั้นมีตลอดถึงผู้อื่น ซึ่งได้พบศพในที่ซึ่งไม่มีสามี\nภริยา ญาติ มิตรสหายหรือผู้ปกครองของผู้ตายอยู่ในที่นั้นด้วย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15135_p3","parent":15135,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15135_p3_t1","parent":"15135_p3","text":"ผู้ใดละเลยไม่กระทำหน้าที่ดังบัญญัติไว้ในมาตรานี้ ต้องระวางโทษปรับไม่\nเกินหนึ่งพันบาท","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15136,"parent":15133,"text":"มาตรา 150","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":2},
{"key":"15136_p1","parent":15136,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15136_p1_t1","parent":"15136_p1","text":"ในกรณีที่จะต้องมีการชันสูตรพลิกศพ ให้พนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่กับแพทย์ทางนิติเวชศาสตร์ซึ่งได้รับวุฒิบัตรหรือได้รับ\nหนังสืออนุมัติจากแพทย์สภา ทำการชันสูตรพลิกศพโดยเร็ว ถ้าแพทย์ทางนิติเวชศาสตร์ดัง\nกล่าวไม่มีหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้แพทย์ประจำโรงพยาบาลของรัฐปฏิบัติหน้าที่ ถ้า\nแพทย์ประจำโรงพยาบาลของรัฐไม่มีหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้แพทย์ประจำสำนักงาน\nสาธารณสุขจังหวัดปฏิบัติหน้าที่ถ้าแพทย์ประจำสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดไม่มีหรือไม่\nอาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้แพทย์ประจำโรงพยาบาลของเอกชนหรือแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพ\nเวชกรรมที่ขึ้นทะเบียนเป็นแพทย์อาสาสมัครตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสุขปฏิบัติ\nหน้าที่ และในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ให้แพทย์ประจำโรงพยาบาลของเอกชนหรือแพทย์ผู้\nประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้นั้น เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ทั้งนี้ ให้\nพนักงานสอบสวนและแพทย์ดังกล่าวทำบันทึกรายละเอียดแห่งการชันสูตรพลิกศพทันที\nและให้แพทย์ดังกล่าวทำรายงานแนบท้ายบันทึกรายละเอียดแห่งการชันสูตรพลิกศพด้วย\nภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเรื่อง ถ้ามีความจำเป็นให้ขยายระยะเวลาออกไปได้ไม่\nเกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสามสิบวัน แต่ต้องบันทึกเหตุผลและความจำเป็นในการขยาย\nระยะเวลาทุกครั้งไว้ในสำนวนชันสูตรพลิกศพ รายงานดังกล่าวให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของ\nสำนวนชันสูตรพลิกศพ และในกรณีที่ความตายมิได้เป็นผลแห่งการกระทำผิดอาญา ให้\nพนักงานสอบสวนส่งสำนวนชันสูตรพลิกศพไปยังพนักงานอัยการเมื่อเสร็จสิ้นการชันสูตร\nพลิกศพโดยเร็วและให้พนักงานอัยการดำเนินการต่อไปตามมาตรา 156","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15136_p2","parent":15136,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15136_p2_t1","parent":"15136_p2","text":"ให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนแจ้งแก่ผู้มีหน้าที่ไปทำการชันสูตร\nพลิกศพทราบ และก่อนการชันสูตรพลิกศพ ให้พนักงานสอบสวนแจ้งให้สามี ภริยา ผู้\nบุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล หรือญาติของผู้ตายอย่างน้อยหนึ่งคน\nทราบเท่าที่จะทำได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15136_p3","parent":15136,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15136_p3_t1","parent":"15136_p3","text":"ในกรณีที่มีความตายเกิดขึ้นโดยการกระทำของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่า\nปฏิบัติราชการตามหน้าที่หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่า\nปฏิบัติราชการตามหน้าที่ ให้พนักงานอัยการและพนักงานฝ่ายปกครองตำแหน่งตั้งแต่\nระดับปลัดอำเภอหรือเทียบเท่าขึ้นไปแห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่เป็นผู้ชันสูตรพลิกศพร่วมกับ\nพนักงานสอบสวนและแพทย์ตามวรรคหนึ่ง และให้นำบทบัญญัติในวรรคสองมาใช้บังคับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15136_p4","parent":15136,"text":"วรรค 4","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"15136_p4_t1","parent":"15136_p4","text":"เมื่อได้มีการชันสูตรพลิกศพตามวรรคสามแล้ว ให้พนักงานสอบสวนแจ้งให้\nพนักงานอัยการเข้าร่วมกับพนักงานสอบสวนทำสำนวนชันสูตรพลิกศพให้เสร็จภายใน\nสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ถ้ามีความจำเป็นให้ขยายระยะเวลาออกไปได้ไม่เกินสอง\nครั้ง ครั้งละไม่เกินสามสิบวันแต่ต้องบันทึกเหตุผลและความจำเป็นในการขยายระยะเวลา\nทุกครั้งไว้ในสำนวนชันสูตรพลิกศพ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15136_p5","parent":15136,"text":"วรรค 5","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"15136_p5_t1","parent":"15136_p5","text":"เมื่อได้รับสำนวนชันสูตรพลิกศพแล้ว ให้พนักงานอัยการทำคำร้องขอต่อ\nศาลชั้นต้นแห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่ เพื่อให้ศาลทำการไต่สวนและทำคำสั่งแสดงว่าผู้ตายคือ\nใคร ตายที่ไหน เมื่อใด และถึงเหตุและพฤติการณ์ที่ตาย ถ้าตายโดยคนทำร้ายให้กล่าวว่า\nใครเป็นผู้กระทำร้ายเท่าที่จะทราบได้ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับสำนวน ถ้ามีความ\nจำเป็น ให้ขยายระยะเวลาออกไปได้ไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสามสิบวัน แต่ต้องบันทึก\nเหตุผลและความจำเป็นในการขยายระยะเวลาทุกครั้งไว้ในสำนวนชันสูตรพลิกศพ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15136_p6","parent":15136,"text":"วรรค 6","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":5},
{"key":"15136_p6_t1","parent":"15136_p6","text":"ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง วรรคสาม วรรคสี่ และวรรคห้า ให้\nพนักงานสอบสวนปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานอัยการ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15136_p7","parent":15136,"text":"วรรค 7","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":6},
{"key":"15136_p7_t1","parent":"15136_p7","text":"ในการไต่สวนตามวรรคห้า ให้ศาลปิดประกาศแจ้งกำหนดวันที่จะทำการ\nไต่สวนไว้ที่ศาล และให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ศาลส่งสำเนาคำร้องและแจ้ง\nกำหนดวันนัดไต่สวนให้สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล\nหรือญาติของผู้ตายตามลำดับอย่างน้อยหนึ่งคนเท่าที่จะทำได้ทราบก่อนวันนัดไต่สวนไม่\nน้อยกว่าสิบห้าวันและให้พนักงานอัยการนำพยานหลักฐานทั้งปวงที่แสดงถึงการตายมาสืบ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15136_p8","parent":15136,"text":"วรรค 8","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":7},
{"key":"15136_p8_t1","parent":"15136_p8","text":"เมื่อศาลได้ปิดประกาศแจ้งกำหนดวันที่จะทำการไต่สวนแล้ว และก่อนการ\nไต่สวนเสร็จสิ้น สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล หรือญาติ\nของผู้ตายมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลขอเข้ามาซักถามพยานที่พนักงานอัยการนำสืบและนำสืบ\nพยานหลักฐานอื่นได้ด้วย เพื่อการนี้ สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้แทนโดยชอบธรรม\nผู้อนุบาลหรือญาติของผู้ตายมีสิทธิแต่งตั้งทนายความดำเนินการแทนได้ หากไม่มี\nทนายความที่ได้รับการแต่งตั้งจากบุคคลดังกล่าวเข้ามาในคดีให้ศาลตั้งทนายความขึ้นเพื่อ\nทำหน้าที่ทนายความฝ่ายญาติผู้ตาย","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15136_p9","parent":15136,"text":"วรรค 9","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":8},
{"key":"15136_p9_t1","parent":"15136_p9","text":"เมื่อศาลเห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลจะเรียกพยานที่\nนำสืบมาแล้วมาสืบเพิ่มเติมหรือเรียกพยานหลักฐานอื่นมาสืบก็ได้ และศาลอาจขอให้ผู้ทรง\nคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญมาให้ความเห็นเพื่อประกอบการไต่สวนและทำคำสั่ง แต่ทั้งนี้ ไม่ตัด\nสิทธิของผู้นำสืบพยานหลักฐานตามวรรคแปดที่จะขอให้เรียกผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญ\nอื่นมาให้ความเห็นโต้แย้งหรือเพิ่มเติมความเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญดังกล่าว","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15136_p10","parent":15136,"text":"วรรค 10","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":9},
{"key":"15136_p10_t1","parent":"15136_p10","text":"คำสั่งของศาลตามมาตรานี้ให้ถึงที่สุด แต่ไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิฟ้อง\nร้องและการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล หากพนักงานอัยการหรือบุคคลอื่นได้ฟ้องหรือ\nจะฟ้องคดีเกี่ยวกับการตายนั้น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15136_p11","parent":15136,"text":"วรรค 11","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":10},
{"key":"15136_p11_t1","parent":"15136_p11","text":"เมื่อศาลได้มีคำสั่งแล้ว ให้ส่งสำนวนการไต่สวนของศาลไปยังพนักงาน\nอัยการเพื่อส่งแก่พนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไป","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15136_p12","parent":15136,"text":"วรรค 12","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":11},
{"key":"15136_p12_t1","parent":"15136_p12","text":"แพทย์ตามวรรคหนึ่ง เจ้าพนักงานผู้ได้ทำการชันสูตรพลิกศพ และผู้ทรง\nคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญที่ศาลขอให้มาให้ความเห็นตามมาตรานี้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทน\nหรือค่าป่วยการค่าพาหนะเดินทางและค่าเช่าที่พัก ตามระเบียบที่กระทรวงยุติธรรมกำหนด\nโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลังส่วนทนายความที่ศาลตั้งตามมาตรานี้ มีสิทธิได้\nรับเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายเช่นเดียวกับทนายความที่ศาลตั้งตามมาตรา 173","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15137,"parent":15133,"text":"มาตรา 150 ทวิ","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":3},
{"key":"15137_p1","parent":15137,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15137_p1_t1","parent":"15137_p1","text":"ทวิ ผู้ใดกระทำการใด ๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมใน\nบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตร\nพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป เว้นแต่จำเป็นต้องกระทำเพื่อป้องกันอันตรายแก่\nอนามัยของประชาชนหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างอื่นต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หก\nเดือนถึงสองปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15137_p2","parent":15137,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15137_p2_t1","parent":"15137_p2","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำโดยทุจริตหรือเพื่อ\nอำพรางคดีผู้กระทำต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15138,"parent":15133,"text":"มาตรา 151","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":4},
{"key":"15138_p1_t1","parent":15138,"text":"ในเมื่อมีการจำเป็นเพื่อพบเหตุของการตาย เจ้าพนักงานผู้\nทำการชันสูตรพลิกศพมีอำนาจสั่งให้ผ่าศพแล้วแยกธาตุส่วนใด หรือจะให้ส่งทั้งศพหรือบาง\nส่วนไปยังแพทย์หรือพนักงานแยกธาตุของรัฐบาลก็ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15139,"parent":15133,"text":"มาตรา 152","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":5},
{"key":"15139_p1_t1","parent":15139,"text":"ให้แพทย์หรือพนักงานแยกธาตุของรัฐบาลปฏิบัติดังนี้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15139_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15139_p1_t1","text":"(1) ทำรายงานถึงสภาพของศพ หรือส่วนของศพตามที่พบเห็นหรือตามที่\nปรากฏจากการตรวจพร้อมทั้งความเห็นในเรื่องนั้น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15139_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15139_p1_t1","text":"(2) แสดงเหตุที่ตายเท่าที่จะทำได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15139_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"15139_p1_t1","text":"(3) ลงวันเดือนปีและลายมือชื่อในรายงาน แล้วจัดการส่งไปยังพนักงานผู้\nทำการชันสูตรพลิกศพ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":15140,"parent":15133,"text":"มาตรา 153","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":6},
{"key":"15140_p1_t1","parent":15140,"text":"ถ้าศพฝังไว้แล้ว ให้ผู้ชันสูตรพลิกศพจัดให้ขุดศพขึ้นเพื่อ\nตรวจดู เว้นแต่จะเห็นว่าไม่จำเป็นหรือจะเป็นอันตรายแก่อนามัยของประชาชน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15141,"parent":15133,"text":"มาตรา 154","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":7},
{"key":"15141_p1_t1","parent":15141,"text":"ให้ผู้ชันสูตรพลิกศพทำความเห็นเป็นหนังสือแสดงเหตุและ\nพฤติการณ์ที่ตาย ผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด ถ้าตายโดยคนทำร้าย ให้กล่าวว่าใครหรือ\nสงสัยว่าใครเป็นผู้กระทำผิดเท่าที่จะทราบได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15142,"parent":15133,"text":"มาตรา 155","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":8},
{"key":"15142_p1","parent":15142,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15142_p1_t1","parent":"15142_p1","text":"ให้นำบทบัญญัติในประมวลกฎหมายนี้อันว่าด้วยการ\nสอบสวนมาใช้แก่การชันสูตรพลิกศพโดยอนุโลม","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15142_p2","parent":15142,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15142_p2_t1","parent":"15142_p2","text":"ให้นำบทบัญญัติในมาตรา 172 ตรี มาใช้บังคับโดยอนุโลมแก่การไต่สวน\nของศาลตามมาตรา 150 ในคดีที่พยานเป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15143,"parent":15133,"text":"มาตรา 155/1","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":9},
{"key":"15143_p1","parent":15143,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15143_p1_t1","parent":"15143_p1","text":"มาตรา 155/1 การสอบสวนในกรณีที่มีความตายเกิดขึ้นโดยการก\nระทำของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ หรือตายในระหว่างอยู่ในความ\nควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ หรือในกรณีที่ผู้ตายถูกกล่าวหา\nว่าต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ ให้พนักงานสอบสวนแจ้งให้\nพนักงานอัยการเข้าร่วมกับพนักงานสอบสวนในการทำสำนวนสอบสวน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15143_p2","parent":15143,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15143_p2_t1","parent":"15143_p2","text":"การทำสำนวนสอบสวนตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานสอบสวนเป็นผู้รับผิด\nชอบโดยพนักงานอัยการอาจให้คำแนะนำ ตรวจสอบพยานหลักฐาน ถามปากคำ หรือสั่งให้\nถามปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ตั้งแต่เริ่มการทำสำนวนสอบสวนนับแต่โอกาสแรกเท่าที่จะ\nพึงกระทำได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15143_p3","parent":15143,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15143_p3_t1","parent":"15143_p3","text":"ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนและมีเหตุอันควรไม่อาจรอพนักงานอัยการเข้าร่วม\nในการทำสำนวนสอบสวนให้พนักงานสอบสวนทำสำนวนต่อไปได้ แต่ต้องบันทึกเหตุที่ไม่\nอาจรอพนักงานอัยการไว้ในสำนวนและถือว่าเป็นการทำสำนวนสอบสวนที่ชอบด้วย\nกฎหมาย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15144,"parent":15133,"text":"มาตรา 156","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":10},
{"key":"15144_p1_t1","parent":15144,"text":"ให้ส่งสำนวนชันสูตรพลิกศพในกรณีที่ความตายมิได้เป็นผล\nแห่งการกระทำผิดอาญาไปยังข้าหลวงประจำจังหวัด","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15145,"parent":14935,"text":"ภาค 3\n\nวิธีพิจารณาในศาลชั้นต้น","expanded":false,"brush":"palevioletred","dir":"left","order":1},
{"key":15146,"parent":15145,"text":"ลักษณะ 1\n\nฟ้องคดีอาญาและไต่สวนมูลฟ้อง","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":0},
{"key":15147,"parent":15146,"text":"มาตรา 157","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":0},
{"key":"15147_p1_t1","parent":15147,"text":"การฟ้องคดีอาญาให้ยื่นฟ้องต่อศาลใดศาลหนึ่งที่มีอำนาจ\nตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15148,"parent":15146,"text":"มาตรา 158","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":1},
{"key":"15148_p1_t1","parent":15148,"text":"ฟ้องต้องทำเป็นหนังสือ และมี","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15148_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15148_p1_t1","text":"(1) ชื่อศาลและวันเดือนปี","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15148_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15148_p1_t1","text":"(2) คดีระหว่างผู้ใดโจทก์ผู้ใดจำเลย และฐานความผิด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15148_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"15148_p1_t1","text":"(3) ตำแหน่งพนักงานอัยการผู้เป็นโจทก์ ถ้าราษฎรเป็นโจทก์ให้ใส่ชื่อตัว\nนามสกุล อายุ ที่อยู่ ชาติและบังคับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15148_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"15148_p1_t1","text":"(4) ชื่อตัว นามสกุล ที่อยู่ ชาติและบังคับของจำเลย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15148_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"15148_p1_t1","text":"(5) การกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด ข้อเท็จจริงและราย\nละเอียดที่เกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้น ๆ อีกทั้งบุคคลหรือสิ่งของที่\n\nเกี่ยวข้องด้วยพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"15148_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"15148_p1_t1","text":"ในคดีหมิ่นประมาท ถ้อยคำพูด หนังสือ ภาพขีดเขียน หรือสิ่งอื่นอันเกี่ยว\nกับข้อหมิ่นประมาท ให้กล่าวไว้โดยบริบูรณ์หรือติดมาท้ายฟ้อง","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"15148_p1_t1_ext_ul_2_li7","parent":"15148_p1_t1","text":"(6) อ้างมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":6},
{"key":"15148_p1_t1_ext_ul_2_li8","parent":"15148_p1_t1","text":"(7) ลายมือชื่อโจทก์ ผู้เรียง ผู้เขียนหรือพิมพ์ฟ้อง","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":7},
{"key":15149,"parent":15146,"text":"มาตรา 159","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":2},
{"key":"15149_p1","parent":15149,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15149_p1_t1","parent":"15149_p1","text":"ถ้าจำเลยเคยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษเพราะได้กระทำ\nความผิดมาแล้ว เมื่อโจทก์ต้องการให้เพิ่มโทษจำเลยฐานไม่เข็ดหลาบ ให้กล่าวมาในฟ้อง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15149_p2","parent":15149,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15149_p2_t1","parent":"15149_p2","text":"ถ้ามิได้ขอเพิ่มโทษมาในฟ้อง ก่อนมีคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์จะยื่น\nคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้อง เมื่อศาลเห็นสมควรจะอนุญาตก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15150,"parent":15146,"text":"มาตรา 160","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":3},
{"key":"15150_p1","parent":15150,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15150_p1_t1","parent":"15150_p1","text":"ความผิดหลายกระทงจะรวมในฟ้องเดียวกันก็ได้ แต่ให้แยก\nกระทงเรียงเป็นลำดับกันไป","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15150_p2","parent":15150,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15150_p2_t1","parent":"15150_p2","text":"ความผิดแต่ละกระทงจะถือว่าเป็นข้อหาแยกจากข้อหาอื่นก็ได้ ถ้าศาลเห็น\nสมควรจะสั่งให้แยกสำนวนพิจารณาความผิดกระทงใดหรือหลายกระทงต่างหาก และจะ\nสั่งเช่นนี้ก่อนพิจารณาหรือในระหว่างพิจารณาก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15151,"parent":15146,"text":"มาตรา 161","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":4},
{"key":"15151_p1","parent":15151,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15151_p1_t1","parent":"15151_p1","text":"ถ้าฟ้องไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ให้ศาลสั่งโจทก์แก้ฟ้องให้\nถูกต้อง หรือยกฟ้องหรือไม่ประทับฟ้อง","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15151_p2","parent":15151,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15151_p2_t1","parent":"15151_p2","text":"โจทก์มีอำนาจอุทธรณ์คำสั่งเช่นนั้นของศาล","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15152,"parent":15146,"text":"มาตรา 161/1","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":5},
