เจ้าของ: Wongsakorn
เชื่อมต่อเรียลไทม์
{ "class": "TreeModel",
"modelData": {"showMiniBun":false},
"nodeDataArray": [
{"key":14370,"text":"ประมวลกฎหมายอาญา\n\n(แบบเต็ม)","expanded":true,"text_align":"center"},
{"key":14371,"parent":14370,"text":"ภาค 1\n\nบทบัญญัติทั่วไป","expanded":false,"brush":"skyblue","dir":"left","order":0},
{"key":14372,"parent":14371,"text":"ลักษณะ 1\n\nบทบัญญัติที่ใช้แก่ความผิดทั่วไป","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":0},
{"key":14373,"parent":14372,"text":"หมวด 1\n\nบทนิยาม","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":0},
{"key":14374,"parent":14373,"text":"มาตรา 1","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":0},
{"key":"14374_p1_t1","parent":14374,"text":"ในประมวลกฎหมายนี้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14374_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14374_p1_t1","text":"(1) “โดยทุจริต” หมายความว่า เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14374_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14374_p1_t1","text":"(2) “ทางสาธารณะ” หมายความว่า ทางบกหรือทางน้ำสำหรับประชาชนใช้ในการจราจร และให้หมายความรวมถึงทางรถไฟและทางรถรางที่มีรถเดิน สำหรับประชาชนโดยสารด้วย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14374_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14374_p1_t1","text":"(3) “สาธารณสถาน” หมายความว่า สถานที่ใด ๆ ซึ่งประชาชนมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14374_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"14374_p1_t1","text":"(4) “เคหสถาน” หมายความว่า ที่ซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัย เช่น เรือนโรง เรือ หรือแพ ซึ่งคนอยู่อาศัย และให้หมายความรวมถึงบริเวณของที่ซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัยนั้นด้วย จะมีรั้วล้อมหรือไม่ก็ตาม","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"14374_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"14374_p1_t1","text":"(5) “อาวุธ” หมายความรวมถึงสิ่งซึ่งไม่เป็นอาวุธโดยสภาพ แต่ซึ่งได้ใช้หรือเจตนาจะใช้ประทุษร้ายร่างกายถึงอันตรายสาหัสอย่างอาวุธ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"14374_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"14374_p1_t1","text":"(6) “ใช้กำลังประทุษร้าย” หมายความว่า ทำการประทุษร้ายแก่กายหรือจิตใจของบุคคล ไม่ว่าจะทำด้วยใช้แรงกายภาพหรือด้วยวิธีอื่นใด และให้หมายความรวมถึงการกระทำใด ๆ ซึ่งเป็นเหตุให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ไม่ว่าจะโดยใช้ยาทำให้มึนเมาสะกดจิต หรือใช้วิธีอื่นใดอันคล้ายคลึงกัน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"14374_p1_t1_ext_ul_2_li7","parent":"14374_p1_t1","text":"(7) “เอกสาร” หมายความว่า กระดาษหรือวัตถุอื่นใดซึ่งได้ทำให้ปรากฏความหมายด้วยตัวอักษร ตัวเลข ผัง หรือแผนแบบอย่างอื่น จะเป็นโดยวิธีพิมพ์ถ่ายภาพหรือวิธีอื่นอันเป็นหลักฐานแห่งความหมายนั้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":6},
{"key":"14374_p1_t1_ext_ul_2_li8","parent":"14374_p1_t1","text":"(8) “เอกสารราชการ” หมายความว่า เอกสารซึ่งเจ้าพนักงานได้ทำขึ้นหรือรับรองในหน้าที่ และให้หมายความรวมถึงสาเนาเอกสารนั้น ๆที่เจ้าพนักงานได้รับรองในหน้าที่ด้วย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":7},
{"key":"14374_p1_t1_ext_ul_2_li9","parent":"14374_p1_t1","text":"(9) “เอกสารสิทธิ” หมายความว่า เอกสารที่เป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวนหรือระงับซึ่งสิทธิ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":8},
{"key":"14374_p1_t1_ext_ul_2_li10","parent":"14374_p1_t1","text":"(10) “ลายมือชื่อ” หมายความรวมถึงลายพิมพ์นิ้วมือและเครื่องหมายซึ่งบุคคลลงไว้แทนลายมือชื่อของตน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":9},
{"key":"14374_p1_t1_ext_ul_2_li11","parent":"14374_p1_t1","text":"(11) “กลางคืน” หมายความว่า เวลาระหว่างพระอาทิตย์ตกและพระอาทิตย์ขึ้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":10},
{"key":"14374_p1_t1_ext_ul_2_li12","parent":"14374_p1_t1","text":"(12) “คุมขัง” หมายความว่า คุมตัว ควบคุม ขัง กักขังหรือจำคุก","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":11},
{"key":"14374_p1_t1_ext_ul_2_li13","parent":"14374_p1_t1","text":"(13) “ค่าไถ่” หมายความว่า ทรัพย์สินหรือประโยชน์ที่เรียกเอาหรือให้เพื่อแลกเปลี่ยนเสรีภาพของผู้ถูกเอาตัวไป ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือผู้ถูกกักขัง","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":12},
{"key":"14374_p1_t1_ext_ul_2_li14","parent":"14374_p1_t1","text":"(14) “บัตรอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":13},
{"key":"14374_p1_t1_ext_ul_2_li14_ul1_li1","parent":"14374_p1_t1_ext_ul_2_li14","text":"(ก) เอกสารหรือวัตถุอื่นใดไม่ว่าจะมีรูปลักษณะใดที่ผู้ออก\nได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ ซึ่งจะระบุชื่อหรือไม่ก็ตาม โดยบันทึกข้อมูลหรือรหัสไว้ด้วยการประยุกต์ใช้วิธีการทางอิเล็กตรอน ไฟ้ฟา คลื่นแม่เหล็กไฟ้ฟา หรือวิธีอื่นใดในลักษณะคล้ายกัน ซึ่งรวมถึงการประยุกต์ใช้วิธีการทางแสงหรือวิธีการทางแม่เหล็กให้ปรากฏความหมายด้วยตัวอักษร ตัวเลข รหัสหมายเลขบัตร หรือสัญลักษณ์อื่นใด ทั้งที่สามารถมองเห็นและมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14374_p1_t1_ext_ul_2_li14_ul1_li2","parent":"14374_p1_t1_ext_ul_2_li14","text":"(ข) ข้อมูล รหัส หมายเลขบัญชี หมายเลขชุดทางอิเล็กทรอ-นิกส์หรือเครื่องมือทางตัวเลขใด ๆ ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ โดยมิได้มีการออกเอกสารหรือวัตถุอื่นใดให้ แต่มีวิธีการใช้ในทำนองเดียวกับ (ก)หรือ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14374_p1_t1_ext_ul_2_li14_ul1_li3","parent":"14374_p1_t1_ext_ul_2_li14","text":"(ค) สิ่งอื่นใดที่ใช้ประกอบกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เพื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระบุตัวบุคคลผู้เป็นเจ้าของ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14374_p1_t1_ext_ul_2_li15","parent":"14374_p1_t1","text":"(15) “หนังสือเดินทาง” หมายความว่า เอกสารสำคัญประจำตัวไม่ว่าจะมีรูปลักษณะใดที่รัฐบาลไทย รัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศออกให้แก่บุคคลใด เพื่อใช้แสดงตนในการเดินทางระหว่างประเทศ และให้หมายความรวมถึงเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางและแบบหนังสือเดินทางที่ยังไม่ได้กรอกข้อความเกี่ยวกับผู้ถือหนังสือเดินทางด้วย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":14},
{"key":"14374_p1_t1_ext_ul_2_li16","parent":"14374_p1_t1","text":"(16) “เจ้าพนักงาน” หมายความว่า บุคคลซึ่งกฎหมายบัญญัติว่าเป็นเจ้าพนักงานหรือได้รับแต่งตั้งตามกฎหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการไม่ว่าเป็นประจำหรือครั้งคราว และไม่ว่าจะได้รับค่าตอบแทนหรือไม่","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":15},
{"key":"14374_p1_t1_ext_ul_2_li17","parent":"14374_p1_t1","text":"(17) “สื่อลามกอนาจารเด็ก” หมายความว่า วัตถุหรือสิ่งที่แสดงให้รู้หรือเห็นถึงการกระทำทางเพศของเด็กหรือกับเด็กซึ่งมีอายุไม่เกินสิบแปดปี โดยรูป เรื่อง หรือลักษณะสามารถสื่อไปในทางลามกอนาจารไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของเอกสาร ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสีสิ่งพิมพ์ รูปภาพ ภาพโฆษณา เครื่องหมาย รูปถ่าย ภาพยนตร์แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพ หรือรูปแบบอื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกัน และให้หมายความรวมถึงวัตถุหรือสิ่งต่าง ๆ ข้างต้นที่จัดเก็บในระบบคอมพิวเตอร์หรือในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นที่สามารถแสดงผลให้เข้าใจความหมายได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":16},
{"key":"14374_p1_t1_ext_ul_2_li18","parent":"14374_p1_t1","text":"(18) “กระทำชาเรา” หมายความว่า กระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำ โดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำล่วงล้าอวัยวะเพศทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":17},
{"key":14375,"parent":14372,"text":"หมวด 2\n\nการใช้กฎหมายอาญา","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":1},
{"key":14376,"parent":14375,"text":"มาตรา 2","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":0},
{"key":"14376_p1","parent":14376,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14376_p1_t1","parent":"14376_p1","text":"บุคคลจักต้องรับโทษในทางอาญาต่อเมื่อได้กระทำการอันกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำนั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้และโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดนั้น ต้องเป็นโทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14376_p2","parent":14376,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14376_p2_t1","parent":"14376_p2","text":"ถ้าตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง การกระทำเช่นนั้นไม่เป็นความผิดต่อไป ให้ผู้ที่ได้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิด และถ้าได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษแล้ว ก็ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดนั้น ถ้ารับโทษอยู่ก็ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14377,"parent":14375,"text":"มาตรา 3","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":1},
{"key":"14377_p1_t1","parent":14377,"text":"ถ้ากฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิด ให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิด ไม่ว่าในทางใด เว้นแต่คดีถึงที่สุดแล้ว แต่ในกรณีที่คดีถึงที่สุดแล้วดังต่อไปนี้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14377_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14377_p1_t1","text":"(1) ถ้าผู้กระทำความผิดยังไม่ได้รับโทษ หรือกำลังรับโทษอยู่ และโทษที่กำหนดตามคำพิพากษาหนักกว่าโทษที่กำหนดตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง เมื่อสานวนความปรากฏแก่ศาลหรือเมื่อผู้กระทำความผิด ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้นั้น ผู้อนุบาลของผู้นั้น หรือพนักงานอัยการร้องขอ ให้ศาลกำหนดโทษเสียใหม่ตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง ในการที่ศาลจะกำหนดโทษใหม่นี้ ถ้าปรากฏว่า ผู้กระทำความผิดได้รับโทษมาบ้างแล้ว เมื่อได้คำนึงถึงโทษตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง หากเห็นเป็นการสมควร ศาลจะกำหนดโทษน้อยกว่าโทษขั้นต่ำที่กฎหมายที่บัญญัติในภายหลังกำหนดไว้ถ้าหากมีก็ได้ หรือถ้าเห็นว่าโทษที่ผู้กระทำความผิดได้รับมาแล้วเป็นการเพียงพอ ศาลจะปล่อยผู้กระทำความผิดไปก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14377_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14377_p1_t1","text":"(2) ถ้าศาลพิพากษาให้ประหารชีวิตผู้กระทำความผิด และตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง โทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดไม่ถึงประหารชีวิต ให้งดการประหารชีวิตผู้กระทำความผิด และให้ถือว่าโทษประหารชีวิตตามคำพิพากษาได้เปลี่ยนเป็นโทษสูงสุดที่จะพึงลงได้ตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":14378,"parent":14375,"text":"มาตรา 4","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":2},
{"key":"14378_p1","parent":14378,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14378_p1_t1","parent":"14378_p1","text":"ผู้ใดกระทำความผิดในราชอาณาจักร ต้องรับโทษตามกฎหมาย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14378_p2","parent":14378,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14378_p2_t1","parent":"14378_p2","text":"การกระทำความผิดในเรือไทยหรืออากาศยานไทย ไม่ว่าจะอยู่ ณที่ใด ให้ถือว่ากระทำความผิดในราชอาณาจักร","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14379,"parent":14375,"text":"มาตรา 5","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":3},
{"key":"14379_p1","parent":14379,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14379_p1_t1","parent":"14379_p1","text":"ความผิดใดที่การกระทำแม้แต่ส่วนหนึ่งส่วนใดได้กระทำในราชอาณาจักรก็ดี ผลแห่งการกระทำเกิดในราชอาณาจักรโดยผู้กระทำประสงค์ให้ผลนั้นเกิดในราชอาณาจักร หรือโดยลักษณะแห่งการกระทำ ผลที่เกิดขึ้นนั้นควรเกิดในราชอาณาจักรหรือย่อมจะเล็งเห็นได้ว่าผลนั้นจะเกิดในราชอาณาจักรก็ดี ให้ถือว่าความผิดนั้นได้กระทำในราชอาณาจักร","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14379_p2","parent":14379,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14379_p2_t1","parent":"14379_p2","text":"ในกรณีการตระเตรียมการหรือพยายามกระทำการใดซึ่งกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด แม้การกระทำนั้นจะได้กระทำนอกราชอาณาจักรถ้าหากการกระทำนั้นจะได้กระทำตลอดไปจนถึงขั้นความผิดสำเร็จผลจะเกิดขึ้นในราชอาณาจักร ให้ถือว่า การตระเตรียมการหรือพยายามกระทำความผิดนั้นได้กระทำในราชอาณาจักร","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14380,"parent":14375,"text":"มาตรา 6","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":4},
{"key":"14380_p1_t1","parent":14380,"text":"ความผิดใดที่ได้กระทำในราชอาณาจักร หรือที่ประมวลกฎหมายนี้ถือว่าได้กระทำในราชอาณาจักร แม้การกระทำของผู้เป็นตัวการด้วยกัน ของผู้สนับสนุน หรือของผู้ใช้ให้กระทำความผิดนั้นจะได้กระทำนอกราชอาณาจักร ก็ให้ถือว่าตัวการ ผู้สนับสนุน หรือผู้ใช้ให้กระทำได้กระทำในราชอาณาจักร","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14381,"parent":14375,"text":"มาตรา 7","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":5},
{"key":"14381_p1_t1","parent":14381,"text":"ผู้ใดกระทำความผิดดังระบุไว้ต่อไปนี้ นอกราชอาณาจักร จะต้องรับโทษในราชอาณาจักร คือ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14381_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14381_p1_t1","text":"(1) ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 107 ถึงมาตรา 129","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14381_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14381_p1_t1","text":"(1/1) ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา135/1 มาตรา 135/2 มาตรา 135/3 และมาตรา 135/4","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14381_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14381_p1_t1","text":"(2) ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 240 ถึงมาตรา 249 มาตรา 254 มาตรา 256 มาตรา 257และมาตรา 266 (3) และ (4)","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14381_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"14381_p1_t1","text":"(2 ทวิ) ความผิดเกี่ยวกับเพศ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 282 และมาตรา 283","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"14381_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"14381_p1_t1","text":"(3) ความผิดฐานชิงทรัพย์ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 339 และความผิดฐานปล้นทรัพย์ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 340 ซึ่งได้กระทำในทะเลหลวง","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":14382,"parent":14375,"text":"มาตรา 8","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":6},
{"key":"14382_p1_t1","parent":14382,"text":"ผู้ใดกระทำความผิดนอกราชอาณาจักร และ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14382_p1_t1","text":"(ก) ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนไทย และรัฐบาลแห่งประเทศที่ความผิดได้เกิดขึ้น หรือผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษ หรือ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14382_p1_t1","text":"(ข) ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนต่างด้าว และรัฐบาลไทยหรือคนไทยเป็นผู้เสียหาย และผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14382_p1_t1","text":"ถ้าความผิดนั้นเป็นความผิดดังระบุไว้ต่อไปนี้ จะต้องรับโทษภายในราชอาณาจักร คือ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3_ul1_li1","parent":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3","text":"(1) ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 217 มาตรา 218 มาตรา 221 ถึงมาตรา 223ทั้งนี้เว้นแต่กรณีเกี่ยวกับมาตรา 220 วรรคแรก และมาตรา 224 มาตรา226 มาตรา 228 ถึงมาตรา 232 มาตรา 237 และมาตรา 233 ถึงมาตรา 236 ทั้งนี้เฉพาะเมื่อเป็นกรณีต้องระวางโทษตามมาตรา 238","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3_ul1_li2","parent":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3","text":"(2) ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 264มาตรา 265 มาตรา 266 (1) และ (2) มาตรา 268 ทั้งนี้เว้นแต่กรณีเกี่ยวกับมาตรา 267 และมาตรา 269","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3_ul1_li3","parent":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3","text":"(2/1) ความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 269/1 ถึงมาตรา 269/7","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3_ul1_li4","parent":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3","text":"(2/2) ความผิดเกี่ยวกับหนังสือเดินทาง ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา269/8 ถึงมาตรา 269/15","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3_ul1_li5","parent":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3","text":"(3) ความผิดเกี่ยวกับเพศ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 276 มาตรา280 และมาตรา 285 ทั้งนี้เฉพาะที่เกี่ยวกับมาตรา 276","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3_ul1_li6","parent":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3","text":"(4) ความผิดต่อชีวิต ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 288 ถึงมาตรา290","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3_ul1_li7","parent":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3","text":"(5) ความผิดต่อร่างกาย ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 295 ถึงมาตรา 298","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":6},
{"key":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3_ul1_li8","parent":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3","text":"(6) ความผิดฐานทอดทิ้งเด็ก คนป่วยเจ็บหรือคนชรา ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 306 ถึงมาตรา 308","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":7},
{"key":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3_ul1_li9","parent":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3","text":"(7) ความผิดต่อเสรีภาพ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 309 มาตรา310 มาตรา 312 ถึงมาตรา 315 และมาตรา 317 ถึงมาตรา 320","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":8},
{"key":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3_ul1_li10","parent":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3","text":"(8) ความผิดฐานลักทรัพย์และวิ่งราวทรัพย์ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 334 ถึงมาตรา 336","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":9},
{"key":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3_ul1_li11","parent":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3","text":"(9) ความผิดฐานกรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์และปล้นทรัพย์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 337 ถึงมาตรา 340","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":10},
{"key":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3_ul1_li12","parent":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3","text":"(10) ความผิดฐานฉ้อโกง ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 341 ถึงมาตรา 344 มาตรา 346 และมาตรา 347","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":11},
{"key":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3_ul1_li13","parent":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3","text":"(11) ความผิดฐานยักยอก ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 352 ถึงมาตรา 354","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":12},
{"key":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3_ul1_li14","parent":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3","text":"(12) ความผิดฐานรับของโจร ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 357","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":13},
{"key":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3_ul1_li15","parent":"14382_p1_t1_ext_ul_2_li3","text":"(13) ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา358 ถึงมาตรา 360","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":14},
{"key":14383,"parent":14375,"text":"มาตรา 9","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":7},
{"key":"14383_p1_t1","parent":14383,"text":"เจ้าพนักงานของรัฐบาลไทยกระทำความผิดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 147 ถึงมาตรา 166 และมาตรา 200 ถึงมาตรา205 นอกราชอาณาจักร จะต้องรับโทษในราชอาณาจักร","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14384,"parent":14375,"text":"มาตรา 10","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":8},
{"key":"14384_p1","parent":14384,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14384_p1_t1","parent":"14384_p1","text":"ผู้ใดกระทำการนอกราชอาณาจักรซึ่งเป็นความผิดตามมาตราต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในมาตรา 7 (2) และ (3) มาตรา 8 และมาตรา9 ห้ามมิให้ลงโทษผู้นั้นในราชอาณาจักรเพราะการกระทำนั้นอีก ถ้า","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14384_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14384_p1_t1","text":"(1) ได้มีคำพิพากษาของศาลในต่างประเทศอันถึงที่สุดให้ปล่อยตัวผู้นั้น หรือ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14384_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14384_p1_t1","text":"(2) ศาลในต่างประเทศพิพากษาให้ลงโทษและผู้นั้นได้พ้นโทษแล้ว","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14384_p2","parent":14384,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14384_p2_t1","parent":"14384_p2","text":"ถ้าผู้ต้องคำพิพากษาได้รับโทษสำหรับการกระทำนั้นตามคำพิพากษาของศาลในต่างประเทศมาแล้ว แต่ยังไม่พ้นโทษ ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ หรือจะไม่ลงโทษเลยก็ได้ ทั้งนี้โดยคำนึงถึงโทษที่ผู้นั้นได้รับมาแล้ว","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14385,"parent":14375,"text":"มาตรา 11","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":9},
{"key":"14385_p1","parent":14385,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14385_p1_t1","parent":"14385_p1","text":"ผู้ใดกระทำความผิดในราชอาณาจักร หรือกระทำความผิดที่ประมวลกฎหมายนี้ถือว่าได้กระทำในราชอาณาจักร ถ้าผู้นั้นได้รับโทษสำหรับการกระทำนั้นตามคำพิพากษาของศาลในต่างประเทศมาแล้วทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ หรือจะไม่ลงโทษเลยก็ได้ ทั้งนี้โดยคำนึงถึงโทษที่ผู้นั้นได้รับมาแล้ว","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14385_p2","parent":14385,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14385_p2_t1","parent":"14385_p2","text":"ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดในราชอาณาจักร หรือกระทำความผิดที่ประมวลกฎหมายนี้ถือว่าได้กระทำในราชอาณาจักร ได้ถูกฟ้องต่อศาลในต่างประเทศโดยรัฐบาลไทยร้องขอ ห้ามมิให้ลงโทษผู้นั้นในราชอาณาจักรเพราะการกระทำนั้นอีก ถ้า","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14385_p2_t1_ext_ul_4_li1","parent":"14385_p2_t1","text":"(1) ได้มีคำพิพากษาของศาลในต่างประเทศอันถึงที่สุดให้ปล่อยตัวผู้นั้น หรือ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14385_p2_t1_ext_ul_4_li2","parent":"14385_p2_t1","text":"(2) ศาลในต่างประเทศพิพากษาให้ลงโทษ และผู้นั้นได้พ้นโทษแล้ว","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":14386,"parent":14375,"text":"มาตรา 12","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":10},
{"key":"14386_p1_t1","parent":14386,"text":"วิธีการเพื่อความปลอดภัยจะใช้บังคับแก่บุคคลใดได้ก็ต่อเมื่อมีบทบัญญัติแห่งกฎหมายให้ใช้บังคับได้เท่านั้น และกฎหมายที่จะใช้บังคับนั้นให้ใช้กฎหมายในขณะที่ศาลพิพากษา","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14387,"parent":14375,"text":"มาตรา 13","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":11},
{"key":"14387_p1_t1","parent":14387,"text":"ถ้าตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังได้มีการยกเลิกวิธีการเพื่อความปลอดภัยใด และถ้าผู้ใดถูกใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยนั้นอยู่ ก็ให้ศาลสั่งระงับการใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยนั้นเสีย เมื่อสานวนความปรากฏแก่ศาล หรือเมื่อผู้นั้น ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้นั้น ผู้อนุบาลของผู้นั้นหรือพนักงานอัยการร้องขอ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14388,"parent":14375,"text":"มาตรา 14","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":12},
{"key":"14388_p1_t1","parent":14388,"text":"ในกรณีที่มีผู้ถูกใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยใดอยู่ และได้มีบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่จะสั่งให้มีการใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยนั้นไป ซึ่งเป็นผลอันไม่อาจนำมาใช้บังคับแก่กรณีของผู้นั้นได้ หรือนำมาใช้บังคับได้ แต่การใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังเป็นคุณแก่ผู้นั้นยิ่งกว่า เมื่อสานวนความปรากฏแก่ศาล หรือเมื่อผู้นั้น ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้นั้น ผู้อนุบาลของผู้นั้นหรือพนักงานอัยการร้องขอต่อศาลให้ยกเลิกการใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัย หรือร้องขอรับผลตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้น แล้วแต่กรณี ให้ศาลมีอำนาจสั่งตามที่เห็นสมควร","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14389,"parent":14375,"text":"มาตรา 15","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":13},
{"key":"14389_p1","parent":14389,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14389_p1_t1","parent":"14389_p1","text":"ถ้าตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังโทษใดได้เปลี่ยนลักษณะมาเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัย และได้มีคำพิพากษาลงโทษนั้นแก่บุคคลใดไว้ ก็ให้ถือว่าโทษที่ลงนั้นเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัยด้วย","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14389_p2","parent":14389,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14389_p2_t1","parent":"14389_p2","text":"ในกรณีดังกล่าวในวรรคแรก ถ้ายังไม่ได้ลงโทษผู้นั้น หรือผู้นั้นยังรับโทษอยู่ ก็ให้ใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยแก่ผู้นั้นต่อไป และถ้าหากว่าตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังมีเงื่อนไขที่จะสั่งให้มีการใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัย อันไม่อาจนำมาใช้บังคับแก่กรณีของผู้นั้น หรือนำมาใช้บังคับได้ แต่การใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังเป็นคุณแก่ผู้นั้นยิ่งกว่า เมื่อสานวนความปรากฏแก่ศาล หรือเมื่อผู้นั้น ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้นั้น ผู้อนุบาลของผู้นั้นหรือพนักงานอัยการร้องขอต่อศาลให้ยกเลิกการใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัย หรือร้องขอรับผลตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้น แล้วแต่กรณี ให้ศาลมีอำนาจสั่งตามที่เห็นสมควร","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14390,"parent":14375,"text":"มาตรา 16","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":14},
{"key":"14390_p1_t1","parent":14390,"text":"เมื่อศาลได้พิพากษาให้ใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยแก่ผู้ใดแล้ว ถ้าภายหลังความปรากฏแก่ศาลตามคำเสนอของผู้นั้นเอง ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้นั้น ผู้อนุบาลของผู้นั้นหรือพนักงานอัยการว่า พฤติการณ์เกี่ยวกับการใช้บังคับนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมศาลจะสั่งเพิกถอนหรืองดการใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยแก่ผู้นั้นไว้ชั่วคราวตามที่เห็นสมควรก็ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14391,"parent":14375,"text":"มาตรา 17","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":15},
{"key":"14391_p1_t1","parent":14391,"text":"บทบัญญัติในภาค 1 แห่งประมวลกฎหมายนี้ ให้ใช้ในกรณีแห่งความผิดตามกฎหมายอื่นด้วย เว้นแต่กฎหมายนั้น ๆ จะได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14392,"parent":14372,"text":"หมวด 3\n\nโทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":2},
{"key":14393,"parent":14392,"text":"ส่วนที่ 1\n\nโทษ","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":0},
{"key":14394,"parent":14393,"text":"มาตรา 18","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":0},
{"key":"14394_p1","parent":14394,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14394_p1_t1","parent":"14394_p1","text":"โทษสำหรับลงแก่ผู้กระทำความผิดมีดังนี้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14394_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14394_p1_t1","text":"(1) ประหารชีวิต","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14394_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14394_p1_t1","text":"(2) จำคุก","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14394_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14394_p1_t1","text":"(3) กักขัง","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14394_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"14394_p1_t1","text":"(4) ปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"14394_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"14394_p1_t1","text":"(5) ริบทรัพย์สิน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"14394_p2","parent":14394,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14394_p2_t1","parent":"14394_p2","text":"โทษประหารชีวิตและโทษจำคุกตลอดชีวิตมิให้นำมาใช้บังคับแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดในขณะที่มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปี","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14394_p3","parent":14394,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14394_p3_t1","parent":"14394_p3","text":"ในกรณีผู้ซึ่งกระทำความผิดในขณะที่มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีได้กระทำความผิดที่มีระวางโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต ให้ถือว่าระวางโทษดังกล่าวได้เปลี่ยนเป็นระวางโทษจำคุกห้าสิบปี","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14395,"parent":14393,"text":"มาตรา 19","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":1},
{"key":"14395_p1","parent":14395,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14395_p1_t1","parent":"14395_p1","text":"ผู้ใดต้องโทษประหารชีวิต ให้ดำเนินการด้วยวิธีฉีดยาหรือสารพิษให้ตาย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14395_p2","parent":14395,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14395_p2_t1","parent":"14395_p2","text":"หลักเกณฑ์และวิธีการประหารชีวิต ให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงยุติธรรมกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14396,"parent":14393,"text":"มาตรา 20","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":2},
{"key":"14396_p1_t1","parent":14396,"text":"บรรดาความผิดที่กฎหมายกำหนดให้ลงโทษทั้งจำคุกและปรับด้วยนั้น ถ้าศาลเห็นสมควรจะลงแต่โทษจำคุกก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14397,"parent":14393,"text":"มาตรา 21","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":3},
{"key":"14397_p1","parent":14397,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14397_p1_t1","parent":"14397_p1","text":"ในการคำนวณระยะเวลาจำคุก ให้นับวันเริ่มจำคุกรวมคำนวณเข้าด้วย และให้นับเป็นหนึ่งวันเต็มโดยไม่ต้องคำนึงถึงจำนวนชั่วโมง","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14397_p2","parent":14397,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14397_p2_t1","parent":"14397_p2","text":"ถ้าระยะเวลาที่คำนวณนั้นกำหนดเป็นเดือน ให้นับสามสิบวันเป็นหนึ่งเดือน ถ้ากำหนดเป็นปี ให้คำนวณตามปีปฏิทินในราชการ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14397_p3","parent":14397,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14397_p3_t1","parent":"14397_p3","text":"เมื่อผู้ต้องคำพิพากษาถูกจำคุกครบกำหนดแล้ว ให้ปล่อยตัวในวันถัดจากวันที่ครบกำหนด","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14398,"parent":14393,"text":"มาตรา 22","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":4},
{"key":"14398_p1","parent":14398,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14398_p1_t1","parent":"14398_p1","text":"โทษจำคุก ให้เริ่มแต่วันมีคำพิพากษา แต่ถ้าผู้ต้องคำพิพากษาถูกคุมขังก่อนศาลพิพากษา ให้หักจำนวนวันที่ถูกคุมขังออกจากระยะเวลาจำคุกตามคำพิพากษา เว้นแต่คำพิพากษานั้นจะกล่าวไว้เป็นอย่างอื่น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14398_p2","parent":14398,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14398_p2_t1","parent":"14398_p2","text":"ในกรณีที่คำพิพากษากล่าวไว้เป็นอย่างอื่น โทษจำคุกตามคำพิพากษาเมื่อรวมจำนวนวันที่ถูกคุมขังก่อนศาลพิพากษาในคดีเรื่องนั้นเข้าด้วยแล้ว ต้องไม่เกินอัตราโทษขั้นสูงของกฎหมายที่กำหนดไว้สำหรับความผิดที่ได้กระทำลงนั้น ทั้งนี้ไม่เป็นการกระทบกระเทือนบทบัญญัติในมาตรา 91","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14399,"parent":14393,"text":"มาตรา 23","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":5},
{"key":"14399_p1_t1","parent":14399,"text":"ผู้ใดกระทำความผิดซึ่งมีโทษจำคุก และในคดีนั้นศาลจะลงโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน ถ้าไม่ปรากฏว่าผู้นั้นได้รับโทษจำคุกมาก่อนหรือปรากฏว่าได้รับโทษจำคุกมาก่อน แต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ศาลจะพิพากษาให้ลงโทษกักขังไม่เกินสามเดือนแทนโทษจำคุกนั้นก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14400,"parent":14393,"text":"มาตรา 24","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":6},
{"key":"14400_p1","parent":14400,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14400_p1_t1","parent":"14400_p1","text":"ผู้ใดต้องโทษกักขัง ให้กักตัวไว้ในสถานที่กักขังซึ่งกำหนดไว้อันมิใช่เรือนจำ สถานีตำรวจ หรือสถานที่ควบคุมผู้ต้องหาของพนักงานสอบสวน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14400_p2","parent":14400,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14400_p2_t1","parent":"14400_p2","text":"ถ้าศาลเห็นเป็นการสมควร จะสั่งในคำพิพากษาให้กักขังผู้กระทำความผิดไว้ในที่อาศัยของผู้นั้นเองหรือของผู้อื่นที่ยินยอมรับผู้นั้นไว้หรือสถานที่อื่นที่อาจกักขังได้ เพื่อให้เหมาะสมกับประเภทหรือสภาพของผู้ถูกกักขังก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14400_p3","parent":14400,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14400_p3_t1","parent":"14400_p3","text":"ถ้าความปรากฏแก่ศาลว่า การกักขังผู้ต้องโทษกักขังไว้ในสถานที่กักขังตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้นั้น หรือทำให้ผู้ซึ่งต้องพึ่งพาผู้ต้องโทษกักขังในการดารงชีพได้รับความเดือด้รอนเกินสมควร หรือมีพฤติการณ์พิเศษประการอื่นที่แสดงให้เห็นว่าไม่สมควรกักขังผู้ต้องโทษกักขังในสถานที่ดังกล่าว ศาลจะมีคำสั่งให้กักขังผู้ต้องโทษกักขังในสถานที่อื่นซึ่งมิใช่ที่อยู่อาศัยของผู้นั้นเอง โดยได้รับความยินยอมจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่ก็ได้ กรณีเช่นว่านี้ ให้ศาลมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขอย่างหนึ่งอย่างใดให้ผู้ต้องโทษกักขังปฏิบัติ และหากเจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่ดังกล่าวยินยอม ศาลอาจมีคำสั่งแต่งตั้งผู้นั้นเป็นผู้ควบคุมดูแลและให้ถือว่าผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายนี้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14401,"parent":14393,"text":"มาตรา 25","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":7},
{"key":"14401_p1","parent":14401,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14401_p1_t1","parent":"14401_p1","text":"ผู้ต้องโทษกักขังในสถานที่ซึ่งกำหนด จะได้รับการเลี้ยงดูจากสถานที่นั้น แต่ภายใต้ข้อบังคับของสถานที่ ผู้ต้องโทษกักขังมีสิทธิที่จะรับอาหารจากภายนอกโดยค่าใช้จ่ายของตนเอง ใช้เสื้อผ้าของตนเอง ได้รับการเยี่ยมอย่างน้อยวันละหนึ่งชั่วโมง และรับและส่งจดหมายได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14401_p2","parent":14401,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14401_p2_t1","parent":"14401_p2","text":"ผู้ต้องโทษกักขังจะต้องทำงานตามระเบียบ ข้อบังคับ และวินัยถ้าผู้ต้องโทษกักขังประสงค์จะทำงานอย่างอื่น ก็ให้อนุญาตให้เลือกทำได้ตามประเภทงานที่ตนสมัคร แต่ต้องไม่ขัดต่อระเบียบ ข้อบังคับ วินัย หรือความปลอดภัยของสถานที่นั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14402,"parent":14393,"text":"มาตรา 26","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":8},
{"key":"14402_p1_t1","parent":14402,"text":"ถ้าผู้ต้องโทษกักขังถูกกักขังในที่อาศัยของผู้นั้นเองหรือของผู้อื่นที่ยินยอมรับผู้นั้นไว้ ผู้ต้องโทษกักขังนั้นมีสิทธิที่จะดำเนินการในวิชาชีพหรืออาชีพของตนในสถานที่ดังกล่าวได้ ในการนี้ ศาลจะกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ต้องโทษกักขังปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14403,"parent":14393,"text":"มาตรา 27","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":9},
{"key":"14403_p1","parent":14403,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14403_p1_t1","parent":"14403_p1","text":"ถ้าในระหว่างที่ผู้ต้องโทษกักขังตามมาตรา 23 ได้รับโทษกักขังอยู่ความปรากฏแก่ศาลเอง หรือปรากฏแก่ศาลตามคำแถลงของพนักงานอัยการหรือผู้ควบคุมดูแลสถานที่กักขังว่า","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14403_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14403_p1_t1","text":"(1) ผู้ต้องโทษกักขังฝ่าฝืนระเบียบ ข้อบังคับ หรือวินัยของสถานที่กักขัง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14403_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14403_p1_t1","text":"(2) ผู้ต้องโทษกักขังไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด หรือ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14403_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14403_p1_t1","text":"(3) ผู้ต้องโทษกักขังต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14403_p2","parent":14403,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14403_p2_t1","parent":"14403_p2","text":"ศาลอาจเปลี่ยนโทษกักขังเป็นโทษจำคุกมีกำหนดเวลาตามที่ศาลเห็นสมควร แต่ต้องไม่เกินกำหนดเวลาของโทษกักขังที่ผู้ต้องโทษกักขังจะต้องได้รับต่อไป","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14404,"parent":14393,"text":"มาตรา 28","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":10},
{"key":"14404_p1_t1","parent":14404,"text":"ผู้ใดต้องโทษปรับ ผู้นั้นจะต้องชำระเงินตามจำนวนที่กำหนดไว้ในคำพิพากษาต่อศาล","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14405,"parent":14393,"text":"มาตรา 29","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":11},
{"key":"14405_p1","parent":14405,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14405_p1_t1","parent":"14405_p1","text":"ผู้ใดต้องโทษปรับและไม่ชำระค่าปรับภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ศาลพิพากษา ผู้นั้นจะต้องถูกยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินเพื่อใช้ค่าปรับ หรือมิฉะนั้นจะต้องถูกกักขังแทนค่าปรับแต่ถ้าศาลเห็นเหตุอันควรสงสัยว่าผู้นั้นจะหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าปรับศาลจะสั่งเรียกประกันหรือจะสั่งให้กักขังผู้นั้นแทนค่าปรับไปพลางก่อนก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14405_p2","parent":14405,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14405_p2_t1","parent":"14405_p2","text":"ความในวรรคสองของมาตรา 24 มิให้นำมาใช้บังคับแก่การกักขังแทนค่าปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14406,"parent":14393,"text":"มาตรา 29/1","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":12},
{"key":"14406_p1","parent":14406,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14406_p1_t1","parent":"14406_p1","text":"มาตรา 29/1 ในกรณีที่ผู้ต้องโทษปรับไม่ชำระค่าปรับภายในกำหนดเวลาตามมาตรา 29 วรรคหนึ่ง ให้ศาลมีอำนาจออกหมายบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินของผู้นั้นเพื่อใช้ค่าปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14406_p2","parent":14406,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14406_p2_t1","parent":"14406_p2","text":"การบังคับคดีตามวรรคหนึ่ง ให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม โดยให้เจ้าพนักงานศาลที่ได้รับแต่งตั้งและพนักงานอัยการเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการบังคับคดี และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจหน้าที่ยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินของผู้ต้องโทษปรับ และขายทอดตลาดตามที่ได้รับแจ้งจากศาลหรือพนักงานอัยการ ทั้งนี้ มิให้หน่วยงานของรัฐเรียกค่าฤชาธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายจากผู้ดำเนินการบังคับคดี","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14406_p3","parent":14406,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14406_p3_t1","parent":"14406_p3","text":"การตรวจสอบหาทรัพย์สินของผู้ต้องโทษปรับโดยพนักงานอัยการเพื่อการบังคับคดีตามวรรคสอง ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในข้อบังคับของอัยการสูงสุด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14406_p4","parent":14406,"text":"วรรค 4","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"14406_p4_t1","parent":"14406_p4","text":"บทบัญญัติมาตรานี้ไม่กระทบต่อการที่ศาลจะมีคำสั่งตามมาตรา29 วรรคหนึ่ง","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14407,"parent":14393,"text":"มาตรา 30","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":13},
{"key":"14407_p1","parent":14407,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14407_p1_t1","parent":"14407_p1","text":"ในการกักขังแทนค่าปรับ ให้ถืออัตราห้าร้อยบาทต่อหนึ่งวัน และไม่ว่าในกรณีความผิดกระทงเดียวหรือหลายกระทง ห้ามกักขังเกินกำหนดหนึ่งปี เว้นแต่ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้ปรับตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป ศาลจะสั่งให้กักขังแทนค่าปรับเป็นระยะเวลาเกินกว่าหนึ่งปีแต่ไม่เกินสองปีก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14407_p2","parent":14407,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14407_p2_t1","parent":"14407_p2","text":"ในการคำนวณระยะเวลานั้น ให้นับวันเริ่มกักขังแทนค่าปรับรวมเข้าด้วย และให้นับเป็นหนึ่งวันเต็มโดยไม่ต้องคำนึงถึงจำนวนชั่วโมง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14407_p3","parent":14407,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14407_p3_t1","parent":"14407_p3","text":"ในกรณีที่ผู้ต้องโทษปรับถูกคุมขังก่อนศาลพิพากษา ให้หักจำนวนวันที่ถูกคุมขังนั้นออกจากจำนวนเงินค่าปรับ โดยถืออัตราห้าร้อยบาทต่อหนึ่งวัน เว้นแต่ผู้นั้นต้องคำพิพากษาให้ลงโทษทั้งจำคุกและปรับ ในกรณีเช่นว่านี้ ถ้าจะต้องหักจำนวนวันที่ถูกคุมขังออกจากเวลาจำคุกตามมาตรา22 ก็ให้หักออกเสียก่อน เหลือเท่าใดจึงให้หักออกจากเงินค่าปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14407_p4","parent":14407,"text":"วรรค 4","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"14407_p4_t1","parent":"14407_p4","text":"เมื่อผู้ต้องโทษปรับถูกกักขังแทนค่าปรับครบกำหนดแล้ว ให้ปล่อยตัวในวันถัดจากวันที่ครบกำหนด ถ้านาเงินค่าปรับมาชำระครบแล้วให้ปล่อยตัวไปทันที","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14408,"parent":14393,"text":"มาตรา 30/1","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":14},
{"key":"14408_p1","parent":14408,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14408_p1_t1","parent":"14408_p1","text":"มาตรา 30/1 ในกรณีที่ศาลพิพากษาปรับผู้ต้องโทษปรับซึ่งมิใช่นิติบุคคลและไม่มีเงินชำระค่าปรับ อาจยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่พิพากษาคดีเพื่อขอทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับหรือถ้าความปรากฏแก่ศาลในขณะที่พิพากษาคดีว่าผู้ต้องโทษปรับรายใดอยู่ในเกณฑ์ที่จะทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์ตามมาตรานี้ได้ และถ้าผู้ต้องโทษปรับยินยอม ศาลจะมีคำสั่งให้ผู้นั้นทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14408_p2","parent":14408,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14408_p2_t1","parent":"14408_p2","text":"การพิจารณาคำร้องตามวรรคแรก เมื่อศาลได้พิจารณาถึงฐานะการเงิน ประวัติและสภาพความผิดของผู้ต้องโทษปรับแล้ว เห็นเป็นการสมควร ศาลจะมีคำสั่งให้ผู้นั้นทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณ-ประโยชน์แทนค่าปรับก็ได้ ทั้งนี้ ภายใต้การดูแลของพนักงานคุมประพฤติเจ้าหน้าที่ของรัฐ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์การซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการบริการสังคม การกุศลสาธารณะหรือสาธารณประโยชน์ที่ยินยอมรับดูแล","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14408_p3","parent":14408,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14408_p3_t1","parent":"14408_p3","text":"กรณีที่ศาลมีคำสั่งให้ผู้ต้องโทษปรับทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ ให้ศาลกำหนดลักษณะหรือประเภทของงาน ผู้ดูแลการทำงาน วันเริ่มทำงาน ระยะเวลาทำงาน และจำนวนชั่วโมงที่ถือเป็นการทำงานหนึ่งวัน ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงเพศ อายุ ประวัติ การนับถือศาสนา ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษาอบรม สุขภาพ ภาวะแห่งจิตนิสัย อาชีพ สิ่งแวดล้อมหรือสภาพความผิดของผู้ต้องโทษปรับประกอบด้วย และศาลจะกำหนดเงื่อนไขอย่างหนึ่งอย่างใดให้ผู้ต้องโทษปรับปฏิบัติเพื่อแก้ไขฟื้นฟูหรือ้ปองกันมิให้ผู้นั้นกระทำความผิดขึ้นอีกก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14408_p4","parent":14408,"text":"วรรค 4","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"14408_p4_t1","parent":"14408_p4","text":"ถ้าภายหลังความปรากฏแก่ศาลว่าพฤติการณ์เกี่ยวกับการทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์ของผู้ต้องโทษปรับได้เปลี่ยนแปลงไป ศาลอาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งที่กำหนดไว้นั้นก็ได้ตามที่เห็นสมควร","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14408_p5","parent":14408,"text":"วรรค 5","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"14408_p5_t1","parent":"14408_p5","text":"ในการกำหนดระยะเวลาทำงานแทนค่าปรับตามวรรคสาม ให้นำบทบัญญัติมาตรา 30 มาใช้บังคับโดยอนุโลม และในกรณีที่ศาลมิได้กำหนดให้ผู้ต้องโทษปรับทำงานติดต่อกันไป การทำงานดังกล่าวต้องอยู่ภายในกำหนดระยะเวลาสองปีนับแต่วันเริ่มทำงานตามที่ศาลกำหนด","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14408_p6","parent":14408,"text":"วรรค 6","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"14408_p6_t1","parent":"14408_p6","text":"เพื่อประโยชน์ในการกำหนดจำนวนชั่วโมงทำงานตามวรรคสามให้ประธานศาลฎีกามีอำนาจออกระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมกำหนดจำนวนชั่วโมงที่ถือเป็นการทำงานหนึ่งวัน สำหรับงานบริการสังคมหรืองานสาธารณประโยชน์แต่ละประเภทได้ตามที่เห็นสมควร","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14409,"parent":14393,"text":"มาตรา 30/2","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":15},
{"key":"14409_p1","parent":14409,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14409_p1_t1","parent":"14409_p1","text":"มาตรา 30/2 ถ้าภายหลังศาลมีคำสั่งอนุญาตตามมาตรา 30/1แล้ว ความปรากฏแก่ศาลเองหรือความปรากฏตามคำแถลงของโจทก์หรือเจ้าพนักงานว่าผู้ต้องโทษปรับมีเงินพอชำระค่าปรับได้ในเวลาที่ยื่นคำร้องตามมาตรา 30/1 หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือเงื่อนไขที่ศาลกำหนด ศาลจะเพิกถอนคำสั่งอนุญาตดังกล่าวและปรับหรือกักขังแทนค่าปรับ โดยให้หักจำนวนวันที่ทำงานมาแล้วออกจากจำนวนเงินค่าปรับก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14409_p2","parent":14409,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14409_p2_t1","parent":"14409_p2","text":"ในระหว่างการทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับหากผู้ต้องโทษปรับไม่ประสงค์จะทำงานดังกล่าวต่อไป อาจขอเปลี่ยนเป็นรับโทษปรับหรือกักขังแทนค่าปรับก็ได้ ในกรณีนี้ให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้อง โดยให้หักจำนวนวันที่ทำงานมาแล้วออกจากจำนวนเงินค่าปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14410,"parent":14393,"text":"มาตรา 30/3","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":16},
{"key":"14410_p1_t1","parent":14410,"text":"มาตรา 30/3 คำสั่งศาลตามมาตรา 30/1 และมาตรา 30/2ให้เป็นที่สุด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14411,"parent":14393,"text":"มาตรา 31","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":17},
{"key":"14411_p1_t1","parent":14411,"text":"ในกรณีที่ศาลจะพิพากษาให้ปรับผู้กระทำความผิดหลายคน ในความผิดอันเดียวกัน ในกรณีเดียวกัน ให้ศาลลงโทษปรับเรียงตามรายตัวบุคคล","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14412,"parent":14393,"text":"มาตรา 32","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":18},
{"key":"14412_p1_t1","parent":14412,"text":"ทรัพย์สินใดที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่า ผู้ใดทำหรือมีไว้เป็นความผิด ให้ริบเสียทั้งสิ้น ไม่ว่าเป็นของผู้กระทำความผิด และมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14413,"parent":14393,"text":"มาตรา 33","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":19},
{"key":"14413_p1","parent":14413,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14413_p1_t1","parent":"14413_p1","text":"ในการริบทรัพย์สิน นอกจากศาลจะมีอำนาจริบตามกฎหมายที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ริบทรัพย์สินดังต่อไปนี้อีกด้วย คือ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14413_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14413_p1_t1","text":"(1) ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้ หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดหรือ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14413_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14413_p1_t1","text":"(2) ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้มาโดยได้กระทำความผิด","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14413_p2","parent":14413,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14413_p2_t1","parent":"14413_p2","text":"เว้นแต่ทรัพย์สินเหล่านี้เป็นทรัพย์สินของผู้อื่นซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14414,"parent":14393,"text":"มาตรา 34","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":20},
{"key":"14414_p1","parent":14414,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14414_p1_t1","parent":"14414_p1","text":"บรรดาทรัพย์สิน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14414_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14414_p1_t1","text":"(1) ซึ่งได้ให้ตามความในมาตรา 143 มาตรา 144 มาตรา 149มาตรา 150 มาตรา 167 มาตรา 201 หรือมาตรา 202 หรือ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14414_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14414_p1_t1","text":"(2) ซึ่งได้ให้เพื่อจูงใจบุคคลให้กระทำความผิด หรือเพื่อเป็นรางวัลในการที่บุคคลได้กระทำความผิด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14414_p2","parent":14414,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14414_p2_t1","parent":"14414_p2","text":"ให้ริบเสียทั้งสิ้น เว้นแต่ทรัพย์สินนั้นเป็นของผู้อื่นซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14415,"parent":14393,"text":"มาตรา 35","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":21},
{"key":"14415_p1_t1","parent":14415,"text":"ทรัพย์สินซึ่งศาลพิพากษาให้ริบให้ตกเป็นของแผ่นดินแต่ศาลจะพิพากษาให้ทำให้ทรัพย์สินนั้นใช้ไม่ได้ หรือทำลายทรัพย์สินนั้นเสียก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14416,"parent":14393,"text":"มาตรา 36","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":22},
{"key":"14416_p1_t1","parent":14416,"text":"ในกรณีที่ศาลสั่งให้ริบทรัพย์สินตามมาตรา 33 หรือมาตรา 34 ไปแล้ว หากปรากฏในภายหลังโดยคำเสนอของเจ้าของแท้จริงว่า ผู้เป็นเจ้าของแท้จริงมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด ก็ให้ศาลสั่งให้คืนทรัพย์สิน ถ้าทรัพย์สินนั้นยังคงมีอยู่ในความครอบครองของเจ้าพนักงาน แต่คำเสนอของเจ้าของแท้จริงนั้นจะต้องกระทำต่อศาลภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14417,"parent":14393,"text":"มาตรา 37","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":23},
{"key":"14417_p1_t1","parent":14417,"text":"ถ้าผู้ที่ศาลสั่งให้ส่งทรัพย์สินที่ริบไม่ส่งภายในเวลาที่ศาลกำหนด ให้ศาลมีอำนาจสั่งดังต่อไปนี้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14417_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14417_p1_t1","text":"(1) ให้ยึดทรัพย์สินนั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14417_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14417_p1_t1","text":"(2) ให้ชำระราคาหรือสั่งยึดทรัพย์สินอื่นของผู้นั้นชดใช้ราคาจนเต็มหรือ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14417_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14417_p1_t1","text":"(3) ในกรณีที่ศาลเห็นว่า ผู้นั้นจะส่งทรัพย์สินที่สั่งให้ส่งได้ แต่ไม่ส่งหรือชำระราคาทรัพย์สินนั้นได้ แต่ไม่ชำระ ให้ศาลมีอำนาจกักขังผู้นั้นไว้จนกว่าจะปฏิบัติตามคำสั่ง แต่ไม่เกินหนึ่งปี แต่ถ้าภายหลังปรากฏแก่ศาลเอง หรือโดยคำเสนอของผู้นั้นว่า ผู้นั้นไม่สามารถส่งทรัพย์สินหรือชำระราคาได้ ศาลจะสั่งให้ปล่อยตัวผู้นั้นไปก่อนครบกำหนดก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":14418,"parent":14393,"text":"มาตรา 38","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":24},
{"key":"14418_p1_t1","parent":14418,"text":"โทษให้เป็นอันระงับไปด้วยความตายของผู้กระทำความผิด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14419,"parent":14392,"text":"ส่วนที่ 2\n\nวิธีการเพื่อความปลอดภัย","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":1},
{"key":14420,"parent":14419,"text":"มาตรา 39","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":0},
{"key":"14420_p1_t1","parent":14420,"text":"วิธีการเพื่อความปลอดภัย มีดังนี้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14420_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14420_p1_t1","text":"(1) กักกัน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14420_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14420_p1_t1","text":"(2) ห้ามเข้าเขตกำหนด","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14420_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14420_p1_t1","text":"(3) เรียกประกันทัณฑ์บน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14420_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"14420_p1_t1","text":"(4) คุมตัวไว้ในสถานพยาบาล","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"14420_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"14420_p1_t1","text":"(5) ห้ามการประกอบอาชีพบางอย่าง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":14421,"parent":14419,"text":"มาตรา 40","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":1},
{"key":"14421_p1_t1","parent":14421,"text":"กักกัน คือ การควบคุมผู้กระทำความผิดติดนิสัยไว้ภายในเขตกำหนด เพื่อ้ปองกันการกระทำความผิด เพื่อดัดนิสัย และเพื่อฝึกหัดอาชีพ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14422,"parent":14419,"text":"มาตรา 41","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":2},
{"key":"14422_p1","parent":14422,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14422_p1_t1","parent":"14422_p1","text":"ผู้ใดเคยถูกศาลพิพากษาให้กักกันมาแล้ว หรือเคยถูกศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกไม่ต่ำกว่าหกเดือนมาแล้วไม่น้อยกว่าสองครั้งในความผิดดังต่อไปนี้ คือ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14422_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14422_p1_t1","text":"(1) ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 209 ถึงมาตรา 216","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14422_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14422_p1_t1","text":"(2) ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 217 ถึงมาตรา 224","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14422_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14422_p1_t1","text":"(3) ความผิดเกี่ยวกับเงินตรา ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 240 ถึงมาตรา 246","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14422_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"14422_p1_t1","text":"(4) ความผิดเกี่ยวกับเพศ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 276 ถึงมาตรา 286","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"14422_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"14422_p1_t1","text":"(5) ความผิดต่อชีวิต ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 288 ถึงมาตรา290 มาตรา 292 ถึงมาตรา 294","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"14422_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"14422_p1_t1","text":"(6) ความผิดต่อร่างกาย ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 295 ถึงมาตรา 299","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"14422_p1_t1_ext_ul_2_li7","parent":"14422_p1_t1","text":"(7) ความผิดต่อเสรีภาพ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 309 ถึงมาตรา 320","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":6},
{"key":"14422_p1_t1_ext_ul_2_li8","parent":"14422_p1_t1","text":"(8) ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 334 ถึงมาตรา 340 มาตรา 354 และมาตรา 357","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":7},
{"key":"14422_p2","parent":14422,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14422_p2_t1","parent":"14422_p2","text":"และภายในเวลาสิบปี นับแต่วันที่ผู้นั้นได้พ้นจากการกักกัน หรือพ้นโทษแล้วแต่กรณี ผู้นั้นได้กระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดในบรรดาที่ระบุไว้นั้นอีกจนศาลพิพากษาลงโทษจำคุกไม่ต่ำกว่าหกเดือนสำหรับการกระทำความผิดนั้น ศาลอาจถือว่าผู้นั้นเป็นผู้กระทำความผิดติดนิสัย และจะพิพากษาให้กักกันมีกำหนดเวลาไม่น้อยกว่าสามปีและไม่เกินสิบปีก็ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14422_p3","parent":14422,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14422_p3_t1","parent":"14422_p3","text":"ความผิดซึ่งผู้กระทำได้กระทำในขณะที่มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีนั้นมิให้ถือเป็นความผิดที่จะนำมาพิจารณากักกันตามมาตรานี้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14423,"parent":14419,"text":"มาตรา 42","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":3},
{"key":"14423_p1","parent":14423,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14423_p1_t1","parent":"14423_p1","text":"ในการคำนวณระยะเวลากักกัน ให้นับวันที่ศาลพิพากษาเป็นวันเริ่มกักกัน แต่ถ้ายังมีโทษจำคุกหรือกักขังที่ผู้ต้องกักกันนั้นจะต้องรับอยู่ ก็ให้จำคุกหรือกักขังเสียก่อนและให้นับวันถัดจากวันที่พ้นโทษจำคุกหรือพ้นจากกักขังเป็นวันเริ่มกักกัน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14423_p2","parent":14423,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14423_p2_t1","parent":"14423_p2","text":"ระยะเวลากักกันและการปล่อยตัวผู้ถูกกักกัน ให้นำบทบัญญัติมาตรา 21 มาใช้บังคับโดยอนุโลม","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14424,"parent":14419,"text":"มาตรา 43","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":4},
{"key":"14424_p1_t1","parent":14424,"text":"การฟ้องขอให้กักกันเป็นอำนาจของพนักงานอัยการโดยเฉพาะ และจะขอรวมกันไปในฟ้องคดีอันเป็นมูลให้เกิดอำนาจฟ้องขอให้กักกันหรือจะฟ้องภายหลังก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14425,"parent":14419,"text":"มาตรา 44","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":5},
{"key":"14425_p1_t1","parent":14425,"text":"ห้ามเข้าเขตกำหนด คือการห้ามมิให้เข้าไปในท้องที่หรือสถานที่ที่กำหนดไว้ในคำพิพากษา","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14426,"parent":14419,"text":"มาตรา 45","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":6},
{"key":"14426_p1_t1","parent":14426,"text":"เมื่อศาลพิพากษาให้ลงโทษผู้ใด และศาลเห็นสมควรเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ไม่ว่าจะมีคำขอหรือไม่ ศาลอาจสั่งในคำพิพากษาว่าเมื่อผู้นั้นพ้นโทษตามคำพิพากษาแล้ว ห้ามมิให้ผู้นั้นเข้าในเขตกำหนดเป็นเวลาไม่เกินห้าปี","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14427,"parent":14419,"text":"มาตรา 46","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":7},