{"key":"15152_p1","parent":15152,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15152_p1_t1","parent":"15152_p1","text":"มาตรา 161/1 ในคดีราษฎรเป็นโจทก์ หากความปรากฏต่อศาลเอง\nหรือมีพยานหลักฐานที่ศาลเรียกมาว่าโจทก์ฟ้องคดีโดยไม่สุจริตหรือโดยบิดเบือนข้อเท็จ\nจริง เพื่อกลั่นแกล้งหรือเอาเปรียบจำเลยหรือโดยมุ่งหวังผลอย่างอื่นยิ่งกว่าประโยชน์ที่พึง\nได้โดยชอบ ให้ศาลยกฟ้อง และห้ามมิให้โจทก์ยื่นฟ้องในเรื่องเดียวกันนั้นอีก","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15152_p2","parent":15152,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15152_p2_t1","parent":"15152_p2","text":"การฟ้องคดีโดยไม่สุจริตตามวรรคหนึ่งให้หมายความรวมถึงการที่โจทก์\nจงใจฝ่าฝืนคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลในคดีอาญาอื่นซึ่งถึงที่สุดแล้วโดยปราศจาก\nเหตุผลอันสมควรด้วย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15153,"parent":15146,"text":"มาตรา 162","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":6},
{"key":"15153_p1","parent":15153,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15153_p1_t1","parent":"15153_p1","text":"ถ้าฟ้องถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ให้ศาลจัดการสั่งต่อไปนี้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15153_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15153_p1_t1","text":"(1) ในคดีราษฎรเป็นโจทก์ ให้ไต่สวนมูลฟ้อง แต่ถ้าคดีนั้นพนักงานอัยการ\nได้ฟ้องจำเลยโดยข้อหาอย่างเดียวกันด้วยแล้ว ให้จัดการตามอนุมาตรา (2)","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15153_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15153_p1_t1","text":"(2) ในคดีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ ไม่จำเป็นต้องไต่สวนมูลฟ้อง แต่ถ้า\nเห็นสมควรจะสั่งให้ไต่สวนมูลฟ้องก่อนก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15153_p2","parent":15153,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15153_p2_t1","parent":"15153_p2","text":"ในกรณีที่มีการไต่สวนมูลฟ้องดังกล่าวแล้ว ถ้าจำเลยให้การรับสารภาพ\nให้ศาลประทับฟ้องไว้พิจารณา","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15154,"parent":15146,"text":"มาตรา 163","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":7},
{"key":"15154_p1","parent":15154,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15154_p1_t1","parent":"15154_p1","text":"เมื่อมีเหตุอันควร โจทก์มีอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลขอแก้หรือ\nเพิ่มเติมฟ้องก่อนมีคำพิพากษาศาลชั้นต้น ถ้าศาลเห็นสมควรจะอนุญาตหรือจะสั่งให้\nไต่สวนมูลฟ้องเสียก่อนก็ได้ เมื่ออนุญาตแล้วให้ส่งสำเนาแก้ฟ้องหรือฟ้องเพิ่มเติมแก่จำเลย\nเพื่อแก้ และศาลจะสั่งแยกสำนวนพิจารณาฟ้องเพิ่มเติมนั้นก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15154_p2","parent":15154,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15154_p2_t1","parent":"15154_p2","text":"เมื่อมีเหตุอันควร จำเลยอาจยื่นคำร้องขอแก้หรือเพิ่มเติมคำให้การของเขา\nก่อนศาลพิพากษา ถ้าศาลเห็นสมควรอนุญาต ก็ให้ส่งสำเนาแก่โจทก์","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15155,"parent":15146,"text":"มาตรา 164","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":8},
{"key":"15155_p1_t1","parent":15155,"text":"คำร้องขอแก้หรือเพิ่มเติมฟ้องนั้น ถ้าจะทำให้จำเลยเสีย\nเปรียบในการต่อสู้คดี ห้ามมิให้ศาลอนุญาต แต่การแก้ฐานความผิดหรือรายละเอียดซึ่งต้อง\nแถลงในฟ้องก็ดี การเพิ่มเติมฐานความผิดหรือรายละเอียดซึ่งมิได้กล่าวไว้ก็ดี ไม่ว่าจะทำ\nเช่นนี้ในระยะใดระหว่างพิจารณาในศาลชั้นต้น มิให้ถือว่าทำให้จำเลยเสียเปรียบ เว้นแต่\nจำเลยได้หลงต่อสู้ในข้อที่ผิดหรือที่มิได้กล่าวไว้นั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15156,"parent":15146,"text":"มาตรา 165","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":9},
{"key":"15156_p1","parent":15156,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15156_p1_t1","parent":"15156_p1","text":"ในคดีซึ่งพนักงานอัยการเป็นโจทก์ ในวันไต่สวนมูลฟ้อง\nให้จำเลยมาหรือคุมตัวมาศาล ให้ศาลส่งสำเนาฟ้องแก่จำเลยรายตัวไป เมื่อศาลเชื่อว่าเป็น\nจำเลยจริงแล้ว ให้อ่านและอธิบายฟ้องให้ฟัง และถามว่าได้กระทำผิดจริงหรือไม่ จะให้การ\nต่อสู้อย่างไรบ้าง คำให้การของจำเลยให้จดไว้ ถ้าจำเลยไม่ยอมให้การก็ให้ศาลจดรายงาน\nไว้ และดำเนินการต่อไป","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15156_p2","parent":15156,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15156_p2_t1","parent":"15156_p2","text":"จำเลยไม่มีอำนาจนำพยานมาสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแต่ทั้งนี้ไม่เป็นการ\nตัดสิทธิในการที่จำเลยจะมีทนายมาช่วยเหลือ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15156_p3","parent":15156,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15156_p3_t1","parent":"15156_p3","text":"ในคดีราษฎรเป็นโจทก์ ศาลมีอำนาจไต่สวนมูลฟ้องลับหลังจำเลย ให้ศาล\nส่งสำเนาฟ้องแก่จำเลยรายตัวไป กับแจ้งวันนัดไต่สวนให้จำเลยทราบ จำเลยจะมาฟังการ\nไต่สวนมูลฟ้อง โดยตั้งทนายให้ซักค้านพยานโจทก์ด้วยหรือไม่ก็ได้หรือจำเลยจะไม่มา แต่\nตั้งทนายมาซักค้านพยานโจทก์ก็ได้ ห้ามมิให้ศาลถามคำให้การจำเลย และก่อนที่ศาล\nประทับฟ้องมิให้ถือว่าจำเลยอยู่ในฐานะเช่นนั้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15157,"parent":15146,"text":"มาตรา 165/1","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":10},
{"key":"15157_p1","parent":15157,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15157_p1_t1","parent":"15157_p1","text":"มาตรา 165/1 ในคดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิต หรือในคดีที่จำเลย\nมีอายุไม่เกินสิบแปดปีในวันที่ถูกฟ้องต่อศาล ในการไต่สวนมูลฟ้องตามมาตรา 165 ถ้า\nจำเลยมาศาลเมื่อใด และจำเลยไม่มีทนายความ ก็ให้ศาลตั้งทนายความให้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15157_p2","parent":15157,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15157_p2_t1","parent":"15157_p2","text":"ในคดีที่มีอัตราโทษจำคุก ในการไต่สวนมูลฟ้องตามมาตรา 165 ถ้า\nจำเลยมาศาลเมื่อใด ให้ศาลถามจำเลยว่ามีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีและจำเลยต้องการ\nทนายความ ก็ให้ศาลตั้งทนายความให้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15157_p3","parent":15157,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15157_p3_t1","parent":"15157_p3","text":"ให้ศาลจ่ายเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายแก่ทนายความที่ศาลตั้งตามมาตรานี้\nโดยคำนึงถึงสภาพแห่งคดีและสภาวะทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการ\nบริหารศาลยุติธรรมกำหนดโดยความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15158,"parent":15146,"text":"มาตรา 165/2","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":11},
{"key":"15158_p1_t1","parent":15158,"text":"มาตรา 165/2 ในการไต่สวนมูลฟ้อง จำเลยอาจแถลงให้ศาลทราบ\nถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายอันสำคัญที่ศาลควรสั่งว่าคดีไม่มีมูล และจะระบุในคำแถลง\nถึงตัวบุคคล เอกสาร หรือวัตถุที่จะสนับสนุนข้อเท็จจริงตามคำแถลงของจำเลยด้วยก็ได้\nกรณีเช่นว่านี้ ศาลอาจเรียกบุคคล เอกสาร หรือวัตถุดังกล่าวมาเป็นพยานศาลเพื่อประกอบ\nการวินิจฉัยสั่งคดีได้ตามที่จำเป็นและสมควร โดยโจทก์และจำเลยอาจถามพยานศาลได้\nเมื่อได้รับอนุญาตจากศาล","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15159,"parent":15146,"text":"มาตรา 166","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":12},
{"key":"15159_p1","parent":15159,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15159_p1_t1","parent":"15159_p1","text":"ถ้าโจทก์ไม่มาตามกำหนดนัด ให้ศาลยกฟ้องเสีย แต่ถ้าศาล\nเห็นว่ามีเหตุสมควรจึงมาไม่ได้ จะสั่งเลื่อนคดีไปก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15159_p2","parent":15159,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15159_p2_t1","parent":"15159_p2","text":"คดีที่ศาลได้ยกฟ้องดังกล่าวแล้ว ถ้าโจทก์มาร้องภายในสิบห้าวัน นับแต่\nวันศาลยกฟ้องนั้น โดยแสดงให้ศาลเห็นได้ว่ามีเหตุสมควรจึงมาไม่ได้ ก็ให้ศาลยกคดีนั้นขึ้น\nไต่สวนมูลฟ้องใหม่","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15159_p3","parent":15159,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15159_p3_t1","parent":"15159_p3","text":"ในคดีที่ศาลยกฟ้องดังกล่าวแล้ว จะฟ้องจำเลยในเรื่องเดียวกันนั้นอีกไม่\nได้ แต่ถ้าศาลยกฟ้องเช่นนี้ในคดีซึ่งราษฎรเท่านั้นเป็นโจทก์ ไม่ตัดอำนาจพนักงานอัยการ\nฟ้องคดีนั้นอีก เว้นแต่จะเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15160,"parent":15146,"text":"มาตรา 167","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":13},
{"key":"15160_p1","parent":15160,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15160_p1_t1","parent":"15160_p1","text":"ถ้าปรากฏว่าคดีมีมูล ให้ศาลประทับฟ้องไว้พิจารณาต่อไป\nเฉพาะกระทงที่มีมูล ถ้าคดีไม่มีมูล ให้พิพากษายกฟ้อง","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15160_p2","parent":15160,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15160_p2_t1","parent":"15160_p2","text":"คำสั่งของศาลที่ว่าคดีมีมูลให้แสดงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายพร้อม\nเหตุผลประกอบตามสมควรด้วย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15161,"parent":15146,"text":"มาตรา 168","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":14},
{"key":"15161_p1_t1","parent":15161,"text":"เมื่อศาลประทับฟ้องแล้ว ให้ส่งสำเนาฟ้องให้แก่จำเลยราย\nตัวไป เว้นแต่จำเลยจะได้รับสำเนาฟ้องไว้ก่อนแล้ว","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15162,"parent":15146,"text":"มาตรา 169","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":15},
{"key":"15162_p1_t1","parent":15162,"text":"เมื่อศาลประทับฟ้องแล้ว แต่ยังไม่ได้ตัวจำเลยมา ให้ศาล\nออกหมายเรียกหรือหมายจับมาแล้วแต่ควรอย่างใดเพื่อพิจารณาต่อไป","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15163,"parent":15146,"text":"มาตรา 170","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":16},
{"key":"15163_p1","parent":15163,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15163_p1_t1","parent":"15163_p1","text":"คำสั่งของศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาด แต่คำสั่งที่ว่าคดี\nไม่มีมูลนั้น โจทก์มีอำนาจอุทธรณ์ฎีกาได้ตามบทบัญญัติว่าด้วยลักษณะอุทธรณ์ฎีกา","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15163_p2","parent":15163,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15163_p2_t1","parent":"15163_p2","text":"ถ้าโจทก์ร้องขอศาลจะขังจำเลยไว้หรือปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ฎีกา\nก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15164,"parent":15146,"text":"มาตรา 171","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":17},
{"key":"15164_p1","parent":15164,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15164_p1_t1","parent":"15164_p1","text":"ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการสอบสวนและการพิจารณา เว้น\nแต่มาตรา 175 มาบังคับแก่การไต่สวนมูลฟ้องโดยอนุโลม","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15164_p2","parent":15164,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15164_p2_t1","parent":"15164_p2","text":"ให้นำบทบัญญัติในมาตรา 133 ทวิ และมาตรา 172 ตรี มาใช้บังคับโดย\nอนุโลมแก่การไต่สวนมูลฟ้องในคดีที่พยานเป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี ทั้งในคดีที่ราษฎร\nเป็นโจทก์และในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15165,"parent":15145,"text":"ลักษณะ 2\n\nการพิจารณา","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":1},
{"key":15166,"parent":15165,"text":"มาตรา 172","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":0},
{"key":"15166_p1","parent":15166,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15166_p1_t1","parent":"15166_p1","text":"การพิจารณาและสืบพยานในศาล ให้ทำโดยเปิดเผยต่อ\nหน้าจำเลย เว้นแต่บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15166_p2","parent":15166,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15166_p2_t1","parent":"15166_p2","text":"เมื่อโจทก์หรือทนายโจทก์และจำเลยมาอยู่ต่อหน้าศาลแล้ว และศาลเชื่อ\nว่าเป็นจำเลยจริง ให้อ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟัง และถามว่าได้กระทำความผิดจริง\nหรือไม่ จะให้การต่อสู้อย่างไรบ้าง คำให้การของจำเลยให้จดไว้ ถ้าจำเลยไม่ยอมให้การ ก็\nให้ศาลจดรายงานไว้และดำเนินการพิจารณาต่อไป","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15166_p3","parent":15166,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15166_p3_t1","parent":"15166_p3","text":"ในการสืบพยาน เมื่อได้พิเคราะห์ถึงเพศ อายุ ฐานะ สุขภาพอนามัย ภาวะ\nแห่งจิตของพยานหรือความเกรงกลัวที่พยานมีต่อจำเลยแล้ว จะดำเนินการโดยไม่ให้พยาน\nเผชิญหน้าโดยตรงกับจำเลยก็ได้ซึ่งอาจกระทำโดยการใช้โทรทัศน์วงจรปิด สื่อ\nอิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีอื่นตามที่กำหนดในข้อบังคับของประธานศาลฎีกา และจะให้\nสอบถามผ่านนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ หรือบุคคลอื่นที่พยานไว้วางใจด้วยก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15166_p4","parent":15166,"text":"วรรค 4","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15166_p4_t1","parent":"15166_p4","text":"ในการสืบพยาน ให้มีการบันทึกคำเบิกความพยานโดยใช้วิธีการบันทึกลง\nในวัสดุ ซึ่งสามารถถ่ายทอดออกเป็นภาพและเสียงซึ่งสามารถตรวจสอบถึงความถูกต้อง\nของการบันทึกได้ และให้ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาใช้การบันทึกดังกล่าวประกอบการพิจารณา\nคดีด้วย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในข้อบังคับของประธานศาล\nฎีกา","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15166_p5","parent":15166,"text":"วรรค 5","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"15166_p5_t1","parent":"15166_p5","text":"ข้อบังคับของประธานศาลฎีกาตามวรรคสามและวรรคสี่ เมื่อได้รับความ\nเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับ\nได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15167,"parent":15165,"text":"มาตรา 172 ทวิ","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":1},
{"key":"15167_p1","parent":15167,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15167_p1_t1","parent":"15167_p1","text":"ทวิ ภายหลังที่ศาลได้ดำเนินการตามมาตรา 172 วรรค 2 แล้ว เมื่อศาลเห็นเป็นการสมควร เพื่อให้การดำเนินการพิจารณาเป็นไปโดยไม่ชักช้า ศาลมีอำนาจพิจารณาและสืบพยานลับหลังจำเลยได้ในกรณีดังต่อไปนี้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15167_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15167_p1_t1","text":"(1) ในคดีมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกินสิบปี จะมีโทษปรับด้วยหรือ ไม่ก็ตาม หรือในคดีมีโทษปรับสถานเดียว เมื่อจำเลยมีทนายและจำเลยได้รับอนุญาตจาก ศาลที่จะไม่มาฟังการพิจารณาและการสืบพยาน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15167_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15167_p1_t1","text":"(2) ในคดีที่มีจำเลยหลายคน ถ้าศาลพอใจตามคำแถลงของโจทก์ว่าการ พิจารณาและการสืบพยานตามที่โจทก์ขอให้กระทำไม่เกี่ยวแก่จำเลยคนใด ศาลจะ พิจารณาและสืบพยานลับหลังจำเลยคนนั้นก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15167_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"15167_p1_t1","text":"(3) ในคดีที่มีจำเลยหลายคน ถ้าศาลเห็นสมควรจะพิจารณาและสืบพยาน จำเลยคนหนึ่ง ๆ ลับหลังจำเลยคนอื่นก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15167_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"15167_p1_t1","text":"(4) จำเลยไม่อาจมาฟังการพิจารณาและสืบพยานได้เนื่องจาก ความเจ็บป่วยหรือมีเหตุจำเป็นอย่างอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้ เมื่อจำเลยมีทนายความและ จำเลยได้รับอนุญาตจากศาลที่จะไม่มาฟังการพิจารณาและสืบพยาน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15167_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"15167_p1_t1","text":"(5) ในระหว่างการพิจารณาและสืบพยาน ศาลมีคำสั่งให้จำเลยออก จากห้องพิจารณาเพราะเหตุขัดขวางการพิจารณา หรือจำเลยออกจากห้องพิจารณาโดยไม่ ได้รับอนุญาตจากศาล","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"15167_p2","parent":15167,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15167_p2_t1","parent":"15167_p2","text":"ในคดีที่ศาลพิจารณาและสืบพยานตาม (2) หรือ (3) ลับหลังจำเลยคนใด ไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใด ห้ามมิให้ศาลรับฟังการพิจารณา และการสืบพยาน ที่กระทำ ลับหลังนั้นเป็นผลเสียหายแก่จำเลยคนนั้น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15168,"parent":15165,"text":"มาตรา 172 ทวิ","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":2},
{"key":"15168_p1","parent":15168,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15168_p1_t1","parent":"15168_p1","text":"ทวิ/1 ภายหลังที่ศาลได้ดำเนินการตามมาตรา 172\nวรรคสอง แล้ว เมื่อศาลเห็นว่าจำเลยหลบหนีหรือไม่มาฟังการพิจารณาและสืบพยานโดย\nไม่มีเหตุอันสมควร ให้ศาลออกหมายจับจำเลย หากไม่ได้ตัวจำเลยมาภายในสามเดือนนับ\nแต่วันออกหมายจับ เมื่อศาลเห็นเป็นการสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่จะ\nให้การพิจารณาเป็นไปโดยไม่ชักช้า และจำเลยมีทนายความ ให้ศาลมีอำนาจพิจารณาและ\nสืบพยานลับหลังจำเลยได้ และเมื่อศาลพิจารณาคดีเสร็จแล้ว ให้ศาลมีคำพิพากษาในคดี\nนั้นต่อไป","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15168_p2","parent":15168,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15168_p2_t1","parent":"15168_p2","text":"การพิจารณาและสืบพยานตามวรรคหนึ่งต้องมิใช่คดีที่มีอัตราโทษ\nประหารชีวิต หรือคดีที่จำเลยมีอายุไม่เกินสิบแปดปีในวันที่ถูกฟ้องต่อศาล","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15169,"parent":15165,"text":"มาตรา 172 ทวิ","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":3},
{"key":"15169_p1_t1","parent":15169,"text":"ทวิ/2 ในคดีที่จำเลยเป็นนิติบุคคล ภายหลังที่ศาลได้\nดำเนินการตามมาตรา 172 วรรคสอง แล้ว เมื่อมีกรณีที่ศาลได้ออกหมายจับผู้จัดการหรือ\nผู้แทนของนิติบุคคลนั้นแล้ว แต่ยังจับตัวมาไม่ได้ภายในสามเดือนนับแต่วันออกหมายจับ\nและไม่มีผู้แทนอื่นของนิติบุคคลมาดำเนินการแทนนิติบุคคลนั้นได้ เมื่อศาลเห็นเป็นการ\nสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่จะให้การพิจารณาเป็นไปโดยไม่ชักช้า ให้ศาลมี\nอำนาจพิจารณาและสืบพยานลับหลังจำเลยได้ และเมื่อศาลพิจารณาคดีเสร็จแล้ว ให้ศาลมี\nคำพิพากษาในคดีนั้นต่อไป","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15170,"parent":15165,"text":"มาตรา 172 ตรี","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":4},
{"key":"15170_p1","parent":15170,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15170_p1_t1","parent":"15170_p1","text":"ตรี เว้นแต่ในกรณีที่จำเลยอ้างตนเองเป็นพยาน ในการ\nสืบพยานที่เป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี ให้ศาลจัดให้พยานอยู่ในสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับ\nเด็ก และศาลอาจปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15170_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15170_p1_t1","text":"(1) ศาลเป็นผู้ถามพยานเอง โดยแจ้งให้พยานนั้นทราบประเด็นและข้อเท็จ\nจริงซึ่งต้องการสืบแล้วให้พยานเบิกความในข้อนั้น ๆ หรือศาลจะถามผ่านนักจิตวิทยาหรือ\nนักสังคมสงเคราะห์ก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15170_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15170_p1_t1","text":"(2) ให้คู่ความถาม ถามค้าน หรือถามติงผ่านนักจิตวิทยาหรือนัก\nสังคมสงเคราะห์","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15170_p2","parent":15170,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15170_p2_t1","parent":"15170_p2","text":"ในการเบิกความของพยานดังกล่าวตามวรรคหนึ่ง ให้มีการถ่ายทอดภาพ\nและเสียงไปยังห้องพิจารณาด้วย และเป็นหน้าที่ของศาลที่จะต้องแจ้งให้นักจิตวิทยาหรือ\nนักสังคมสงเคราะห์ทราบ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15170_p3","parent":15170,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15170_p3_t1","parent":"15170_p3","text":"ก่อนการสืบพยานตามวรรคหนึ่ง ถ้าศาลเห็นสมควรหรือถ้าพยานที่เป็น\nเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปีหรือคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอโดยมีเหตุผลอันสมควรซึ่งเมื่อ\nพิจารณาแล้วเห็นว่าจะเป็นผลร้ายแก่เด็กถ้าไม่อนุญาตตามที่ร้องขอ ให้ศาลจัดให้มีการ\nถ่ายทอดภาพและเสียงคำให้การของผู้เสียหายหรือพยานที่เป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปีที่ได้\nบันทึกไว้ในชั้นสอบสวนตามมาตรา 133 ทวิ หรือชั้นไต่สวนมูลฟ้องตามมาตรา 171 วรรค\nสอง ต่อหน้าคู่ความและในกรณีเช่นนี้ให้ถือสื่อภาพและเสียงคำให้การของพยานดังกล่าว\nเป็นส่วนหนึ่งของคำเบิกความของพยานนั้นในชั้นพิจารณาของศาล โดยให้คู่ความถาม\nพยานเพิ่มเติม ถามค้านหรือถามติงพยานได้ ทั้งนี้ เท่าที่จำเป็นและภายในขอบเขตที่ศาล\nเห็นสมควร","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15170_p4","parent":15170,"text":"วรรค 4","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15170_p4_t1","parent":"15170_p4","text":"ในกรณีที่ไม่ได้ตัวพยานมาเบิกความตามวรรคหนึ่งเพราะมีเหตุจำเป็น\nอย่างยิ่งให้ศาลรับฟังสื่อภาพและเสียงคำให้การของพยานนั้นในชั้นสอบสวนตามมาตรา\n133 ทวิ หรือชั้นไต่สวนมูลฟ้องตามมาตรา 171 วรรคสอง เสมือนหนึ่งเป็นคำเบิกความ\nของพยานนั้นในชั้นพิจารณาของศาล และให้ศาลรับฟังประกอบพยานอื่นในการพิจารณา\nพิพากษาคดีได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15171,"parent":15165,"text":"มาตรา 172 จัตวา","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":5},