{"key":"14427_p1","parent":14427,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14427_p1_t1","parent":"14427_p1","text":"ถ้าความปรากฏแก่ศาลตามข้อเสนอของพนักงานอัยการว่าผู้ใดจะก่อเหตุร้ายให้เกิดภยันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น หรือจะกระทำการใดให้เกิดความเสียหายแก่สิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติตามกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ในการพิจารณาคดีความผิดใด ไม่ว่าศาลจะลงโทษผู้ถูกฟ้องหรือไม่ก็ตาม เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ถูกฟ้องน่าจะก่อเหตุร้ายให้เกิดภยันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น หรือจะกระทำความผิดให้เกิดความเสียหายแก่สิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติตามกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ให้ศาลมีอำนาจที่จะสั่งผู้นั้นให้ทำทัณฑ์บนโดยกำหนดจำนวนเงินไม่เกินกว่าห้าหมื่นบาทว่าผู้นั้นจะไม่ก่อเหตุร้ายหรือจะไม่กระทำความผิดดังกล่าวแล้วตลอดเวลาที่ศาลกำหนดแต่ไม่เกินสองปี และจะสั่งให้มีประกันด้วยหรือไม่ก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14427_p2","parent":14427,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14427_p2_t1","parent":"14427_p2","text":"ถ้าผู้นั้นไม่ยอมทำทัณฑ์บนหรือหาประกันไม่ได้ ให้ศาลมีอำนาจสั่งกักขังผู้นั้นจนกว่าจะทำทัณฑ์บนหรือหาประกันได้ แต่ไม่ให้กักขังเกินกว่าหกเดือน หรือจะสั่งห้ามผู้นั้นเข้าในเขตกำหนดตามมาตรา 45 ก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14427_p3","parent":14427,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14427_p3_t1","parent":"14427_p3","text":"การกระทำของผู้ซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีมิให้อยู่ในบังคับแห่งบทบัญญัติตามมาตรานี้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14428,"parent":14419,"text":"มาตรา 47","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":8},
{"key":"14428_p1_t1","parent":14428,"text":"ถ้าผู้ทำทัณฑ์บนตามความในมาตรา 46 กระทำผิดทัณฑ์บน ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นชำระเงินไม่เกินจำนวนที่ได้กำหนดไว้ในทัณฑ์บน ถ้าผู้นั้นไม่ชำระให้นำบทบัญญัติในมาตรา 29 และมาตรา 30 มาใช้บังคับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14429,"parent":14419,"text":"มาตรา 48","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":9},
{"key":"14429_p1_t1","parent":14429,"text":"ถ้าศาลเห็นว่าการปล่อยตัวผู้มีจิตบกพร่องโรคจิตหรือจิตฟั่นเฟือน ซึ่งไม่ต้องรับโทษหรือได้รับการลดโทษตามมาตรา 65 จะเป็นการไม่ปลอดภัยแก่ประชาชน ศาลจะสั่งให้ส่งไปคุมตัวไว้ในสถานพยาบาลก็ได้ และคำสั่งนี้ศาลจะเพิกถอนเสียเมื่อใดก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14430,"parent":14419,"text":"มาตรา 49","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":10},
{"key":"14430_p1","parent":14430,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14430_p1_t1","parent":"14430_p1","text":"ในกรณีที่ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก หรือพิพากษาว่ามีความผิดแต่รอการกำหนดโทษ หรือรอการลงโทษบุคคลใด ถ้าศาลเห็นว่าบุคคลนั้นได้กระทำความผิดเกี่ยวเนื่องกับการเสพสุราเป็นอาจิณ หรือการเป็นผู้ติดยาเสพติดให้โทษ ศาลจะกำหนดในคำพิพากษาว่า บุคคลนั้นจะต้องไม่เสพสุรา ยาเสพติดให้โทษอย่างหนึ่งอย่างใด หรือทั้งสองอย่างภายในระยะเวลาไม่เกินสองปีนับแต่วันพ้นโทษ หรือวันปล่อยตัวเพราะรอการกำหนดโทษ หรือรอการลงโทษก็ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14430_p2","parent":14430,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14430_p2_t1","parent":"14430_p2","text":"ในกรณีที่บุคคลดังกล่าวในวรรคแรกไม่ปฏิบัติตามที่ศาลกำหนดศาลจะสั่งให้ส่งไปคุมตัวไว้ในสถานพยาบาลเป็นเวลาไม่เกินสองปีก็ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14431,"parent":14419,"text":"มาตรา 50","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":11},
{"key":"14431_p1_t1","parent":14431,"text":"เมื่อศาลพิพากษาให้ลงโทษผู้ใด ถ้าศาลเห็นว่าผู้นั้นกระทำความผิดโดยอาศัยโอกาสจากการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ หรือเนื่องจากการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ และเห็นว่าหากผู้นั้นประกอบอาชีพหรือวิชาชีพนั้นต่อไป อาจจะกระทำความผิดเช่นนั้นขึ้นอีก ศาลจะสั่งไว้ในคำพิพากษาห้ามการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพนั้นมีกำหนดเวลาไม่เกินห้าปีนับแต่วันพ้นโทษไปแล้วก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14432,"parent":14392,"text":"ส่วนที่ 3\n\nวิธีเพิ่มโทษ ลดโทษ และการรอการลงโทษ","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":2},
{"key":14433,"parent":14432,"text":"มาตรา 51","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":0},
{"key":"14433_p1_t1","parent":14433,"text":"ในการเพิ่มโทษ มิให้เพิ่มขึ้นถึงประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกเกินห้าสิบปี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14434,"parent":14432,"text":"มาตรา 52","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":1},
{"key":"14434_p1_t1","parent":14434,"text":"ในการลดโทษประหารชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการลดมาตราส่วนโทษหรือลดโทษที่จะลง ให้ลดดังต่อไปนี้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14434_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14434_p1_t1","text":"(1) ถ้าจะลดหนึ่งในสาม ให้ลดเป็นโทษจำคุกตลอดชีวิต","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14434_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14434_p1_t1","text":"(2) ถ้าจะลดกึ่งหนึ่ง ให้ลดเป็นโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือโทษจำคุกตั้งแต่ยี่สิบห้าปีถึงห้าสิบปี","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":14435,"parent":14432,"text":"มาตรา 53","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":2},
{"key":"14435_p1_t1","parent":14435,"text":"ในการลดโทษจำคุกตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการลดมาตราส่วนโทษหรือลดโทษที่จะลง ให้เปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุกห้าสิบปี","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14436,"parent":14432,"text":"มาตรา 54","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":3},
{"key":"14436_p1_t1","parent":14436,"text":"ในการคำนวณการเพิ่มโทษหรือลดโทษที่จะลงให้ศาลตั้งกำหนดโทษที่จะลงแก่จำเลยเสียก่อนแล้วจึงเพิ่มหรือลด ถ้ามีทั้งการเพิ่มและการลดโทษที่จะลง ให้เพิ่มก่อนแล้วจึงลดจากผลที่เพิ่มแล้วนั้น ถ้าส่วนของการเพิ่มเท่ากับหรือมากกว่าส่วนของการลด และศาลเห็นสมควรจะไม่เพิ่มไม่ลดก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14437,"parent":14432,"text":"มาตรา 55","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":4},
{"key":"14437_p1_t1","parent":14437,"text":"ถ้าโทษจำคุกที่ผู้กระทำความผิดจะต้องรับ มีกำหนดเวลาเพียงสามเดือนหรือน้อยกว่า ศาลจะกำหนดโทษจำคุกให้น้อยลงอีกก็ได้ หรือถ้าโทษจำคุกที่ผู้กระทำความผิดจะต้องรับ มีกำหนดเวลาเพียงสามเดือนหรือน้อยกว่า และมีโทษปรับด้วย ศาลจะกำหนดโทษจำคุกให้น้อยลง หรือจะยกโทษจำคุกเสีย คงให้ปรับแต่อย่างเดียวก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14438,"parent":14432,"text":"มาตรา 56","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":5},
{"key":"14438_p1","parent":14438,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14438_p1_t1","parent":"14438_p1","text":"ผู้ใดกระทำความผิดซึ่งมีโทษจำคุกหรือปรับ และในคดีนั้นศาลจะลงโทษจำคุกไม่เกินห้าปีไม่ว่าจะลงโทษปรับด้วยหรือไม่ก็ตามหรือลงโทษปรับ ถ้าปรากฏว่าผู้นั้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14438_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14438_p1_t1","text":"(1) ไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน หรือ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14438_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14438_p1_t1","text":"(2) เคยรับโทษจำคุกมาก่อนแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือเป็นโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14438_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14438_p1_t1","text":"(3) เคยรับโทษจำคุกมาก่อนแต่พ้นโทษจำคุกมาแล้วเกินกว่าห้าปีแล้วมากระทำความผิดอีก โดยความผิดในครั้งหลังเป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14438_p2","parent":14438,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14438_p2_t1","parent":"14438_p2","text":"และเมื่อศาลได้คำนึงถึงอายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญาการศึกษาอบรม สุขภาพ ภาวะแห่งจิต นิสัย อาชีพ และสิ่งแวดล้อมของผู้นั้น หรือสภาพความผิด หรือการรู้สึกความผิดและพยายามบรรเทาผลร้ายที่เกิดขึ้น หรือเหตุอื่นอันควรปรานีแล้ว ศาลจะพิพากษาว่าผู้นั้นมีความผิดแต่รอการกำหนดโทษหรือกำหนดโทษแต่รอการลงโทษไว้ ไม่ว่าจะเป็นโทษจำคุกหรือปรับอย่างหนึ่งอย่างใดหรือทั้งสองอย่าง เพื่อให้โอกาสกลับตัวภายในระยะเวลาที่ศาลจะได้กำหนดแต่ต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ศาลพิพากษา โดยจะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของผู้นั้นด้วยหรือไม่ก็ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14438_p3","parent":14438,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14438_p3_t1","parent":"14438_p3","text":"เงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งศาลอาจกำหนดข้อเดียวหรือหลายข้อตามควรแก่กรณีได้ ดังต่อไปนี้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14438_p3_t1_ext_ul_9_li1","parent":"14438_p3_t1","text":"(1) ให้ไปรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานที่ศาลระบุไว้เป็นครั้งคราวเพื่อเจ้าพนักงานจะได้สอบถาม แนะนำ ช่วยเหลือ หรือตักเตือนตามที่เห็นสมควรในเรื่องความประพฤติ และการประกอบอาชีพ หรือจัดให้กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14438_p3_t1_ext_ul_9_li2","parent":"14438_p3_t1","text":"(2) ให้ฝึกหัดหรือทำงานอาชีพอันเป็นกิจจะลักษณะ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14438_p3_t1_ext_ul_9_li3","parent":"14438_p3_t1","text":"(3) ให้ละเว้นการคบหาสมาคมหรือการประพฤติใดอันอาจนำไปสู่การกระทำความผิดในทำนองเดียวกันอีก","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14438_p3_t1_ext_ul_9_li4","parent":"14438_p3_t1","text":"(4) ให้ไปรับการบาบัดรักษาการติดยาเสพติดให้โทษ ความบกพร่องทางร่างกายหรือจิตใจ หรือความเจ็บป่วยอย่างอื่น ณ สถานที่และตามระยะเวลาที่ศาลกำหนด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"14438_p3_t1_ext_ul_9_li5","parent":"14438_p3_t1","text":"(5) ให้เข้ารับการฝึกอบรม ณ สถานที่และตามระยะเวลาที่ศาลกำหนด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"14438_p3_t1_ext_ul_9_li6","parent":"14438_p3_t1","text":"(6) ห้ามออกนอกสถานที่อยู่อาศัย หรือห้ามเข้าในสถานที่ใดในระหว่างเวลาที่ศาลกำหนด ทั้งนี้ จะใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์อื่นใดที่สามารถใช้ตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทางด้วยก็ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"14438_p3_t1_ext_ul_9_li7","parent":"14438_p3_t1","text":"(7) ให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือเยียวยาความเสียหายโดยวิธีอื่นให้แก่ผู้เสียหายตามที่ผู้กระทำความผิดและผู้เสียหายตกลงกัน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":6},
{"key":"14438_p3_t1_ext_ul_9_li8","parent":"14438_p3_t1","text":"(8) ให้แก้ไขฟื้นฟูหรือเยียวยาความเสียหายที่เกิดแก่ทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม หรือชดใช้ค่าเสียหายเพื่อการดังกล่าว","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":7},
{"key":"14438_p3_t1_ext_ul_9_li9","parent":"14438_p3_t1","text":"(9) ให้ทำทัณฑ์บนโดยกำหนดจำนวนเงินตามที่ศาลเห็นสมควรว่า\nจะไม่ก่อเหตุร้ายหรือก่อให้เกิดภยันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์สิน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":8},
{"key":"14438_p3_t1_ext_ul_9_li10","parent":"14438_p3_t1","text":"(10) เงื่อนไขอื่น ๆ ตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนดเพื่อแก้ไข ฟื้นฟูหรือ้ปองกันมิให้ผู้กระทำความผิดกระทำหรือมีโอกาสกระทำความผิดขึ้นอีกหรือเงื่อนไขในการเยียวยาผู้เสียหายตามที่เห็นสมควร","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":9},
{"key":"14438_p4","parent":14438,"text":"วรรค 4","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"14438_p4_t1","parent":"14438_p4","text":"เงื่อนไขตามที่ศาลได้กำหนดตามความในวรรคสองนั้น ถ้าภายหลังความปรากฏแก่ศาลตามคำขอของผู้กระทำความผิด ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้นั้น ผู้อนุบาลของผู้นั้น พนักงานอัยการหรือเจ้าพนักงานว่าพฤติการณ์ที่เกี่ยวแก่การควบคุมความประพฤติของผู้กระทำความผิดได้เปลี่ยนแปลงไป เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลอาจแก้ไขเพิ่มเติมหรือเพิกถอนข้อหนึ่งข้อใดเสียก็ได้ หรือจะกำหนดเงื่อนไขข้อใดตามที่กล่าวในวรรคสองที่ศาลยังมิได้กำหนดไว้เพิ่มเติมขึ้นอีกก็ได้ หรือถ้ามีการกระทำผิดทัณฑ์บนให้นำบทบัญญัติมาตรา 47 มาใช้บังคับโดยอนุโลม","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14439,"parent":14432,"text":"มาตรา 57","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":6},
{"key":"14439_p1_t1","parent":14439,"text":"เมื่อความปรากฏแก่ศาลเอง หรือความปรากฏตามคำแถลงของพนักงานอัยการหรือเจ้าพนักงานว่า ผู้กระทำความผิดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังที่ศาลกำหนดตามมาตรา 56 ศาลอาจตักเตือนผู้กระทำความผิด หรือจะกำหนดการลงโทษที่ยังไม่ได้กำหนดหรือลงโทษซึ่งรอไว้นั้นก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14440,"parent":14432,"text":"มาตรา 58","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":7},
{"key":"14440_p1","parent":14440,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14440_p1_t1","parent":"14440_p1","text":"เมื่อความปรากฏแก่ศาลเอง หรือความปรากฏตามคำแถลงของโจทก์หรือเจ้าพนักงานว่า ภายในเวลาที่ศาลกำหนดตามมาตรา 56 ผู้ที่ถูกศาลพิพากษาได้กระทำความผิดอันมิใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ และศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกสำหรับความผิดนั้น ให้ศาลที่พิพากษาคดีหลังกำหนดโทษที่รอการกำหนดไว้ในคดีก่อนบวกเข้ากับโทษในคดีหลัง หรือบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลัง แล้วแต่กรณี","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14440_p2","parent":14440,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14440_p2_t1","parent":"14440_p2","text":"แต่ถ้าภายในเวลาที่ศาลได้กำหนดตามมาตรา 56 ผู้นั้นมิได้กระทำความผิดดังกล่าวมาในวรรคแรก ให้ผู้นั้นพ้นจากการที่จะถูกกำหนดโทษหรือถูกลงโทษในคดีนั้น แล้วแต่กรณี","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14441,"parent":14372,"text":"หมวด 4\n\nความรับผิดในทางอาญา","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":3},
{"key":14442,"parent":14441,"text":"มาตรา 59","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":0},
{"key":"14442_p1","parent":14442,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14442_p1_t1","parent":"14442_p1","text":"บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา เว้นแต่จะได้กระทำโดยประมาทในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อได้กระทำโดยประมาท หรือเว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิดแม้ได้กระทำโดยไม่มีเจตนา","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14442_p2","parent":14442,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14442_p2_t1","parent":"14442_p2","text":"กระทำโดยเจตนา ได้แก่กระทำโดยรู้สานึกในการที่กระทำและในขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14442_p3","parent":14442,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14442_p3_t1","parent":"14442_p3","text":"ถ้าผู้กระทำมิได้รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิดจะถือว่าผู้กระทำประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้นมิได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14442_p4","parent":14442,"text":"วรรค 4","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"14442_p4_t1","parent":"14442_p4","text":"กระทำโดยประมาท ได้แก่กระทำความผิดมิใช่โดยเจตนา แต่กระทำโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และผู้กระทำอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14442_p5","parent":14442,"text":"วรรค 5","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"14442_p5_t1","parent":"14442_p5","text":"การกระทำ ให้หมายความรวมถึงการให้เกิดผลอันหนึ่งอันใดขึ้นโดยงดเว้นการที่จักต้องกระทำเพื่อ้ปองกันผลนั้นด้วย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14443,"parent":14441,"text":"มาตรา 60","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":1},
{"key":"14443_p1_t1","parent":14443,"text":"ผู้ใดเจตนาที่จะกระทำต่อบุคคลหนึ่ง แต่ผลของการกระทำเกิดแก่อีกบุคคลหนึ่งโดยพลาดไป ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำโดยเจตนาแก่บุคคลซึ่งได้รับผลร้ายจากการกระทำนั้น แต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ลงโทษหนักขึ้น เพราะฐานะของบุคคลหรือเพราะความสัมพันธ์ระหว่างผู้กระทำกับบุคคลที่ได้รับผลร้าย มิให้นำกฎหมายนั้นมาใช้บังคับเพื่อลงโทษผู้กระทำให้หนักขึ้น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14444,"parent":14441,"text":"มาตรา 61","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":2},
{"key":"14444_p1_t1","parent":14444,"text":"ผู้ใดเจตนาจะกระทำต่อบุคคลหนึ่ง แต่ได้กระทำต่ออีกบุคคลหนึ่งโดยสำคัญผิด ผู้นั้นจะยกเอาความสำคัญผิดเป็นข้อแก้ตัวว่ามิได้กระทำโดยเจตนาหาได้ไม่","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14445,"parent":14441,"text":"มาตรา 62","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":3},
{"key":"14445_p1","parent":14445,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14445_p1_t1","parent":"14445_p1","text":"ข้อเท็จจริงใด ถ้ามีอยู่จริงจะทำให้การกระทำไม่เป็นความผิด หรือทำให้ผู้กระทำไม่ต้องรับโทษ หรือได้รับโทษน้อยลง แม้ข้อเท็จจริงนั้นจะไม่มีอยู่จริง แต่ผู้กระทำสำคัญผิดว่ามีอยู่จริง ผู้กระทำย่อมไม่มีความผิด หรือได้รับยกเว้นโทษ หรือได้รับโทษน้อยลง แล้วแต่กรณี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14445_p2","parent":14445,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14445_p2_t1","parent":"14445_p2","text":"ถ้าความไม่รู้ข้อเท็จจริงตามความในวรรคสามแห่งมาตรา 59 หรือความสำคัญผิดว่ามีอยู่จริงตามความในวรรคแรก ได้เกิดขึ้นด้วยความประมาทของผู้กระทำความผิด ให้ผู้กระทำรับผิดฐานกระทำโดยประมาทในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะว่า การกระทำนั้นผู้กระทำจะต้องรับโทษแม้กระทำโดยประมาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14445_p3","parent":14445,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14445_p3_t1","parent":"14445_p3","text":"บุคคลจะต้องรับโทษหนักขึ้นโดยอาศัยข้อเท็จจริงใด บุคคลนั้นจะต้องได้รู้ข้อเท็จจริงนั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14446,"parent":14441,"text":"มาตรา 63","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":4},
{"key":"14446_p1_t1","parent":14446,"text":"ถ้าผลของการกระทำความผิดใดทำให้ผู้กระทำต้องรับโทษหนักขึ้น ผลของการกระทำความผิดนั้นต้องเป็นผลที่ตามธรรมดาย่อมเกิดขึ้นได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14447,"parent":14441,"text":"มาตรา 64","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":5},
{"key":"14447_p1_t1","parent":14447,"text":"บุคคลจะแก้ตัวว่าไม่รู้กฎหมายเพื่อให้พ้นจากความรับผิดในทางอาญาไม่ได้ แต่ถ้าศาลเห็นว่า ตามสภาพและพฤติการณ์ผู้กระทำความผิดอาจจะไม่รู้ว่ากฎหมายบัญญัติว่าการกระทำนั้นเป็นความผิด ศาลอาจอนุญาตให้แสดงพยานหลักฐานต่อศาล และถ้าศาลเชื่อว่าผู้กระทำไม่รู้ว่ากฎหมายบัญญัติไว้เช่นนั้น ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14448,"parent":14441,"text":"มาตรา 65","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":6},
{"key":"14448_p1","parent":14448,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14448_p1_t1","parent":"14448_p1","text":"ผู้ใดกระทำความผิดในขณะไม่สามารถรู้ผิดชอบหรือไม่สามารถบังคับตนเองได้เพราะมีจิตบกพร่อง โรคจิตหรือจิตฟั่นเฟือนผู้นั้นไม่ต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14448_p2","parent":14448,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14448_p2_t1","parent":"14448_p2","text":"แต่ถ้าผู้กระทำความผิดยังสามารถรู้ผิดชอบอยู่บ้าง หรือยังสามารถบังคับตนเองได้บ้าง ผู้นั้นต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้น แต่ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14449,"parent":14441,"text":"มาตรา 66","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":7},
{"key":"14449_p1_t1","parent":14449,"text":"ความมึนเมาเพราะเสพสุราหรือสิ่งเมาอย่างอื่นจะยกขึ้นเป็นข้อแก้ตัวตามมาตรา 65 ไม่ได้ เว้นแต่ความมึนเมานั้นจะได้เกิดโดยผู้เสพไม่รู้ว่าสิ่งนั้นจะทำให้มึนเมา หรือได้เสพโดยถูกขืนใจให้เสพ และได้กระทำความผิดในขณะไม่สามารถรู้ผิดชอบ หรือไม่สามารถบังคับตนเองได้ ผู้กระทำความผิดจึงจะได้รับยกเว้นโทษสำหรับความผิดนั้นแต่ถ้าผู้นั้นยังสามารถรู้ผิดชอบอยู่บ้าง หรือยังสามารถบังคับตนเองได้บ้างศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14450,"parent":14441,"text":"มาตรา 67","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":8},
{"key":"14450_p1","parent":14450,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14450_p1_t1","parent":"14450_p1","text":"ผู้ใดกระทำความผิดด้วยความจำเป็น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14450_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14450_p1_t1","text":"(1) เพราะอยู่ในที่บังคับ หรือภายใต้อำนาจซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนได้ หรือ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14450_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14450_p1_t1","text":"(2) เพราะเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นพ้นจากภยันตรายที่ใกล้จะถึงและไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้พ้นโดยวิธีอื่นใดได้ เมื่อภยันตรายนั้นตนมิได้ก่อให้เกิดขึ้นเพราะความผิดของตน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14450_p2","parent":14450,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14450_p2_t1","parent":"14450_p2","text":"ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นการเกินสมควรแก่เหตุแล้ว ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14451,"parent":14441,"text":"มาตรา 68","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":9},
{"key":"14451_p1_t1","parent":14451,"text":"ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อ้ปองกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่นให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการ้ปองกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14452,"parent":14441,"text":"มาตรา 69","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":10},
{"key":"14452_p1_t1","parent":14452,"text":"ในกรณีที่บัญญัติไว้ในมาตรา 67 และมาตรา 68 นั้นถ้าผู้กระทำได้กระทำไปเกินสมควรแก่เหตุ หรือเกินกว่ากรณีแห่งความจำเป็นหรือเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อ้ปองกัน ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ แต่ถ้าการกระทำนั้น เกิดขึ้นจากความตื่นเต้น ความตกใจ หรือความกลัวศาลจะไม่ลงโทษผู้กระทำก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14453,"parent":14441,"text":"มาตรา 70","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":11},
{"key":"14453_p1_t1","parent":14453,"text":"ผู้ใดกระทำตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน แม้คำสั่งนั้นจะมิชอบด้วยกฎหมาย ถ้าผู้กระทำมีหน้าที่หรือเชื่อโดยสุจริตว่ามีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ เว้นแต่จะรู้ว่าคำสั่งนั้นเป็นคำสั่งซึ่งมิชอบด้วยกฎหมาย","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14454,"parent":14441,"text":"มาตรา 71","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":12},
{"key":"14454_p1","parent":14454,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14454_p1_t1","parent":"14454_p1","text":"ความผิดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 334 ถึงมาตรา 336 วรรคแรก และมาตรา 341 ถึงมาตรา 364 นั้น ถ้าเป็นการกระทำที่สามีกระทำต่อภริยา หรือภริยากระทำต่อสามี ผู้กระทำไม่ต้องรับโทษ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14454_p2","parent":14454,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14454_p2_t1","parent":"14454_p2","text":"ความผิดดังระบุมานี้ ถ้าเป็นการกระทำที่ผู้บุพการีกระทำต่อผู้สืบสันดาน ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี หรือพี่หรือน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกระทำต่อกัน แม้กฎหมายมิได้บัญญัติให้เป็นความผิดอันยอมความได้ ก็ให้เป็นความผิดอันยอมความได้ และนอกจากนั้นศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14455,"parent":14441,"text":"มาตรา 72","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":13},
{"key":"14455_p1_t1","parent":14455,"text":"ผู้ใดบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จึงกระทำความผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้น ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14456,"parent":14441,"text":"มาตรา 73","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":14},
{"key":"14456_p1","parent":14456,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14456_p1_t1","parent":"14456_p1","text":"เด็กอายุยังไม่เกินสิบปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14456_p2","parent":14456,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14456_p2_t1","parent":"14456_p2","text":"ให้พนักงานสอบสวนส่งตัวเด็กตามวรรคหนึ่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก เพื่อดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14457,"parent":14441,"text":"มาตรา 74","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":15},
{"key":"14457_p1","parent":14457,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14457_p1_t1","parent":"14457_p1","text":"เด็กอายุกว่าสิบปีแต่ยังไม่เกินสิบห้าปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ แต่ให้ศาลมีอำนาจที่จะดำเนินการดังต่อไปนี้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14457_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14457_p1_t1","text":"(1) ว่ากล่าวตักเตือนเด็กนั้นแล้วปล่อยตัวไป และถ้าศาลเห็นสมควรจะเรียกบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่มาตักเตือนด้วยก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14457_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14457_p1_t1","text":"(2) ถ้าศาลเห็นว่า บิดา มารดา หรือผู้ปกครองสามารถดูแลเด็กนั้นได้ ศาลจะมีคำสั่งให้มอบตัวเด็กนั้นให้แก่บิดา มารดา หรือผู้ปกครองไปโดยวางข้อกำหนดให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครองระวังเด็กนั้นไม่ ให้ก่อเหตุร้ายตลอดเวลาที่ศาลกำหนดซึ่งต้องไม่เกินสามปี และกำหนดจำนวนเงินตามที่เห็นสมควรซึ่งบิดา มารดา หรือผู้ปกครองจะต้องชำระต่อศาลไม่เกินครั้งละหนึ่งหมื่นบาท ในเมื่อเด็กนั้นก่อเหตุร้ายขึ้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14457_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14457_p1_t1","text":"ถ้าเด็กนั้นอาศัยอยู่กับบุคคลอื่นนอกจากบิดา มารดา หรือผู้ปกครองและศาลเห็นว่าไม่สมควรจะเรียกบิดา มารดา หรือผู้ปกครองมาวางข้อกำหนดดังกล่าวข้างต้น ศาลจะเรียกตัวบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่มาสอบถามว่า จะยอมรับข้อกำหนดทำนองที่บัญญัติไว้สำหรับบิดา มารดาหรือผู้ปกครองดังกล่าวมาข้างต้นหรือไม่ก็ได้ ถ้าบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่ยอมรับข้อกำหนดเช่นว่านั้น ก็ให้ศาลมีคำสั่งมอบตัวเด็กให้แก่บุคคลนั้นไปโดยวางข้อกำหนดดังกล่าว","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14457_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"14457_p1_t1","text":"(3) ในกรณีที่ศาลมอบตัวเด็กให้แก่บิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่ตาม (2) ศาลจะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติเด็กนั้นเช่นเดียวกับที่บัญญัติไว้ในมาตรา 56 ด้วยก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้ ให้ศาลแต่งตั้งพนักงานคุมประพฤติหรือพนักงานอื่นใดเพื่อคุมความประพฤติเด็กนั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"14457_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"14457_p1_t1","text":"(4) ถ้าเด็กนั้นไม่มีบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง หรือมีแต่ศาลเห็นว่าไม่สามารถดูแลเด็กนั้นได้ หรือถ้าเด็กอาศัยอยู่กับบุคคลอื่นนอกจากบิดามารดา หรือผู้ปกครอง และบุคคลนั้นไม่ยอมรับข้อกำหนดดังกล่าวใน (2)ศาลจะมีคำสั่งให้มอบตัวเด็กนั้นให้อยู่กับบุคคลหรือองค์การที่ศาลเห็นสมควรเพื่อดูแล อบรม และสั่งสอนตามระยะเวลาที่ศาลกำหนดก็ได้ในเมื่อบุคคลหรือองค์การนั้นยินยอม ในกรณีเช่นว่านี้ ให้บุคคลหรือองค์การนั้นมีอำนาจเช่นผู้ปกครองเฉพาะเพื่อดูแล อบรม และสั่งสอนรวมตลอดถึงการกำหนดที่อยู่และการจัดให้เด็กมีงานทำตามสมควร หรือให้ดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นก็ได้ หรือ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"14457_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"14457_p1_t1","text":"(5) ส่งตัวเด็กนั้นไปยังโรงเรียน หรือสถานฝึกและอบรม หรือสถานที่ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อฝึกและอบรมเด็ก ตลอดระยะเวลาที่ศาลกำหนดแต่อย่าให้เกินกว่าที่เด็กนั้นจะมีอายุครบสิบแปดปี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"14457_p2","parent":14457,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14457_p2_t1","parent":"14457_p2","text":"คำสั่งของศาลดังกล่าวใน (2) (3) (4) และ (5) นั้น ถ้าในขณะใดภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนดไว้ ความปรากฏแก่ศาลโดยศาลรู้เอง หรือตามคำเสนอของผู้มีส่วนได้เสีย พนักงานอัยการ หรือบุคคลหรือองค์การที่ศาลมอบตัวเด็กเพื่อดูแลอบรมและสั่งสอน หรือเจ้าพนักงานว่า พฤติการณ์เกี่ยวกับคำสั่งนั้นได้เปลี่ยนแปลงไป ก็ให้ศาลมีอำนาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งนั้น หรือมีคำสั่งใหม่ตามอำนาจในมาตรานี้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14458,"parent":14441,"text":"มาตรา 75","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":16},
{"key":"14458_p1_t1","parent":14458,"text":"ผู้ใดอายุกว่าสิบห้าปีแต่ต่ำกว่าสิบแปดปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด ให้ศาลพิจารณาถึงความรู้ผิดชอบและสิ่งอื่นทั้งปวงเกี่ยวกับผู้นั้น ในอันที่จะควรวินิจฉัยว่าสมควรพิพากษาลงโทษผู้นั้นหรือไม่ ถ้าศาลเห็นว่าไม่สมควรพิพากษาลงโทษ ก็ให้จัดการตามมาตรา 74 หรือถ้าศาลเห็นว่าสมควรพิพากษาลงโทษ ก็ให้ลดมาตราส่วนโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดลงกึ่งหนึ่ง","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14459,"parent":14441,"text":"มาตรา 76","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":17},
{"key":"14459_p1_t1","parent":14459,"text":"ผู้ใดอายุตั้งแต่สิบแปดปีแต่ยังไม่เกินยี่สิบปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด ถ้าศาลเห็นสมควรจะลดมาตราส่วนโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นลงหนึ่งในสามหรือกึ่งหนึ่งก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14460,"parent":14441,"text":"มาตรา 77","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":18},
{"key":"14460_p1","parent":14460,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14460_p1_t1","parent":"14460_p1","text":"ในกรณีที่ศาลวางข้อกำหนดให้บิดามารดา ผู้ปกครองหรือบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่ ระวังเด็กนั้นไม่ให้ก่อเหตุร้ายตามความในมาตรา 74 (2) ถ้าเด็กนั้นก่อเหตุร้ายขึ้นภายในเวลาในข้อกำหนด ศาลมีอำนาจบังคับบิดามารดา ผู้ปกครองหรือบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่ ให้ชำระเงินไม่เกินจำนวนในข้อกำหนดนั้น ภายในเวลาที่ศาลเห็นสมควร ถ้าบิดามารดา ผู้ปกครองหรือบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่ไม่ชำระเงิน ศาลจะสั่งให้ยึดทรัพย์สินของบิดามารดา ผู้ปกครองหรือบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่ เพื่อใช้เงินที่จะต้องชำระก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14460_p2","parent":14460,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14460_p2_t1","parent":"14460_p2","text":"ในกรณีที่ศาลได้บังคับให้บิดามารดา ผู้ปกครองหรือบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่ชำระเงินตามข้อกำหนดแล้วนั้น ถ้าศาลมิได้เปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งที่ได้วางข้อกำหนดนั้นเป็นอย่างอื่นตามความในมาตรา 74 วรรคท้ายก็ให้ข้อกำหนดนั้นคงใช้บังคับได้ต่อไปจนสิ้นเวลาที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดนั้น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14461,"parent":14441,"text":"มาตรา 78","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":19},
{"key":"14461_p1","parent":14461,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14461_p1_t1","parent":"14461_p1","text":"เมื่อปรากฏว่ามีเหตุบรรเทาโทษ ไม่ว่าจะได้มีการเพิ่มหรือการลดโทษตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ หรือกฎหมายอื่นแล้วหรือไม่ ถ้าศาลเห็นสมควรจะลดโทษไม่เกินกึ่งหนึ่งของโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดนั้นก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14461_p2","parent":14461,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14461_p2_t1","parent":"14461_p2","text":"เหตุบรรเทาโทษนั้นได้แก่ ผู้กระทำความผิดเป็นผู้โฉดเขลาเบาปัญญา ตกอยู่ในความทุกข์อย่างสาหัส มีคุณความดีมาแต่ก่อนรู้สึกความผิดและพยายามบรรเทาผลร้ายแห่งความผิดนั้น ลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงานหรือให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา หรือเหตุอื่นที่ศาลเห็นว่ามีลักษณะทำนองเดียวกัน","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14462,"parent":14441,"text":"มาตรา 79","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":20},
{"key":"14462_p1_t1","parent":14462,"text":"ในคดีที่มีโทษปรับสถานเดียว ถ้าผู้ที่ต้องหาว่ากระทำความผิดนาค่าปรับในอัตราอย่างสูงสำหรับความผิดนั้นมาชำระก่อนที่ศาลเริ่มต้นสืบพยาน ให้คดีนั้นเป็นอันระงับไป","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14463,"parent":14372,"text":"หมวด 5\n\nการพยายามกระทำความผิด","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":4},
{"key":14464,"parent":14463,"text":"มาตรา 80","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":0},
{"key":"14464_p1","parent":14464,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14464_p1_t1","parent":"14464_p1","text":"ผู้ใดลงมือกระทำความผิดแต่กระทำไปไม่ตลอดหรือกระทำไปตลอดแล้วแต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล ผู้นั้นพยายามกระทำความผิด","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14464_p2","parent":14464,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14464_p2_t1","parent":"14464_p2","text":"ผู้ใดพยายามกระทำความผิด ผู้นั้นต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14465,"parent":14463,"text":"มาตรา 81","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":1},
{"key":"14465_p1","parent":14465,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14465_p1_t1","parent":"14465_p1","text":"ผู้ใดกระทำการโดยมุ่งต่อผลซึ่งกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด แต่การกระทำนั้นไม่สามารถจะบรรลุผลได้อย่างแน่แท้ เพราะเหตุปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำหรือเหตุแห่งวัตถุที่มุ่งหมายกระทำต่อ ให้ถือว่าผู้นั้นพยายามกระทำความผิด แต่ให้ลงโทษไม่เกินกึ่งหนึ่งของโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14465_p2","parent":14465,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14465_p2_t1","parent":"14465_p2","text":"ถ้าการกระทำดังกล่าวในวรรคแรกได้กระทำไปโดยความเชื่ออย่างงมงาย ศาลจะไม่ลงโทษก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14466,"parent":14463,"text":"มาตรา 82","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":2},
{"key":"14466_p1_t1","parent":14466,"text":"ผู้ใดพยายามกระทำความผิด หากยับยั้งเสียเองไม่กระทำการให้ตลอด หรือกลับใจแก้ไขไม่ให้การกระทำนั้นบรรลุผล ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษสำหรับการพยายามกระทำความผิดนั้น แต่ถ้าการที่ได้กระทำไปแล้วต้องตามบทกฎหมายที่บัญญัติเป็นความผิด ผู้นั้นต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้น ๆ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14467,"parent":14372,"text":"หมวด 6\n\nตัวการและผู้สนับสนุน","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":5},
{"key":14468,"parent":14467,"text":"มาตรา 83","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":0},
{"key":"14468_p1_t1","parent":14468,"text":"ในกรณีความผิดใดเกิดขึ้นโดยการกระทำของบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไป ผู้ที่ได้ร่วมกระทำความผิดด้วยกันนั้นเป็นตัวการต้องระวางโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14469,"parent":14467,"text":"มาตรา 84","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":1},
{"key":"14469_p1","parent":14469,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14469_p1_t1","parent":"14469_p1","text":"ผู้ใดก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดไม่ว่าด้วยการใช้ บังคับขู่เข็ญ จ้าง วาน หรือยุยงส่งเสริม หรือด้วยวิธีอื่นใด ผู้นั้นเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิด","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14469_p2","parent":14469,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14469_p2_t1","parent":"14469_p2","text":"ถ้าความผิดมิได้กระทำลงไม่ว่าจะเป็นเพราะผู้ถูกใช้ไม่ยอมกระทำยังไม่ได้กระทำ หรือเหตุอื่นใด ผู้ใช้ต้องระวางโทษเพียงหนึ่งในสามของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14469_p3","parent":14469,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14469_p3_t1","parent":"14469_p3","text":"ถ้าผู้ถูกใช้ได้กระทำความผิดนั้น ผู้ใช้ต้องรับโทษเสมือนเป็นตัวการและถ้าผู้ถูกใช้เป็นบุคคลอายุไม่เกินสิบแปดปี ผู้พิการ ผู้ทุพพลภาพ ลูกจ้างหรือผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของผู้ใช้ ผู้ที่มีฐานะยากจน หรือผู้ต้องพึ่งพาผู้ใช้เพราะเหตุป่วยเจ็บหรือไม่ว่าทางใด ให้เพิ่มโทษที่จะลงแก่ผู้ใช้กึ่งหนึ่งของโทษที่ศาลกำหนดสำหรับผู้นั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14470,"parent":14467,"text":"มาตรา 85","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":2},
{"key":"14470_p1","parent":14470,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14470_p1_t1","parent":"14470_p1","text":"ผู้ใดโฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด และความผิดนั้นมีกำหนดโทษไม่ต่ำกว่าหกเดือน ผู้นั้นต้องระวาง\nโทษกึ่งหนึ่งของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14470_p2","parent":14470,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14470_p2_t1","parent":"14470_p2","text":"ถ้าได้มีการกระทำความผิดเพราะเหตุที่ได้มีการโฆษณาหรือประกาศตามความในวรรคแรก ผู้โฆษณาหรือประกาศต้องรับโทษเสมือนเป็นตัวการ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14471,"parent":14467,"text":"มาตรา 85/1","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":3},
{"key":"14471_p1_t1","parent":14471,"text":"มาตรา 85/1 ถ้าผู้ถูกใช้ตามมาตรา 84 หรือผู้กระทำตามคำโฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิดตามมาตรา 85ได้ให้ข้อมูลสำคัญอันเป็นการเปิดเผยถึงการกระทำความผิดของผู้ใช้ให้กระทำความผิดหรือผู้โฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการดำเนินคดีแก่บุคคลดังกล่าวศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14472,"parent":14467,"text":"มาตรา 86","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":4},
{"key":"14472_p1_t1","parent":14472,"text":"ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่ ผู้อื่นกระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิด แม้ผู้กระทำความผิดจะมิได้รู้ถึงการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกนั้นก็ตาม ผู้นั้นเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดที่สนับสนุนนั้น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14473,"parent":14467,"text":"มาตรา 87","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":5},
{"key":"14473_p1","parent":14473,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14473_p1_t1","parent":"14473_p1","text":"ในกรณีที่มีการกระทำความผิดเพราะมีผู้ใช้ให้กระทำตามมาตรา 84 เพราะมีผู้โฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิดตามมาตรา 85 หรือโดยมีผู้สนับสนุนตามมาตรา 86 ถ้าความผิดที่เกิดขึ้นนั้น ผู้กระทำได้กระทำไปเกินขอบเขตที่ใช้หรือที่โฆษณาหรือประกาศ หรือเกินไปจากเจตนาของผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำความผิดผู้โฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิด แล้วแต่กรณี ต้องรับผิดทางอาญาเพียงสำหรับความผิดเท่าที่อยู่ในขอบเขตที่ใช้หรือที่โฆษณาหรือประกาศ หรืออยู่ในขอบเขตแห่งเจตนาของผู้สนับสนุนการกระทำความผิดเท่านั้น แต่ถ้าโดยพฤติการณ์อาจเล็งเห็นได้ว่า อาจเกิดการกระทำความผิดเช่นที่เกิดขึ้นนั้นได้จากการใช้ การโฆษณาหรือประกาศ หรือการสนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำความผิด ผู้โฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิด แล้วแต่กรณี ต้องรับผิดทางอาญาตามความผิดที่เกิดขึ้นนั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14473_p2","parent":14473,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14473_p2_t1","parent":"14473_p2","text":"ในกรณีที่ผู้ถูกใช้ ผู้กระทำตามคำโฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด หรือตัวการในความผิด จะต้องรับผิดทางอาญามีกำหนดโทษสูงขึ้นเพราะอาศัยผลที่เกิดจากการกระทำความผิด ผู้ใช้ให้กระทำความผิด ผู้โฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิดหรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิด แล้วแต่กรณี ต้องรับผิดทางอาญาตามความผิดที่มีกำหนดโทษสูงขึ้นนั้นด้วย แต่ถ้าโดยลักษณะของความผิดผู้กระทำจะต้องรับผิดทางอาญามีกำหนดโทษสูงขึ้นเฉพาะเมื่อผู้กระทำต้องรู้หรืออาจเล็งเห็นได้ว่าจะเกิดผลเช่นนั้นขึ้น ผู้ใช้ให้กระทำความผิดผู้โฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิด จะต้องรับผิดทางอาญาตามความผิดที่มีกำหนดโทษสูงขึ้นก็เฉพาะเมื่อตนได้รู้หรืออาจเล็งเห็นได้ว่าจะเกิดผลเช่นที่เกิดขึ้นนั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14474,"parent":14467,"text":"มาตรา 88","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":6},
{"key":"14474_p1_t1","parent":14474,"text":"ถ้าความผิดที่ได้ใช้ ที่ได้โฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำ หรือที่ได้สนับสนุนให้กระทำ ได้กระทำถึงขั้นลงมือกระทำความผิด แต่เนื่องจากการเข้าขัดขวางของผู้ใช้ ผู้โฆษณาหรือประกาศ หรือผู้สนับสนุน ผู้กระทำได้กระทำไปไม่ตลอด หรือกระทำไปตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล ผู้ใช้หรือผู้โฆษณาหรือประกาศคงรับผิดเพียงที่บัญญัติไว้ในมาตรา 84 วรรคสอง หรือมาตรา 85 วรรคแรก แล้วแต่กรณี ส่วนผู้สนับสนุนนั้นไม่ต้องรับโทษ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14475,"parent":14467,"text":"มาตรา 89","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":7},
{"key":"14475_p1_t1","parent":14475,"text":"ถ้ามีเหตุส่วนตัวอันควรยกเว้นโทษ ลดโทษหรือเพิ่มโทษแก่ผู้กระทำความผิดคนใด จะนำเหตุนั้นไปใช้แก่ผู้กระทำความผิดคนอื่นในการกระทำความผิดนั้นด้วยไม่ได้ แต่ถ้าเหตุอันควรยกเว้นโทษลดโทษหรือเพิ่มโทษเป็นเหตุในลักษณะคดี จึงให้ใช้แก่ผู้กระทำความผิดในการกระทำความผิดนั้นด้วยกันทุกคน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14476,"parent":14372,"text":"หมวด 7\n\nการกระทำความผิดหลายบทหรือหลายกระทง","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":6},
{"key":14477,"parent":14476,"text":"มาตรา 90","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":0},
{"key":"14477_p1_t1","parent":14477,"text":"เมื่อการกระทำใดอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่ผู้กระทำความผิด","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14478,"parent":14476,"text":"มาตรา 91","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":1},
{"key":"14478_p1_t1","parent":14478,"text":"เมื่อปรากฏว่าผู้ใดได้กระทำการอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ศาลลงโทษผู้นั้นทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปแต่ไม่ว่าจะมีการเพิ่มโทษ ลดโทษ หรือลดมาตราส่วนโทษด้วยหรือไม่ก็ตามเมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว โทษจำคุกทั้งสิ้นต้องไม่เกินกำหนดดังต่อไปนี้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14478_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14478_p1_t1","text":"(1) สิบปี สำหรับกรณีความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกินสามปี","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14478_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14478_p1_t1","text":"(2) ยี่สิบปี สำหรับกรณีความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปีแต่ไม่เกินสิบปี","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14478_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14478_p1_t1","text":"(3) ห้าสิบปี สำหรับกรณีความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสิบปีขึ้นไป เว้นแต่กรณีที่ศาลลงโทษจำคุกตลอดชีวิต","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":14479,"parent":14372,"text":"หมวด 8\n\nการกระทำความผิดอีก","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":7},
{"key":14480,"parent":14479,"text":"มาตรา 92","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":0},
{"key":"14480_p1_t1","parent":14480,"text":"ผู้ใดต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก ถ้าและได้กระทำความผิดใด ๆ อีกในระหว่างที่ยังจะต้องรับโทษอยู่ก็ดี ภายในเวลาห้าปีนับแต่วันพ้นโทษก็ดี หากศาลจะพิพากษาลงโทษครั้งหลังถึงจำคุกก็ให้เพิ่มโทษที่จะลงแก่ผู้นั้นหนึ่งในสามของโทษที่ศาลกำหนดสำหรับความผิดครั้งหลัง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14481,"parent":14479,"text":"มาตรา 93","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":1},
{"key":"14481_p1_t1","parent":14481,"text":"ผู้ใดต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก ถ้าและได้กระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดที่จำแนกไว้ในอนุมาตราต่อไปนี้ซ้ำในอนุมาตราเดียวกันอีกในระหว่างที่ยังจะต้องรับโทษอยู่ก็ดี ภายในเวลาสามปีนับแต่วันพ้นโทษก็ดี ถ้าความผิดครั้งแรกเป็นความผิดซึ่งศาลพิพากษาลงโทษจำคุกไม่น้อยกว่าหกเดือน หากศาลจะพิพากษาลงโทษครั้งหลังถึงจำคุก ก็ให้เพิ่มโทษที่จะลงแก่ผู้นั้นกึ่งหนึ่งของโทษที่ศาลกำหนดสำหรับความผิดครั้งหลัง","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14481_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14481_p1_t1","text":"(1) ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 107 ถึงมาตรา 135","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14481_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14481_p1_t1","text":"(2) ความผิดต่อเจ้าพนักงาน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 136 ถึงมาตรา 146","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14481_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14481_p1_t1","text":"(3) ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา147 ถึงมาตรา 166","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14481_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"14481_p1_t1","text":"(4) ความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 167 ถึงมาตรา 192 และมาตรา 194","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"14481_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"14481_p1_t1","text":"(5) ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 200 ถึงมาตรา 204","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"14481_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"14481_p1_t1","text":"(6) ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 209 ถึงมาตรา 216","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"14481_p1_t1_ext_ul_2_li7","parent":"14481_p1_t1","text":"(7) ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 217 ถึงมาตรา 224 มาตรา 226 ถึงมาตรา 234และมาตรา 236 ถึงมาตรา 238","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":6},
{"key":"14481_p1_t1_ext_ul_2_li8","parent":"14481_p1_t1","text":"(8) ความผิดเกี่ยวกับเงินตรา ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 240 ถึงมาตรา 249 ความผิดเกี่ยวกับดวงตราแสตม์ปและตั๋ว ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 250 ถึงมาตรา 261 และความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 264 ถึงมาตรา 269","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":7},
{"key":"14481_p1_t1_ext_ul_2_li9","parent":"14481_p1_t1","text":"(9) ความผิดเกี่ยวกับการค้า ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 270 ถึงมาตรา 275","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":8},
{"key":"14481_p1_t1_ext_ul_2_li10","parent":"14481_p1_t1","text":"(10)ความผิดเกี่ยวกับเพศ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 276 ถึงมาตรา 285","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":9},
{"key":"14481_p1_t1_ext_ul_2_li11","parent":"14481_p1_t1","text":"(11)ความผิดต่อชีวิต ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 288 ถึงมาตรา290 และมาตรา 294 ความผิดต่อร่างกาย ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา295 ถึงมาตรา 299 ความผิดฐานทำให้แท้งลูก ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 301 ถึงมาตรา 303 และความผิดฐานทอดทิ้งเด็ก คนป่วยเจ็บหรือคนชรา ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 306 ถึงมาตรา 308","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":10},
{"key":"14481_p1_t1_ext_ul_2_li12","parent":"14481_p1_t1","text":"(12)ความผิดต่อเสรีภาพ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 309 มาตรา 310 และมาตรา 312 ถึงมาตรา 320","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":11},
{"key":"14481_p1_t1_ext_ul_2_li13","parent":"14481_p1_t1","text":"(13)ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 334 ถึงมาตรา 365","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":12},
{"key":14482,"parent":14479,"text":"มาตรา 94","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":2},
{"key":"14482_p1_t1","parent":14482,"text":"ความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษและความผิดซึ่งผู้กระทำได้กระทำในขณะที่มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีนั้นไม่ว่าจะได้กระทำในครั้งก่อนหรือครั้งหลัง ไม่ถือว่าเป็นความผิดเพื่อการเพิ่มโทษตามความในหมวดนี้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14483,"parent":14372,"text":"หมวด 9\n\nอายุความ","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":8},
{"key":14484,"parent":14483,"text":"มาตรา 95","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":0},
{"key":"14484_p1","parent":14484,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14484_p1_t1","parent":"14484_p1","text":"ในคดีอาญา ถ้ามิได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลภายในกำหนดดังต่อไปนี้ นับแต่วันกระทำความผิด เป็นอันขาดอายุความ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14484_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14484_p1_t1","text":"(1) ยี่สิบปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกยี่สิบปี","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14484_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14484_p1_t1","text":"(2) สิบห้าปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่าเจ็ดปีแต่ยังไม่ถึงยี่สิบปี","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14484_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14484_p1_t1","text":"(3) สิบปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่าหนึ่งปีถึงเจ็ดปี","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14484_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"14484_p1_t1","text":"(4) ห้าปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่าหนึ่งเดือนถึงหนึ่งปี","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"14484_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"14484_p1_t1","text":"(5) หนึ่งปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งเดือนลงมา หรือต้องระวางโทษอย่างอื่น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"14484_p2","parent":14484,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14484_p2_t1","parent":"14484_p2","text":"ถ้าได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลแล้ว ผู้กระทำความผิดหลบหนีหรือวิกลจริต และศาลสั่งงดการพิจารณาไว้จนเกินกำหนดดังกล่าวแล้วนับแต่วันที่หลบหนีหรือวันที่ศาลสั่งงดการพิจารณา ก็ให้ถือว่าเป็นอันขาดอายุความเช่นเดียวกัน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14485,"parent":14483,"text":"มาตรา 96","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":1},
{"key":"14485_p1_t1","parent":14485,"text":"ภายใต้บังคับมาตรา 95 ในกรณีความผิดอันยอมความได้ ถ้าผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด เป็นอันขาดอายุความ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14486,"parent":14483,"text":"มาตรา 97","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":2},
{"key":"14486_p1_t1","parent":14486,"text":"ในการฟ้องขอให้กักกัน ถ้าจะฟ้องภายหลังการฟ้องคดีอันเป็นมูลให้เกิดอำนาจฟ้องขอให้กักกัน ต้องฟ้องภายในกำหนดหกเดือนนับแต่วันที่ฟ้องคดีนั้น มิฉะนั้นเป็นอันขาดอายุความ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14487,"parent":14483,"text":"มาตรา 98","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":3},
{"key":"14487_p1_t1","parent":14487,"text":"เมื่อได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษผู้ใด ผู้นั้นยังมิได้รับโทษก็ดี ได้รับโทษแต่ยังไม่ครบถ้วนโดยหลบหนีก็ดี ถ้ายังมิได้ตัวผู้นั้นมาเพื่อรับโทษนับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด หรือนับแต่วันที่ผู้กระทำความผิดหลบหนี แล้วแต่กรณี เกินกำหนดเวลาดังต่อไปนี้เป็นอันล่วงเลยการลงโทษ จะลงโทษผู้นั้นมิได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14487_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14487_p1_t1","text":"(1) ยี่สิบปี สำหรับโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกยี่สิบปี","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14487_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14487_p1_t1","text":"(2) สิบห้าปี สำหรับโทษจำคุกกว่าเจ็ดปีแต่ยังไม่ถึงยี่สิบปี","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14487_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14487_p1_t1","text":"(3) สิบปี สำหรับโทษจำคุกกว่าหนึ่งปีถึงเจ็ดปี","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14487_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"14487_p1_t1","text":"(4) ห้าปี สำหรับโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีลงมาหรือโทษอย่างอื่น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":14488,"parent":14483,"text":"มาตรา 99","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":4},
{"key":"14488_p1","parent":14488,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14488_p1_t1","parent":"14488_p1","text":"การยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินเพื่อใช้ค่าปรับ หรือการกักขังแทนค่าปรับ ถ้ามิได้ทำภายในกำหนดห้าปีนับแต่วันที่ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุด จะยึดทรัพย์สิน อายัดสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สิน หรือกักขังไม่ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14488_p2","parent":14488,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14488_p2_t1","parent":"14488_p2","text":"ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับในกรณีการกักขังแทนค่าปรับซึ่งทำต่อเนื่องกับการลงโทษจำคุก","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14489,"parent":14483,"text":"มาตรา 100","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":5},
{"key":"14489_p1_t1","parent":14489,"text":"เมื่อได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้กักกันผู้ใด ถ้าผู้นั้นยังมิได้รับการกักกันก็ดี ได้รับการกักกันแต่ยังไม่ครบถ้วนโดยหลบหนีก็ดีถ้าพ้นกำหนดสามปีนับแต่วันที่พ้นโทษโดยได้รับโทษตามคำพิพากษาแล้วหรือโดยล่วงเลยการลงโทษ หรือนับแต่วันที่ผู้นั้นหลบหนีระหว่างเวลาที่ต้องกักกัน เป็นอันล่วงเลยการกักกัน จะกักกันผู้นั้นไม่ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14490,"parent":14483,"text":"มาตรา 101","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":6},
{"key":"14490_p1_t1","parent":14490,"text":"การบังคับตามคำสั่งของศาลตามความในมาตรา 46หรือการร้องขอให้ศาลสั่งให้ใช้เงินเมื่อผู้ทำทัณฑ์บนประพฤติผิดทัณฑ์บนตามความในมาตรา 47 นั้น ถ้ามิได้บังคับหรือร้องขอภายในกำหนดสองปีนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งหรือนับแต่วันที่ผู้ทำทัณฑ์บนประพฤติผิดทัณฑ์บนจะบังคับหรือร้องขอมิได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14491,"parent":14371,"text":"ลักษณะ 2\n\nบทบัญญัติที่ใช้แก่ความผิดลหุโทษ","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":1},
{"key":14492,"parent":14491,"text":"มาตรา 102","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":0},
{"key":"14492_p1_t1","parent":14492,"text":"ความผิดลหุโทษ คือ ความผิดซึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14493,"parent":14491,"text":"มาตรา 103","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":1},
{"key":"14493_p1_t1","parent":14493,"text":"บทบัญญัติในลักษณะ 1 ให้ใช้ในกรณีแห่งความผิดลหุโทษด้วย เว้นแต่ที่บัญญัติไว้ในสามมาตราต่อไปนี้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14494,"parent":14491,"text":"มาตรา 104","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":2},
{"key":"14494_p1_t1","parent":14494,"text":"การกระทำความผิดลหุโทษตามประมวลกฎหมายนี้แม้กระทำโดยไม่มีเจตนาก็เป็นความผิด เว้นแต่ตามบทบัญญัติความผิดนั้นจะมีความบัญญัติให้เห็นเป็นอย่างอื่น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14495,"parent":14491,"text":"มาตรา 105","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":3},
{"key":"14495_p1_t1","parent":14495,"text":"ผู้ใดพยายามกระทำความผิดลหุโทษ ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14496,"parent":14491,"text":"มาตรา 106","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":4},
{"key":"14496_p1_t1","parent":14496,"text":"ผู้สนับสนุนในความผิดลหุโทษไม่ต้องรับโทษ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14497,"parent":14370,"text":"ภาค 2\n\nความผิด","expanded":false,"brush":"darkseagreen","dir":"right","order":0},
{"key":14498,"parent":14497,"text":"ลักษณะ 1\n\nความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร","expanded":false,"brush":"plum","dir":"right","order":0},
{"key":14499,"parent":14498,"text":"หมวด 1\n\nความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":0},
{"key":14500,"parent":14499,"text":"มาตรา 107","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":0},
{"key":"14500_p1","parent":14500,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14500_p1_t1","parent":"14500_p1","text":"ผู้ใดปลงพระชนม์พระมหากษัตริย์ ต้องระวางโทษประหารชีวิต","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14500_p2","parent":14500,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14500_p2_t1","parent":"14500_p2","text":"ผู้ใดพยายามกระทำการเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14500_p3","parent":14500,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14500_p3_t1","parent":"14500_p3","text":"ผู้ใดกระทำการใดอันเป็นการตระเตรียมเพื่อปลงพระชนม์พระมหากษัตริย์ หรือรู้ว่ามีผู้จะปลงพระชนม์พระมหากษัตริย์ กระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้ ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14501,"parent":14499,"text":"มาตรา 108","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":1},
{"key":"14501_p1","parent":14501,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14501_p1_t1","parent":"14501_p1","text":"ผู้ใดกระทำการประทุษร้ายต่อพระองค์หรือเสรีภาพของพระมหากษัตริย์ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14501_p2","parent":14501,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14501_p2_t1","parent":"14501_p2","text":"ผู้ใดพยายามกระทำการเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14501_p3","parent":14501,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14501_p3_t1","parent":"14501_p3","text":"ถ้าการกระทำนั้นมีลักษณะอันน่าจะเป็นอันตรายแก่พระชนม์ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14501_p4","parent":14501,"text":"วรรค 4","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14501_p4_t1","parent":"14501_p4","text":"ผู้ใดกระทำการใดอันเป็นการตระเตรียมเพื่อประทุษร้ายต่อพระองค์หรือเสรีภาพของพระมหากษัตริย์ หรือรู้ว่ามีผู้จะกระทำการประทุษร้ายต่อพระองค์หรือเสรีภาพของพระมหากษัตริย์ กระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบหกปีถึงยี่สิบปี","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14502,"parent":14499,"text":"มาตรา 109","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":2},
{"key":"14502_p1","parent":14502,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14502_p1_t1","parent":"14502_p1","text":"ผู้ใดปลงพระชนม์พระราชินีหรือรัชทายาท หรือฆ่าผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษประหารชีวิต","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14502_p2","parent":14502,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14502_p2_t1","parent":"14502_p2","text":"ผู้ใดพยายามกระทำการเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14502_p3","parent":14502,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14502_p3_t1","parent":"14502_p3","text":"ผู้ใดกระทำการใดอันเป็นการตระเตรียมเพื่อปลงพระชนม์พระราชินีหรือรัชทายาท หรือเพื่อฆ่าผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือรู้ว่ามีผู้จะปลงพระชนม์พระราชินีหรือรัชทายาท หรือจะฆ่าผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์กระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบสองปีถึงยี่สิบปี","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14503,"parent":14499,"text":"มาตรา 110","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":3},