{"key":"15171_p1_t1","parent":15171,"text":"จัตวา ให้นำบทบัญญัติในมาตรา 172 ตรี มาใช้บังคับ\nโดยอนุโลมแก่การสืบพยานนอกศาลในคดีที่พยานเป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี\n\n ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15172,"parent":15165,"text":"มาตรา 173","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":6},
{"key":"15172_p1","parent":15172,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15172_p1_t1","parent":"15172_p1","text":"ในคดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิต หรือในคดีที่จำเลย\nมีอายุไม่เกินสิบแปดปีในวันที่ถูกฟ้องต่อศาล ก่อนเริ่มพิจารณาให้ศาลถามจำเลยว่ามี\nทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ให้ศาลตั้งทนายความให้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15172_p2","parent":15172,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15172_p2_t1","parent":"15172_p2","text":"ในคดีที่มีอัตราโทษจำคุก ก่อนเริ่มพิจารณาให้ศาลถามจำเลยว่ามี\nทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีและจำเลยต้องการทนายความ ก็ให้ศาลตั้งทนายความให้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15172_p3","parent":15172,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15172_p3_t1","parent":"15172_p3","text":"ให้ศาลจ่ายเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายแก่ทนายความที่ศาลตั้งตามมาตรานี้\nโดยคำนึงถึงสภาพแห่งคดีและสภาวะทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการ\nบริหารศาลยุติธรรมกำหนดโดยความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15173,"parent":15165,"text":"มาตรา 173/1","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":7},
{"key":"15173_p1","parent":15173,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15173_p1_t1","parent":"15173_p1","text":"มาตรา 173/1 เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่อง\nและเป็นธรรมในคดีที่จำเลยไม่ให้การหรือให้การปฏิเสธ เมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอ\nหรือศาลเห็นสมควรศาลอาจกำหนดให้มีวันตรวจพยานหลักฐานก่อนกำหนดวันนัดสืบ\nพยานก็ได้ โดยแจ้งให้คู่ความทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบสี่วัน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15173_p2","parent":15173,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15173_p2_t1","parent":"15173_p2","text":"ก่อนวันตรวจพยานหลักฐานตามวรรคหนึ่งไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ให้คู่ความ\nยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลพร้อมสำเนาในจำนวนที่เพียงพอ เพื่อให้คู่ความฝ่ายอื่นรับไปจาก\nเจ้าพนักงานศาลและถ้าคู่ความฝ่ายใดมีความจำนงจะยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติม ให้ยื่นต่อ\nศาลก่อนการตรวจพยานหลักฐานเสร็จสิ้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15173_p3","parent":15173,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15173_p3_t1","parent":"15173_p3","text":"การยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมเมื่อล่วงพ้นระยะเวลาตามวรรคสองจะ\nกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากศาล เมื่อผู้ร้องขอแสดงเหตุอันสมควรว่าไม่สามารถ\nทราบถึงพยานหลักฐานนั้นหรือเป็นกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม หรือเพื่อให้\nโอกาสแก่จำเลยในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15173_p4","parent":15173,"text":"วรรค 4","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15173_p4_t1","parent":"15173_p4","text":"ถ้าพยานเอกสารหรือพยานวัตถุใดอยู่ในความครอบครองของบุคคล\nภายนอก ให้คู่ความที่ประสงค์จะอ้างอิงขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกพยานเอกสารหรือพยานวัตถุ\nดังกล่าวมาจากผู้ครอบครองโดยยื่นคำขอต่อศาลพร้อมกับการยื่นบัญชีระบุพยาน เพื่อให้\nได้พยานเอกสารหรือพยานวัตถุนั้นมาก่อนวันตรวจพยานหลักฐานหรือวันที่ศาลกำหนด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15174,"parent":15165,"text":"มาตรา 173/2","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":8},
{"key":"15174_p1","parent":15174,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15174_p1_t1","parent":"15174_p1","text":"มาตรา 173/2 ในวันตรวจพยานหลักฐาน ให้คู่ความส่งพยาน\nเอกสารและพยานวัตถุที่ยังอยู่ในความครอบครองของตนต่อศาลเพื่อให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง\nตรวจสอบ เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นอันเนื่องจากสภาพและความจำเป็นแห่งพยาน\nหลักฐานนั้นเอง หรือพยานหลักฐานนั้นเป็นบันทึกคำให้การของพยาน หลังจากนั้นให้คู่\nความแต่ละฝ่ายแถลงแนวทางการเสนอพยานหลักฐานต่อศาล และให้ศาลสอบถามคู่ความ\nถึงความเกี่ยวข้องกับประเด็นและความจำเป็นที่ต้องสืบพยานหลักฐานที่อ้างอิงตลอดจน\nการยอมรับพยานหลักฐานของอีกฝ่ายหนึ่งเสร็จแล้วให้ศาลกำหนดวันสืบพยาน และแจ้งให้\nคู่ความทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ในกรณีที่โจทก์ไม่มาศาลในวันตรวจพยานหลัก\nฐานให้นำบทบัญญัติมาตรา 166 มาใช้บังคับโดยอนุโลม","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15174_p2","parent":15174,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15174_p2_t1","parent":"15174_p2","text":"ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม เมื่อศาลเห็นสมควรหรือคู่\nความฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดร้องขอ ศาลจะมีคำสั่งให้สืบพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับประเด็นสำคัญ\nในคดีไว้ล่วงหน้าก่อนถึงกำหนดวันนัดสืบพยานก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15175,"parent":15165,"text":"มาตรา 174","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":9},
{"key":"15175_p1","parent":15175,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15175_p1_t1","parent":"15175_p1","text":"ก่อนนำพยานเข้าสืบ โจทก์มีอำนาจเปิดคดีเพื่อให้ศาลทราบ\nคดีโจทก์ คือแถลงถึงลักษณะของฟ้อง อีกทั้งพยานหลักฐานที่จะนำสืบเพื่อพิสูจน์ความผิด\nของจำเลย เสร็จแล้วให้โจทก์นำพยานเข้าสืบ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15175_p2","parent":15175,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15175_p2_t1","parent":"15175_p2","text":"เมื่อสืบพยานโจทก์แล้ว จำเลยมีอำนาจเปิดคดีเพื่อให้ศาลทราบคดีจำเลย\nโดยแถลงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายซึ่งตั้งใจอ้างอิง ทั้งแสดงพยานหลักฐานที่จะนำสืบ\nเสร็จแล้วให้จำเลยนำพยานเข้าสืบ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15175_p3","parent":15175,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15175_p3_t1","parent":"15175_p3","text":"เมื่อสืบพยานจำเลยเสร็จแล้ว โจทก์และจำเลยมีอำนาจแถลงปิดคดีของ\nตนด้วยปาก หรือหนังสือหรือทั้งสองอย่าง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15175_p4","parent":15175,"text":"วรรค 4","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15175_p4_t1","parent":"15175_p4","text":"ในระหว่างพิจารณา ถ้าศาลเห็นว่าไม่จำเป็นต้องสืบพยานหรือทำการ\nอะไรอีก จะสั่งงดพยานหรือการนั้นเสียก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15176,"parent":15165,"text":"มาตรา 175","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":10},
{"key":"15176_p1_t1","parent":15176,"text":"เมื่อโจทก์สืบพยานเสร็จแล้ว ถ้าเห็นสมควรศาลมีอำนาจ\nเรียกสำนวนการสอบสวนจากพนักงานอัยการมาเพื่อประกอบการวินิจฉัยได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15177,"parent":15165,"text":"มาตรา 176","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":11},
{"key":"15177_p1","parent":15177,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15177_p1_t1","parent":"15177_p1","text":"ในชั้นพิจารณา ถ้าจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง\nศาลจะพิพากษาโดยไม่สืบพยานหลักฐานต่อไปก็ได้ เว้นแต่คดีที่มีข้อหาในความผิดซึ่ง\nจำเลยรับสารภาพนั้นกฎหมายกำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไปหรือ\nโทษสถานที่หนักกว่านั้น ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริง","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15177_p2","parent":15177,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15177_p2_t1","parent":"15177_p2","text":"ในคดีที่มีจำเลยหลายคน และจำเลยบางคนรับสารภาพ เมื่อศาลเห็น\nสมควรจะสั่งจำหน่ายคดี สำหรับจำเลยที่ปฏิเสธเพื่อให้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ปฏิเสธนั้น เป็นคดี\nใหม่ภายในเวลาที่ศาลกำหนดก็ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15178,"parent":15165,"text":"มาตรา 177","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":12},
{"key":"15178_p1_t1","parent":15178,"text":"ศาลมีอำนาจสั่งให้พิจารณาเป็นการลับ เมื่อเห็นสมควรโดย\nพลการหรือโดยคำร้องขอของคู่ความฝ่ายใด แต่ต้องเพื่อประโยชน์แห่งความสงบเรียบร้อย\nหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันความลับอันเกี่ยวกับความปลอดภัยของ\nประเทศมิให้ล่วงรู้ถึงประชาชน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15179,"parent":15165,"text":"มาตรา 178","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":13},
{"key":"15179_p1_t1","parent":15179,"text":"เมื่อมีการพิจารณาเป็นการลับ บุคคลเหล่านี้เท่านั้นมีสิทธิ\nอยู่ในห้องพิจารณาได้ คือ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15179_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15179_p1_t1","text":"(1) โจทก์และทนาย","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15179_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15179_p1_t1","text":"(2) จำเลยและทนาย","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15179_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"15179_p1_t1","text":"(3) ผู้ควบคุมตัวจำเลย","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15179_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"15179_p1_t1","text":"(4) พยานและผู้ชำนาญการพิเศษ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15179_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"15179_p1_t1","text":"(5) ล่าม","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"15179_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"15179_p1_t1","text":"(6) บุคคลผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องและได้รับอนุญาตจากศาล","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"15179_p1_t1_ext_ul_2_li7","parent":"15179_p1_t1","text":"(7) พนักงานศาลและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแก่ศาลแล้วแต่จะ\n\nเห็นสมควร","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":6},
{"key":15180,"parent":15165,"text":"มาตรา 179","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":14},
{"key":"15180_p1","parent":15180,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15180_p1_t1","parent":"15180_p1","text":"ภายใต้บังคับแห่งประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น ศาล\nจะดำเนินการพิจารณาตลอดไปจนเสร็จโดยไม่เลื่อนก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15180_p2","parent":15180,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15180_p2_t1","parent":"15180_p2","text":"ถ้าพยานไม่มาหรือมีเหตุอื่นอันควรต้องเลื่อนการพิจารณาก็ให้ศาลเลื่อน\nคดีไปตามที่เห็นสมควร","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15181,"parent":15165,"text":"มาตรา 180","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":15},
{"key":"15181_p1_t1","parent":15181,"text":"ให้นำบทบัญญัติเรื่องรักษาความเรียบร้อยในศาลใน\nประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาบังคับแก่การพิจารณาคดีอาญาโดยอนุโลม แต่\nห้ามมิให้สั่งจำเลยออกจากห้องพิจารณา เว้นแต่จำเลยขัดขวางการพิจารณา","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15182,"parent":15165,"text":"มาตรา 181","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":16},
{"key":"15182_p1_t1","parent":15182,"text":"ให้นำบทบัญญัติในมาตรา 139 และ 166 มาบังคับแก่การ\nพิจารณาโดยอนุโลม","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15183,"parent":15145,"text":"ลักษณะ 3\n\nคำพิพากษาและคำสั่ง","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":2},
{"key":15184,"parent":15183,"text":"มาตรา 182","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":0},
{"key":"15184_p1","parent":15184,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15184_p1_t1","parent":"15184_p1","text":"คดีที่อยู่ในระหว่างไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา ถ้ามี\nคำร้องระหว่างพิจารณาขึ้นมา ให้ศาลสั่งตามที่เห็นควร เมื่อการพิจารณาเสร็จแล้ว ให้\nพิพากษาหรือสั่งตามรูปความ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15184_p2","parent":15184,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15184_p2_t1","parent":"15184_p2","text":"ให้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งในศาลโดยเปิดเผยในวันเสร็จการพิจารณา\nหรือภายในเวลาสามวันนับแต่เสร็จคดี ถ้ามีเหตุอันสมควร จะเลื่อนไปอ่านวันอื่นก็ได้ แต่\nต้องจดรายงานเหตุนั้นไว้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15184_p3","parent":15184,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15184_p3_t1","parent":"15184_p3","text":"เมื่อศาลอ่านให้คู่ความฟังแล้ว ให้คู่ความลงลายมือชื่อไว้ ถ้าเป็นความผิด\nของโจทก์ที่ไม่มา จะอ่านโดยโจทก์ไม่อยู่ก็ได้ ในกรณีที่จำเลยไม่อยู่ โดยไม่มีเหตุสงสัยว่า\nจำเลยหลบหนีหรือจงใจไม่มาฟัง ก็ให้ศาลรอการอ่านไว้จนกว่าจำเลยจะมาศาล แต่ถ้ามี\nเหตุสงสัยว่าจำเลยหลบหนีหรือจงใจไม่มาฟัง ให้ศาลออกหมายจับจำเลย เมื่อได้ออกหมาย\nจับแล้วไม่ได้ตัวจำเลยมาภายในหนึ่งเดือน นับแต่วันออกหมายจับ ก็ให้ศาลอ่านคำ\nพิพากษาหรือคำสั่งลับหลังจำเลยได้ และให้ถือว่าโจทก์หรือจำเลยแล้วแต่กรณีได้ฟังคำ\nพิพากษาหรือคำสั่งนั้นแล้ว","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15184_p4","parent":15184,"text":"วรรค 4","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15184_p4_t1","parent":"15184_p4","text":"ในกรณีที่คำพิพากษาหรือคำสั่งต้องเลื่อนอ่านไปโดยขาดจำเลยบางคนถ้า\nจำเลยที่อยู่จะถูกปล่อย ให้ศาลมีอำนาจปล่อยชั่วคราวระหว่างรออ่านคำพิพากษาหรือคำ\nสั่งนั้น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15185,"parent":15183,"text":"มาตรา 183","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":1},
{"key":"15185_p1_t1","parent":15185,"text":"คำพิพากษา หรือคำสั่งหรือความเห็นแย้งต้องทำเป็น\nหนังสือลงลายมือชื่อผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณา ผู้พิพากษาใดที่นั่งพิจารณา ถ้าไม่เห็นพ้อง\nด้วย มีอำนาจทำความเห็นแย้ง คำแย้งนี้ให้รวมเข้าสำนวนไว้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15186,"parent":15183,"text":"มาตรา 184","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":2},
{"key":"15186_p1_t1","parent":15186,"text":"ในการประชุมปรึกษาเพื่อมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ให้อธิบดี\nผู้พิพากษา ข้าหลวงยุติธรรม หัวหน้าผู้พิพากษาในศาลนั้นหรือเจ้าของสำนวนเป็นประธาน\nถามผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาทีละคน ให้ออกความเห็นทุกประเด็นที่จะวินิจฉัย ให้ประธาน\nออกความเห็นสุดท้าย การวินิจฉัยให้ถือตามเสียงข้างมาก ถ้าในปัญหาใดมีความเห็นแย้ง\nกันเป็นสองฝ่ายหรือเกินกว่าสองฝ่ายขึ้นไป จะหาเสียงข้างมากมิได้ ให้ผู้พิพากษาซึ่งมีความ\nเห็นเป็นผลร้ายแก่จำเลยมากยอมเห็นด้วยผู้พิพากษาซึ่งมีความเห็นเป็นผลร้ายแก่จำเลย\nน้อยกว่า","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15187,"parent":15183,"text":"มาตรา 185","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":3},
{"key":"15187_p1","parent":15187,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15187_p1_t1","parent":"15187_p1","text":"ถ้าศาลเห็นว่าจำเลยมิได้กระทำผิดก็ดี การกระทำของ\nจำเลยไม่เป็นความผิดก็ดี คดีขาดอายุความแล้วก็ดี มีเหตุตามกฎหมายที่จำเลยไม่ควรต้อง\nรับโทษก็ดี ให้ศาลยกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยไป แต่ศาลจะสั่งขังจำเลยไว้หรือปล่อยชั่วคราว\nระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุดก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15187_p2","parent":15187,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15187_p2_t1","parent":"15187_p2","text":"เมื่อศาลเห็นว่าจำเลยได้กระทำความผิด และไม่มีการยกเว้นโทษตาม\nกฎหมาย ให้ศาลลงโทษแก่จำเลยตามความผิดแต่เมื่อเห็นสมควรจะปล่อยจำเลยชั่วคราว\nระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุดก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15188,"parent":15183,"text":"มาตรา 186","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":4},
{"key":"15188_p1","parent":15188,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15188_p1_t1","parent":"15188_p1","text":"คำพิพากษาหรือคำสั่งต้องมีข้อสำคัญเหล่านี้เป็นอย่างน้อย","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15188_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15188_p1_t1","text":"(1) ชื่อศาลและวันเดือนปี","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15188_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15188_p1_t1","text":"(2) คดีระหว่างใครโจทก์ใครจำเลย","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15188_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"15188_p1_t1","text":"(3) เรื่อง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15188_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"15188_p1_t1","text":"(4) ข้อหาและคำให้การ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15188_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"15188_p1_t1","text":"(5) ข้อเท็จจริงซึ่งพิจารณาได้ความ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"15188_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"15188_p1_t1","text":"(6) เหตุผลในการตัดสินทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"15188_p1_t1_ext_ul_2_li7","parent":"15188_p1_t1","text":"(7) บทมาตราที่ยกขึ้นปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":6},
{"key":"15188_p1_t1_ext_ul_2_li8","parent":"15188_p1_t1","text":"(8) คำชี้ขาดให้ยกฟ้องหรือลงโทษ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":7},
{"key":"15188_p1_t1_ext_ul_2_li9","parent":"15188_p1_t1","text":"(9) คำวินิจฉัยของศาลในเรื่องของกลางหรือในเรื่องฟ้องทางแพ่ง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":8},
{"key":"15188_p2","parent":15188,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15188_p2_t1","parent":"15188_p2","text":"คำพิพากษาในคดีที่เกี่ยวกับความผิดลหุโทษ ไม่จำต้องมีอนุมาตรา (4) (5) และ (6)","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15189,"parent":15183,"text":"มาตรา 187","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":5},
{"key":"15189_p1_t1","parent":15189,"text":"คำสั่งระหว่างพิจารณาอย่างน้อยต้องมี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15189_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15189_p1_t1","text":"(1) วันเดือนปี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15189_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15189_p1_t1","text":"(2) เหตุผลตามกฎหมายในการสั่ง","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15189_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"15189_p1_t1","text":"(3) คำสั่ง","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":15190,"parent":15183,"text":"มาตรา 188","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":6},
{"key":"15190_p1_t1","parent":15190,"text":"คำพิพากษาหรือคำสั่งมีผลตั้งแต่วันที่ได้อ่านในศาลโดยเปิดเผยเป็นต้นไป","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15191,"parent":15183,"text":"มาตรา 189","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":7},
{"key":"15191_p1_t1","parent":15191,"text":"เมื่อจำเลยซึ่งต้องคำพิพากษาให้ลงโทษเป็นคนยากจนขอ\nสำเนาคำพิพากษาซึ่งรับรองว่าถูกต้อง ให้ศาลคัดสำเนาให้หนึ่งฉบับโดยไม่คิดค่า\nธรรมเนียม","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15192,"parent":15183,"text":"มาตรา 190","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":8},
{"key":"15192_p1_t1","parent":15192,"text":"ห้ามมิให้แก้ไขคำพิพากษาหรือคำสั่งซึ่งอ่านแล้ว นอกจาก\nแก้ถ้อยคำที่เขียนหรือพิมพ์ผิดพลาด","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15193,"parent":15183,"text":"มาตรา 191","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":9},
{"key":"15193_p1_t1","parent":15193,"text":"เมื่อเกิดสงสัยในการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง ถ้า\nบุคคลใดที่มีประโยชน์เกี่ยวข้องร้องต่อศาลซึ่งพิพากษาหรือสั่ง ให้ศาลนั้นอธิบายให้แจ่ม\nแจ้ง","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15194,"parent":15183,"text":"มาตรา 192","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":10},
{"key":"15194_p1","parent":15194,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15194_p1_t1","parent":"15194_p1","text":"ห้ามมิให้พิพากษา หรือสั่ง เกินคำขอ หรือที่มิได้กล่าวใน\nฟ้อง","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15194_p2","parent":15194,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15194_p2_t1","parent":"15194_p2","text":"ถ้าศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จ\nจริงดังที่กล่าวในฟ้อง ให้ศาลยกฟ้องคดีนั้น เว้นแต่ข้อแตกต่างนั้นมิใช่ในข้อสาระสำคัญและ\nทั้งจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ศาลจะลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนั้นก็ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15194_p3","parent":15194,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15194_p3_t1","parent":"15194_p3","text":"ในกรณีที่ข้อแตกต่างนั้นเป็นเพียงรายละเอียด เช่น เกี่ยวกับเวลาหรือ\nสถานที่กระทำความผิดหรือต่างกันระหว่างการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ กรรโชก รีดเอา\nทรัพย์ ฉ้อโกง โกงเจ้าหนี้ ยักยอก รับของโจร และทำให้เสียทรัพย์ หรือต่างกันระหว่างการก\nระทำผิดโดยเจตนากับประมาท มิให้ถือว่าต่างกันในข้อสาระสำคัญ ทั้งมิให้ถือว่าข้อที่\nพิจารณาได้ความนั้นเป็นเรื่องเกินคำขอหรือเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษ เว้นแต่จะ\nปรากฏแก่ศาลว่าการที่ฟ้องผิดไปเป็นเหตุให้จำเลยหลงต่อสู้ แต่ทั้งนี้ศาลจะลงโทษจำเลย\nเกินอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดที่โจทก์ฟ้องไม่ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15194_p4","parent":15194,"text":"วรรค 4","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15194_p4_t1","parent":"15194_p4","text":"ถ้าศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงบางข้อดังกล่าวในฟ้อง และตามที่ปรากฏในทาง\nพิจารณาไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ ห้ามมิให้ศาลลงโทษจำเลยในข้อเท็จจริง\nนั้น ๆ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15194_p5","parent":15194,"text":"วรรค 5","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"15194_p5_t1","parent":"15194_p5","text":"ถ้าศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงตามฟ้องนั้นโจทก์สืบสม แต่โจทก์อ้างฐานความ\nผิดหรือบทมาตราผิด ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามฐานความผิดที่ถูกต้องได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15194_p6","parent":15194,"text":"วรรค 6","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"15194_p6_t1","parent":"15194_p6","text":"ถ้าความผิดตามที่ฟ้องนั้นรวมการกระทำหลายอย่าง แต่ละอย่างอาจเป็น\nความผิดได้อยู่ในตัวเอง ศาลจะลงโทษจำเลยในการกระทำผิดอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่\nพิจารณาได้ความก็ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15195,"parent":14935,"text":"ภาค 4\n\nอุทธรณ์และฎีกา","expanded":false,"brush":"coral","dir":"right","order":1},
{"key":15196,"parent":15195,"text":"ลักษณะ 1\n\nอุทธรณ์","expanded":false,"brush":"plum","dir":"right","order":0},
{"key":15197,"parent":15196,"text":"หมวด 1\n\nหลักทั่วไป","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":0},
{"key":15198,"parent":15197,"text":"มาตรา 193","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":0},
{"key":"15198_p1","parent":15198,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15198_p1_t1","parent":"15198_p1","text":"คดีอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้นในข้อเท็จจริง\nและข้อกฎหมายให้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ เว้นแต่จะถูกห้ามอุทธรณ์โดยประมวล\nกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15198_p2","parent":15198,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15198_p2_t1","parent":"15198_p2","text":"อุทธรณ์ทุกฉบับต้องระบุข้อเท็จจริงโดยย่อหรือข้อกฎหมายที่ยกขึ้นอ้างอิงเป็นลำดับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15199,"parent":15197,"text":"มาตรา 193 ทวิ","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":1},
{"key":"15199_p1_t1","parent":15199,"text":"ทวิ ห้ามมิให้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นในปัญหาข้อ\nเท็จจริงในคดีซึ่งอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับ\nไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เว้นแต่กรณีต่อไปนี้ให้จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จ\nจริงได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15199_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15199_p1_t1","text":"(1) จำเลยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกหรือให้ลงโทษกักขังแทน\n\nโทษจำคุก","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15199_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15199_p1_t1","text":"(2) จำเลยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก แต่ศาลรอการลงโทษไว้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15199_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"15199_p1_t1","text":"(3) ศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด แต่รอการกำหนดโทษไว้ หรือ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15199_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"15199_p1_t1","text":"(4) จำเลยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษปรับเกินหนึ่งพันบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":15200,"parent":15197,"text":"มาตรา 193 ตรี","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":2},
{"key":"15200_p1_t1","parent":15200,"text":"ตรี ในคดีซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ตามมาตรา 193 ทวิ ถ้าผู้\nพิพากษาคนใดซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้น\nพิเคราะห์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลอุทธรณ์และอนุญาตให้\nอุทธรณ์หรืออธิบดีกรมอัยการหรือพนักงานอัยการซึ่งอธิบดีกรมอัยการได้มอบหมายลง\nลายมือชื่อรับรองในอุทธรณ์ว่า มีเหตุอันควรที่ศาลอุทธรณ์จะได้วินิจฉัยก็ให้รับอุทธรณ์นั้น\nไว้พิจารณาต่อไป","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15201,"parent":15197,"text":"มาตรา 194","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":3},
{"key":"15201_p1_t1","parent":15201,"text":"ถ้ามีอุทธรณ์แต่ในปัญหาข้อกฎหมาย ในการวินิจฉัยปัญหา\nข้อกฎหมายนั้น ๆ ศาลอุทธรณ์จะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมาแล้วจาก\nพยานหลักฐานในสำนวน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15202,"parent":15197,"text":"มาตรา 195","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":4},
{"key":"15202_p1","parent":15202,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15202_p1_t1","parent":"15202_p1","text":"ข้อกฎหมายทั้งปวงอันคู่ความอุทธรณ์ร้องอ้างอิงให้แสดงไว้\nโดยชัดเจนในฟ้องอุทธรณ์ แต่ต้องเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นมาว่ากันมาแล้วแต่ศาลชั้นต้น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15202_p2","parent":15202,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15202_p2_t1","parent":"15202_p2","text":"ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย หรือที่เกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติ\nตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้อันว่าด้วยอุทธรณ์ เหล่านี้ผู้อุทธรณ์หรือศาลยกขึ้น\nอ้างได้ แม้ว่าจะไม่ได้ยกขึ้นในศาลชั้นต้นก็ตาม","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15203,"parent":15197,"text":"มาตรา 196","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":5},
{"key":"15203_p1_t1","parent":15203,"text":"คำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวน ห้ามมิให้\nอุทธรณ์คำสั่งนั้นจนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งในประเด็นสำคัญและมีอุทธรณ์คำ\nพิพากษาหรือคำสั่งนั้นด้วย","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15204,"parent":15197,"text":"มาตรา 197","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":6},
{"key":"15204_p1_t1","parent":15204,"text":"เหตุที่มีอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งฉบับหนึ่งแล้วหาเป็น\nผลตัดสิทธิผู้อื่นซึ่งมีสิทธิอุทธรณ์ จะอุทธรณ์ด้วยไม่","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15205,"parent":15197,"text":"มาตรา 198","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":7},
{"key":"15205_p1","parent":15205,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15205_p1_t1","parent":"15205_p1","text":"การยื่นอุทธรณ์ ให้ยื่นต่อศาลชั้นต้นในกำหนดหนึ่ง\nเดือนนับแต่วันอ่าน หรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งให้คู่ความฝ่ายที่อุทธรณ์ฟัง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15205_p2","parent":15205,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15205_p2_t1","parent":"15205_p2","text":"ให้เป็นหน้าที่ศาลชั้นต้นตรวจอุทธรณ์ว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลอุทธรณ์\nหรือไม่ ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ถ้าเห็นว่าไม่ควรรับให้จดเหตุผลไว้ในคำสั่ง\nของศาลนั้นโดยชัดเจน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15205_p3","parent":15205,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15205_p3_t1","parent":"15205_p3","text":"ในกรณีที่ตามคำพิพากษาจำเลยต้องรับโทษจำคุกหรือโทษสถานที่หนัก\nกว่านั้นและจำเลยไม่ได้ถูกคุมขัง จำเลยจะยื่นอุทธรณ์ได้ต่อเมื่อแสดงตนต่อเจ้าพนักงาน\nศาลในขณะยื่นอุทธรณ์ มิฉะนั้นให้ศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ทั้งนี้ ประธานศาลฎีกาอาจ\nออกข้อบังคับกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการแสดงตนของจำเลยก็ได้ ข้อบังคับ\nนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15205_p4","parent":15205,"text":"วรรค 4","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"15205_p4_t1","parent":"15205_p4","text":"ความในวรรคสามมิให้ใช้บังคับแก่กรณีที่จำเลยได้รับการรอการลงโทษจำคุก\nหรือรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาครบถ้วนแล้ว","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15206,"parent":15197,"text":"มาตรา 198 ทวิ","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":8},
{"key":"15206_p1","parent":15206,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15206_p1_t1","parent":"15206_p1","text":"ทวิ เมื่อศาลชั้นต้นปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์\nอาจอุทธรณ์เป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลนั้นต่อศาลอุทธรณ์ได้ คำร้องเช่นนี้ให้ยื่นที่\nศาลชั้นต้นภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันฟังคำสั่ง แล้วให้ศาลนั้นรีบส่งคำร้องเช่นว่านั้น\nไปยังศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยอุทธรณ์ และคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15206_p2","parent":15206,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15206_p2_t1","parent":"15206_p2","text":"เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นสมควรตรวจสำนวนเพื่อสั่งคำร้องเรื่องนั้น ก็ให้สั่ง\nศาลชั้นต้นส่งมาให้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15206_p3","parent":15206,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15206_p3_t1","parent":"15206_p3","text":"ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาคำร้องนั้นแล้วมีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาล\nชั้นต้น หรือมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ คำสั่งนี้ให้เป็นที่สุดแล้วส่งไปให้ศาลชั้นต้นอ่าน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15207,"parent":15197,"text":"มาตรา 199","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":9},
{"key":"15207_p1","parent":15207,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15207_p1_t1","parent":"15207_p1","text":"ผู้อุทธรณ์ซึ่งต้องขังหรือต้องจำคุกอยู่ในเรือนจำ อาจยื่น\nอุทธรณ์ต่อพัศดีภายในกำหนดอายุอุทธรณ์ เมื่อได้รับอุทธรณ์นั้นแล้ว ให้พัศดีออกใบรับให้\nแก่ผู้ยื่นอุทธรณ์ แล้วให้รีบส่งอุทธรณ์นั้นไปยังศาลชั้นต้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15207_p2","parent":15207,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15207_p2_t1","parent":"15207_p2","text":"อุทธรณ์ฉบับใดที่ยื่นต่อพัศดีส่งไปถึงศาลเมื่อพ้นกำหนดอายุอุทธรณ์แล้ว\nถ้าหากปรากฏว่าการส่งชักช้านั้นมิใช่เป็นความผิดของผู้ยื่นอุทธรณ์ ให้ถือว่าเป็นอุทธรณ์ที่\nได้ยื่นภายในกำหนดอายุอุทธรณ์","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15208,"parent":15197,"text":"มาตรา 200","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":10},
{"key":"15208_p1_t1","parent":15208,"text":"ให้ศาลส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งแก้ภายใน\nกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาอุทธรณ์","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15209,"parent":15197,"text":"มาตรา 201","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":11},
{"key":"15209_p1_t1","parent":15209,"text":"เมื่อศาลส่งสำเนาอุทธรณ์แก่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้เพราะหา\nตัวไม่พบ หรือหลบหนี หรือจงใจไม่รับสำเนาอุทธรณ์ หรือได้รับแก้อุทธรณ์แล้ว หรือพ้น\nกำหนดแก้อุทธรณ์แล้ว ให้ศาลรีบส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อทำการพิจารณา\nพิพากษาต่อไป","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15210,"parent":15197,"text":"มาตรา 202","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":12},
{"key":"15210_p1","parent":15210,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15210_p1_t1","parent":"15210_p1","text":"ผู้อุทธรณ์มีอำนาจยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้น\nก่อนส่งสำนวนไปศาลอุทธรณ์ ในกรณีเช่นนี้ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตได้ เมื่อส่งสำนวนไปแล้ว\nให้ยื่นต่อศาลอุทธรณ์หรือต่อศาลชั้นต้นเพื่อส่งไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อสั่ง ทั้งนี้ ต้องก่อนอ่าน\nคำพิพากษาศาลอุทธรณ์","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15210_p2","parent":15210,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15210_p2_t1","parent":"15210_p2","text":"เมื่อถอนไปแล้ว ถ้าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมิได้อุทธรณ์ คำพิพากษาหรือคำสั่ง\nของศาลชั้นต้นย่อมเด็ดขาดเฉพาะผู้ถอน ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งอุทธรณ์ จะเด็ดขาดต่อเมื่อคดีถึงที่\nสุดโดยไม่มีการแก้คำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15211,"parent":15196,"text":"หมวด 2\n\nการพิจารณา คำพิพากษาและคำสั่งชั้นศาลอุทธรณ์","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":1},
{"key":15212,"parent":15211,"text":"มาตรา 203","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":0},
{"key":"15212_p1_t1","parent":15212,"text":"ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาโดยเปิดเผยเฉพาะแต่ในกรณีที่นัด\nหรืออนุญาตให้คู่ความมาพร้อมกันหรือมีการสืบพยาน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15213,"parent":15211,"text":"มาตรา 204","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":1},
{"key":"15213_p1","parent":15213,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15213_p1_t1","parent":"15213_p1","text":"เมื่อจะพิจารณาในศาลโดยเปิดเผย ให้ศาลอุทธรณ์ออก\nหมายนัดกำหนดวันพิจารณาไปยังคู่ความให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าห้าวัน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15213_p2","parent":15213,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15213_p2_t1","parent":"15213_p2","text":"การฟังคำแถลงการณ์นั้นห้ามมิให้กำหนดช้ากว่าสิบห้าวันนับแต่วันวันรับ\nสำนวน ถ้ามีเหตุพิเศษจะช้ากว่านั้นก็ได้ แต่อย่าให้เกินสองเดือน เหตุที่ต้องช้าให้ศาล\nรายงานไว้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15214,"parent":15211,"text":"มาตรา 205","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":2},
{"key":"15214_p1","parent":15214,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15214_p1_t1","parent":"15214_p1","text":"คำร้องขอแถลงการณ์ด้วยปากให้ติดมากับฟ้องอุทธรณ์หรือแก้อุทธรณ์","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15214_p2","parent":15214,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15214_p2_t1","parent":"15214_p2","text":"คำแถลงการณ์เป็นหนังสือให้ยื่นก่อนวันศาลอุทธรณ์พิพากษา","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15214_p3","parent":15214,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15214_p3_t1","parent":"15214_p3","text":"คำแถลงการณ์ด้วยปากหรือหนังสือก็ตาม มิให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของ\nอุทธรณ์ ให้นับว่าเป็นแต่คำอธิบายข้ออุทธรณ์หรือแก้อุทธรณ์เท่านั้น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15214_p4","parent":15214,"text":"วรรค 4","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"15214_p4_t1","parent":"15214_p4","text":"คำแถลงการณ์เป็นหนังสือจะยื่นต่อศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ก็ได้\n\n มาตรา 206 ระเบียบแถลงการณ์ด้วยปากมีดังนี้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15214_p4_t1_ext_ul_8_li1","parent":"15214_p4_t1","text":"(1) ถ้าคู่ความฝ่ายใดขอแถลงการณ์ ให้ฝ่ายนั้นแถลงก่อน แล้วให้อีกฝ่าย\nหนึ่งแถลงแก้ เสร็จแล้วฝ่ายแถลงก่อนแถลงแก้ได้อีก","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15214_p4_t1_ext_ul_8_li2","parent":"15214_p4_t1","text":"(2) ถ้าคู่ความทั้งสองฝ่ายขอแถลงการณ์ ให้ผู้อุทธรณ์แถลงก่อน แล้วให้\nอีกฝ่ายหนึ่งแถลงแก้ เสร็จแล้วให้ผู้อุทธรณ์แถลงแก้ได้อีก","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15214_p4_t1_ext_ul_8_li3","parent":"15214_p4_t1","text":"(3) ถ้าคู่ความทั้งสองฝ่ายขอแถลงการณ์และเป็นผู้อุทธรณ์ทั้งคู่ ให้โจทก์\nแถลงก่อน แล้วให้จำเลยแถลง เสร็จแล้วโจทก์แถลงแก้ได้อีก","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":15215,"parent":15211,"text":"มาตรา 207","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":3},