{"key":"14503_p1","parent":14503,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14503_p1_t1","parent":"14503_p1","text":"ผู้ใดกระทำการประทุษร้ายต่อพระองค์หรือเสรีภาพของพระราชินีหรือรัชทายาท หรือต่อร่างกายหรือเสรีภาพของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบหกปีถึงยี่สิบปี","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14503_p2","parent":14503,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14503_p2_t1","parent":"14503_p2","text":"ผู้ใดพยายามกระทำการเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14503_p3","parent":14503,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14503_p3_t1","parent":"14503_p3","text":"ถ้าการกระทำนั้นมีลักษณะอันน่าจะเป็นอันตรายแก่พระชนม์หรือชีวิต ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14503_p4","parent":14503,"text":"วรรค 4","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14503_p4_t1","parent":"14503_p4","text":"ผู้ใดกระทำการใดอันเป็นการตระเตรียมเพื่อประทุษร้ายต่อพระองค์หรือเสรีภาพของพระราชินีหรือรัชทายาท หรือต่อร่างกายหรือเสรีภาพของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือรู้ว่ามีผู้จะประทุษร้ายต่อพระองค์หรือเสรีภาพของพระราชินีหรือรัชทายาท หรือประทุษร้ายต่อร่างกายหรือเสรีภาพของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ กระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบสองปีถึงยี่สิบปี","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14504,"parent":14499,"text":"มาตรา 111","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":4},
{"key":"14504_p1_t1","parent":14504,"text":"ผู้ใดเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดตามมาตรา 107 ถึงมาตรา 110 ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการในความผิดนั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14505,"parent":14499,"text":"มาตรา 112","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":5},
{"key":"14505_p1_t1","parent":14505,"text":"ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14506,"parent":14498,"text":"หมวด 2\n\nความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ\n\nภายในราชอาณาจักร","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":1},
{"key":14507,"parent":14506,"text":"มาตรา 113","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":0},
{"key":"14507_p1","parent":14507,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14507_p1_t1","parent":"14507_p1","text":"ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14507_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14507_p1_t1","text":"(1) ล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14507_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14507_p1_t1","text":"(2) ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ หรือให้ใช้อำนาจดังกล่าวแล้วไม่ได้ หรือ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14507_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14507_p1_t1","text":"(3) แบ่งแยกราชอาณาจักรหรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักร","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14507_p2","parent":14507,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14507_p2_t1","parent":"14507_p2","text":"ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14508,"parent":14506,"text":"มาตรา 114","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":1},
{"key":"14508_p1_t1","parent":14508,"text":"ผู้ใดสะสมกำลังพลหรืออาวุธ ตระเตรียมการอื่นใดหรือสมคบกัน เพื่อเป็นกบฏ หรือกระทำความผิดใด ๆ อันเป็นส่วนของแผนการ เพื่อเป็นกบฏ หรือยุยงราษฎรให้เป็นกบฏ หรือรู้ว่ามีผู้จะเป็นกบฏแล้วกระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14509,"parent":14506,"text":"มาตรา 115","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":2},
{"key":"14509_p1","parent":14509,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14509_p1_t1","parent":"14509_p1","text":"ผู้ใดยุยงทหารหรือตำรวจให้หนีราชการ ให้ละเลยไม่กระทำการตามหน้าที่ หรือให้ก่อการกาเริบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14509_p2","parent":14509,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14509_p2_t1","parent":"14509_p2","text":"ถ้าความผิดนั้นได้กระทำลงโดยมุ่งหมายจะบ่อนให้วินัยและสมรรถภาพของกรมกองทหารหรือตำรวจเสื่อมทรามลง ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14510,"parent":14506,"text":"มาตรา 116","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":3},
{"key":"14510_p1_t1","parent":14510,"text":"ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญหรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14510_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14510_p1_t1","text":"(1) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาลโดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14510_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14510_p1_t1","text":"(2) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14510_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14510_p1_t1","text":"(3) เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":14511,"parent":14506,"text":"มาตรา 117","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":4},
{"key":"14511_p1","parent":14511,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14511_p1_t1","parent":"14511_p1","text":"ผู้ใดยุยงหรือจัดให้เกิดการร่วมกันหยุดงานการร่วมกันปิดงานงดจ้าง หรือการร่วมกันไม่ยอมค้าขายหรือติดต่อทางธุรกิจกับบุคคลใด ๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินเพื่อบังคับรัฐบาล หรือเพื่อข่มขู่ประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14511_p2","parent":14511,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14511_p2_t1","parent":"14511_p2","text":"ผู้ใดทราบความมุ่งหมายดังกล่าวและเข้ามีส่วนหรือเข้าช่วยในการร่วมกันหยุดงาน การร่วมกันปิดงานงดจ้าง หรือการร่วมกันไม่ยอมค้าขายหรือติดต่อทางธุรกิจกับบุคคลใด ๆ นั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14511_p3","parent":14511,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14511_p3_t1","parent":"14511_p3","text":"ผู้ใดทราบความมุ่งหมายดังกล่าว และใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือทำให้หวาดกลัวด้วยประการใด ๆ เพื่อให้บุคคลเข้ามีส่วนหรือเข้าช่วยในการร่วมกันหยุดงาน การร่วมกันปิดงานงดจ้างหรือการร่วมกันไม่ยอมค้าขายหรือติดต่อทางธุรกิจกับบุคคลใด ๆ นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14512,"parent":14506,"text":"มาตรา 118","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":5},
{"key":"14512_p1_t1","parent":14512,"text":"ผู้ใดกระทำการใด ๆ ต่อธงหรือเครื่องหมายอื่นใดอันมีความหมายถึงรัฐ เพื่อเหยียดหยามประเทศชาติ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14513,"parent":14498,"text":"หมวด 3\n\nความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ\n\nภายนอกราชอาณาจักร","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":2},
{"key":14514,"parent":14513,"text":"มาตรา 119","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":0},
{"key":"14514_p1_t1","parent":14514,"text":"ผู้ใดกระทำการใด ๆ เพื่อให้ราชอาณาจักรหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของราชอาณาจักรตกไปอยู่ใต้อำนาจอธิปไตยของรัฐต่างประเทศ หรือเพื่อให้เอกราชของรัฐเสื่อมเสียไป ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14515,"parent":14513,"text":"มาตรา 120","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":1},
{"key":"14515_p1_t1","parent":14515,"text":"ผู้ใดคบคิดกับบุคคลซึ่งกระทำการเพื่อประโยชน์ของรัฐต่างประเทศ ด้วยความประสงค์ที่จะก่อให้เกิดการดำเนินการรบต่อรัฐหรือในทางอื่นที่เป็นปรปักษ์ต่อรัฐ ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14516,"parent":14513,"text":"มาตรา 121","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":2},
{"key":"14516_p1_t1","parent":14516,"text":"คนไทยคนใดกระทำการรบต่อประเทศ หรือเข้าร่วมเป็นข้าศึกของประเทศ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14517,"parent":14513,"text":"มาตรา 122","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":3},
{"key":"14517_p1","parent":14517,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14517_p1_t1","parent":"14517_p1","text":"ผู้ใดกระทำการใด ๆ เพื่ออุปการะแก่การดำเนินการรบหรือการตระเตรียมการรบของข้าศึก ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14517_p2","parent":14517,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14517_p2_t1","parent":"14517_p2","text":"ถ้าการอุปการะนั้นเป็นการ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14517_p2_t1_ext_ul_4_li1","parent":"14517_p2_t1","text":"(1) ทำให้้ปอม ค่าย สนามบิน ยานรบ ยานพาหนะ ทางคมนาคมสิ่งที่ใช้ในการสื่อสาร ยุทธภัณฑ์ เสบียงอาหาร อู่เรือ อาคาร หรือสิ่งอื่นใดสำหรับใช้เพื่อการสงครามใช้การไม่ได้หรือตกไปอยู่ในเงื้อมมือของข้าศึก","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14517_p2_t1_ext_ul_4_li2","parent":"14517_p2_t1","text":"(2) ยุยงทหารให้ละเลยไม่กระทำการตามหน้าที่ ก่อการกาเริบหนีราชการหรือละเมิดวินัย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14517_p2_t1_ext_ul_4_li3","parent":"14517_p2_t1","text":"(3) กระทำจารกรรม นาหรือแนะทางให้ข้าศึก หรือ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14517_p2_t1_ext_ul_4_li4","parent":"14517_p2_t1","text":"(4) กระทำโดยประการอื่นใดให้ข้าศึกได้เปรียบในการรบ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14517_p3","parent":14517,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14517_p3_t1","parent":"14517_p3","text":"ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14518,"parent":14513,"text":"มาตรา 123","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":4},
{"key":"14518_p1_t1","parent":14518,"text":"ผู้ใดกระทำการใด ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อความ เอกสารหรือสิ่งใด ๆ อันปกปิดไว้เป็นความลับสำหรับความปลอดภัยของประเทศต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14519,"parent":14513,"text":"มาตรา 124","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":5},
{"key":"14519_p1","parent":14519,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14519_p1_t1","parent":"14519_p1","text":"ผู้ใดกระทำการใด ๆ เพื่อให้ผู้อื่นล่วงรู้หรือได้ไปซึ่งข้อความ เอกสารหรือสิ่งใด ๆ อันปกปิดไว้เป็นความลับสำหรับความปลอดภัยของประเทศ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14519_p2","parent":14519,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14519_p2_t1","parent":"14519_p2","text":"ถ้าความผิดนั้นได้กระทำในระหว่างประเทศอยู่ในการรบหรือการสงคราม ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14519_p3","parent":14519,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14519_p3_t1","parent":"14519_p3","text":"ถ้าความผิดดังกล่าวมาในสองวรรคก่อน ได้กระทำเพื่อให้รัฐต่างประเทศได้ประโยชน์ ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14520,"parent":14513,"text":"มาตรา 125","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":6},
{"key":"14520_p1_t1","parent":14520,"text":"ผู้ใดปลอม ทำเทียมขึ้น กักไว้ ซ่อนเร้น ปิดบัง ยักย้ายทำให้เสียหาย ทำลาย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารหรือแบบใด ๆ อันเกี่ยวกับส่วนได้เสียของรัฐในการระหว่างประเทศ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14521,"parent":14513,"text":"มาตรา 126","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":7},
{"key":"14521_p1_t1","parent":14521,"text":"ผู้ใดได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้กระทำกิจการของรัฐกับรัฐบาลต่างประเทศ ถ้าและโดยทุจริตไม่ปฏิบัติการตามที่ได้รับมอบหมาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14522,"parent":14513,"text":"มาตรา 127","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":8},
{"key":"14522_p1","parent":14522,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14522_p1_t1","parent":"14522_p1","text":"ผู้ใดกระทำการใด ๆ เพื่อให้เกิดเหตุร้ายแก่ประเทศจากภายนอก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14522_p2","parent":14522,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14522_p2_t1","parent":"14522_p2","text":"ถ้าเหตุร้ายเกิดขึ้น ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สองปีถึงยี่สิบปี","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14523,"parent":14513,"text":"มาตรา 128","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":9},
{"key":"14523_p1_t1","parent":14523,"text":"ผู้ใดตระเตรียมการ หรือพยายามกระทำความผิดใด ๆในหมวดนี้ ต้องระวางโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14524,"parent":14513,"text":"มาตรา 129","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":10},
{"key":"14524_p1_t1","parent":14524,"text":"ผู้ใดเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดใด ๆในหมวดนี้ ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการในความผิดนั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14525,"parent":14498,"text":"หมวด 4\n\nความผิดต่อสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":3},
{"key":14526,"parent":14525,"text":"มาตรา 130","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":0},
{"key":"14526_p1","parent":14526,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14526_p1_t1","parent":"14526_p1","text":"ผู้ใดทำร้ายร่างกายหรือประทุษร้ายต่อเสรีภาพของราชาธิบดี ราชินี ราชสามี รัชทายาท หรือประมุขแห่งรัฐต่างประเทศซึ่งมีสัมพันธไมตรี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบห้าปี","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14526_p2","parent":14526,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14526_p2_t1","parent":"14526_p2","text":"ผู้ใดพยายามกระทำการเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14527,"parent":14525,"text":"มาตรา 131","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":1},
{"key":"14527_p1","parent":14527,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14527_p1_t1","parent":"14527_p1","text":"ผู้ใดทำร้ายร่างกายหรือประทุษร้ายต่อเสรีภาพของผู้แทนรัฐต่างประเทศ ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้มาสู่พระราชสำนัก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14527_p2","parent":14527,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14527_p2_t1","parent":"14527_p2","text":"ผู้ใดพยายามกระทำการเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14528,"parent":14525,"text":"มาตรา 132","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":2},
{"key":"14528_p1_t1","parent":14528,"text":"ผู้ใดฆ่าหรือพยายามฆ่าบุคคลหนึ่งบุคคลใดดังระบุไว้ในมาตรา 130 หรือมาตรา 131 ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14529,"parent":14525,"text":"มาตรา 133","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":3},
{"key":"14529_p1_t1","parent":14529,"text":"ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายราชาธิบดี ราชินี ราชสามี รัชทายาท หรือประมุขแห่งรัฐต่างประเทศ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14530,"parent":14525,"text":"มาตรา 134","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":4},
{"key":"14530_p1_t1","parent":14530,"text":"ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายผู้แทนรัฐต่างประเทศ ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้มาสู่พระราชสำนักต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14531,"parent":14525,"text":"มาตรา 135","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":5},
{"key":"14531_p1_t1","parent":14531,"text":"ผู้ใดกระทำการใด ๆ ต่อธงหรือเครื่องหมายอื่นใดอันมีความหมายถึงรัฐต่างประเทศซึ่งมีสัมพันธไมตรี เพื่อเหยียดหยามรัฐนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14532,"parent":14497,"text":"ลักษณะ 1/1\n\nความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"right","order":1},
{"key":14533,"parent":14532,"text":"มาตรา 135/1","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":0},
{"key":"14533_p1","parent":14533,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14533_p1_t1","parent":"14533_p1","text":"มาตรา 135/1 ผู้ใดกระทำการอันเป็นความผิดอาญาดังต่อไปนี้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14533_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14533_p1_t1","text":"(1) ใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการใดอันก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต หรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อร่างกาย หรือเสรีภาพของบุคคลใด ๆ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14533_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14533_p1_t1","text":"(2) กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ระบบการขนส่งสาธารณะ ระบบโทรคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14533_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14533_p1_t1","text":"(3) กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของรัฐหนึ่งรัฐใด หรือของบุคคลใด หรือต่อสิ่งแวดล้อม อันก่อให้เกิดหรือน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างสำคัญ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14533_p2","parent":14533,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14533_p2_t1","parent":"14533_p2","text":"ถ้าการกระทำนั้นได้กระทำโดยมีความมุ่งหมายเพื่อขู่เข็ญหรือบังคับรัฐบาลไทย รัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ ให้กระทำหรือไม่กระทำการใดอันจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง หรือเพื่อสร้างความปั่นป่วนโดยให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน ผู้นั้นกระทำความผิดฐานก่อการร้าย ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สามปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงหนึ่งล้านบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14533_p3","parent":14533,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14533_p3_t1","parent":"14533_p3","text":"การกระทำในการเดินขบวน ชุมนุม ประท้วง โต้แย้ง หรือเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้รัฐช่วยเหลือหรือให้ได้รับความเป็นธรรมอันเป็นการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นการกระทำความผิดฐานก่อการร้าย","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14534,"parent":14532,"text":"มาตรา 135/2","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":1},
{"key":"14534_p1","parent":14534,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14534_p1_t1","parent":"14534_p1","text":"มาตรา 135/2 ผู้ใด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14534_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14534_p1_t1","text":"(1) ขู่เข็ญว่าจะกระทำการก่อการร้าย โดยมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่าบุคคลนั้นจะกระทำการตามที่ขู่เข็ญจริง หรือ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14534_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14534_p1_t1","text":"(2) สะสมกำลังพลหรืออาวุธ จัดหาหรือรวบรวมทรัพย์สินให้หรือรับการฝึกการก่อการร้าย ตระเตรียมการอื่นใดหรือสมคบกันเพื่อก่อการร้าย หรือกระทำความผิดใด ๆ อันเป็นส่วนของแผนการเพื่อก่อการร้าย หรือยุยงประชาชนให้เข้ามีส่วนในการก่อการร้าย หรือรู้ว่ามีผู้จะก่อการร้ายแล้วกระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14534_p2","parent":14534,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14534_p2_t1","parent":"14534_p2","text":"ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14535,"parent":14532,"text":"มาตรา 135/3","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":2},
{"key":"14535_p1_t1","parent":14535,"text":"มาตรา 135/3 ผู้ใดเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดตามมาตรา 135/1 หรือมาตรา 135/2 ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการในความผิดนั้น ๆ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14536,"parent":14532,"text":"มาตรา 135/4","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":3},
{"key":"14536_p1_t1","parent":14536,"text":"มาตรา 135/4 ผู้ใดเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งมีมติของหรือประกาศภายใต้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติกำหนดให้เป็นคณะบุคคลที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้ายและรัฐบาลไทยได้ประกาศให้ความรับรองมติหรือประกาศดังกล่าวด้วยแล้ว ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14537,"parent":14497,"text":"ลักษณะ 2\n\nความผิดเกี่ยวกับการปกครอง","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"right","order":2},
{"key":14538,"parent":14537,"text":"หมวด 1\n\nความผิดต่อเจ้าพนักงาน","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":0},
{"key":14539,"parent":14538,"text":"มาตรา 136","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":0},
{"key":"14539_p1_t1","parent":14539,"text":"ผู้ใดดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่หรือเพราะได้กระทำการตามหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14540,"parent":14538,"text":"มาตรา 137","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":1},
{"key":"14540_p1_t1","parent":14540,"text":"ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14541,"parent":14538,"text":"มาตรา 138","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":2},
{"key":"14541_p1","parent":14541,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14541_p1_t1","parent":"14541_p1","text":"ผู้ใดต่อสู้ หรือขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติการตามหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14541_p2","parent":14541,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14541_p2_t1","parent":"14541_p2","text":"ถ้าการต่อสู้หรือขัดขวางนั้น ได้กระทำโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14542,"parent":14538,"text":"มาตรา 139","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":3},
{"key":"14542_p1_t1","parent":14542,"text":"ผู้ใดข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่ หรือให้ละเว้นการปฏิบัติการตามหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสี่ปีหรือปรับไม่เกินแปดหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14543,"parent":14538,"text":"มาตรา 140","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":4},
{"key":"14543_p1","parent":14543,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14543_p1_t1","parent":"14543_p1","text":"ถ้าความผิดตามมาตรา 138 วรรคสอง หรือมาตรา 139 ได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14543_p2","parent":14543,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14543_p2_t1","parent":"14543_p2","text":"ถ้ากระทำโดยอ้างอำนาจอั้งยี่หรือซ่องโจร ไม่ว่าอั้งยี่หรือซ่องโจรนั้น\nจะมีอยู่หรือไม่ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14543_p3","parent":14543,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14543_p3_t1","parent":"14543_p3","text":"ถ้าความผิดตามมาตรานี้ได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด ผู้กระทำต้องระวางโทษหนักกว่าโทษที่กฎหมายบัญญัติไว้ในสองวรรคก่อนกึ่งหนึ่ง","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14544,"parent":14538,"text":"มาตรา 141","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":5},
{"key":"14544_p1_t1","parent":14544,"text":"ผู้ใดถอน ทำให้เสียหาย ทำลายหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งตราหรือเครื่องหมายอันเจ้าพนักงานได้ประทับหรือหมายไว้ที่สิ่งใด ๆในการปฏิบัติการตามหน้าที่ เพื่อเป็นหลักฐานในการยึด อายัดหรือรักษาสิ่งนั้น ๆ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14545,"parent":14538,"text":"มาตรา 142","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":6},
{"key":"14545_p1_t1","parent":14545,"text":"ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สินหรือเอกสารใด ๆ อันเจ้าพนักงานได้ยึด รักษาไว้ หรือสั่งให้ส่งเพื่อเป็นพยานหลักฐาน หรือเพื่อบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย ไม่ว่าเจ้าพนักงานจะรักษาทรัพย์หรือเอกสารนั้นไว้เอง หรือสั่งให้ผู้นั้นหรือผู้อื่นส่งหรือรักษาไว้ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14546,"parent":14538,"text":"มาตรา 143","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":7},
{"key":"14546_p1_t1","parent":14546,"text":"ผู้ใดเรียก รับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล โดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตน ให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14547,"parent":14538,"text":"มาตรา 144","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":8},
{"key":"14547_p1_t1","parent":14547,"text":"ผู้ใดให้ ขอให้หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัดหรือสมาชิกสภาเทศบาล เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการหรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14548,"parent":14538,"text":"มาตรา 145","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":9},
{"key":"14548_p1","parent":14548,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14548_p1_t1","parent":"14548_p1","text":"ผู้ใดแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน และกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน โดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14548_p2","parent":14548,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14548_p2_t1","parent":"14548_p2","text":"เจ้าพนักงานผู้ใดได้รับคำสั่งมิให้ปฏิบัติการตามตำแหน่งหน้าที่ต่อไปแล้วยังฝ่าฝืนกระทำการใด ๆ ในตำแหน่งหน้าที่นั้น ต้องระวางโทษตามที่กำหนดไว้ในวรรคแรกดุจกัน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14549,"parent":14538,"text":"มาตรา 146","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":10},
{"key":"14549_p1_t1","parent":14549,"text":"ผู้ใดไม่มีสิทธิที่จะสวมเครื่องแบบหรือประดับเครื่องหมายของเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล หรือไม่มีสิทธิใช้ยศ ตำแหน่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือสิ่งที่หมายถึงเครื่องราชอิสริยาภรณ์ กระทำการเช่นนั้นเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14550,"parent":14537,"text":"หมวด 2\n\nความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":1},
{"key":14551,"parent":14550,"text":"มาตรา 147","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":0},
{"key":"14551_p1_t1","parent":14551,"text":"ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริตหรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14552,"parent":14550,"text":"มาตรา 148","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":1},
{"key":"14552_p1_t1","parent":14552,"text":"ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปีหรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือประหารชีวิต","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14553,"parent":14550,"text":"มาตรา 149","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":2},
{"key":"14553_p1_t1","parent":14553,"text":"ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐสมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือประหารชีวิต","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14554,"parent":14550,"text":"มาตรา 150","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":3},
{"key":"14554_p1_t1","parent":14554,"text":"ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งโดยเห็นแก่ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ซึ่งตนได้เรียกรับ หรือยอมจะรับไว้ก่อนที่ตนได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งนั้นต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14555,"parent":14550,"text":"มาตรา 151","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":4},
{"key":"14555_p1_t1","parent":14555,"text":"ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐเทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14556,"parent":14550,"text":"มาตรา 152","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":5},
{"key":"14556_p1_t1","parent":14556,"text":"ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เนื่องด้วยกิจการนั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14557,"parent":14550,"text":"มาตรา 153","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":6},
{"key":"14557_p1_t1","parent":14557,"text":"ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จ่ายทรัพย์ จ่ายทรัพย์นั้นเกินกว่าที่ควรจ่ายเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14558,"parent":14550,"text":"มาตรา 154","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":7},
{"key":"14558_p1_t1","parent":14558,"text":"ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่หรือแสดงว่าตนมีหน้าที่เรียกเก็บหรือตรวจสอบภาษีอากร ค่าธรรมเนียมหรือเงินอื่นใด โดยทุจริตเรียกเก็บหรือละเว้นไม่เรียกเก็บภาษีอากร ค่าธรรมเนียมหรือเงินนั้น หรือกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด เพื่อให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียมนั้นมิต้องเสีย หรือเสียน้อยไปกว่าที่จะต้องเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14559,"parent":14550,"text":"มาตรา 155","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":8},
{"key":"14559_p1_t1","parent":14559,"text":"ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่กำหนดราคาทรัพย์สินหรือสินค้าใด ๆ เพื่อเรียกเก็บภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียมตามกฎหมายโดยทุจริตกำหนดราคาทรัพย์สินหรือสินค้านั้น เพื่อให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียมนั้นมิต้องเสียหรือเสียน้อยไปกว่าที่จะต้องเสียต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14560,"parent":14550,"text":"มาตรา 156","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":9},
{"key":"14560_p1_t1","parent":14560,"text":"ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ตรวจสอบบัญชีตามกฎหมาย โดยทุจริต แนะนำ หรือกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดเพื่อให้มีการละเว้นการลงรายการในบัญชี ลงรายการเท็จในบัญชีแก้ไขบัญชี หรือซ่อนเร้น หรือทำหลักฐานในการลงบัญชีอันจะเป็นผลให้การเสียภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียมนั้นมิต้องเสีย หรือเสียน้อยกว่าที่จะต้องเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิตและปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14561,"parent":14550,"text":"มาตรา 157","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":10},
{"key":"14561_p1_t1","parent":14561,"text":"ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปีหรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14562,"parent":14550,"text":"มาตรา 158","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":11},
{"key":"14562_p1_t1","parent":14562,"text":"ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้นเอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์หรือเอกสารใดอันเป็นหน้าที่ของตนที่จะปกครองหรือรักษาไว้ หรือยินยอมให้ผู้อื่นกระทำเช่นนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14563,"parent":14550,"text":"มาตรา 159","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":12},
{"key":"14563_p1_t1","parent":14563,"text":"ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ดูแลรักษาทรัพย์หรือเอกสารใด กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ โดยถอน ทำให้เสียหาย ทำลายหรือทำให้ไร้ประโยชน์ หรือโดยยินยอมให้ผู้อื่นกระทำเช่นนั้น ซึ่งตราหรือเครื่องหมายอันเจ้าพนักงานได้ประทับหรือหมายไว้ที่ทรัพย์หรือเอกสารนั้นในการปฏิบัติการตามหน้าที่ เพื่อเป็นหลักฐานในการยึดหรือรักษาสิ่งนั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14564,"parent":14550,"text":"มาตรา 160","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":13},
{"key":"14564_p1_t1","parent":14564,"text":"ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่รักษาหรือใช้ดวงตราหรือรอยตราของราชการหรือของผู้อื่น กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่โดยใช้ดวงตราหรือรอยตรานั้น หรือโดยยินยอมให้ผู้อื่นกระทำเช่นนั้นซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14565,"parent":14550,"text":"มาตรา 161","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":14},
{"key":"14565_p1_t1","parent":14565,"text":"ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร กรอกข้อความลงในเอกสาร หรือดูแลรักษาเอกสาร กระทำการปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14566,"parent":14550,"text":"มาตรา 162","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":15},
{"key":"14566_p1","parent":14566,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14566_p1_t1","parent":"14566_p1","text":"ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการดังต่อไปนี้ในการปฏิบัติการตามหน้าที่","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14566_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14566_p1_t1","text":"(1) รับรองเป็นหลักฐานว่า ตนได้กระทำการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14566_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14566_p1_t1","text":"(2) รับรองเป็นหลักฐานว่า ได้มีการแจ้งซึ่งข้อความอันมิได้มีการแจ้ง","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14566_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14566_p1_t1","text":"(3) ละเว้นไม่จดข้อความซึ่งตนมีหน้าที่ต้องรับจด หรือจดเปลี่ยนแปลงข้อความเช่นว่านั้น หรือ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14566_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"14566_p1_t1","text":"(4) รับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14566_p2","parent":14566,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14566_p2_t1","parent":"14566_p2","text":"ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14567,"parent":14550,"text":"มาตรา 163","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":16},
{"key":"14567_p1","parent":14567,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14567_p1_t1","parent":"14567_p1","text":"ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ในการไปรษณีย์ โทรเลขหรือโทรศัพท์ กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ดังต่อไปนี้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14567_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14567_p1_t1","text":"(1) เปิด หรือยอมให้ผู้อื่นเปิด จดหมายหรือสิ่งอื่นที่ส่งทางไปรษณีย์หรือโทรเลข","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14567_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14567_p1_t1","text":"(2) ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้สูญหาย หรือยอมให้ผู้อื่นทำให้เสียหาย ทำลายหรือทำให้สูญหาย ซึ่งจดหมายหรือสิ่งอื่นที่ส่งทางไปรษณีย์หรือโทรเลข","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14567_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14567_p1_t1","text":"(3) กัก ส่งให้ผิดทาง หรือส่งให้แก่บุคคลซึ่งรู้ว่ามิใช่เป็นผู้ควรรับซึ่งจดหมายหรือสิ่งอื่นที่ส่งทางไปรษณีย์หรือโทรเลข หรือ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14567_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"14567_p1_t1","text":"(4) เปิดเผยข้อความที่ส่งทางไปรษณีย์ ทางโทรเลข หรือทางโทรศัพท์","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14567_p2","parent":14567,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14567_p2_t1","parent":"14567_p2","text":"ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14568,"parent":14550,"text":"มาตรา 164","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":17},
{"key":"14568_p1_t1","parent":14568,"text":"ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานรู้หรืออาจรู้ความลับในราชการกระทำโดยประการใด ๆ อันมิชอบด้วยหน้าที่ให้ผู้อื่นล่วงรู้ความลับนั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14569,"parent":14550,"text":"มาตรา 165","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":18},
{"key":"14569_p1_t1","parent":14569,"text":"ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายหรือคำสั่งซึ่งได้สั่งเพื่อบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมายป้องกันหรือขัดขวางมิให้การเป็นไปตามกฎหมายหรือคำสั่งนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14570,"parent":14550,"text":"มาตรา 166","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":19},
{"key":"14570_p1","parent":14570,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14570_p1_t1","parent":"14570_p1","text":"ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ละทิ้งงานหรือกระทำการอย่างใด ๆ เพื่อให้งานหยุดชะงักหรือเสียหาย โดยร่วมกระทำการเช่นนั้นด้วยกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14570_p2","parent":14570,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14570_p2_t1","parent":"14570_p2","text":"ถ้าความผิดนั้นได้กระทำลงเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดิน เพื่อบังคับรัฐบาล หรือเพื่อข่มขู่ประชาชน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14571,"parent":14497,"text":"ลักษณะ 3\n\nความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"right","order":3},
{"key":14572,"parent":14571,"text":"หมวด 1\n\nความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":0},
{"key":14573,"parent":14572,"text":"มาตรา 167","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":0},
{"key":"14573_p1_t1","parent":14573,"text":"ผู้ใดให้ ขอให้หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด แก่เจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดีหรือพนักงานสอบสวน เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการหรือประวิงการกระทำใดอันมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14574,"parent":14572,"text":"มาตรา 168","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":1},
{"key":"14574_p1_t1","parent":14574,"text":"ผู้ใดขัดขืนคำบังคับตามกฎหมายของพนักงานอัยการผู้ว่าคดีหรือพนักงานสอบสวน ซึ่งให้มาเพื่อให้ถ้อยคำ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14575,"parent":14572,"text":"มาตรา 169","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":2},
{"key":"14575_p1_t1","parent":14575,"text":"ผู้ใดขัดขืนคำบังคับตามกฎหมายของพนักงานอัยการผู้ว่าคดีหรือพนักงานสอบสวน ซึ่งให้ส่งหรือจัดการส่งทรัพย์หรือเอกสารใดให้สาบาน ให้ปฏิญาณหรือให้ให้ถ้อยคำ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14576,"parent":14572,"text":"มาตรา 170","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":3},
{"key":"14576_p1_t1","parent":14576,"text":"ผู้ใดขัดขืนหมายหรือคำสั่งของศาลให้มาให้ถ้อยคำให้มาเบิกความหรือให้ส่งทรัพย์หรือเอกสารใดในการพิจารณาคดีต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14577,"parent":14572,"text":"มาตรา 171","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":4},
{"key":"14577_p1_t1","parent":14577,"text":"ผู้ใดขัดขืนคำสั่งของศาลให้สาบาน ปฏิญาณให้ถ้อยคำหรือเบิกความ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14578,"parent":14572,"text":"มาตรา 172","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":5},
{"key":"14578_p1_t1","parent":14578,"text":"ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14579,"parent":14572,"text":"มาตรา 173","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":6},
{"key":"14579_p1_t1","parent":14579,"text":"ผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่า ได้มีการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกหมื่นบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14580,"parent":14572,"text":"มาตรา 174","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":7},
{"key":"14580_p1","parent":14580,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14580_p1_t1","parent":"14580_p1","text":"ถ้าการแจ้งข้อความตามมาตรา 172 หรือมาตรา 173 เป็นการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องถูกบังคับตามวิธีการเพื่อความปลอดภัย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกหมื่นบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14580_p2","parent":14580,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14580_p2_t1","parent":"14580_p2","text":"ถ้าการแจ้งตามความในวรรคแรกเป็นการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีและปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14581,"parent":14572,"text":"มาตรา 175","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":8},
{"key":"14581_p1_t1","parent":14581,"text":"ผู้ใดเอาความอันเป็นเท็จฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่ากระทำความผิดอาญา หรือว่ากระทำความผิดอาญาแรงกว่าที่เป็นความจริงต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14582,"parent":14572,"text":"มาตรา 176","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":9},
{"key":"14582_p1_t1","parent":14582,"text":"ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา 175 แล้วลุแก่โทษต่อศาล และขอถอนฟ้องหรือแก้ฟ้องก่อนมีคำพิพากษา ให้ศาลลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้หรือศาลจะไม่ลงโทษเลยก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14583,"parent":14572,"text":"มาตรา 177","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":10},
{"key":"14583_p1","parent":14583,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14583_p1_t1","parent":"14583_p1","text":"ผู้ใดเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาลถ้าความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14583_p2","parent":14583,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14583_p2_t1","parent":"14583_p2","text":"ถ้าความผิดดังกล่าวในวรรคแรก ได้กระทำในการพิจารณาคดีอาญาผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14584,"parent":14572,"text":"มาตรา 178","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":11},
{"key":"14584_p1_t1","parent":14584,"text":"ผู้ใดซึ่งเจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดีหรือพนักงานสอบสวน ให้แปลข้อความหรือความหมายใดแปลข้อความหรือความหมายนั้นให้ผิดไปในข้อสำคัญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14585,"parent":14572,"text":"มาตรา 179","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":12},
{"key":"14585_p1_t1","parent":14585,"text":"ผู้ใดทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ เพื่อให้พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาเชื่อว่าได้มีความผิดอาญาอย่างใดเกิดขึ้น หรือเชื่อว่าความผิดอาญาที่เกิดขึ้นร้ายแรงกว่าที่เป็นความจริง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14586,"parent":14572,"text":"มาตรา 180","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":13},
{"key":"14586_p1","parent":14586,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14586_p1_t1","parent":"14586_p1","text":"ผู้ใดนาสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดี ถ้าเป็นพยานหลักฐานในข้อสำคัญในคดีนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14586_p2","parent":14586,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14586_p2_t1","parent":"14586_p2","text":"ถ้าความผิดดังกล่าวในวรรคแรก ได้กระทำในการพิจารณาคดีอาญาผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14587,"parent":14572,"text":"มาตรา 181","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":14},
{"key":"14587_p1_t1","parent":14587,"text":"ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 174 มาตรา 175 มาตรา 177 มาตรา 178 หรือมาตรา 180","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14587_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14587_p1_t1","text":"(1) เป็นการกระทำในกรณีแห่งข้อหาว่า ผู้ใดกระทำความผิดที่มีระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีขึ้นไป ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14587_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14587_p1_t1","text":"(2) เป็นการกระทำในกรณีแห่งข้อหาว่า ผู้ใดกระทำความผิดที่มีระวางโทษถึงประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสามแสนบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":14588,"parent":14572,"text":"มาตรา 182","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":15},
{"key":"14588_p1_t1","parent":14588,"text":"ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา 177 หรือมาตรา 178 แล้วลุแก่โทษ และกลับแจ้งความจริงต่อศาลหรือเจ้าพนักงานก่อนจบคำเบิกความหรือการแปล ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14589,"parent":14572,"text":"มาตรา 183","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":16},
{"key":"14589_p1_t1","parent":14589,"text":"ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา 177 มาตรา 178 หรือมาตรา 180 แล้วลุแก่โทษ และกลับแจ้งความจริงต่อศาลหรือเจ้าพนักงานก่อนมีคำพิพากษา และก่อนตนถูกฟ้องในความผิดที่ได้กระทำศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14590,"parent":14572,"text":"มาตรา 184","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":17},
{"key":"14590_p1_t1","parent":14590,"text":"ผู้ใดเพื่อจะช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ หรือให้รับโทษน้อยลง ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14591,"parent":14572,"text":"มาตรา 185","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":18},
{"key":"14591_p1_t1","parent":14591,"text":"ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์หรือเอกสารใดที่ได้ส่งไว้ต่อศาลหรือที่ศาลให้รักษาไว้ในการพิจารณาคดี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14592,"parent":14572,"text":"มาตรา 186","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":19},
{"key":"14592_p1_t1","parent":14592,"text":"ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์สินที่ได้มีคำพิพากษาให้ริบต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14593,"parent":14572,"text":"มาตรา 187","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":20},
{"key":"14593_p1_t1","parent":14593,"text":"ผู้ใดเพื่อจะมิให้การเป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ที่ถูกยึดหรืออายัด หรือที่ตนรู้ว่าน่าจะถูกยึดหรืออายัด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14594,"parent":14572,"text":"มาตรา 188","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":21},
{"key":"14594_p1_t1","parent":14594,"text":"ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14595,"parent":14572,"text":"มาตรา 189","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":22},
{"key":"14595_p1_t1","parent":14595,"text":"ผู้ใดช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษโดยให้พานักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้นหรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14597,"parent":14572,"text":"มาตรา 190","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":23},
{"key":"14597_p1","parent":14597,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14597_p1_t1","parent":"14597_p1","text":"ผู้ใดหลบหนีไประหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจของศาลของพนักงานอัยการ ของพนักงานสอบสวน หรือของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14597_p2","parent":14597,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14597_p2_t1","parent":"14597_p2","text":"ถ้าความผิดดังกล่าวมาในวรรคแรกได้กระทำโดยแหกที่คุมขัง โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือโดยขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14597_p3","parent":14597,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14597_p3_t1","parent":"14597_p3","text":"ถ้าความผิดตามมาตรานี้ได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด ผู้กระทำต้องระวางโทษหนักกว่าโทษที่กฎหมายบัญญัติไว้ในสองวรรคก่อนกึ่งหนึ่ง","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14598,"parent":14572,"text":"มาตรา 191","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":24},
{"key":"14598_p1","parent":14598,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14598_p1_t1","parent":"14598_p1","text":"ผู้ใดกระทำด้วยประการใดให้ผู้ที่ถูกคุมขังตามอำนาจของศาล ของพนักงานอัยการ ของพนักงานสอบสวน หรือของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา หลุดพ้นจากการคุมขังไป ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14598_p2","parent":14598,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14598_p2_t1","parent":"14598_p2","text":"ถ้าผู้ที่หลุดพ้นจากการคุมขังไปนั้นเป็นบุคคลที่ต้องคำพิพากษาจากศาลหนึ่งศาลใดให้ลงโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีขึ้นไป หรือมีจำนวนตั้งแต่สามคนขึ้นไป ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14598_p3","parent":14598,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14598_p3_t1","parent":"14598_p3","text":"ถ้าความผิดตามมาตรานี้ได้กระทำโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือโดยขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิดผู้กระทำต้องระวางโทษหนักกว่าโทษที่กฎหมายบัญญัติไว้ในสองวรรคก่อนกึ่งหนึ่ง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14599,"parent":14572,"text":"มาตรา 192","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":25},
{"key":"14599_p1_t1","parent":14599,"text":"ผู้ใดให้พานัก ซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใด ให้ผู้ที่หลบหนีจากการคุมขังตามอำนาจของศาล ของพนักงานสอบสวน หรือของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา เพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14600,"parent":14572,"text":"มาตรา 193","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":26},
{"key":"14600_p1_t1","parent":14600,"text":"ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวมาในมาตรา 184 มาตรา 189 หรือมาตรา 192 เป็นการกระทำเพื่อช่วยบิดา มารดา บุตรสามีหรือภริยาของผู้กระทำ ศาลจะไม่ลงโทษก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14601,"parent":14572,"text":"มาตรา 194","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":27},
{"key":"14601_p1_t1","parent":14601,"text":"ผู้ใดต้องคำพิพากษาห้ามเข้าเขตกำหนดตามมาตรา 45 เข้าไปในเขตกำหนดนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14602,"parent":14572,"text":"มาตรา 195","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":28},
{"key":"14602_p1_t1","parent":14602,"text":"ผู้ใดหลบหนีจากสถานพยาบาลซึ่งศาลสั่งให้คุมตัวไว้ตามความในมาตรา 49 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14603,"parent":14572,"text":"มาตรา 196","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":29},
{"key":"14603_p1_t1","parent":14603,"text":"ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งห้ามของศาลซึ่งได้สั่งไว้ในคำพิพากษาตามมาตรา 50 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14604,"parent":14572,"text":"มาตรา 197","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":30},
{"key":"14604_p1_t1","parent":14604,"text":"ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย ให้ประโยชน์ หรือรับว่าจะให้ประโยชน์ เพื่อกีดกันหรือขัดขวางการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานเนื่องจากคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14605,"parent":14572,"text":"มาตรา 198","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":31},
{"key":"14605_p1_t1","parent":14605,"text":"ผู้ใดดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณาหรือพิพากษาคดี หรือกระทำการขัดขวางการพิจารณาหรือพิพากษาของศาลต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14606,"parent":14572,"text":"มาตรา 199","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":32},
{"key":"14606_p1_t1","parent":14606,"text":"ผู้ใดลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตายหรือเหตุแห่งการตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14607,"parent":14571,"text":"หมวด 2\n\nความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":1},
{"key":14608,"parent":14607,"text":"มาตรา 200","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":0},
{"key":"14608_p1","parent":14608,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14608_p1_t1","parent":"14608_p1","text":"ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งพนักงานอัยการผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาหรือจัดการให้เป็นไปตามหมายอาญา กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด ๆในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อจะช่วยบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องโทษหรือให้รับโทษน้อยลง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14608_p2","parent":14608,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14608_p2_t1","parent":"14608_p2","text":"ถ้าการกระทำหรือไม่กระทำนั้นเป็นการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดต้องรับโทษ รับโทษหนักขึ้น หรือต้องถูกบังคับตามวิธีการเพื่อความปลอดภัย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสี่แสนบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14609,"parent":14607,"text":"มาตรา 201","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":1},
{"key":"14609_p1_t1","parent":14609,"text":"ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี หรือพนักงานสอบสวน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือประหารชีวิต","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14610,"parent":14607,"text":"มาตรา 202","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":2},
{"key":"14610_p1_t1","parent":14610,"text":"ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี หรือพนักงานสอบสวน กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด ๆ ในตำแหน่ง โดยเห็นแก่ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ซึ่งตนได้เรียก รับหรือยอมจะรับไว้ก่อนที่ตนได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งนั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือประหารชีวิต","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14611,"parent":14607,"text":"มาตรา 203","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":3},
{"key":"14611_p1_t1","parent":14611,"text":"ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล้ ปองกันหรือขัดขวางมิให้การเป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14612,"parent":14607,"text":"มาตรา 204","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":4},
{"key":"14612_p1","parent":14612,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14612_p1_t1","parent":"14612_p1","text":"ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีตำแหน่งหน้าที่ควบคุมดูแลผู้ที่ต้องคุมขังตามอำนาจของศาล ของพนักงานสอบสวนหรือของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา กระทำด้วยประการใด ๆ ให้ผู้ที่อยู่ในระหว่างคุมขังนั้นหลุดพ้นจากการคุมขังไป ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14612_p2","parent":14612,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14612_p2_t1","parent":"14612_p2","text":"ถ้าผู้ที่หลุดพ้นจากการคุมขังไปนั้นเป็นบุคคลที่ต้องคำพิพากษาของศาลหนึ่งศาลใดให้ลงโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีขึ้นไป หรือมีจำนวนตั้งแต่สามคนขึ้นไป ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14613,"parent":14607,"text":"มาตรา 205","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":5},
{"key":"14613_p1","parent":14613,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14613_p1_t1","parent":"14613_p1","text":"ถ้าการกระทำดังกล่าวในมาตรา 204 เป็นการกระทำโดยประมาท ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14613_p2","parent":14613,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14613_p2_t1","parent":"14613_p2","text":"ถ้าผู้ที่หลุดพ้นจากการคุมขังไปด้วยการกระทำโดยประมาทนั้นเป็นบุคคลที่ต้องคำพิพากษาของศาลหนึ่งศาลใดให้ลงโทษประหารชีวิตจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีขึ้นไป หรือมีจำนวนตั้งแต่สามคนขึ้นไป ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14613_p3","parent":14613,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14613_p3_t1","parent":"14613_p3","text":"ถ้าผู้กระทำความผิดจัดให้ได้ตัวผู้ที่หลุดพ้นจากการคุมขังคืนมาภายในสามเดือน ให้งดการลงโทษแก่ผู้กระทำความผิดนั้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14614,"parent":14497,"text":"ลักษณะ 4\n\nความผิดเกี่ยวกับศาสนา","expanded":false,"brush":"plum","dir":"right","order":4},
{"key":14615,"parent":14614,"text":"มาตรา 206","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":0},
{"key":"14615_p1_t1","parent":14615,"text":"ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ แก่วัตถุหรือสถานอันเป็นที่เคารพในทางศาสนาของหมู่ชนใด อันเป็นการเหยียดหยามศาสนานั้นต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14616,"parent":14614,"text":"มาตรา 207","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":1},
{"key":"14616_p1_t1","parent":14616,"text":"ผู้ใดก่อให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในที่ประชุมศาสนิกชนเวลาประชุมกัน นมัสการ หรือกระทำพิธีกรรมตามศาสนาใด ๆโดยชอบด้วยกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14617,"parent":14614,"text":"มาตรา 208","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":2},
{"key":"14617_p1_t1","parent":14617,"text":"ผู้ใดแต่งกายหรือใช้เครื่องหมายที่แสดงว่าเป็นภิกษุสามเณร นักพรตหรือนักบวชในศาสนาใดโดยมิชอบ เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนเป็นบุคคลเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14618,"parent":14497,"text":"ลักษณะ 5\n\nความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"right","order":5},
{"key":14619,"parent":14618,"text":"มาตรา 209","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":0},
{"key":"14619_p1","parent":14619,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14619_p1_t1","parent":"14619_p1","text":"ผู้ใดเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14619_p2","parent":14619,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14619_p2_t1","parent":"14619_p2","text":"ถ้าผู้กระทำความผิดเป็นหัวหน้า ผู้จัดการหรือผู้มีตำแหน่งหน้าที่ในคณะบุคคลนั้น ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14620,"parent":14618,"text":"มาตรา 210","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":1},
{"key":"14620_p1","parent":14620,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14620_p1_t1","parent":"14620_p1","text":"ผู้ใดสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่บัญญัติไว้ในภาค 2 นี้ และความผิดนั้นมีกำหนดโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นซ่องโจรต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14620_p2","parent":14620,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14620_p2_t1","parent":"14620_p2","text":"ถ้าเป็นการสมคบเพื่อกระทำความผิดที่มีระวางโทษถึงประหารชีวิตจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สิบปีขึ้นไป ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14621,"parent":14618,"text":"มาตรา 211","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":2},
{"key":"14621_p1_t1","parent":14621,"text":"ผู้ใดประชุมในที่ประชุมอั้งยี่หรือซ่องโจร ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นอั้งยี่หรือซ่องโจร เว้นแต่ผู้นั้นจะแสดงได้ว่า ได้ประชุมโดยไม่รู้ว่าเป็นการประชุมของอั้งยี่หรือซ่องโจร","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14622,"parent":14618,"text":"มาตรา 212","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":3},
{"key":"14622_p1","parent":14622,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14622_p1_t1","parent":"14622_p1","text":"ผู้ใด","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14622_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14622_p1_t1","text":"(1) จัดหาที่ประชุมหรือที่พานักให้แก่อั้งยี่หรือซ่องโจร","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14622_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14622_p1_t1","text":"(2) ชักชวนบุคคลให้เข้าเป็นสมาชิกอั้งยี่หรือพรรคพวกซ่องโจร","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14622_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14622_p1_t1","text":"(3) อุปการะอั้งยี่หรือซ่องโจรโดยให้ทรัพย์หรือโดยประการอื่น หรือ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14622_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"14622_p1_t1","text":"(4) ช่วยจำหน่ายทรัพย์ที่อั้งยี่หรือซ่องโจรได้มาโดยการกระทำความผิด","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14622_p2","parent":14622,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14622_p2_t1","parent":"14622_p2","text":"ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดฐานเป็นอั้งยี่หรือซ่องโจร แล้วแต่กรณี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14623,"parent":14618,"text":"มาตรา 213","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":4},
{"key":"14623_p1_t1","parent":14623,"text":"ถ้าสมาชิกอั้งยี่หรือพรรคพวกซ่องโจรคนหนึ่งคนใดได้กระทำความผิดตามความมุ่งหมายของอั้งยี่หรือซ่องโจรนั้น สมาชิกอั้งยี่หรือพรรคพวกซ่องโจรที่อยู่ด้วยในขณะกระทำความผิด หรืออยู่ด้วยในที่ประชุมแต่ไม่ได้คัดค้านในการตกลงให้กระทำความผิดนั้น และบรรดาหัวหน้า ผู้จัดการหรือผู้มีตำแหน่งหน้าที่ในอั้งยี่หรือซ่องโจรนั้น ต้องระวางโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้นทุกคน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14624,"parent":14618,"text":"มาตรา 214","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":5},