{"key":"15215_p1_t1","parent":15215,"text":"เมื่อมีอุทธรณ์คำพิพากษา ศาลอุทธรณ์มีอำนาจสั่งให้ศาล\nชั้นต้นออกหมายเรียกหรือจับจำเลย ซึ่งศาลนั้นปล่อยตัวไปแล้ว มาขังหรือปล่อยชั่วคราว\nระหว่างอุทธรณ์ก็ได้ หรือถ้าจำเลยถูกขังอยู่ระหว่างอุทธรณ์จะสั่งให้ศาลชั้นต้นปล่อยจำเลย\nหรือปล่อยชั่วคราวก็ได้\n\n มาตรา 208 ในการพิจารณาคดีอุทธรณ์ตามหมวดนี้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15215_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15215_p1_t1","text":"(1) ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นว่าควรสืบพยานเพิ่มเติม ให้มีอำนาจเรียกพยานมา\nสืบเอง หรือสั่งศาลชั้นต้นสืบให้ เมื่อศาลชั้นต้นสืบพยานแล้ว ให้ส่งสำนวนมายังศาลอุทธรณ์\nเพื่อวินิจฉัยต่อไป","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15215_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15215_p1_t1","text":"(2) ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นเป็นการจำเป็น เนื่องจากศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติให้\nถูกต้องตามกระบวนพิจารณา ก็ให้พิพากษาสั่งให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาและพิพากษา\nหรือสั่งใหม่ตามรูปคดี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":15216,"parent":15211,"text":"มาตรา 208 ทวิ","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":4},
{"key":"15216_p1","parent":15216,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15216_p1_t1","parent":"15216_p1","text":"ทวิ ถ้าอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์เห็นสมควร จะให้มี\nการวินิจฉัยปัญหาใด ในคดีเรื่องใด โดยที่ประชุมใหญ่ก็ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15216_p2","parent":15216,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15216_p2_t1","parent":"15216_p2","text":"ที่ประชุมใหญ่ให้ประกอบด้วยผู้พิพากษาทุกคนซึ่งอยู่ปฏิบัติหน้าที่ แต่ต้อง\nไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนผู้พิพากษาแห่งศาลนั้น และให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์เป็น\nประธาน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15216_p3","parent":15216,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15216_p3_t1","parent":"15216_p3","text":"การวินิจฉัยในที่ประชุมใหญ่ให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าในปัญหาใดมีความเห็น\nแย้งกันเป็นสองฝ่าย หรือเกินสองฝ่ายขึ้นไป จะหาเสียงข้างมากมิได้ ให้ผู้พิพากษาซึ่งมี\nความเห็นเป็นผลร้ายแก่จำเลยมากยอมเห็นด้วยผู้พิพากษาซึ่งมีความเห็นเป็นผลร้ายแก่\nจำเลยน้อยกว่า","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15216_p4","parent":15216,"text":"วรรค 4","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"15216_p4_t1","parent":"15216_p4","text":"ในคดีซึ่งที่ประชุมใหญ่ได้วินิจฉัยปัญหาแล้ว คำพิพากษาหรือคำสั่งต้อง\nเป็นไปตามคำวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ และต้องระบุไว้ด้วยว่าปัญหาข้อใดได้วินิจฉัยโดยที่\nประชุมใหญ่ ผู้พิพากษาที่เข้าประชุม แม้มิใช่เป็นผู้นั่งพิจารณา ก็ให้มีอำนาจพิพากษา ทำคำ\nสั่ง หรือทำความเห็นแย้งในคดีนั้นได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15217,"parent":15211,"text":"มาตรา 209","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":5},
{"key":"15217_p1_t1","parent":15217,"text":"ให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาโดยมิชักช้า และจะอ่านคำ\nพิพากษาที่ศาลอุทธรณ์ หรือส่งไปให้ศาลชั้นต้นอ่านก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15218,"parent":15211,"text":"มาตรา 210","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":6},
{"key":"15218_p1_t1","parent":15218,"text":"เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าฟ้องอุทธรณ์มิได้ยื่นในกำหนด ให้\nพิพากษายกฟ้องอุทธรณ์นั้นเสีย","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15219,"parent":15211,"text":"มาตรา 211","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":7},
{"key":"15219_p1_t1","parent":15219,"text":"เมื่อมีอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาในประเด็นสำคัญและ\nคัดค้านคำสั่งระหว่างพิจารณาด้วย ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาโดยคำพิพากษาอันเดียวกัน\nก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15220,"parent":15211,"text":"มาตรา 212","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":8},
{"key":"15220_p1_t1","parent":15220,"text":"คดีที่จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาที่ให้ลงโทษ ห้ามมิให้ศาล\nอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลย เว้นแต่โจทก์จะได้อุทธรณ์ในทำนองนั้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15221,"parent":15211,"text":"มาตรา 213","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":9},
{"key":"15221_p1_t1","parent":15221,"text":"ในคดีซึ่งจำเลยผู้หนึ่งอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษา ซึ่งให้\nลงโทษจำเลยหลายคนในความผิดฐานเดียวกันหรือต่อเนื่องกัน ถ้าศาลอุทธรณ์กลับหรือแก้\nคำพิพากษาศาลชั้นต้น ไม่ลงโทษหรือลดโทษให้จำเลย แม้เป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี\nศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยอื่นที่มิได้อุทธรณ์ ให้มิต้องถูกรับโทษ หรือ\nได้ลดโทษดุจจำเลยผู้อุทธรณ์","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15222,"parent":15211,"text":"มาตรา 214","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":10},
{"key":"15222_p1_t1","parent":15222,"text":"นอกจากมีข้อความซึ่งต้องมีในคำพิพากษาศาลชั้นต้น คำ\nพิพากษาศาลอุทธรณ์ต้องปรากฏข้อความดังต่อไปนี้ด้วย","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15222_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15222_p1_t1","text":"(1) นามหรือตำแหน่งของผู้อุทธรณ์","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15222_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15222_p1_t1","text":"(2) ข้อความว่า ยืน ยก แก้หรือกลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":15223,"parent":15211,"text":"มาตรา 215","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":11},
{"key":"15223_p1_t1","parent":15223,"text":"นอกจากที่บัญญัติมาแล้ว ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการ\nพิจารณาและว่าด้วยคำพิพากษาและคำสั่งศาลชั้นต้นมาบังคับในชั้นศาลอุทธรณ์ด้วยโดย\nอนุโลม","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15224,"parent":15195,"text":"ลักษณะ 2\n\nฎีกา","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"right","order":1},
{"key":15225,"parent":15224,"text":"หมวด 1\n\nหลักทั่วไป","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":0},
{"key":15226,"parent":15225,"text":"มาตรา 216","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":0},
{"key":"15226_p1","parent":15226,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15226_p1_t1","parent":"15226_p1","text":"ภายใต้บังคับแห่งมาตรา 217 ถึง 221 คู่ความมี\nอำนาจฎีกาคัดค้านคำพิพากษา หรือคำสั่งศาลอุทธรณ์ภายในหนึ่งเดือน นับแต่วันอ่าน หรือ\nถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นให้คู่ความฝ่ายที่ฎีกาฟัง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15226_p2","parent":15226,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15226_p2_t1","parent":"15226_p2","text":"ฎีกานั้น ให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้นำบทบัญญัติในมาตรา 198 มาตรา\n200 และมาตรา 201 มาใช้บังคับโดยอนุโลม","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15227,"parent":15225,"text":"มาตรา 217","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":1},
{"key":"15227_p1_t1","parent":15227,"text":"ในคดีซึ่งมีข้อจำกัดว่า ให้คู่ความฎีกาได้แต่เฉพาะปัญหาข้อ\nกฎหมาย ข้อจำกัดนี้ให้บังคับแก่คู่ความและบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีด้วย","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15228,"parent":15225,"text":"มาตรา 218","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":2},
{"key":"15228_p1","parent":15228,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15228_p1_t1","parent":"15228_p1","text":"ในคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างหรือเพียงแต่\nแก้ไขเล็กน้อย และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี หรือปรับหรือทั้งจำทั้งปรับ แต่โทษจำ\nคุกไม่เกินห้าปี ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15228_p2","parent":15228,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15228_p2_t1","parent":"15228_p2","text":"ในคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างหรือเพียงแต่แก้ไขเล็กน้อย\nและให้ลงโทษจำคุกจำเลยเกินห้าปี ไม่ว่าจะมีโทษอย่างอื่นด้วยหรือไม่ ห้ามมิให้โจทก์ฎีกา\nในปัญหาข้อเท็จจริง","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15229,"parent":15225,"text":"มาตรา 219","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":3},
{"key":"15229_p1_t1","parent":15229,"text":"ในคดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่\nเกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำเลย\nไม่เกินกำหนดที่ว่ามานี้ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ข้อห้ามนี้มิให้ใช้แก่\nจำเลยในกรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมากและเพิ่มเติมโทษจำเลย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15230,"parent":15225,"text":"มาตรา 219 ทวิ","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":4},
{"key":"15230_p1","parent":15230,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15230_p1_t1","parent":"15230_p1","text":"ทวิ ห้ามมิให้คู่ความฎีกาคัดค้านคำพิพากษาหรือคำสั่ง\nในข้อเท็จจริงในปัญหาเรื่องวิธีการเพื่อความปลอดภัยแต่อย่างเดียว แม้คดีนั้นจะไม่ต้อง\nห้ามฎีกาก็ตาม","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15230_p2","parent":15230,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15230_p2_t1","parent":"15230_p2","text":"ในการนับกำหนดโทษจำคุกตามความในมาตรา 218 และ 219 นั้น ห้าม\nมิให้คำนวณกำหนดเวลาที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการเพื่อความปลอดภัย\nรวมเข้าด้วย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15231,"parent":15225,"text":"มาตรา 219 ตรี","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":5},
{"key":"15231_p1_t1","parent":15231,"text":"ตรี ในคดีที่ศาลชั้นต้นลงโทษกักขังแทนโทษจำคุก หรือ\nเปลี่ยนโทษกักขังเป็นโทษจำคุก หรือคดีที่เกี่ยวกับการกักขังแทนค่าปรับ หรือกักขังเกี่ยวกับ\nการริบทรัพย์สิน ถ้าศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ห้ามมิให้คู่ความ\nฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15232,"parent":15225,"text":"มาตรา 220","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":6},
{"key":"15232_p1_t1","parent":15232,"text":"ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์\nพิพากษายกฟ้องโจทก์","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15233,"parent":15225,"text":"มาตรา 221","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":7},
{"key":"15233_p1_t1","parent":15233,"text":"ในคดีซึ่งห้ามฎีกาไว้โดยมาตรา 218, 219 และ 220 แห่ง\nประมวลกฎหมายนี้ ถ้าผู้พิพากษาคนใดซึ่งพิจารณา หรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความ\nเห็นแย้งในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์พิเคราะห์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหา\nสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดและอนุญาตให้ฎีกา หรืออธิบดีกรมอัยการลงลายมือชื่อรับรองใน\nฎีกาว่ามีเหตุอันควรที่ศาลสูงสุดจะได้วินิจฉัย ก็ให้รับฎีกานั้นไว้พิจารณาต่อไป","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15234,"parent":15225,"text":"มาตรา 222","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":8},
{"key":"15234_p1_t1","parent":15234,"text":"ถ้าคดีมีปัญหาแต่เฉพาะข้อกฎหมาย ในการวินิจฉัยปัญหา\nข้อกฎหมายนั้น ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจาก\nพยานหลักฐานในสำนวน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15235,"parent":15225,"text":"มาตรา 223","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":9},
{"key":"15235_p1_t1","parent":15235,"text":"ให้เป็นหน้าที่ศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยัง\nศาลฎีกาหรือไม่ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ถ้าเห็นว่าไม่ควรรับ ให้จดเหตุผลไว้\nในคำสั่งของศาลนั้นโดยชัดเจน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15236,"parent":15225,"text":"มาตรา 224","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":10},
{"key":"15236_p1","parent":15236,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15236_p1_t1","parent":"15236_p1","text":"เมื่อศาลชั้นต้นไม่ยอมรับฎีกา ผู้ฎีกาอาจฎีกาเป็นคำร้อง\nอุทธรณ์คำสั่งของศาลนั้นต่อศาลฎีกาได้ คำร้องเช่นนี้ให้ยื่นที่ศาลชั้นต้นภายในกำหนดสิบ\nห้าวันนับแต่วันฟังคำสั่ง แล้วให้ศาลนั้นรีบส่งคำร้องเช่นว่านั้นไปยังศาลฎีกาพร้อมด้วยฎีกา\nและคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15236_p2","parent":15236,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15236_p2_t1","parent":"15236_p2","text":"เมื่อศาลฎีกาเห็นสมควรตรวจสำนวนเพื่อสั่งคำร้องเรื่องนั้น ก็ให้สั่งศาลชั้นต้นส่งมาให้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15237,"parent":15224,"text":"หมวด 2\n\nการพิจารณา คำพิพากษาและคำสั่งชั้นฎีกา","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":1},
{"key":15238,"parent":15237,"text":"มาตรา 225","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":0},
{"key":"15238_p1_t1","parent":15238,"text":"ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณาและว่าด้วยคำ\nพิพากษาและคำสั่งชั้นอุทธรณ์มาบังคับในชั้นฎีกาโดยอนุโลม เว้นแต่ห้ามมิให้ทำความเห็นแย้ง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15239,"parent":14935,"text":"ภาค 5\n\nพยานหลักฐาน","expanded":false,"brush":"skyblue","dir":"left","order":2},
{"key":15240,"parent":15239,"text":"หมวด 1\n\nหลักทั่วไป","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":0},
{"key":15241,"parent":15240,"text":"มาตรา 226","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":0},
{"key":"15241_p1_t1","parent":15241,"text":"พยานวัตถุ พยานเอกสาร หรือพยานบุคคลซึ่งน่าจะพิสูจน์\nได้ว่าจำเลยมีผิดหรือบริสุทธิ์ ให้อ้างเป็นพยานหลักฐานได้ แต่ต้องเป็นพยานชนิดที่มิได้เกิด\nขึ้นจากการจูงใจ มีคำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกหลวงหรือโดยมิชอบประการอื่น และให้สืบ\nตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นอันว่าด้วยการสืบพยาน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15242,"parent":15240,"text":"มาตรา 226/1","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":1},
{"key":"15242_p1","parent":15242,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15242_p1_t1","parent":"15242_p1","text":"มาตรา 226/1 ในกรณีที่ความปรากฏแก่ศาลว่า พยานหลักฐานใด\nเป็นพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นโดยชอบแต่ได้มาเนื่องจากการกระทำโดยมิชอบ หรือเป็นพยาน\nหลักฐานที่ได้มาโดยอาศัยข้อมูลที่เกิดขึ้นหรือได้มาโดยมิชอบ ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยาน\nหลักฐานนั้น เว้นแต่การรับฟังพยานหลักฐานนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อการอำนวยความ\nยุติธรรมมากกว่าผลเสียอันเกิดจากผลกระทบต่อมาตรฐานของระบบงานยุติธรรมทาง\nอาญาหรือสิทธิเสรีภาพพื้นฐานของประชาชน","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15242_p2","parent":15242,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15242_p2_t1","parent":"15242_p2","text":"ในการใช้ดุลพินิจรับฟังพยานหลักฐานตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลพิจารณาถึง\nพฤติการณ์ทั้งปวงแห่งคดี โดยต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ดังต่อไปนี้ด้วย","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15242_p2_t1_ext_ul_4_li1","parent":"15242_p2_t1","text":"(1) คุณค่าในเชิงพิสูจน์ ความสำคัญ และความน่าเชื่อถือของพยานหลัก\n\nฐานนั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15242_p2_t1_ext_ul_4_li2","parent":"15242_p2_t1","text":"(2) พฤติการณ์และความร้ายแรงของความผิดในคดี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15242_p2_t1_ext_ul_4_li3","parent":"15242_p2_t1","text":"(3) ลักษณะและความเสียหายที่เกิดจากการกระทำโดยมิชอบ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15242_p2_t1_ext_ul_4_li4","parent":"15242_p2_t1","text":"(4) ผู้ที่กระทำการโดยมิชอบอันเป็นเหตุให้ได้พยานหลักฐานมานั้นได้รับ\nการลงโทษหรือไม่เพียงใด","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":15243,"parent":15240,"text":"มาตรา 226/2","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":2},
{"key":"15243_p1","parent":15243,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15243_p1_t1","parent":"15243_p1","text":"มาตรา 226/2 ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับการกระ\nทำความผิดครั้งอื่นๆ หรือความประพฤติในทางเสื่อมเสียของจำเลย เพื่อพิสูจน์ว่าจำเลย\nเป็นผู้กระทำความผิดในคดีที่ถูกฟ้องเว้นแต่พยานหลักฐานอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15243_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15243_p1_t1","text":"(1) พยานหลักฐานที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับองค์ประกอบความผิดของคดีที่\nฟ้อง","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15243_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15243_p1_t1","text":"(2) พยานหลักฐานที่แสดงถึงลักษณะ วิธี หรือรูปแบบเฉพาะในการกระ\nทำความผิดของจำเลย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15243_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"15243_p1_t1","text":"(3) พยานหลักฐานที่หักล้างข้อกล่าวอ้างของจำเลยถึงการกระทำ หรือ\nความประพฤติในส่วนดีของจำเลย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15243_p2","parent":15243,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15243_p2_t1","parent":"15243_p2","text":"ความในวรรคหนึ่งไม่ห้ามการนำสืบพยานหลักฐานดังกล่าว เพื่อให้ศาลใช้\nประกอบดุลพินิจในการกำหนดโทษหรือเพิ่มโทษ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15244,"parent":15240,"text":"มาตรา 226/3","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":3},
{"key":"15244_p1","parent":15244,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15244_p1_t1","parent":"15244_p1","text":"มาตรา 226/3 ข้อความซึ่งเป็นการบอกเล่าที่พยานบุคคลใดนำมา\nเบิกความต่อศาลหรือที่บันทึกไว้ในเอกสารหรือวัตถุอื่นใดซึ่งอ้างเป็นพยานหลักฐานต่อศาล\nหากนำเสนอเพื่อพิสูจน์ความจริงแห่งข้อความนั้น ให้ถือเป็นพยานบอกเล่า","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15244_p2","parent":15244,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15244_p2_t1","parent":"15244_p2","text":"ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานบอกเล่า เว้นแต่","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15244_p2_t1_ext_ul_4_li1","parent":"15244_p2_t1","text":"(1) ตามสภาพ ลักษณะ แหล่งที่มา และข้อเท็จจริงแวดล้อมของพยานบอก\nเล่านั้นน่าเชื่อว่าจะพิสูจน์ความจริงได้ หรือ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15244_p2_t1_ext_ul_4_li2","parent":"15244_p2_t1","text":"(2) มีเหตุจำเป็น เนื่องจากไม่สามารถนำบุคคลซึ่งเป็นผู้ที่ได้เห็น ได้ยิน\nหรือทราบข้อความเกี่ยวในเรื่องที่จะให้การเป็นพยานนั้นด้วยตนเองโดยตรงมาเป็นพยานได้\nและมีเหตุผลสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่จะรับฟังพยานบอกเล่านั้น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15244_p3","parent":15244,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15244_p3_t1","parent":"15244_p3","text":"ในกรณีที่ศาลเห็นว่าไม่ควรรับไว้ซึ่งพยานบอกเล่าใด และคู่ความฝ่ายที่\nเกี่ยวข้องร้องคัดค้านก่อนที่ศาลจะดำเนินคดีต่อไป ให้ศาลจดรายงานระบุนาม หรือชนิด\nและลักษณะของพยานบอกเล่าเหตุผลที่ไม่ยอมรับ และข้อคัดค้านของคู่ความฝ่ายที่\nเกี่ยวข้องไว้ ส่วนเหตุผลที่คู่ความฝ่ายคัดค้านยกขึ้นอ้างนั้น ให้ศาลใช้ดุลพินิจจดลงไว้ใน\nรายงานหรือกำหนดให้คู่ความฝ่ายนั้นยื่นคำแถลงต่อศาลเพื่อรวมไว้ในสำนวน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15245,"parent":15240,"text":"มาตรา 226/4","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":4},
{"key":"15245_p1","parent":15245,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15245_p1_t1","parent":"15245_p1","text":"มาตรา 226/4 ในคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ ห้ามมิให้จำเลยนำสืบ\nด้วยพยานหลักฐานหรือถามค้านด้วยคำถามอันเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศของผู้เสียหาย\nกับบุคคลอื่นนอกจากจำเลย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลตามคำขอ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15245_p2","parent":15245,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15245_p2_t1","parent":"15245_p2","text":"ศาลจะอนุญาตตามคำขอในวรรคหนึ่ง เฉพาะในกรณีที่ศาลเห็นว่าจะก่อ\nให้เกิดความยุติธรรมในการพิจารณาพิพากษาคดี","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15246,"parent":15240,"text":"มาตรา 226/5","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":5},
{"key":"15246_p1_t1","parent":15246,"text":"มาตรา 226/5 ในชั้นพิจารณาหากมีเหตุจำเป็นหรือเหตุอันสมควร\nศาลอาจรับฟังบันทึกคำเบิกความในชั้นไต่สวนมูลฟ้องหรือบันทึกคำเบิกความของพยานที่\nเบิกความไว้ในคดีอื่นประกอบพยานหลักฐานอื่นในคดีได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15247,"parent":15240,"text":"มาตรา 227","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":6},
{"key":"15247_p1","parent":15247,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15247_p1_t1","parent":"15247_p1","text":"ให้ศาลใช้ดุลพินิจวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทั้งปวง\nอย่าพิพากษาลงโทษจนกว่าจะแน่ใจว่ามีการกระทำผิดจริงและจำเลยเป็นผู้กระทำความผิด\nนั้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15247_p2","parent":15247,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15247_p2_t1","parent":"15247_p2","text":"เมื่อมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำผิดหรือไม่ ให้ยก\nประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15248,"parent":15240,"text":"มาตรา 227/1","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":7},
{"key":"15248_p1","parent":15248,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15248_p1_t1","parent":"15248_p1","text":"มาตรา 227/1 ในการวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยาน\nซัดทอด พยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้าน หรือพยานหลักฐานที่มีข้อบกพร่องประการอื่น\nอันอาจกระทบถึงความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความ\nระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผล\nอันหนักแน่น มีพฤติการณ์พิเศษแห่งคดี หรือมีพยานหลักฐานประกอบอื่นมาสนับสนุน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15248_p2","parent":15248,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15248_p2_t1","parent":"15248_p2","text":"พยานหลักฐานประกอบตามวรรคหนึ่ง หมายถึง พยานหลักฐานอื่นที่รับ\nฟังได้ และมีแหล่งที่มาเป็นอิสระต่างหากจากพยานหลักฐานที่ต้องการพยานหลักฐาน\nประกอบนั้น ทั้งจะต้องมีคุณค่าเชิงพิสูจน์ที่สามารถสนับสนุนให้พยานหลักฐานอื่นที่ไป\nประกอบมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นด้วย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15249,"parent":15240,"text":"มาตรา 228","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":8},
{"key":"15249_p1_t1","parent":15249,"text":"ระหว่างพิจารณาโดยพลการหรือคู่ความฝ่ายใดร้องขอ\nศาลมีอำนาจสืบพยานเพิ่มเติม จะสืบเองหรือส่งประเด็นก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15250,"parent":15240,"text":"มาตรา 229","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":9},
{"key":"15250_p1_t1","parent":15250,"text":"ศาลเป็นผู้สืบพยาน จะสืบในศาลหรือนอกศาลก็ได้ แล้วแต่\nเห็นควรตามลักษณะของพยาน","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15251,"parent":15240,"text":"มาตรา 229/1","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":10},
{"key":"15251_p1","parent":15251,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15251_p1_t1","parent":"15251_p1","text":"มาตรา 229/1 ภายใต้บังคับมาตรา 173/1 ในการไต่สวนมูลฟ้อง\nหรือการพิจารณาโจทก์ต้องยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐาน โดยแสดงถึงประเภทและลักษณะ\nของวัตถุ สถานที่พอสังเขปหรือเอกสารเท่าที่จะระบุได้ รวมทั้งรายชื่อ ที่อยู่ของบุคคลหรือผู้\nเชี่ยวชาญ ซึ่งโจทก์ประสงค์จะนำสืบหรือขอให้ศาลไปตรวจหรือแต่งตั้งต่อศาลไม่น้อยกว่า\nสิบห้าวันก่อนวันไต่สวนมูลฟ้องหรือวันสืบพยาน พร้อมทั้งสำเนำบัญชีระบุพยานหลักฐาน\nดังกล่าวในจำนวนที่เพียงพอเพื่อให้จำเลยรับไป ส่วนจำเลยให้ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐาน\nพร้อมสำเนาก่อนวันสืบพยานจำเลย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15251_p2","parent":15251,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15251_p2_t1","parent":"15251_p2","text":"ในการไต่สวนกรณีร้องขอคืนของกลางที่ศาลสั่งริบหรือกรณีร้องขอให้ศาล\nริบทรัพย์ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานต่อศาลไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนวัน\nไต่สวนพร้อมทั้งสำเนำบัญชีระบุพยานหลักฐานดังกล่าวในจำนวนที่เพียงพอ เพื่อให้บุคคลที่\nเกี่ยวข้องอื่น ถ้ามี รับไป","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15251_p3","parent":15251,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15251_p3_t1","parent":"15251_p3","text":"เมื่อระยะเวลาที่กำหนดให้ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานตามวรรคหนึ่งหรือ\nวรรคสอง แล้วแต่กรณีได้สิ้นสุดลง ถ้าคู่ความหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งได้ยื่นบัญชีระบุพยาน\nหลักฐานไว้แล้วมีเหตุอันสมควรแสดงได้ว่าตนไม่สามารถทราบได้ว่าต้องนำพยานหลักฐาน\nบางอย่างมาสืบ หรือไม่ทราบว่าพยานหลักฐานบางอย่างได้มีอยู่ หรือมีเหตุสมควรอื่นใด\nหรือถ้าคู่ความหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องฝ่ายใดซึ่งมิได้ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานเช่นว่านั้น\nแสดงให้เป็นที่พอใจแก่ศาลได้ว่า มีเหตุอันสมควรที่ไม่สามารถยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐาน\nตามกำหนดเวลาดังกล่าวได้ คู่ความหรือบุคคลเช่นว่านั้น อาจร้องขออนุญาตอ้างพยาน\nหลักฐานดังกล่าวต่อศาล พร้อมกับบัญชีระบุพยานหลักฐานและสำเนำบัญชีระบุพยานหลัก\nฐานนั้นไม่ว่าเวลาใดๆ ก่อนเสร็จสิ้นการสืบพยานของฝ่ายนั้นสำหรับกรณีที่คู่ความหรือ\nบุคคลเช่นว่านั้นได้ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานไว้แล้ว หรือก่อนเสร็จสิ้นการพิจารณา\nสำหรับกรณีที่คู่ความหรือบุคคลเช่นว่านั้นไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานและถ้าศาลเห็น\nว่าจำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานดังกล่าว เพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็น\nเป็นไปโดยเที่ยงธรรมให้ศาลมีอำนาจอนุญาตให้สืบและรับฟังพยานหลักฐานเช่นว่านั้นได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15251_p4","parent":15251,"text":"วรรค 4","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15251_p4_t1","parent":"15251_p4","text":"ห้ามมิให้ศาลอนุญาตให้สืบและรับฟังพยานหลักฐานใดซึ่งคู่ความหรือ\nบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งอ้างพยานหลักฐานนั้นมิได้แสดงความจำนงจะอ้างอิงพยานหลักฐาน\nนั้นตามวรรคหนึ่ง วรรคสอง หรือวรรคสาม หรือตามมาตรา 173/1 วรรคสองหรือวรรค\nสาม แต่ถ้าศาลเห็นว่าจำเป็นที่จะต้องคุ้มครองพยาน หรือจะต้องสืบพยานหลักฐานดัง\nกล่าวเพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม หรือเพื่อให้\nโอกาสแก่จำเลยในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ให้ศาลมีอำนาจอนุญาตให้สืบและรับฟังพยาน\nหลักฐานเช่นว่านั้นได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15252,"parent":15240,"text":"มาตรา 230","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":11},
{"key":"15252_p1","parent":15252,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15252_p1_t1","parent":"15252_p1","text":"เมื่อคู่ความที่เกี่ยวข้องร้องขอหรือเมื่อศาลเห็นเป็นการ\nสมควร ศาลอาจเดินเผชิญสืบพยานหลักฐาน หรือเมื่อมีเหตุจำเป็นไม่สามารถนำพยานหลัก\nฐานมาสืบที่ศาลนั้น และการสืบพยานหลักฐานโดยวิธีอื่นไม่สามารถกระทำได้ ศาลมี\nอำนาจส่งประเด็นให้ศาลอื่นสืบพยานหลักฐานแทนให้ศาลที่รับประเด็นมีอำนาจและหน้าที่\nดังศาลเดิม รวมทั้งมีอำนาจส่งประเด็นต่อไปยังศาลอื่นได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15252_p2","parent":15252,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15252_p2_t1","parent":"15252_p2","text":"ภายใต้บังคับมาตรา 172 และมาตรา 172 ทวิ ให้ส่งสำนวนหรือสำเนา\nฟ้อง สำเนาคำให้การและเอกสารหรือของกลางเท่าที่จำเป็นให้แก่ศาลที่รับประเด็นเพื่อสืบ\nพยานหลักฐาน หากจำเลยต้องขังอยู่ในระหว่างพิจารณาให้ผู้คุมขังส่งตัวจำเลยไปยังศาลที่\nรับประเด็น แต่ถ้าจำเลยในกรณีตามมาตรา 172 ทวิ ไม่ติดใจไปฟังการพิจารณาจะยื่น\nคำถามพยานหรือคำแถลงขอให้ตรวจพยานหลักฐานก็ได้ ให้ศาลสืบพยานหลักฐานไปตาม\nนั้น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15252_p3","parent":15252,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15252_p3_t1","parent":"15252_p3","text":"เมื่อสืบพยานหลักฐานตามที่ได้รับมอบหมายเสร็จสิ้นแล้ว ให้ส่งถ้อยคำ\nสำนวนพร้อมทั้งเอกสารหรือของกลางคืนศาลเดิม","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15253,"parent":15240,"text":"มาตรา 230/1","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":12},
{"key":"15253_p1","parent":15253,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15253_p1_t1","parent":"15253_p1","text":"มาตรา 230/1 ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นอันไม่อาจนำพยานมาเบิกความ\nในศาลได้ เมื่อคู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควร ศาลอาจอนุญาตให้พยานดังกล่าวเบิก\nความที่ศาลอื่นหรือสถานที่ทำการของทางราชการหรือสถานที่แห่งอื่นนอกศาลนั้น โดยจัด\nให้มีการถ่ายทอดภาพและเสียงในลักษณะการประชุมทางจอภาพได้ ทั้งนี้ ภายใต้การ\nควบคุมของศาลที่มีเขตอำนาจเหนือท้องที่นั้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อ\nบังคับของประธานศาลฎีกา โดยได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาและ\nประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15253_p2","parent":15253,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15253_p2_t1","parent":"15253_p2","text":"การเบิกความตามวรรคหนึ่งให้ถือเสมือนว่าพยานเบิกความในห้อง\nพิจารณาของศาล","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15254,"parent":15240,"text":"มาตรา 230/2","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":13},
{"key":"15254_p1","parent":15254,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15254_p1_t1","parent":"15254_p1","text":"มาตรา 230/2 ในกรณีที่ไม่อาจสืบพยานตามมาตรา 230/1 ได้\nเมื่อคู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควร ศาลอาจอนุญาตให้เสนอบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จ\nจริงหรือความเห็นของผู้ให้ถ้อยคำซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศต่อศาลแทนการนำพยาน\nบุคคลมาเบิกความต่อหน้าศาลได้ แต่ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิผู้ให้ถ้อยคำที่จะมาศาลเพื่อให้การเพิ่ม\nเติม","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15254_p2","parent":15254,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15254_p2_t1","parent":"15254_p2","text":"บันทึกถ้อยคำตามวรรคหนึ่ง ให้มีรายการดังต่อไปนี้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15254_p2_t1_ext_ul_4_li1","parent":"15254_p2_t1","text":"(1) ชื่อศาลและเลขคดี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15254_p2_t1_ext_ul_4_li2","parent":"15254_p2_t1","text":"(2) วัน เดือน ปี และสถานที่ที่ทำบันทึกถ้อยคำ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15254_p2_t1_ext_ul_4_li3","parent":"15254_p2_t1","text":"(3) ชื่อและสกุลของคู่ความ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15254_p2_t1_ext_ul_4_li4","parent":"15254_p2_t1","text":"(4) ชื่อ สกุล อายุ ที่อยู่ และอาชีพของผู้ให้ถ้อยคำ และความเกี่ยวพันกับคู่ความ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15254_p2_t1_ext_ul_4_li5","parent":"15254_p2_t1","text":"(5) รายละเอียดแห่งข้อเท็จจริง หรือความเห็นของผู้ให้ถ้อยคำ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"15254_p2_t1_ext_ul_4_li6","parent":"15254_p2_t1","text":"(6) ลายมือชื่อของผู้ให้ถ้อยคำ และคู่ความฝ่ายผู้เสนอบันทึกถ้อยคำ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"15254_p3","parent":15254,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15254_p3_t1","parent":"15254_p3","text":"สำหรับลายมือชื่อของผู้ให้ถ้อยคำให้นำมาตรา 47 วรรคสาม แห่ง\nประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาใช้บังคับโดยอนุโลม","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15254_p4","parent":15254,"text":"วรรค 4","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15254_p4_t1","parent":"15254_p4","text":"ห้ามมิให้แก้ไขเพิ่มเติมบันทึกถ้อยคำที่ได้ยื่นไว้แล้วต่อศาล เว้นแต่เป็นการ\nแก้ไขข้อผิดพลาดหรือผิดหลงเล็กน้อย","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15255,"parent":15240,"text":"มาตรา 231","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":14},
{"key":"15255_p1","parent":15255,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15255_p1_t1","parent":"15255_p1","text":"เมื่อคู่ความหรือผู้ใดจะต้องให้การหรือส่งพยานหลักฐาน\nอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15255_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15255_p1_t1","text":"(1) เอกสารหรือข้อความที่ยังเป็นความลับในราชการอยู่","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15255_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15255_p1_t1","text":"(2) เอกสารหรือข้อความลับ ซึ่งได้มาหรือทราบเนื่องในอาชีพหรือหน้าที่\n\nของเขา","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15255_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"15255_p1_t1","text":"(3) วิธีการ แบบแผนหรืองานอย่างอื่นซึ่งกฎหมายคุ้มครองไม่ยอมให้เปิด\nเผย คู่ความหรือบุคคลนั้นมีอำนาจไม่ยอมให้การหรือส่งพยานหลักฐาน เว้นแต่ได้รับ\nอนุญาตจากเจ้าหน้าที่หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับความลับนั้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15255_p2","parent":15255,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15255_p2_t1","parent":"15255_p2","text":"ถ้าคู่ความหรือบุคคลใดไม่ยอมให้การ หรือไม่ส่งพยานหลักฐานดังกล่าว\nแล้ว ศาลมีอำนาจหมายเรียกเจ้าหน้าที่หรือบุคคลผู้เกี่ยวข้องกับความลับนั้นมาแถลงต่อ\nศาล เพื่อวินิจฉัยว่าการไม่ยอมนั้นมีเหตุผลค้ำจุนหรือไม่ ถ้าเห็นว่าไร้เหตุผล ให้ศาลบังคับให้\nๆ การหรือส่งพยานหลักฐานนั้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15256,"parent":15239,"text":"หมวด 2\n\nพยานบุคคล","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":1},
{"key":15257,"parent":15256,"text":"มาตรา 232","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":0},
{"key":"15257_p1_t1","parent":15257,"text":"ห้ามมิให้โจทก์อ้างจำเลยเป็นพยาน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15258,"parent":15256,"text":"มาตรา 233","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":1},
{"key":"15258_p1","parent":15258,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15258_p1_t1","parent":"15258_p1","text":"จำเลยอาจอ้างตนเองเป็นพยานได้ ในกรณีที่จำเลยอ้างตนเองเป็นพยานศาลจะให้เข้าสืบก่อนพยานอื่นฝ่ายจำเลยก็ได้ ถ้าคำเบิกความของจำเลย\nนั้นปรักปรำหรือเสียหายแก่จำเลยอื่น จำเลยอื่นนั้นซักค้านได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15258_p2","parent":15258,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15258_p2_t1","parent":"15258_p2","text":"ในกรณีที่จำเลยเบิกความเป็นพยาน คำเบิกความของจำเลยย่อมใช้ยัน\nจำเลยนั้นได้ และศาลอาจรับฟังคำเบิกความนั้นประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15259,"parent":15256,"text":"มาตรา 234","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":2},
{"key":"15259_p1_t1","parent":15259,"text":"พยานไม่ต้องตอบคำถามซึ่งโดยตรงหรืออ้อม อาจจะทำให้\nเขาถูกฟ้องคดีอาญา เมื่อมีคำถามเช่นนั้นให้ศาลเตือนพยาน","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15260,"parent":15256,"text":"มาตรา 235","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":3},
{"key":"15260_p1","parent":15260,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15260_p1_t1","parent":"15260_p1","text":"ในระหว่างการพิจารณา เมื่อเห็นสมควร ศาลมีอำนาจถาม\nโจทก์จำเลยหรือพยานคนใดได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15260_p2","parent":15260,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15260_p2_t1","parent":"15260_p2","text":"ห้ามมิให้ถามจำเลยเพื่อประโยชน์แต่เฉพาะจะเพิ่มเติมคดีโจทก์ซึ่ง\nบกพร่อง เว้นแต่จำเลยจะอ้างตนเองเป็นพยาน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15261,"parent":15256,"text":"มาตรา 236","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":4},
{"key":"15261_p1_t1","parent":15261,"text":"ในระหว่างพิจารณาศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้ที่จะเป็นพยานซึ่ง\nมิใช่จำเลย ออกไปอยู่ภายนอกห้องพิจารณาจนกว่าจะเข้ามาเบิกความ อนึ่งเมื่อพยานเบิก\nความแล้วจะให้รออยู่ในห้องพิจารณาก่อนก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15262,"parent":15256,"text":"มาตรา 237","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":5},
{"key":"15262_p1","parent":15262,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15262_p1_t1","parent":"15262_p1","text":"บันทึกคำเบิกความพยานชั้นไต่สวนมูลฟ้องหรือ\nพิจารณานั้น ให้ศาลอ่านให้พยานฟังต่อหน้าจำเลย เว้นแต่ในกรณีดังบัญญัติไว้ในมาตรา\n165 วรรคสาม","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15262_p2","parent":15262,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15262_p2_t1","parent":"15262_p2","text":"ในกรณีที่คู่ความตกลงกัน ศาลอาจอนุญาตให้ถือเอาบันทึกคำเบิกความ\nพยานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องเป็นคำเบิกความพยานในชั้นพิจารณา โดยพยานไม่ต้องเบิก\nความใหม่หรือให้พยานเบิกความตอบคำถามค้านของจำเลยไปทันทีได้ เว้นแต่ในข้อหา\nความผิดที่กฎหมายกำหนดอัตราโทษอย่างต่ำจำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไปหรือโทษสถานที่หนัก\nกว่านั้น\n\n มาตรา 237 ทวิ ก่อนฟ้องคดีต่อศาล เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า\nพยานบุคคลจะเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือเป็นบุคคลมี\nถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากศาลที่พิจารณาคดีหรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะมีการยุ่งเหยิงกับพยาน\nนั้นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม หรือมีเหตุจำเป็นอื่นอันเป็นการยากแก่การนำพยานนั้น\nมาสืบในภายหน้า พนักงานอัยการโดยตนเองหรือโดยได้รับคำร้องขอจากผู้เสียหายหรือ\nจากพนักงานสอบสวน จะยื่นคำร้องโดยระบุการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าผู้ต้องหาได้กระทำ\nผิดต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้สืบพยานนั้นไว้ทันทีก็ได้ ถ้ารู้ตัวผู้กระทำความผิด และผู้นั้น\nถูกควบคุมอยู่ในอำนาจพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ ให้พนักงานอัยการนำตัวผู้\nนั้นมาศาล หากถูกควบคุมอยู่ในอำนาจของศาล ให้ศาลเบิกตัวผู้นั้นมาพิจารณาต่อไป","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15262_p3","parent":15262,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15262_p3_t1","parent":"15262_p3","text":"เมื่อศาลได้รับคำร้องเช่นว่านั้น ให้ศาลสืบพยานนั้นทันที ในการนี้ ผู้ต้องหา\nจะซักค้านหรือตั้งทนายความซักค้านพยานนั้นด้วยก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15262_p4","parent":15262,"text":"วรรค 4","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15262_p4_t1","parent":"15262_p4","text":"ในกรณีตามวรรคสอง ถ้าเป็นกรณีที่ผู้ต้องหานั้นถูกกล่าวหาว่ากระทำ\nความผิดอาญา ซึ่งหากมีการฟ้องคดีจะเป็นคดีซึ่งศาลจะต้องตั้งทนายความให้ หรือจำเลย\nมีสิทธิขอให้ศาลตั้งทนายความให้ตามมาตรา 173 ก่อนเริ่มสืบพยานดังกล่าว ให้ศาลถามผู้\nต้องหาว่ามีทนายความหรือไม่ ในกรณีที่ศาลต้องตั้งทนายความให้ ถ้าศาลเห็นว่าตั้ง\nทนายความให้ทันก็ให้ตั้งทนายความให้และดำเนินการสืบพยานนั้นทันที แต่ถ้าศาลเห็นว่า\nไม่สามารถตั้งทนายความได้ทันหรือผู้ต้องหาไม่อาจตั้งทนายความได้ทัน ก็ให้ศาลซักถาม\nพยานนั้นให้แทน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15262_p5","parent":15262,"text":"วรรค 5","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"15262_p5_t1","parent":"15262_p5","text":"คำเบิกความของพยานดังกล่าวให้ศาลอ่านให้พยานฟัง หากมีตัวผู้ต้องหา\nอยู่ในศาลด้วยแล้ว ก็ให้ศาลอ่านคำเบิกความดังกล่าวต่อหน้าผู้ต้องหา","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15262_p6","parent":15262,"text":"วรรค 6","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"15262_p6_t1","parent":"15262_p6","text":"ถ้าต่อมาผู้ต้องหานั้นถูกฟ้องเป็นจำเลยในการกระทำผิดอาญานั้น ก็ให้รับ\nฟังคำพยานดังกล่าวในการพิจารณาคดีนั้นได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15262_p7","parent":15262,"text":"วรรค 7","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":6},