{"key":"14624_p1","parent":14624,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14624_p1_t1","parent":"14624_p1","text":"ผู้ใดประพฤติตนเป็นปกติธุระเป็นผู้จัดหาที่พานักที่ซ่อนเร้นหรือที่ประชุมให้บุคคลซึ่งตนรู้ว่าเป็นผู้กระทำความผิดที่บัญญัติไว้ในภาค 2 นี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14624_p2","parent":14624,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14624_p2_t1","parent":"14624_p2","text":"ถ้าการกระทำความผิดนั้น เป็นการกระทำเพื่อช่วยบิดา มารดา บุตรสามีหรือภริยาของผู้กระทำ ศาลจะไม่ลงโทษก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14625,"parent":14618,"text":"มาตรา 215","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":6},
{"key":"14625_p1","parent":14625,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14625_p1_t1","parent":"14625_p1","text":"ผู้ใดมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14625_p2","parent":14625,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14625_p2_t1","parent":"14625_p2","text":"ถ้าผู้กระทำความผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ บรรดาผู้ที่กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14625_p3","parent":14625,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14625_p3_t1","parent":"14625_p3","text":"ถ้าผู้กระทำความผิดเป็นหัวหน้า หรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิดนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14626,"parent":14618,"text":"มาตรา 216","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":7},
{"key":"14626_p1_t1","parent":14626,"text":"เมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมเพื่อกระทำความผิดตามมาตรา 215 ให้เลิกไป ผู้ใดไม่เลิก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14627,"parent":14497,"text":"ลักษณะ 6\n\nความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"right","order":6},
{"key":14628,"parent":14627,"text":"มาตรา 217","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":0},
{"key":"14628_p1_t1","parent":14628,"text":"ผู้ใดวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14629,"parent":14627,"text":"มาตรา 218","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":1},
{"key":"14629_p1","parent":14629,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14629_p1_t1","parent":"14629_p1","text":"ผู้ใดวางเพลิงเผาทรัพย์ดังต่อไปนี้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14629_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14629_p1_t1","text":"(1) โรงเรือน เรือหรือแพที่คนอยู่อาศัย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14629_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14629_p1_t1","text":"(2) โรงเรือน เรือหรือแพอันเป็นที่เก็บหรือที่ทำสินค้า","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14629_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14629_p1_t1","text":"(3) โรงมหรสพหรือสถานที่ประชุม","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14629_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"14629_p1_t1","text":"(4) โรงเรือนอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน เป็นสาธารณสถานหรือเป็นที่สำหรับประกอบพิธีกรรมตามศาสนา","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14629_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"14629_p1_t1","text":"(5) สถานีรถไฟ ท่าอากาศยานหรือที่จอดรถหรือเรือสาธารณะ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"14629_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"14629_p1_t1","text":"(6) เรือกลไฟหรือเรือยนต์ อันมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป อากาศ-ยานหรือรถไฟที่ใช้ในการขนส่งสาธารณะ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":5},
{"key":"14629_p2","parent":14629,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14629_p2_t1","parent":"14629_p2","text":"ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14630,"parent":14627,"text":"มาตรา 219","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":2},
{"key":"14630_p1_t1","parent":14630,"text":"ผู้ใดตระเตรียมเพื่อกระทำความผิดดังกล่าวในมาตรา217 หรือมาตรา 218 ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับพยายามกระทำความผิดนั้น ๆ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14631,"parent":14627,"text":"มาตรา 220","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":3},
{"key":"14631_p1","parent":14631,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14631_p1_t1","parent":"14631_p1","text":"ผู้ใดกระทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่วัตถุใด ๆ แม้เป็นของตนเอง จนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14631_p2","parent":14631,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14631_p2_t1","parent":"14631_p2","text":"ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวในวรรคแรก เป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้แก่ทรัพย์ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 218 ผู้กระทำต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 218","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14632,"parent":14627,"text":"มาตรา 221","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":4},
{"key":"14632_p1_t1","parent":14632,"text":"ผู้ใดกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14633,"parent":14627,"text":"มาตรา 222","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":5},
{"key":"14633_p1_t1","parent":14633,"text":"ผู้ใดกระทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์ดังกล่าวในมาตรา 217 หรือมาตรา 218 ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14634,"parent":14627,"text":"มาตรา 223","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":6},
{"key":"14634_p1_t1","parent":14634,"text":"ความผิดดังกล่าวในมาตรา 217 มาตรา 218มาตรา 220 มาตรา 221 หรือมาตรา 222 นั้น ถ้าทรัพย์ที่เป็นอันตรายหรือที่น่าจะเป็นอันตรายเป็นทรัพย์ที่มีราคาน้อย และการกระทำนั้นไม่น่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14635,"parent":14627,"text":"มาตรา 224","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":7},
{"key":"14635_p1","parent":14635,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14635_p1_t1","parent":"14635_p1","text":"ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวในมาตรา 217มาตรา 218 มาตรา 221 หรือมาตรา 222 เป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14635_p2","parent":14635,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14635_p2_t1","parent":"14635_p2","text":"ถ้าเป็นเหตุให้บุคคลอื่นรับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14636,"parent":14627,"text":"มาตรา 225","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":8},
{"key":"14636_p1_t1","parent":14636,"text":"ผู้ใดกระทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาท และเป็นเหตุให้ทรัพย์ของผู้อื่นเสียหาย หรือการกระทำโดยประมาทนั้นน่าจะเป็นอันตรายแก่ชีวิตของบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14637,"parent":14627,"text":"มาตรา 226","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":9},
{"key":"14637_p1_t1","parent":14637,"text":"ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ แก่โรงเรือน อู่เรือ ที่จอดรถหรือเรือสาธารณะ ทุ่นทอดจอดเรือ สิ่งปลูกสร้าง เครื่องจักร เครื่องกลสายไฟ้ฟาหรือสิ่งที่ทำไว้เพื่อ้ปองกันอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ จนน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14638,"parent":14627,"text":"มาตรา 227","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":10},
{"key":"14638_p1_t1","parent":14638,"text":"ผู้ใดเป็นผู้มีวิชาชีพในการออกแบบ ควบคุม หรือทำการก่อสร้าง ซ่อมแซมหรือรื้อถอน อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างใด ๆไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ หรือวิธีการอันพึงกระทำการนั้น ๆ โดยประการที่น่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14639,"parent":14627,"text":"มาตรา 228","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":11},
{"key":"14639_p1","parent":14639,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14639_p1_t1","parent":"14639_p1","text":"ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ เพื่อให้เกิดอุทกภัย หรือเพื่อให้เกิดขัดข้องแก่การใช้น้ำซึ่งเป็นสาธารณูปโภค ถ้าการกระทำนั้นน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14639_p2","parent":14639,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14639_p2_t1","parent":"14639_p2","text":"ถ้าการกระทำผิดดังกล่าวในวรรคแรกเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14640,"parent":14627,"text":"มาตรา 229","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":12},
{"key":"14640_p1_t1","parent":14640,"text":"ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ ให้ทำงสาธารณะประตูน้ำ ทำนบ เขื่อน อันเป็นส่วนของทางสาธารณะ หรือที่ขึ้นลงของอากาศยาน อยู่ในลักษณะอันน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่การจราจรต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14641,"parent":14627,"text":"มาตรา 230","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":13},
{"key":"14641_p1_t1","parent":14641,"text":"ผู้ใดเอาสิ่งใด ๆ กีดขวางทางรถไฟหรือทางรถรางทำให้รางรถไฟหรือรางรถรางหลุด หลวมหรือเคลื่อนจากที่ หรือกระทำแก่เครื่องสัญญาณจนน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่การเดินรถไฟหรือรถรางต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14642,"parent":14627,"text":"มาตรา 231","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":14},
{"key":"14642_p1_t1","parent":14642,"text":"ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ ให้ประภาคารทุ่น สัญญาณหรือสิ่งอื่นใด ซึ่งจัดไว้เป็นสัญญาณเพื่อความปลอดภัยในการจราจรทางบก การเดินเรือหรือการเดินอากาศ อยู่ในลักษณะอันน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่การจราจรทางบก การเดินเรือหรือการเดินอากาศ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14643,"parent":14627,"text":"มาตรา 232","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":15},
{"key":"14643_p1","parent":14643,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14643_p1_t1","parent":"14643_p1","text":"ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ ให้ยานพาหนะดังต่อไปนี้ อยู่ในลักษณะอันน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคล","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14643_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14643_p1_t1","text":"(1) เรือเดินทะเล อากาศยาน รถไฟหรือรถราง","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14643_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14643_p1_t1","text":"(2) รถยนต์ที่ใช้สำหรับการขนส่งสาธารณะ หรือ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14643_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14643_p1_t1","text":"(3) เรือกลไฟ หรือเรือยนต์อันมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป ที่ใช้สำหรับการขนส่งสาธารณะ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14643_p2","parent":14643,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14643_p2_t1","parent":"14643_p2","text":"ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14644,"parent":14627,"text":"มาตรา 233","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":16},
{"key":"14644_p1_t1","parent":14644,"text":"ผู้ใดใช้ยานพาหนะรับจ้างขนส่งคนโดยสารเมื่อยานพาหนะนั้นมีลักษณะหรือมีการบรรทุกจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลในยานพาหนะนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14645,"parent":14627,"text":"มาตรา 234","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":17},
{"key":"14645_p1_t1","parent":14645,"text":"ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ แก่สิ่งที่ใช้ในการผลิตในการส่งพลังงานไฟ้ฟาหรือในการส่งน้ำ จนเป็นเหตุให้ประชาชนขาดความสะดวก หรือน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14646,"parent":14627,"text":"มาตรา 235","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":18},
{"key":"14646_p1_t1","parent":14646,"text":"ผู้ใดกระทำการด้วยประการใด ๆ ให้การสื่อสารสาธารณะทางไปรษณีย์ ทางโทรเลข ทางโทรศัพท์หรือทางวิทยุขัดข้องต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14647,"parent":14627,"text":"มาตรา 236","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":19},
{"key":"14647_p1_t1","parent":14647,"text":"ผู้ใดปลอมปนอาหาร ยาหรือเครื่องอุปโภคบริโภคอื่นใด เพื่อบุคคลอื่นเสพหรือใช้ และการปลอมปนนั้นน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพ หรือจำหน่าย หรือเสนอขาย สิ่งเช่นว่านั้น เพื่อบุคคลเสพหรือใช้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14648,"parent":14627,"text":"มาตรา 237","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":20},
{"key":"14648_p1_t1","parent":14648,"text":"ผู้ใดเอาของที่มีพิษหรือสิ่งอื่นที่น่าจะเป็นอันตรายแก่สุขภาพเจือลงในอาหาร หรือในน้ำซึ่งอยู่ในบ่อ สระหรือที่ขังน้ำใด ๆ และอาหารหรือน้ำนั้นได้มีอยู่หรือจัดไว้เพื่อประชาชนบริโภค ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสองแสนบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14649,"parent":14627,"text":"มาตรา 238","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":21},
{"key":"14649_p1","parent":14649,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14649_p1_t1","parent":"14649_p1","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 226 ถึงมาตรา 237 เป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14649_p2","parent":14649,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14649_p2_t1","parent":"14649_p2","text":"ถ้าเป็นเหตุให้บุคคลอื่นรับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14650,"parent":14627,"text":"มาตรา 239","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":22},
{"key":"14650_p1_t1","parent":14650,"text":"ถ้าการกระทำดังกล่าวในมาตรา 226 ถึงมาตรา 237 เป็นการกระทำโดยประมาท และใกล้จะเป็นอันตรายแก่ชีวิตของบุคคลอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14651,"parent":14497,"text":"ลักษณะ 7\n\nความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"right","order":7},
{"key":14652,"parent":14651,"text":"หมวด 1\n\nความผิดเกี่ยวกับเงินตรา","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":0},
{"key":14653,"parent":14652,"text":"มาตรา 240","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":0},
{"key":"14653_p1_t1","parent":14653,"text":"ผู้ใดทำปลอมขึ้นซึ่งเงินตรา ไม่ว่าจะปลอมขึ้นเพื่อให้เป็นเหรียญกระษาปณ์ ธนบัตรหรือสิ่งอื่นใด ซึ่งรัฐบาลออกใช้หรือให้อำนาจให้ออกใช้ หรือทำปลอมขึ้นซึ่งพันธบัตรรัฐบาลหรือใบสำคัญสำหรับรับดอกเบี้ยพันธบัตรนั้น ๆ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปลอมเงินตราต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสี่แสนบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14654,"parent":14652,"text":"มาตรา 241","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":1},
{"key":"14654_p1_t1","parent":14654,"text":"ผู้ใดแปลงเงินตรา ไม่ว่าจะเป็นเหรียญกระษาปณ์ธนบัตรหรือสิ่งอื่นใด ซึ่งรัฐบาลออกใช้หรือให้อำนาจให้ออกใช้ หรือแปลงพันธบัตรรัฐบาลหรือใบสำคัญสำหรับรับดอกเบี้ยพันธบัตรนั้น ๆให้ผิดไปจากเดิม เพื่อให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีมูลค่าสูงกว่าจริง ผู้นั้นกระทำความผิด\nฐานแปลงเงินตรา ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14655,"parent":14652,"text":"มาตรา 242","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":2},
{"key":"14655_p1","parent":14655,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14655_p1_t1","parent":"14655_p1","text":"ผู้ใดกระทำโดยทุจริตให้เหรียญกระษาปณ์ซึ่งรัฐบาลออกใช้มีน้ำหนักลดลง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14655_p2","parent":14655,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14655_p2_t1","parent":"14655_p2","text":"ผู้ใดนำเข้าในราชอาณาจักร นำออกใช้หรือมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งเหรียญกระษาปณ์ที่มีผู้กระทำโดยทุจริตให้น้ำหนักลดลงตามความในวรรคแรก ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14656,"parent":14652,"text":"มาตรา 243","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":3},
{"key":"14656_p1_t1","parent":14656,"text":"ผู้ใดนำเข้าในราชอาณาจักรซึ่งสิ่งใด ๆ อันเป็นของปลอมตามมาตรา 240 หรือของแปลงตามมาตรา 241 ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14657,"parent":14652,"text":"มาตรา 244","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":4},
{"key":"14657_p1_t1","parent":14657,"text":"ผู้ใดมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งสิ่งใด ๆ อันตนได้มาโดยรู้ว่าเป็นของปลอมตามมาตรา 240 หรือของแปลงตามมาตรา 241ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสามแสนบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14658,"parent":14652,"text":"มาตรา 245","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":5},
{"key":"14658_p1_t1","parent":14658,"text":"ผู้ใดได้มาซึ่งสิ่งใด ๆ โดยไม่รู้ว่าเป็นของปลอมตามมาตรา 240 หรือของแปลงตามมาตรา 241 ถ้าต่อมารู้ว่าเป็นของปลอมหรือของแปลงเช่นว่านั้น ยังขืนนำออกใช้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปีหรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14659,"parent":14652,"text":"มาตรา 246","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":6},
{"key":"14659_p1_t1","parent":14659,"text":"ผู้ใดทำเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับปลอมหรือแปลงเงินตรา ไม่ว่าจะเป็นเหรียญกระษาปณ์ ธนบัตรหรือสิ่งใด ๆ ซึ่งรัฐบาลออกใช้หรือให้อำนาจให้ออกใช้ หรือสำหรับปลอมหรือแปลงพันธบัตรรัฐบาลหรือใบสำคัญสำหรับรับดอกเบี้ยพันธบัตรนั้น ๆ หรือมีเครื่องมือหรือวัตถุเช่นว่านั้น เพื่อใช้ในการปลอมหรือแปลง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสามแสนบาท","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14660,"parent":14652,"text":"มาตรา 247","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":7},
{"key":"14660_p1_t1","parent":14660,"text":"ถ้าการกระทำดังกล่าวในหมวดนี้เป็นการกระทำเกี่ยวกับเงินตรา ไม่ว่าจะเป็นเหรียญกระษาปณ์ ธนบัตรหรือสิ่งอื่นใดซึ่งรัฐบาลต่างประเทศออกใช้หรือให้อำนาจให้ออกใช้ หรือเกี่ยวกับพันธบัตรรัฐบาลต่างประเทศหรือใบสำคัญสำหรับรับดอกเบี้ยพันธบัตรนั้นผู้กระทำต้องระวางโทษกึ่งหนึ่งของโทษที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14661,"parent":14652,"text":"มาตรา 248","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":8},
{"key":"14661_p1_t1","parent":14661,"text":"ถ้าผู้กระทำความผิดตามมาตรา 240 มาตรา 241หรือมาตรา 247 ได้กระทำความผิดตามมาตราอื่นที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้อันเกี่ยวกับสิ่งที่ตนปลอมหรือแปลงนั้นด้วย ให้ลงโทษผู้นั้นตามมาตรา240 มาตรา 241 หรือมาตรา 247 แต่กระทงเดียว","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14662,"parent":14652,"text":"มาตรา 249","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":9},
{"key":"14662_p1","parent":14662,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14662_p1_t1","parent":"14662_p1","text":"ผู้ใดทำบัตรหรือโลหธาตุอย่างใด ๆ ให้มีลักษณะและขนาดคล้ายคลึงกับเงินตรา ไม่ว่าจะเป็นเหรียญกระษาปณ์ ธนบัตรหรือสิ่งใด ๆ ซึ่งรัฐบาลออกใช้หรือให้อำนาจให้ออกใช้ หรือพันธบัตรรัฐบาลหรือใบสำคัญสำหรับรับดอกเบี้ยพันธบัตรนั้น ๆ หรือจำหน่ายบัตรหรือโลหธาตุเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14662_p2","parent":14662,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14662_p2_t1","parent":"14662_p2","text":"ถ้าการจำหน่ายบัตรหรือโลหธาตุดังกล่าวในวรรคแรกเป็นการจำหน่ายโดยการนำออกใช้ดังเช่นสิ่งใด ๆ ที่กล่าวในวรรคแรก ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14663,"parent":14651,"text":"หมวด 2\n\nความผิดเกี่ยวกับดวงตรา แสตม์ปและตั๋ว","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":1},
{"key":14664,"parent":14663,"text":"มาตรา 250","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":0},
{"key":"14664_p1_t1","parent":14664,"text":"ผู้ใดทำปลอมขึ้นซึ่งดวงตราแผ่นดิน รอยตราแผ่นดินหรือพระปรมาภิไธย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14665,"parent":14663,"text":"มาตรา 251","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":1},
{"key":"14665_p1_t1","parent":14665,"text":"ผู้ใดทำปลอมขึ้นซึ่งดวงตราหรือรอยตราของทบวงการเมือง ขององค์การสาธารณะ หรือของเจ้าพนักงาน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14666,"parent":14663,"text":"มาตรา 252","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":2},
{"key":"14666_p1_t1","parent":14666,"text":"ผู้ใดใช้ดวงตรา รอยตราหรือพระปรมาภิไธย ดังกล่าวมาในมาตรา 250 หรือมาตรา 251 อันเป็นดวงตรา รอยตราหรือพระปรมาภิไธยที่ทำปลอมขึ้น ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14667,"parent":14663,"text":"มาตรา 253","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":3},
{"key":"14667_p1_t1","parent":14667,"text":"ผู้ใดได้มาซึ่งดวงตราหรือรอยตราดังกล่าวในมาตรา 250 หรือมาตรา 251 ซึ่งเป็นดวงตราหรือรอยตราอันแท้จริง และใช้ดวงตราหรือรอยตรานั้นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่บัญญัติไว้ในมาตรา 250 หรือมาตรา 251 นั้น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14668,"parent":14663,"text":"มาตรา 254","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":4},
{"key":"14668_p1_t1","parent":14668,"text":"ผู้ใดทำปลอมขึ้นซึ่งแสตม์ปรัฐบาล ซึ่งใช้สำหรับการไปรษณีย์ การภาษีอากรหรือการเก็บค่าธรรมเนียม หรือแปลงแสตม์ปรัฐบาล ซึ่งใช้ในการเช่นว่านั้นให้ผิดไปจากเดิม เพื่อให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีมูลค่าสูงกว่าจริง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14669,"parent":14663,"text":"มาตรา 255","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":5},
{"key":"14669_p1_t1","parent":14669,"text":"ผู้ใดนำเข้าในราชอาณาจักรซึ่งดวงตราแผ่นดินรอยตราแผ่นดิน พระปรมาภิไธย ดวงตราหรือรอยตราของทบวงการเมืองขององค์การสาธารณะ หรือของเจ้าพนักงาน หรือแสตม์ปซึ่งระบุไว้ในมาตรา 250 มาตรา 251 หรือมาตรา 254 อันเป็นของปลอม หรือของแปลง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14670,"parent":14663,"text":"มาตรา 256","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":6},
{"key":"14670_p1_t1","parent":14670,"text":"ผู้ใดลบ ถอนหรือกระทำด้วยประการใด ๆ แก่แสตม์ปรัฐบาลซึ่งระบุไว้ในมาตรา 254 และมีเครื่องหมายหรือการกระทำอย่างใดแสดงว่าใช้ไม่ได้แล้ว เพื่อให้ใช้ได้อีก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14671,"parent":14663,"text":"มาตรา 257","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":7},
{"key":"14671_p1_t1","parent":14671,"text":"ผู้ใดใช้ ขาย เสนอขาย แลกเปลี่ยน หรือเสนอแลกเปลี่ยนซึ่งแสตม์ปอันเกิดจากการกระทำดังกล่าวในมาตรา 254หรือมาตรา 256 ไม่ว่าการกระทำตามมาตรานั้น ๆ จะได้กระทำภายในหรือนอกราชอาณาจักร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14672,"parent":14663,"text":"มาตรา 258","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":8},
{"key":"14672_p1_t1","parent":14672,"text":"ผู้ใดทำปลอมขึ้นซึ่งตั๋วโดยสารซึ่งใช้ในการขนส่งสาธารณะ หรือแปลงตั๋วโดยสารซึ่งใช้ในการขนส่งสาธารณะให้ผิดไปจากเดิม เพื่อให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีมูลค่าสูงกว่าจริง หรือลบ ถอน หรือกระทำด้วยประการใด ๆ แก่ตั๋วเช่นว่านั้น ซึ่งมีเครื่องหมายหรือการกระทำอย่างใดแสดงว่าใช้ไม่ได้แล้ว เพื่อให้ใช้ได้อีก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14673,"parent":14663,"text":"มาตรา 259","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":9},
{"key":"14673_p1_t1","parent":14673,"text":"ถ้าการกระทำตามมาตรา 258 เป็นการกระทำเกี่ยวกับตั๋วที่จำหน่ายแก่ประชาชน เพื่อผ่านเข้าสถานที่ใด ๆ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14674,"parent":14663,"text":"มาตรา 260","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":10},
{"key":"14674_p1_t1","parent":14674,"text":"ผู้ใดใช้ ขาย เสนอขาย แลกเปลี่ยนหรือเสนอแลกเปลี่ยนซึ่งตั๋วอันเกิดจากการกระทำดังกล่าวในมาตรา 258หรือมาตรา 259 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14675,"parent":14663,"text":"มาตรา 261","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":11},
{"key":"14675_p1_t1","parent":14675,"text":"ผู้ใดทำเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับปลอมหรือแปลงสิ่งใด ๆ ซึ่งระบุไว้ในมาตรา 254 มาตรา 258 หรือมาตรา 259 หรือมีเครื่องมือหรือวัตถุเช่นว่านั้น เพื่อใช้ในการปลอมหรือแปลง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14676,"parent":14663,"text":"มาตรา 262","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":12},
{"key":"14676_p1_t1","parent":14676,"text":"ถ้าการกระทำดังกล่าวในมาตรา 254 มาตรา 256 มาตรา 257 หรือมาตรา 261 เป็นการกระทำเกี่ยวกับแสตม์ปรัฐบาลต่างประเทศ ผู้กระทำต้องระวางโทษกึ่งหนึ่งของโทษที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14677,"parent":14663,"text":"มาตรา 263","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":13},
{"key":"14677_p1_t1","parent":14677,"text":"ถ้าผู้กระทำความผิดตามมาตรา 250 มาตรา 251มาตรา 254 มาตรา 256 มาตรา 258 มาตรา 259 หรือมาตรา 262ได้กระทำความผิดตามมาตราอื่นที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้ อันเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดจากการกระทำความผิดนั้นด้วย ให้ลงโทษผู้นั้นตามมาตรา 250มาตรา 251 มาตรา 254 มาตรา 256 มาตรา 258 มาตรา 259 หรือมาตรา 262 แต่กระทงเดียว","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14678,"parent":14651,"text":"หมวด 3\n\nความผิดเกี่ยวกับเอกสาร","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":2},
{"key":14679,"parent":14678,"text":"มาตรา 264","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":0},
{"key":"14679_p1","parent":14679,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14679_p1_t1","parent":"14679_p1","text":"ผู้ใดทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วยประการใด ๆ ในเอกสารที่แท้จริง หรือประทับตราปลอมหรือลงลายมือชื่อปลอมในเอกสารโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ถ้าได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปลอมเอกสาร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14679_p2","parent":14679,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14679_p2_t1","parent":"14679_p2","text":"ผู้ใดกรอกข้อความลงในแผ่นกระดาษหรือวัตถุอื่นใด ซึ่งมีลายมือชื่อของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม หรือโดยฝ่าฝืนคำสั่งของผู้อื่นนั้น ถ้าได้กระทำเพื่อนาเอาเอกสารนั้นไปใช้ในกิจการที่อาจเกิดเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือประชาชน ให้ถือว่าผู้นั้นปลอมเอกสาร ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14680,"parent":14678,"text":"มาตรา 265","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":1},
{"key":"14680_p1_t1","parent":14680,"text":"ผู้ใดปลอมเอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14681,"parent":14678,"text":"มาตรา 266","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":2},
{"key":"14681_p1","parent":14681,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14681_p1_t1","parent":"14681_p1","text":"ผู้ใดปลอมเอกสารดังต่อไปนี้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14681_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14681_p1_t1","text":"(1) เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14681_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14681_p1_t1","text":"(2) พินัยกรรม","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14681_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14681_p1_t1","text":"(3) ใบหุ้น ใบหุ้นกู้ หรือใบสำคัญของใบหุ้นหรือใบหุ้นกู้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14681_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"14681_p1_t1","text":"(4) ตั๋วเงิน หรือ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14681_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"14681_p1_t1","text":"(5) บัตรเงินฝาก","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"14681_p2","parent":14681,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14681_p2_t1","parent":"14681_p2","text":"ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14682,"parent":14678,"text":"มาตรา 267","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":3},
{"key":"14682_p1_t1","parent":14682,"text":"ผู้ใดแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14683,"parent":14678,"text":"มาตรา 268","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":4},
{"key":"14683_p1","parent":14683,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14683_p1_t1","parent":"14683_p1","text":"ผู้ใดใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตามมาตรา 264 มาตรา 265 มาตรา 266 หรือมาตรา 267ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14683_p2","parent":14683,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14683_p2_t1","parent":"14683_p2","text":"ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคแรกเป็นผู้ปลอมเอกสารนั้น หรือเป็นผู้แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความนั้นเอง ให้ลงโทษตามมาตรานี้แต่กระทงเดียว","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14684,"parent":14678,"text":"มาตรา 269","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":5},
{"key":"14684_p1","parent":14684,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14684_p1_t1","parent":"14684_p1","text":"ผู้ใดในการประกอบการงานในวิชาแพทย์ กฎหมายบัญชีหรือวิชาชีพอื่นใด ทำคำรับรองเป็นเอกสารอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14684_p2","parent":14684,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14684_p2_t1","parent":"14684_p2","text":"ผู้ใดโดยทุจริตใช้หรืออ้างคำรับรองอันเกิดจากการกระทำความผิดตามวรรคแรก ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14685,"parent":14651,"text":"หมวด 4\n\nความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":3},
{"key":14686,"parent":14685,"text":"มาตรา 269/1","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":0},
{"key":"14686_p1_t1","parent":14686,"text":"มาตรา 269/1 ผู้ใดทำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วยประการใด ๆในบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่แท้จริง โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ถ้าได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่แท้จริงหรือเพื่อใช้ประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใดผู้นั้นกระทำความผิดฐานปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14687,"parent":14685,"text":"มาตรา 269/2","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":1},