{"key":"15262_p7_t1","parent":"15262_p7","text":"ในกรณีที่ผู้ต้องหาเห็นว่า หากตนถูกฟ้องเป็นจำเลยแล้ว บุคคลซึ่งจำเป็น\nจะต้องนำมาสืบเป็นพยานของตนจะเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร ไม่มีที่อยู่เป็นหลัก\nแหล่ง หรือเป็นบุคคลมีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากศาลที่พิจารณาคดี หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะมี\nการยุ่งเหยิงกับพยานนั้นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม หรือมีเหตุจำเป็นอื่นอันเป็นการ\nยากแก่การนำพยานนั้นมาสืบในภายหน้า ผู้ต้องหานั้นจะยื่นคำร้องต่อศาลโดยแสดงเหตุผล\nความจำเป็น เพื่อให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้สืบพยานบุคคลนั้นไว้ทันทีก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15262_p8","parent":15262,"text":"วรรค 8","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":7},
{"key":"15262_p8_t1","parent":"15262_p8","text":"เมื่อศาลเห็นสมควร ให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้สืบพยานนั้นและแจ้งให้\nพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการที่เกี่ยวข้องทราบ ในการสืบพยานดังกล่าว พนักงาน\nอัยการมีสิทธิที่จะซักค้านพยานนั้นได้และให้นำความในวรรคสาม วรรคสี่ และวรรคห้า มา\nใช้บังคับโดยอนุโลม","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15262_p9","parent":15262,"text":"วรรค 9","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":8},
{"key":"15262_p9_t1","parent":"15262_p9","text":"ให้นำบทบัญญัติในมาตรา 172 ตรี มาใช้บังคับโดยอนุโลมแก่การสืบ\nพยานที่เป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15263,"parent":15256,"text":"มาตรา 237 ตรี","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":6},
{"key":"15263_p1","parent":15263,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15263_p1_t1","parent":"15263_p1","text":"ตรี ให้นำความในมาตรา 237 ทวิ มาใช้บังคับโดย\nอนุโลมแก่กรณีการสืบพยานผู้เชี่ยวชาญ และพยานหลักฐานอื่น และแก่กรณีที่ได้มีการฟ้อง\nคดีไว้แล้วแต่มีเหตุจำเป็นที่ต้องสืบพยานหลักฐานไว้ก่อนถึงกำหนดเวลาสืบพยานตามปกติ\nตามมาตรา 173/2 วรรคสองด้วย","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15263_p2","parent":15263,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15263_p2_t1","parent":"15263_p2","text":"ในกรณีที่พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จะสามารถพิสูจน์ให้เห็นถึงข้อ\nเท็จจริงอันสำคัญในคดีได้ หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่า หากมีการเนิ่นช้ากว่าจะนำพยานหลัก\nฐานทางวิทยาศาสตร์อันสำคัญมาสืบในภายหน้าพยานหลักฐานนั้นจะสูญเสียไปหรือ\nเป็นการยากแก่การตรวจพิสูจน์ ผู้ต้องหาหรือพนักงานอัยการโดยตนเองหรือเมื่อได้รับคำ\nร้องจากพนักงานสอบสวนหรือผู้เสียหาย จะยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งให้ทำการตรวจพิสูจน์\nทางวิทยาศาสตร์ตามความในมาตรา 244/1 ไว้ก่อนฟ้องก็ได้ ทั้งนี้ให้นำบทบัญญัติใน\nมาตรา 237 ทวิ มาใช้บังคับโดยอนุโลม","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15264,"parent":15239,"text":"หมวด 3\n\nพยานเอกสาร","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":2},
{"key":15265,"parent":15264,"text":"มาตรา 238","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":0},
{"key":"15265_p1","parent":15265,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15265_p1_t1","parent":"15265_p1","text":"ต้นฉบับเอกสารเท่านั้นที่อ้างเป็นพยานได้ ถ้าหาต้นฉบับไม่\nได้ สำเนาที่รับรองว่าถูกต้องหรือพยานบุคคลที่รู้ข้อความก็อ้างเป็นพยานได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15265_p2","parent":15265,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15265_p2_t1","parent":"15265_p2","text":"ถ้าอ้างหนังสือราชการเป็นพยาน แม้ต้นฉบับยังมีอยู่ จะส่งสำเนาที่เจ้า\nหน้าที่รับรองว่าถูกต้องก็ได้ เว้นแต่ในหมายเรียกจะบ่งไว้เป็นอย่างอื่น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15266,"parent":15264,"text":"มาตรา 239","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":1},
{"key":"15266_p1_t1","parent":15266,"text":"เอกสารใดซึ่งคู่ความอ้าง แต่มิได้อยู่ในความยึดถือของเขา\nถ้าคู่ความนั้นแจ้งถึงลักษณะและที่อยู่ของเอกสารต่อศาล ให้ศาลหมายเรียกบุคคลผู้ยึดถือ\nนำเอกสารนั้นมาส่งศาล","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15267,"parent":15264,"text":"มาตรา 240","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":2},
{"key":"15267_p1","parent":15267,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15267_p1_t1","parent":"15267_p1","text":"ในกรณีที่ศาลมิได้กำหนดให้มีวันตรวจพยานหลักฐาน\nตามมาตรา 173/1 เมื่อคู่ความประสงค์จะอ้างเอกสารที่อยู่ในความครอบครองของตน\nเป็นพยานหลักฐาน ให้ยื่นพยานเอกสารนั้นต่อศาลก่อนวันไต่สวนมูลฟ้องหรือวันสืบพยาน\nไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน เพื่อให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมีโอกาสตรวจและขอคัดสำเนาเอกสารดัง\nกล่าวได้ก่อนที่จะนำสืบพยานเอกสารนั้น เว้นแต่เอกสารที่คู่ความประสงค์จะอ้างอิงนั้นเป็น\nบันทึกคำให้การของพยาน หรือเป็นเอกสารที่ปรากฏชื่อหรือที่อยู่ของพยาน หรือศาลเห็น\nสมควรสั่งเป็นอย่างอื่นอันเนื่องจากสภาพและความจำเป็นแห่งเอกสารนั้น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15267_p2","parent":15267,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15267_p2_t1","parent":"15267_p2","text":"ในกรณีที่ไม่อยู่ในบังคับต้องส่งเอกสารตามวรรคหนึ่ง เมื่อมีเอกสารใช้เป็น\nพยานหลักฐานในชั้นศาล ให้อ่านหรือส่งให้คู่ความตรวจดู ถ้าคู่ความฝ่ายใดต้องการสำเนา\nศาลมีอำนาจสั่งให้ฝ่ายที่อ้างเอกสารนั้นส่งสำเนาให้อีกฝ่ายหนึ่งตามที่เห็นสมควร","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15267_p3","parent":15267,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15267_p3_t1","parent":"15267_p3","text":"ถ้าคู่ความฝ่ายใดไม่ส่งเอกสารตามวรรคหนึ่งหรือสำเนาเอกสารตามวรรค\nสอง หรือไม่ส่งพยานเอกสารหรือพยานวัตถุตามมาตรา 173/2 วรรคหนึ่ง ให้ศาลมี\nอำนาจไม่รับฟังพยานหลักฐานนั้นเว้นแต่ศาลเห็นว่าเป็นกรณีเพื่อประโยชน์แห่งความ\nยุติธรรม หรือการไม่ปฏิบัติดังกล่าวมิได้เป็นไปโดยจงใจและไม่เสียโอกาสในการดำเนินคดี\nของคู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15268,"parent":15239,"text":"หมวด 4\n\nพยานวัตถุ","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":3},
{"key":15269,"parent":15268,"text":"มาตรา 241","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":0},
{"key":"15269_p1","parent":15269,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15269_p1_t1","parent":"15269_p1","text":"สิ่งใดใช้เป็นพยานวัตถุต้องนำมาศาล","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15269_p2","parent":15269,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15269_p2_t1","parent":"15269_p2","text":"ในกรณีที่นำมาไม่ได้ ให้ศาลไปตรวจจดรายงานยังที่ที่พยานวัตถุนั้นอยู่\nตามเวลาและวิธีซึ่งศาลเห็นสมควรตามลักษณะแห่งพยานวัตถุ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15270,"parent":15268,"text":"มาตรา 242","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":1},
{"key":"15270_p1","parent":15270,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15270_p1_t1","parent":"15270_p1","text":"ในระหว่างการสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา\nสิ่งของซึ่งเป็นพยานวัตถุให้คู่ความหรือพยานตรวจดู","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15270_p2","parent":15270,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15270_p2_t1","parent":"15270_p2","text":"ถ้ามีการแก้ห่อหรือทำลายตรา การห่อหรือตีตราใหม่ ให้ทำต่อหน้าคู่\nความหรือพยานที่เกี่ยวข้องนั้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15271,"parent":15239,"text":"หมวด 5\n\nผู้เชี่ยวชาญ","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":4},
{"key":15272,"parent":15271,"text":"มาตรา 243","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":0},
{"key":"15272_p1","parent":15272,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15272_p1_t1","parent":"15272_p1","text":"ผู้ใดโดยอาชีพหรือมิใช่ก็ตาม มีความเชี่ยวชาญในการ\nใด ๆ เช่น ในทางวิทยาศาสตร์ ศิลปะ ฝีมือ พาณิชยการ การแพทย์ หรือกฎหมายต่าง\nประเทศ และซึ่งความเห็นของผู้นั้นอาจมีประโยชน์ในการวินิจฉัยคดี ในการสอบสวน\nไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา อาจเป็นพยานในเรื่องต่าง ๆ เป็นต้นว่า ตรวจร่างกายหรือจิต\nของผู้เสียหาย ผู้ต้องหา หรือจำเลย ตรวจลายมือทำการทดลองหรือกิจการอย่างอื่น ๆ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15272_p2","parent":15272,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15272_p2_t1","parent":"15272_p2","text":"ผู้เชี่ยวชาญอาจทำความเห็นเป็นหนังสือก็ได้แต่ต้องส่งสำเนาหนังสือดัง\nกล่าวให้ศาลและคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งทราบ และต้องมาเบิกความประกอบหนังสือนั้น เว้นแต่\nมีเหตุจำเป็น หรือคู่ความไม่ติดใจซักถามผู้เชี่ยวชาญนั้น ศาลจะให้รับฟังความเห็นเป็น\nหนังสือดังกล่าวโดยผู้เชี่ยวชาญไม่ต้องมาเบิกความประกอบก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15272_p3","parent":15272,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15272_p3_t1","parent":"15272_p3","text":"ในกรณีที่ผู้เชี่ยวชาญต้องมาเบิกความประกอบ ให้ส่งสำเนาหนังสือดัง\nกล่าวต่อศาลในจำนวนที่เพียงพอล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนวันเบิกความเพื่อให้คู่\nความอีกฝ่ายหนึ่งมารับไป","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15272_p4","parent":15272,"text":"วรรค 4","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15272_p4_t1","parent":"15272_p4","text":"ในการเบิกความประกอบ ผู้เชี่ยวชาญจะอ่านข้อความที่เขียนมาก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15273,"parent":15271,"text":"มาตรา 244","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":1},
{"key":"15273_p1_t1","parent":15273,"text":"ถ้าศาลหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่\nเห็นจำเป็นเนื่องในการไต่สวนมูลฟ้อง พิจารณา หรือสอบสวน ที่จะต้องตรวจศพ แม้ว่าจะ\nได้บรรจุหรือฝังแล้วก็ตามให้มีอำนาจสั่งให้เอาศพนั้นให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจได้ แต่การกระทำ\nตามคำสั่งดังกล่าวจะต้องคำนึงถึงหลักทางศาสนาและไม่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงอย่าง\nอื่น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15274,"parent":15271,"text":"มาตรา 244/1","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":2},
{"key":"15274_p1","parent":15274,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15274_p1_t1","parent":"15274_p1","text":"มาตรา 244/1 ในกรณีความผิดอาญาที่มีอัตราโทษจำคุก หากมี\nความจำเป็นต้องใช้พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดที่เป็นประเด็น\nสำคัญแห่งคดี ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ทำการตรวจพิสูจน์บุคคล วัตถุ หรือเอกสารใด โดยวิธี\nการทางวิทยาศาสตร์ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15274_p2","parent":15274,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15274_p2_t1","parent":"15274_p2","text":"ในกรณีที่การตรวจพิสูจน์ตามวรรคหนึ่ง จำเป็นต้องตรวจเก็บตัวอย่าง\nเลือด เนื้อเยื่อ ผิวหนังเส้นผมหรือขน น้ำลาย ปัสสาวะ อุจจาระ สารคัดหลั่ง สารพันธุกรรม\nหรือส่วนประกอบของร่างกายจากคู่ความหรือบุคคลใด ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้แพทย์หรือผู้\nเชี่ยวชาญดำเนินการตรวจดังกล่าวได้ แต่ต้องกระทำเพียงเท่าที่จำเป็นและสมควรโดยใช้วิธี\nการที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดน้อยที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ทั้งจะต้องไม่เป็นอันตรายต่อ\nร่างกายหรืออนามัยของบุคคลนั้น และคู่ความหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องต้องให้ความยินยอม\nหากคู่ความฝ่ายใดไม่ยินยอมหรือกระทำการป้องปัดขัดขวางมิให้บุคคลที่เกี่ยวข้องให้ความ\nยินยอมโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้สันนิษฐานไว้เบื้องต้นว่าข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่คู่ความ\nฝ่ายตรงข้ามกล่าวอ้าง","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15274_p3","parent":15274,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15274_p3_t1","parent":"15274_p3","text":"ในกรณีที่พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สามารถพิสูจน์ให้เห็นถึงข้อเท็จ\nจริงที่อาจทำให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดีได้โดยไม่ต้องสืบพยานหลักฐานอื่นอีก หรือมีเหตุอัน\nควรเชื่อว่าหากมีการเนิ่นช้ากว่าจะนำพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อันสำคัญมาสืบใน\nภายหน้าพยานหลักฐานนั้นจะสูญเสียไปหรือยากแก่การตรวจพิสูจน์ เมื่อคู่ความฝ่ายใด\nฝ่ายหนึ่งร้องขอหรือเมื่อศาลเห็นสมควร ศาลอาจสั่งให้ทำการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์\nตามความในวรรคหนึ่งและวรรคสองได้ทันทีโดยไม่จำต้องรอให้ถึงกำหนดวันสืบพยานตาม\nปกติ ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติในมาตรา 237 ทวิ มาใช้บังคับโดยอนุโลม","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15274_p4","parent":15274,"text":"วรรค 4","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"15274_p4_t1","parent":"15274_p4","text":"ค่าใช้จ่ายในการตรวจพิสูจน์ตามมาตรานี้ให้สั่งจ่ายจากงบประมาณตาม\nระเบียบที่คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมกำหนดโดยความเห็นชอบจากกระทรวงการ\nคลัง","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15275,"parent":14935,"text":"ภาค 6\n\nการบังคับตามคำพิพากษาและค่าธรรมเนียม","expanded":false,"brush":"darkseagreen","dir":"right","order":2},
{"key":15276,"parent":15275,"text":"หมวด 1\n\nการบังคับตามคำพิพากษา","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"right","order":0},
{"key":15277,"parent":15276,"text":"มาตรา 245","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":0},
{"key":"15277_p1","parent":15277,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15277_p1_t1","parent":"15277_p1","text":"ภายใต้บังคับแห่งมาตรา 246, 247 และ 248 เมื่อคดี\nถึงที่สุดแล้ว ให้บังคับคดีโดยไม่ชักช้า","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15277_p2","parent":15277,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15277_p2_t1","parent":"15277_p2","text":"ศาลชั้นต้นมีหน้าที่ต้องส่งสำนวนคดีที่พิพากษาให้ลงโทษประหารชีวิต\nหรือจำคุกตลอดชีวิต ไปยังศาลอุทธรณ์ในเมื่อไม่มีการอุทธรณ์คำพิพากษานั้น และคำ\nพิพากษาเช่นว่านี้จะยังไม่ถึงที่สุด เว้นแต่ศาลอุทธรณ์จะได้พิพากษายืน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15278,"parent":15276,"text":"มาตรา 246","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":1},
{"key":"15278_p1","parent":15278,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15278_p1_t1","parent":"15278_p1","text":"เมื่อจำเลย สามี ภริยา ญาติของจำเลย พนักงานอัยการ\nผู้บัญชาการเรือนจำหรือเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่จัดการตามหมายจำคุกร้องขอ หรือเมื่อศาล\nเห็นสมควร ศาลมีอำนาจสั่งให้ทุเลาการบังคับให้จำคุกไว้ก่อนจนกว่าเหตุอันควรทุเลาจะ\nหมดไป ในกรณีต่อไปนี้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15278_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15278_p1_t1","text":"(1) เมื่อจำเลยวิกลจริต","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15278_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15278_p1_t1","text":"(2) เมื่อเกรงว่าจำเลยจะถึงอันตรายแก่ชีวิตถ้าต้องจำคุก","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15278_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"15278_p1_t1","text":"(3) ถ้าจำเลยมีครรภ์","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15278_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"15278_p1_t1","text":"(4) ถ้าจำเลยคลอดบุตรแล้วยังไม่ถึงสามปี และจำเลยต้องเลี้ยงดูบุตรนั้น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"15278_p2","parent":15278,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15278_p2_t1","parent":"15278_p2","text":"ในระหว่างทุเลาการบังคับอยู่นั้นศาลจะมีคำสั่งให้บุคคลดังกล่าวอยู่ใน\nความควบคุมในสถานที่อันควรนอกจากเรือนจำหรือสถานที่ที่กำหนดไว้ในหมายจำคุกก็ได้\nและให้ศาลกำหนดให้เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่จัดการตามหมายนั้นเป็นผู้มีหน้าที่และรับผิด\nชอบในการดำเนินการตามคำสั่ง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15278_p3","parent":15278,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15278_p3_t1","parent":"15278_p3","text":"ลักษณะของสถานที่อันควรตามวรรคสองให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ\nกระทรวง ซึ่งต้องกำหนดวิธีการควบคุมและบำบัดรักษาที่เหมาะสมกับสภาพของจำเลย\nและมาตรการเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นด้วย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15278_p4","parent":15278,"text":"วรรค 4","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"15278_p4_t1","parent":"15278_p4","text":"เมื่อศาลมีคำสั่งตามวรรคหนึ่งแล้ว หากภายหลังจำเลยไม่ปฏิบัติตามวิธี\nการหรือมาตรการตามวรรคสามหรือพฤติการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป ให้ศาลมีอำนาจ\nเปลี่ยนแปลงคำสั่งหรือให้ดำเนินการตามหมายจำคุกได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15278_p5","parent":15278,"text":"วรรค 5","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"15278_p5_t1","parent":"15278_p5","text":"ให้หักจำนวนวันที่จำเลยอยู่ในความควบคุมตามมาตรานี้ออกจากระยะ\nเวลาจำคุกตามคำพิพากษา","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15279,"parent":15276,"text":"มาตรา 247","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":2},
{"key":"15279_p1","parent":15279,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15279_p1_t1","parent":"15279_p1","text":"คดีที่จำเลยต้องประหารชีวิต ห้ามมิให้บังคับตามคำ\nพิพากษา จนกว่าจะได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติในประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยอภัยโทษแล้ว","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15279_p2","parent":15279,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15279_p2_t1","parent":"15279_p2","text":"หญิงใดจะต้องประหารชีวิต ถ้ามีครรภ์อยู่ให้รอไว้จนพ้นกำหนดสามปีนับ\nแต่คลอดบุตรแล้วให้ลดโทษประหารชีวิตลงเหลือจำคุกตลอดชีวิต เว้นแต่เมื่อบุตรถึงแก่\nความตายก่อนพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวในระหว่างสามปีนับแต่คลอดบุตร ให้หญิงนั้นเลี้ยง\nดูบุตรตามความเหมาะสมในสถานที่ที่สมควรแก่การเลี้ยงดูบุตรภายในเรือนจำ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15279_p3","parent":15279,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15279_p3_t1","parent":"15279_p3","text":"การประหารชีวิตให้ประหาร ณ ตำบลและเวลาที่เจ้าหน้าที่ในการนั้นจะเห็นสมควร","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15280,"parent":15276,"text":"มาตรา 248","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":3},
{"key":"15280_p1","parent":15280,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15280_p1_t1","parent":"15280_p1","text":"ถ้าบุคคลซึ่งต้องคำพิพากษาให้ประหารชีวิตเกิดวิกลจริต\nก่อนถูกประหารชีวิต ให้รอการประหารชีวิตไว้ก่อนจนกว่าผู้นั้นจะหาย ขณะทุเลาการ\nประหารชีวิตอยู่นั้น ศาลมีอำนาจยกมาตรา 46 วรรค (2) แห่งกฎหมายลักษณะอาญามา\nบังคับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15280_p2","parent":15280,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15280_p2_t1","parent":"15280_p2","text":"ถ้าผู้วิกลจริตนั้นหายภายหลังปีหนึ่งนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ให้ลด\nโทษประหารชีวิตลงเหลือจำคุกตลอดชีวิต","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15281,"parent":15276,"text":"มาตรา 249","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":4},
{"key":"15281_p1_t1","parent":15281,"text":"คำพิพากษาหรือคำสั่งให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์สิน ค่า\nสินไหมทดแทนหรือค่าธรรมเนียมนั้น ให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธี\nพิจารณาความแพ่ง","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15282,"parent":15276,"text":"มาตรา 250","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":5},
{"key":"15282_p1_t1","parent":15282,"text":"ถ้าคำพิพากษามิได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น บุคคลทั้งปวงซึ่ง\nต้องคำพิพากษาให้ลงโทษโดยได้กระทำความผิดฐานเดียวกัน ต้องรับผิดแทนกันและต่าง\nกันในการคืนหรือใช้ราคาทรัพย์สินหรือใช้ค่าสินไหมทดแทน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15283,"parent":15276,"text":"มาตรา 251","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":6},
{"key":"15283_p1_t1","parent":15283,"text":"ถ้าต้องยึดทรัพย์สินคราวเดียวกันสำหรับใช้ค่า\nธรรมเนียมศาล ค่าปรับราคาทรัพย์สิน หรือค่าสินไหมทดแทน แต่ทรัพย์สินของจำเลยไม่\nพอใช้ครบทุกอย่างให้นำจำนวนเงินสุทธิของทรัพย์สินนั้นใช้ตามลำดับดังต่อไปนี้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15283_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"15283_p1_t1","text":"(1) ค่าธรรมเนียม","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15283_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"15283_p1_t1","text":"(2) ราคาทรัพย์สินหรือค่าสินไหมทดแทน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15283_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"15283_p1_t1","text":"(3) ค่าปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":15284,"parent":15275,"text":"หมวด 2\n\nค่าธรรมเนียม","expanded":false,"brush":"plum","dir":"right","order":1},
{"key":15285,"parent":15284,"text":"มาตรา 252","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":0},
{"key":"15285_p1_t1","parent":15285,"text":"ในคดีอาญาทั้งหลายห้ามมิให้ศาลยุติธรรมเรียกค่า\nธรรมเนียมนอกจากที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15286,"parent":15284,"text":"มาตรา 253","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":1},
{"key":"15286_p1","parent":15286,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15286_p1_t1","parent":"15286_p1","text":"ในคดีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ซึ่งมีคำร้องให้คืนหรือใช้\nราคาทรัพย์สินติดมากับฟ้องอาญาตามมาตรา 43 หรือมีคำขอของผู้เสียหายขอให้บังคับ\nจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนมิให้เรียกค่าธรรมเนียม เว้นแต่ในกรณีที่ศาลเห็นว่าผู้เสียหาย\nเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนสูงเกินสมควร หรือดำเนินคดีโดยไม่สุจริต ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้\nผู้เสียหายชำระค่าธรรมเนียมทั้งหมดหรือแต่เฉพาะบางส่วนภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด\nก็ได้ และถ้าผู้เสียหายเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ให้ถือว่าเป็นการทิ้งฟ้องในคดีส่วน\nแพ่งนั้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15286_p2","parent":15286,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15286_p2_t1","parent":"15286_p2","text":"ในกรณีที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์สิน หรือค่า\nสินไหมทดแทนตามวรรคหนึ่ง ถ้าศาลยังต้องจัดการอะไรอีกเพื่อการบังคับ ผู้ที่จะได้รับคืน\nทรัพย์สินหรือราคาหรือค่าสินไหมทดแทน จักต้องเสียค่าธรรมเนียมดังคดีแพ่งสำหรับการ\nต่อไปนั้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15287,"parent":15284,"text":"มาตรา 254","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":2},
{"key":"15287_p1","parent":15287,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15287_p1_t1","parent":"15287_p1","text":"ภายใต้บังคับแห่งมาตรา 253 วรรคหนึ่ง ในคดีที่ผู้เสีย\nหายเรียกร้องให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์สิน หรือใช้ค่าสินไหมทดแทนซึ่งติดมากับฟ้องคดี\nอาญา หรือที่ฟ้องเป็นคดีแพ่งโดยลำพัง ให้เรียกค่าธรรมเนียมดังคดีแพ่ง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15287_p2","parent":15287,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15287_p2_t1","parent":"15287_p2","text":"คดีในส่วนแพ่งตามวรรคหนึ่ง ถ้าผู้เสียหายซึ่งเป็นโจทก์ประสงค์จะขอ\nยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในศาลชั้นต้น ชั้นอุทธรณ์ หรือชั้นฎีกา ให้ยื่นคำขอต่อศาลชั้นต้นที่\nได้ยื่นฟ้องไว้พร้อมกับคำฟ้องคำฟ้องอุทธรณ์หรือคำฟ้องฎีกา แล้วแต่กรณี หากศาลชั้นต้น\nเห็นว่าคดีอาญาที่ฟ้องมีมูลและการเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนนั้น ไม่เกินสมควรและเป็นไป\nด้วยความสุจริต ให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตตามคำขอแต่ถ้าศาลมีคำสั่งยกเว้นค่าธรรมเนียม\nศาลให้แก่โจทก์แต่เฉพาะบางส่วนหรือมีคำสั่งยกคำขอ ก็ให้ศาลกำหนดเวลาให้โจทก์ชำระ\nค่าธรรมเนียมดังกล่าว คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลหรือยกคำขอให้มี\nผลสำหรับการดำเนินคดีตั้งแต่ชั้นศาลซึ่งคดีนั้นอยู่ในระหว่างพิจารณาไปจนกว่าคดีจะถึงที่\nสุด เว้นแต่ในกรณีที่พฤติการณ์แห่งคดีเปลี่ยนแปลงไป ศาลที่พิจารณาคดีจะแก้ไข\nเปลี่ยนแปลงคำสั่งนั้นได้ตามที่เห็นสมควร","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15287_p3","parent":15287,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15287_p3_t1","parent":"15287_p3","text":"ห้ามมิให้อุทธรณ์หรือฎีกาคำสั่งของศาลตามวรรคสอง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15288,"parent":15284,"text":"มาตรา 255","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":3},
{"key":"15288_p1_t1","parent":15288,"text":"ในคดีดังบัญญัติในมาตรา 253 วรรค 2 และมาตรา 254\nถ้ามีคำขอ ศาลมีอำนาจสั่งให้ฝ่ายที่แพ้คดีใช้ค่าธรรมเนียมแทนอีกฝ่ายหนึ่งได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15289,"parent":15284,"text":"มาตรา 256","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":4},
{"key":"15289_p1","parent":15289,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15289_p1_t1","parent":"15289_p1","text":"ให้ศาลจ่ายค่าพาหนะ ค่าป่วยการ และค่าเช่าที่พักที่\nจำเป็นและสมควรแก่พยานซึ่งมาศาลตามหมายเรียก ตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหาร\nศาลยุติธรรมกำหนดโดยความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15289_p2","parent":15289,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15289_p2_t1","parent":"15289_p2","text":"พยานที่ได้รับค่าพาหนะ ค่าป่วยการ หรือค่าเช่าที่พักในลักษณะเดียวกัน\nตามกฎหมายอื่นแล้วไม่มีสิทธิได้รับตามมาตรานี้อีก","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15290,"parent":15284,"text":"มาตรา 257","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":5},
{"key":"15290_p1_t1","parent":15290,"text":"ในคดีซึ่งราษฎรเป็นโจทก์ โจทก์จะต้องเสียค่าใช้จ่ายใน\nการส่งสำเนาคำฟ้องและหมายเรียกให้แก่จำเลยโดยค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะต้องมีจำนวนไม่\nสูงเกินสมควร","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15291,"parent":15284,"text":"มาตรา 258","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":6},
{"key":"15291_p1_t1","parent":15291,"text":"ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา\nความแพ่งว่าด้วยค่าฤชาธรรมเนียมมาใช้บังคับโดยอนุโลม","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":15292,"parent":14935,"text":"ภาค 7\n\nอภัยโทษ เปลี่ยนโทษหนักเป็นเบาและลดโทษ","expanded":false,"brush":"palevioletred","dir":"left","order":3},
{"key":15293,"parent":15292,"text":"มาตรา 259","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":0},
{"key":"15293_p1_t1","parent":15293,"text":"ผู้ต้องคำพิพากษาให้รับโทษอย่างใด ๆ หรือผู้ที่มี\nประโยชน์เกี่ยวข้อง เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ถ้าจะทูลเกล้าฯ ถวายเรื่องราวต่อพระมหากษัตริย์\nขอรับพระราชทานอภัยโทษจะยื่นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็ได้","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15294,"parent":15292,"text":"มาตรา 260","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":1},
{"key":"15294_p1_t1","parent":15294,"text":"ผู้ถวายเรื่องราวซึ่งต้องจำคุกอยู่ในเรือนจำ จะยื่นเรื่อง\nราวต่อพัศดีหรือผู้บัญชาการเรือนจำก็ได้ เมื่อได้รับเรื่องราวนั้นแล้ว ให้พัศดีหรือผู้\nบัญชาการเรือนจำออกใบรับให้แก่ผู้ยื่นเรื่องราว แล้วให้รีบส่งเรื่องราวนั้นไปยังรัฐมนตรี\nว่าการกระทรวงยุติธรรม","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15295,"parent":15292,"text":"มาตรา 261","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":2},
{"key":"15295_p1","parent":15295,"text":"วรรค 1","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15295_p1_t1","parent":"15295_p1","text":"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีหน้าที่ถวายเรื่องราว\nต่อพระมหากษัตริย์พร้อมทั้งถวายความเห็นว่าควรพระราชทานอภัยโทษหรือไม่","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15295_p2","parent":15295,"text":"วรรค 2","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15295_p2_t1","parent":"15295_p2","text":"ในกรณีที่ไม่มีผู้ใดถวายเรื่องราว ถ้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเห็น\nเป็นการสมควรจะถวายคำแนะนำต่อพระมหากษัตริย์ขอให้พระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้อง\nคำพิพากษานั้นก็ได้","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15296,"parent":15292,"text":"มาตรา 261 ทวิ","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":3},
{"key":"15296_p1","parent":15296,"text":"วรรค 1","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15296_p1_t1","parent":"15296_p1","text":"ทวิ ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีเห็นเป็นการสมควรจะถวาย\nคำแนะนำต่อพระมหากษัตริย์ขอให้พระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องโทษก็ได้","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15296_p2","parent":15296,"text":"วรรค 2","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15296_p2_t1","parent":"15296_p2","text":"การพระราชทานอภัยโทษตามวรรคหนึ่ง ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15297,"parent":15292,"text":"มาตรา 262","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":4},
{"key":"15297_p1","parent":15297,"text":"วรรค 1","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15297_p1_t1","parent":"15297_p1","text":"ภายใต้บังคับแห่งมาตรา 247 และ 248 เมื่อคดีถึงที่สุด ผู้\nใดต้องคำพิพากษาให้ประหารชีวิต ให้เจ้าหน้าที่นำตัวผู้นั้นไปประหารชีวิตเมื่อพ้นกำหนด\nหกสิบวันนับแต่วันฟังคำพิพากษา เว้นแต่ในกรณีที่มีการถวายเรื่องราวหรือคำแนะนำขอให้\nพระราชทานอภัยโทษตามมาตรา 261 ก็ให้ทุเลาการประหารชีวิตไว้จนกว่าจะพ้นกำหนด\nหกสิบวันนับแต่วันที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมถวายเรื่องราวหรือคำแนะนำขึ้นไป\nนั้น แต่ถ้าทรงยกเรื่องราวนั้นเสีย ก็ให้จัดการประหารชีวิตก่อนกำหนดนี้ได้","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15297_p2","parent":15297,"text":"วรรค 2","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15297_p2_t1","parent":"15297_p2","text":"เรื่องราวหรือคำแนะนำขอพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องคำพิพากษาให้\nประหารชีวิต ให้ถวายได้แต่ครั้งเดียวเท่านั้น","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15298,"parent":15292,"text":"มาตรา 263","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":5},
{"key":"15298_p1_t1","parent":15298,"text":"เหตุที่มีเรื่องราวขอพระราชทานอภัยโทษในโทษอย่างอื่น\nนอกจากโทษประหารชีวิต ไม่เป็นผลให้ทุเลาการลงโทษนั้น","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15299,"parent":15292,"text":"มาตรา 264","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":6},
{"key":"15299_p1_t1","parent":15299,"text":"เรื่องราวขอพระราชทานอภัยโทษอย่างอื่นซึ่งมิใช่โทษ\nประหารชีวิต ถ้าถูกยกหนหนึ่งแล้ว จะยื่นใหม่อีกไม่ได้จนกว่าจะพ้นสองปีนับแต่วันถูกยก\nครั้งก่อน","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15300,"parent":15292,"text":"มาตรา 265","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":7},
{"key":"15300_p1","parent":15300,"text":"วรรค 1","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15300_p1_t1","parent":"15300_p1","text":"ในกรณีที่มีการอภัยโทษเด็ดขาดโดยไม่มีเงื่อนไข ห้ามมิให้\nบังคับโทษนั้น ถ้าบังคับโทษไปบ้างแล้วให้หยุดทันที ถ้าเป็นโทษปรับที่ชำระแล้ว ให้คืนค่า\nปรับให้ไปทั้งหมด","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15300_p2","parent":15300,"text":"วรรค 2","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"15300_p2_t1","parent":"15300_p2","text":"ถ้าการอภัยโทษเป็นแต่เพียงเปลี่ยนโทษหนักเป็นเบาหรือลดโทษ โทษที่\nเหลืออยู่ก็ให้บังคับไปได้","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"15300_p3","parent":15300,"text":"วรรค 3","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"15300_p3_t1","parent":"15300_p3","text":"แต่การได้รับพระราชทานอภัยโทษ ไม่เป็นเหตุให้ผู้รับพ้นความรับผิดใน\nการต้องคืนหรือใช้ราคาทรัพย์สินหรือค่าทดแทนตามคำพิพากษา","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15301,"parent":15292,"text":"มาตรา 266","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":8},
{"key":"15301_p1_t1","parent":15301,"text":"เมื่อผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษเนื่องจากการกระทำความ\nผิดอย่างหนึ่งถูกฟ้องว่ากระทำความผิดอีกอย่างหนึ่ง อภัยโทษนั้นย่อมไม่ตัดอำนาจศาลที่\nจะเพิ่มโทษหรือไม่รอการลงอาญาตามกฎหมายลักษณะอาญาว่าด้วยการกระทำผิดหลาย\nครั้งไม่เข็ดหลาบ หรือว่าด้วยรอการลงอาญา","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15302,"parent":15292,"text":"มาตรา 267","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":9},
{"key":"15302_p1_t1","parent":15302,"text":"บทบัญญัติในหมวดนี้ ให้นำมาบังคับโดยอนุโลมแก่เรื่อง\nราวขอพระราชทานเปลี่ยนโทษหนักเป็นเบาหรือลดโทษ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":15303,"parent":14935,"text":"บัญชีแนบท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา\n\nความผิดในกฎหมายลักษณะอาญา ที่มาตรา 79 อ้างถึง\n\nซึ่งราษฎรมีอำนาจจับได้โดยไม่ต้องมีหมาย","expanded":false,"brush":"coral","dir":"right","order":3},
{"key":15304,"parent":15303,"text":"ความผิดต่างๆ","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"right","order":0},
{"key":"15304_p1","parent":15304,"text":"วรรค 1","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15304_p1_t1","parent":"15304_p1","text":"ประทุษร้ายต่อพระบรมราชตระกูล มาตรา 97 และมาตรา 99","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15304_p2","parent":15304,"text":"วรรค 2","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15304_p2_t1","parent":"15304_p2","text":"ขบถภายในพระราชอาณาจักร มาตรา 101 ถึงมาตรา 104","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15304_p3","parent":15304,"text":"วรรค 3","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15304_p3_t1","parent":"15304_p3","text":"ขบถภายนอกพระราชอาณาจักร มาตรา 105 ถึงมาตรา 111","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15304_p4","parent":15304,"text":"วรรค 4","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"15304_p4_t1","parent":"15304_p4","text":"ความผิดต่อทางพระราชไมตรีกับต่างประเทศ มาตรา 112","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15304_p5","parent":15304,"text":"วรรค 5","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"15304_p5_t1","parent":"15304_p5","text":"ทำอันตรายแก่ธง หรือเครื่องหมายของต่างประเทศ มาตรา 115","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15304_p6","parent":15304,"text":"วรรค 6","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":5},
{"key":"15304_p6_t1","parent":"15304_p6","text":"ความผิดต่อเจ้าพนักงาน มาตรา 119 ถึงมาตรา 122 และมาตรา 127","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15304_p7","parent":15304,"text":"วรรค 7","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":6},
{"key":"15304_p7_t1","parent":"15304_p7","text":"หลบหนีจากที่คุมขัง มาตรา 163 ถึงมาตรา 166","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15304_p8","parent":15304,"text":"วรรค 8","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":7},
{"key":"15304_p8_t1","parent":"15304_p8","text":"ความผิดต่อศาสนา มาตรา 172 ถึงมาตรา 173","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15304_p9","parent":15304,"text":"วรรค 9","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":8},
{"key":"15304_p9_t1","parent":"15304_p9","text":"ก่อการจลาจล มาตรา 183 และมาตรา 184","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15304_p9_t1_ext_ul_18_li1","parent":"15304_p9_t1","text":"กระทำให้เกิดภยันตรายแก่สาธารณชน","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15304_p9_t1_ext_ul_18_li2","parent":"15304_p9_t1","text":"กระทำให้สาธารณชนปราศจากความสะดวก","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"15304_p9_t1_ext_ul_18_li3","parent":"15304_p9_t1","text":"ในการไปมาและการส่งข่าวและของถึงกัน","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"15304_p9_t1_ext_ul_18_li4","parent":"15304_p9_t1","text":"และกระทำให้สาธารณชนปราศจากความสุขสบาย มาตรา 185 ถึงมาตรา 194 มาตรา 196 มาตรา 197 และมาตรา 199","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"15304_p10","parent":15304,"text":"วรรค 10","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":9},
{"key":"15304_p10_t1","parent":"15304_p10","text":"ปลอมแปลงเงินตรา มาตรา 202 ถึงมาตรา 205 และมาตรา 210","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15304_p11","parent":15304,"text":"วรรค 11","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":10},
{"key":"15304_p11_t1","parent":"15304_p11","text":"ข่มขืนกระทำชำเรา มาตรา 243 ถึงมาตรา 246","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15304_p12","parent":15304,"text":"วรรค 12","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":11},
{"key":"15304_p12_t1","parent":"15304_p12","text":"ประทุษร้ายแก่ชีวิต มาตรา 249 และมาตรา 251","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15304_p13","parent":15304,"text":"วรรค 13","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":12},
{"key":"15304_p13_t1","parent":"15304_p13","text":"ประทุษร้ายแก่ร่างกาย มาตรา 254 ถึงมาตรา 257","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15304_p14","parent":15304,"text":"วรรค 14","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":13},
{"key":"15304_p14_t1","parent":"15304_p14","text":"ความผิดฐานกระทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพ มาตรา 268 มาตรา 270 และมาตรา 276","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15304_p15","parent":15304,"text":"วรรค 15","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":14},
{"key":"15304_p15_t1","parent":"15304_p15","text":"ลักทรัพย์ มาตรา 288 ถึงมาตรา 296","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15304_p16","parent":15304,"text":"วรรค 16","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":15},
{"key":"15304_p16_t1","parent":"15304_p16","text":"วิ่งราว ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ และโจรสลัด มาตรา 297 ถึงมาตรา 302","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"15304_p17","parent":15304,"text":"วรรค 17","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":16},
{"key":"15304_p17_t1","parent":"15304_p17","text":"กรรโชก มาตรา 303","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0}
]}
{"use_bg_img_type":0,"bgimg_id":0,"image_backgroung":"","bg_store":null}
บัญชีฟรีของคุณสร้างโหนดครบแล้ว ไม่สามารถสร้างโหนดใหม่เพิ่มได้
บันทึกการตั้งค่าการแชร์เรียบร้อยแล้ว
กำลังโหลดรายการรูปพื้นหลัง...
คลิกที่รูปเพื่อเลือกและบันทึกทันที
ต้องการบันทึกรูปภาพแบบมีพื้นหลัง หรือไม่มีพื้นหลัง?