{"key":"14687_p1_t1","parent":14687,"text":"มาตรา 269/2 ผู้ใดทำเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับปลอมหรือแปลงหรือสำหรับให้ได้ข้อมูลในการปลอมหรือแปลงสิ่งใด ๆ ซึ่งระบุไว้ในมาตรา 269/1 หรือมีเครื่องมือหรือวัตถุเช่นว่านั้น เพื่อใช้หรือให้ได้ข้อมูลในการปลอมหรือแปลง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14688,"parent":14685,"text":"มาตรา 269/3","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":2},
{"key":"14688_p1_t1","parent":14688,"text":"มาตรา 269/3 ผู้ใดนำเข้าในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งสิ่งใด ๆ ตามมาตรา 269/1 หรือมาตรา 269/2 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14689,"parent":14685,"text":"มาตรา 269/4","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":3},
{"key":"14689_p1","parent":14689,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14689_p1_t1","parent":"14689_p1","text":"มาตรา 269/4 ผู้ใดใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งสิ่งใด ๆ ตามมาตรา269/1 อันได้มาโดยรู้ว่าเป็นของที่ทำปลอมหรือแปลงขึ้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14689_p2","parent":14689,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14689_p2_t1","parent":"14689_p2","text":"ผู้ใดจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสิ่งใด ๆ ที่ทำปลอมหรือแปลงขึ้นตามมาตรา 269/1 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปีหรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14689_p3","parent":14689,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14689_p3_t1","parent":"14689_p3","text":"ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคแรกหรือวรรคสองเป็นผู้ปลอมซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา 269/1 ให้ลงโทษตามมาตรานี้แต่กระทงเดียว","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14690,"parent":14685,"text":"มาตรา 269/5","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":4},
{"key":"14690_p1_t1","parent":14690,"text":"มาตรา 269/5 ผู้ใดใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14691,"parent":14685,"text":"มาตรา 269/6","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":5},
{"key":"14691_p1_t1","parent":14691,"text":"มาตรา 269/6 ผู้ใดมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบตามมาตรา 269/5 ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14692,"parent":14685,"text":"มาตรา 269/7","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":6},
{"key":"14692_p1_t1","parent":14692,"text":"มาตรา 269/7 ถ้าการกระทำดังกล่าวในหมวดนี้ เป็นการกระทำเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสดหรือใช้เบิกถอนเงินสด ผู้กระทำต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ กึ่งหนึ่ง","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14693,"parent":14651,"text":"หมวด 5\n\nความผิดเกี่ยวกับหนังสือเดินทาง","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":4},
{"key":14694,"parent":14693,"text":"มาตรา 269/8","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":0},
{"key":"14694_p1_t1","parent":14694,"text":"มาตรา 269/8 ผู้ใดทำหนังสือเดินทางปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วยประการใด ๆในหนังสือเดินทางที่แท้จริง หรือประทับตราปลอมหรือลงลายมือชื่อปลอมในหนังสือเดินทาง โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ถ้าได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นหนังสือเดินทางที่แท้จริง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปลอมหนังสือเดินทาง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14695,"parent":14693,"text":"มาตรา 269/9","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":1},
{"key":"14695_p1","parent":14695,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14695_p1_t1","parent":"14695_p1","text":"มาตรา 269/9 ผู้ใดใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอมตามมาตรา 269/8 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14695_p2","parent":14695,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14695_p2_t1","parent":"14695_p2","text":"ผู้ใดจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งหนังสือเดินทางปลอมตามมาตรา 269/8 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสี่แสนบาท","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14695_p3","parent":14695,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14695_p3_t1","parent":"14695_p3","text":"การมีหนังสือเดินทางปลอมตามมาตรา 269/8 จำนวนตั้งแต่สองฉบับขึ้นไป ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีไว้เพื่อจำหน่าย","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14695_p4","parent":14695,"text":"วรรค 4","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14695_p4_t1","parent":"14695_p4","text":"ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองเป็นผู้ปลอมซึ่งหนังสือเดินทางตามมาตรา 269/8 ให้ลงโทษตามมาตรานี้แต่กระทงเดียว","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14696,"parent":14693,"text":"มาตรา 269/10","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":2},
{"key":"14696_p1","parent":14696,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14696_p1_t1","parent":"14696_p1","text":"มาตรา 269/10 ผู้ใดนำเข้าในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งหนังสือเดินทางปลอมตามมาตรา 269/8 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14696_p2","parent":14696,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14696_p2_t1","parent":"14696_p2","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งได้กระทำไปเพื่อจำหน่ายต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสี่แสนบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14697,"parent":14693,"text":"มาตรา 269/11","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":3},
{"key":"14697_p1","parent":14697,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14697_p1_t1","parent":"14697_p1","text":"มาตรา 269/11 ผู้ใดใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14697_p2","parent":14697,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14697_p2_t1","parent":"14697_p2","text":"ผู้ใดจัดหาหนังสือเดินทางให้ผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14698,"parent":14693,"text":"มาตรา 269/12","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":4},
{"key":"14698_p1_t1","parent":14698,"text":"มาตรา 269/12 ผู้ใดทำปลอมขึ้นซึ่งดวงตรา รอยตรา หรือแผ่นปะตรวจลงตราอันใช้ในการตรวจลงตราสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14699,"parent":14693,"text":"มาตรา 269/13","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":5},
{"key":"14699_p1","parent":14699,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14699_p1_t1","parent":"14699_p1","text":"มาตรา 269/13 ผู้ใดใช้ดวงตรา รอยตรา หรือแผ่นปะตรวจลงตราที่ทำปลอมขึ้นตามมาตรา 269/12 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14699_p2","parent":14699,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14699_p2_t1","parent":"14699_p2","text":"ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นผู้ปลอมซึ่งดวงตรา รอยตราหรือแผ่นปะตรวจลงตราตามมาตรา 269/12 ให้ลงโทษตามมาตรานี้แต่กระทงเดียว","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14700,"parent":14693,"text":"มาตรา 269/14","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":6},
{"key":"14700_p1_t1","parent":14700,"text":"มาตรา 269/14 ผู้ใดนำเข้าในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งดวงตรา รอยตรา หรือแผ่นปะตรวจลงตราซึ่งระบุไว้ในมาตรา 269/12อันเป็นของปลอม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14701,"parent":14693,"text":"มาตรา 269/15","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":7},
{"key":"14701_p1_t1","parent":14701,"text":"มาตรา 269/15 ผู้ใดใช้ดวงตรา รอยตรา หรือแผ่นปะตรวจลงตราอันแท้จริงที่ใช้ในการตรวจลงตราสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่บัญญัติไว้ในมาตรา 269/13","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14702,"parent":14497,"text":"ลักษณะ 8\n\nความผิดเกี่ยวกับการค้า","expanded":false,"brush":"plum","dir":"right","order":8},
{"key":14703,"parent":14702,"text":"มาตรา 270","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":0},
{"key":"14703_p1_t1","parent":14703,"text":"ผู้ใดใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งเครื่องชั่ง เครื่องตวง หรือเครื่องวัด ที่ผิดอัตราเพื่อเอาเปรียบในการค้า หรือมีเครื่องเช่นว่านั้นไว้เพื่อขาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14704,"parent":14702,"text":"มาตรา 271","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":1},
{"key":"14704_p1_t1","parent":14704,"text":"ผู้ใดขายของโดยหลอกลวงด้วยประการใด ๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกาเนิด สภาพ คุณภาพหรือปริมาณแห่งของนั้นอันเป็นเท็จถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14705,"parent":14702,"text":"มาตรา 272","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":2},
{"key":"14705_p1","parent":14705,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14705_p1_t1","parent":"14705_p1","text":"ผู้ใด","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14705_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14705_p1_t1","text":"(1) เอาชื่อ รูป รอยประดิษฐ์หรือข้อความใด ๆ ในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้ หรือทำให้ปรากฏที่สินค้า หีบ ห่อ วัตถุที่ใช้หุ้มห่อแจ้งความ รายการแสดงราคา จดหมายเกี่ยวกับการค้าหรือสิ่งอื่นทำนองเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าหรือการค้าของผู้อื่นนั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14705_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14705_p1_t1","text":"(2) เลียนป้าย หรือสิ่งอื่นทำนองเดียวกันจนประชาชนน่าจะหลงเชื่อว่าสถานที่การค้าของตนเป็นสถานที่การค้าของผู้อื่นที่ตั้งอยู่ใกล้เคียง","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14705_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14705_p1_t1","text":"(3) ไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความเท็จเพื่อให้เสียความเชื่อถือในสถานที่การค้า สินค้า อุตสาหกรรมหรือพาณิชยการของผู้หนึ่งผู้ใดโดยมุ่งประโยชน์แก่การค้าของตน","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14705_p2","parent":14705,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14705_p2_t1","parent":"14705_p2","text":"ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14705_p3","parent":14705,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14705_p3_t1","parent":"14705_p3","text":"ความผิดตามมาตรานี้เป็นความผิดอันยอมความได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14706,"parent":14702,"text":"มาตรา 273","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":3},
{"key":"14706_p1_t1","parent":14706,"text":"ผู้ใดปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น ซึ่งได้จดทะเบียนแล้ว ไม่ว่าจะได้จดทะเบียนภายในหรือนอกราชอาณาจักรต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14707,"parent":14702,"text":"มาตรา 274","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":4},
{"key":"14707_p1_t1","parent":14707,"text":"ผู้ใดเลียนเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น ซึ่งได้จดทะเบียนแล้ว ไม่ว่าจะได้จดทะเบียนภายในหรือนอกราชอาณาจักรเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14708,"parent":14702,"text":"มาตรา 275","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":5},
{"key":"14708_p1_t1","parent":14708,"text":"ผู้ใดนำเข้าในราชอาณาจักร จำหน่ายหรือเสนอจำหน่าย ซึ่งสินค้าอันเป็นสินค้าที่มีชื่อ รูป รอยประดิษฐ์หรือข้อความใด ๆดังบัญญัติไว้ในมาตรา 272 (1) หรือสินค้าอันเป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมหรือเลียนเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นตามความในมาตรา273 หรือมาตรา 274 ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14709,"parent":14497,"text":"ลักษณะ 9\n\nความผิดเกี่ยวกับเพศ","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"right","order":9},
{"key":14710,"parent":14709,"text":"มาตรา 276","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":0},
{"key":"14710_p1","parent":14710,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14710_p1_t1","parent":"14710_p1","text":"ผู้ใดข่มขืนกระทำชาเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่แปดหมื่นบาทถึงสี่แสนบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14710_p2","parent":14710,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14710_p2_t1","parent":"14710_p2","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ได้กระทำโดยทำให้ผู้ถูกกระทำเข้าใจว่าผู้กระทำมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14710_p3","parent":14710,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14710_p3_t1","parent":"14710_p3","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ได้กระทำโดยมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้อาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงหรือกระทำกับชายในลักษณะเดียวกันต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14710_p4","parent":14710,"text":"วรรค 4","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14710_p4_t1","parent":"14710_p4","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นกระทำความผิดระหว่างคู่สมรส และคู่สมรสนั้นยังประสงค์จะอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เพียงใดก็ได้ หรือจะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติแทนการลงโทษก็ได้ ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก และคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ประสงค์จะอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาต่อไป และประสงค์จะหย่า ให้คู่สมรสฝ่ายนั้นแจ้งให้ศาลทราบและให้ศาลแจ้งพนักงานอัยการให้ดำเนินการฟ้องหย่าให้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14711,"parent":14709,"text":"มาตรา 277","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":1},
{"key":"14711_p1","parent":14711,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14711_p1_t1","parent":"14711_p1","text":"ผู้ใดกระทำชาเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14711_p2","parent":14711,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14711_p2_t1","parent":"14711_p2","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14711_p3","parent":14711,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14711_p3_t1","parent":"14711_p3","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ได้กระทำโดยทำให้ผู้ถูกกระทำเข้าใจว่าผู้กระทำมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสี่แสนบาทหรือจำคุกตลอดชีวิต","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14711_p4","parent":14711,"text":"วรรค 4","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14711_p4_t1","parent":"14711_p4","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ได้กระทำโดยมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้อาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมเด็กหญิงหรือกระทำกับเด็กชาย\nในลักษณะเดียวกัน ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14711_p5","parent":14711,"text":"วรรค 5","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"14711_p5_t1","parent":"14711_p5","text":"ความผิดตามที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นการกระทำโดยบุคคล\nอายุไม่เกินสิบแปดปีกระทำต่อเด็กซึ่งมีอายุกว่าสิบสามปีแต่ยังไม่เกินสิบห้าปี โดยเด็กนั้นยินยอม ศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวจะพิจารณาให้มีการคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กผู้ถูกกระทำหรือผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็กแทนการลงโทษก็ได้ ในการพิจารณาของศาล ให้คำนึงถึงอายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญาการศึกษาอบรม สุขภาพ ภาวะแห่งจิต นิสัย อาชีพ สิ่งแวดล้อมของผู้กระทำความผิดและเด็กผู้ถูกกระทำ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้กระทำความผิดกับเด็กผู้ถูกกระทำ หรือเหตุอื่นอันควรเพื่อประโยชน์ของเด็กผู้ถูกกระทำด้วย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14711_p6","parent":14711,"text":"วรรค 6","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":5},
{"key":"14711_p6_t1","parent":"14711_p6","text":"ในกรณีที่ได้มีการดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กผู้ถูกกระทำหรือผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็กแล้ว ผู้กระทำความผิดไม่ต้องรับโทษ แต่ถ้าการคุ้มครองสวัสดิภาพดังกล่าวไม่สำเร็จศาลจะลงโทษผู้กระทำความผิดน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ ในการพิจารณาของศาล ให้คำนึงถึงเหตุตามวรรคห้าด้วย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14712,"parent":14709,"text":"มาตรา 277 ทวิ","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":2},
{"key":"14712_p1_t1","parent":14712,"text":"ทวิ ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 276 วรรคหนึ่ง หรือมาตรา 277 วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14712_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14712_p1_t1","text":"(1) รับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14712_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14712_p1_t1","text":"(2) ถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":14713,"parent":14709,"text":"มาตรา 277 ตรี","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":3},
{"key":"14713_p1_t1","parent":14713,"text":"ตรี ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 276วรรคสาม หรือมาตรา 277 วรรคสี่ เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14713_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14713_p1_t1","text":"(1) รับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14713_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14713_p1_t1","text":"(2) ถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":14714,"parent":14709,"text":"มาตรา 278","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":4},
{"key":"14714_p1","parent":14714,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14714_p1_t1","parent":"14714_p1","text":"ผู้ใดกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้บุคคลนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14714_p2","parent":14714,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14714_p2_t1","parent":"14714_p2","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทำโดยใช้วัตถุหรืออวัยวะอื่นซึ่งมิใช่อวัยวะเพศล่วงล้าอวัยวะเพศหรือทวารหนักของบุคคลนั้นผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่แปดหมื่นบาทถึงสี่แสนบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14714_p3","parent":14714,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14714_p3_t1","parent":"14714_p3","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคสอง ได้กระทำโดยทำให้ผู้ถูกกระทำ\nเข้าใจว่าผู้กระทำมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทสี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14714_p4","parent":14714,"text":"วรรค 4","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14714_p4_t1","parent":"14714_p4","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคสอง ได้กระทำโดยมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้อาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงหรือกระทำกับชายในลักษณะเดียวกันต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14715,"parent":14709,"text":"มาตรา 279","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":5},
{"key":"14715_p1","parent":14715,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14715_p1_t1","parent":"14715_p1","text":"ผู้ใดกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปีหรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14715_p2","parent":14715,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14715_p2_t1","parent":"14715_p2","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทำแก่เด็กอายุไม่เกินสิบสามปี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14715_p3","parent":14715,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14715_p3_t1","parent":"14715_p3","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ผู้กระทำได้กระทำโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้เด็กนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14715_p4","parent":14715,"text":"วรรค 4","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14715_p4_t1","parent":"14715_p4","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสาม เป็นการกระทำ\nโดยใช้วัตถุหรืออวัยวะอื่นซึ่งมิใช่อวัยวะเพศล่วงล้าอวัยวะเพศหรือทวารหนักของเด็กนั้น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปีและปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14715_p5","parent":14715,"text":"วรรค 5","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"14715_p5_t1","parent":"14715_p5","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคสี่ เป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14715_p6","parent":14715,"text":"วรรค 6","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":5},
{"key":"14715_p6_t1","parent":"14715_p6","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคสี่หรือวรรคห้า ได้กระทำโดยทำให้ผู้ถูกกระทำเข้าใจว่าผู้กระทำมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสี่แสนบาทหรือจำคุกตลอดชีวิต","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14715_p7","parent":14715,"text":"วรรค 7","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":6},
{"key":"14715_p7_t1","parent":"14715_p7","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคสี่หรือวรรคห้า ได้กระทำโดยมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้อาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมเด็กหญิงหรือกระทำกับเด็กชายในลักษณะเดียวกัน ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14716,"parent":14709,"text":"มาตรา 280","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":6},
{"key":"14716_p1_t1","parent":14716,"text":"ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 278 หรือมาตรา 279 เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14716_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14716_p1_t1","text":"(1) รับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14716_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14716_p1_t1","text":"(2) ถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":14717,"parent":14709,"text":"มาตรา 280/1","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":7},
{"key":"14717_p1","parent":14717,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14717_p1_t1","parent":"14717_p1","text":"มาตรา 280/1 ถ้าผู้กระทำความผิดตามมาตรา 276 มาตรา 277 มาตรา 278 หรือมาตรา 279 ได้บันทึกภาพหรือเสียงการกระทำชาเราหรือการกระทำอนาจารนั้นไว้ เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ หนึ่งในสาม","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14717_p2","parent":14717,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14717_p2_t1","parent":"14717_p2","text":"ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งภาพหรือเสียงการกระทำชาเราหรือการกระทำอนาจารที่บันทึกไว้ ต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ กึ่งหนึ่ง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14718,"parent":14709,"text":"มาตรา 281","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":8},
{"key":"14718_p1_t1","parent":14718,"text":"ความผิดตามมาตราดังต่อไปนี้ เป็นความผิดอันยอมความได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14718_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14718_p1_t1","text":"(1) มาตรา 276 วรรคหนึ่ง และมาตรา 278 วรรคสอง ซึ่งเป็นการกระทำระหว่างคู่สมรส ถ้ามิได้เกิดต่อหน้าธารกำนัล หรือไม่เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำรับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตาย","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14718_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14718_p1_t1","text":"(2) มาตรา 278 วรรคหนึ่ง ถ้ามิได้เกิดต่อหน้าธารกำนัลไม่เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำรับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตาย หรือมิได้เป็นการกระทำแก่บุคคลดังระบุไว้ในมาตรา 285 และมาตรา 285/2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":14719,"parent":14709,"text":"มาตรา 282","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":9},
{"key":"14719_p1","parent":14719,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14719_p1_t1","parent":"14719_p1","text":"ผู้ใดเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตามต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14719_p2","parent":14719,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14719_p2_t1","parent":"14719_p2","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรกเป็นการกระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14719_p3","parent":14719,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14719_p3_t1","parent":"14719_p3","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรกเป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปีและปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14719_p4","parent":14719,"text":"วรรค 4","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14719_p4_t1","parent":"14719_p4","text":"ผู้ใดเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น รับตัวบุคคลซึ่งมีผู้จัดหา ล่อไปหรือพาไปตามวรรคแรก วรรคสอง หรือวรรคสาม หรือสนับสนุนในการกระทำความผิดดังกล่าว ต้องระวางโทษตามที่บัญญัติไว้ในวรรคแรกวรรคสอง หรือวรรคสาม แล้วแต่กรณี","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14720,"parent":14709,"text":"มาตรา 283","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":10},
{"key":"14720_p1","parent":14720,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14720_p1_t1","parent":"14720_p1","text":"ผู้ใดเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหาล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิง โดยใช้อุบายหลอกลวงขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงาผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปีและปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14720_p2","parent":14720,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14720_p2_t1","parent":"14720_p2","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรกเป็นการกระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14720_p3","parent":14720,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14720_p3_t1","parent":"14720_p3","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรกเป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปีและปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14720_p4","parent":14720,"text":"วรรค 4","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14720_p4_t1","parent":"14720_p4","text":"ผู้ใดเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น รับตัวบุคคลซึ่งมีผู้จัดหา ล่อไปหรือพาไปตามวรรคแรก วรรคสอง หรือวรรคสาม หรือสนับสนุนในการกระทำความผิดดังกล่าว ต้องระวางโทษตามที่บัญญัติไว้ในวรรคแรกวรรคสอง หรือวรรคสาม แล้วแต่กรณี","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14721,"parent":14709,"text":"มาตรา 283 ทวิ","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":11},
{"key":"14721_p1","parent":14721,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14721_p1_t1","parent":"14721_p1","text":"ทวิ ผู้ใดพาบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14721_p2","parent":14721,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14721_p2_t1","parent":"14721_p2","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรกเป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14721_p3","parent":14721,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14721_p3_t1","parent":"14721_p3","text":"ผู้ใดซ่อนเร้นบุคคลซึ่งถูกพาไปตามวรรคแรกหรือวรรคสองต้องระวางโทษตามที่บัญญัติในวรรคแรกหรือวรรคสอง แล้วแต่กรณี","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14721_p4","parent":14721,"text":"วรรค 4","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14721_p4_t1","parent":"14721_p4","text":"ความผิดตามวรรคแรกและวรรคสามเฉพาะกรณีที่กระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปี เป็นความผิดอันยอมความได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14722,"parent":14709,"text":"มาตรา 284","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":12},
{"key":"14722_p1","parent":14722,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14722_p1_t1","parent":"14722_p1","text":"ผู้ใดพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจาร โดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงาผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปีและปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14722_p2","parent":14722,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14722_p2_t1","parent":"14722_p2","text":"ผู้ใดซ่อนเร้นบุคคลซึ่งถูกพาไปตามวรรคแรก ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้พาไปนั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14722_p3","parent":14722,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14722_p3_t1","parent":"14722_p3","text":"ความผิดตามมาตรานี้ เป็นความผิดอันยอมความได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14723,"parent":14709,"text":"มาตรา 285","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":13},
{"key":"14723_p1_t1","parent":14723,"text":"ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 276 มาตรา 277 มาตรา 277 ทวิ มาตรา 277 ตรี มาตรา 278 มาตรา 279 มาตรา 280 มาตรา 282 หรือมาตรา 283 เป็นการกระทำแก่บุพการีผู้สืบสันดาน พี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมแต่บิดาหรือมารดาญาติสืบสายโลหิต ศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล ผู้อยู่ในความควบคุมตามหน้าที่ราชการ ผู้อยู่ในความปกครอง ในความพิทักษ์หรือในความอนุบาล หรือผู้อยู่ภายใต้อำนาจด้วยประการอื่นใด ผู้กระทำต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ หนึ่งในสาม","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14724,"parent":14709,"text":"มาตรา 285/1","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":14},
{"key":"14724_p1_t1","parent":14724,"text":"มาตรา 285/1 การกระทำความผิดตามมาตรา 277 มาตรา 279 มาตรา 282 วรรคสาม มาตรา 283 วรรคสาม และมาตรา283 ทวิ วรรคสอง หากเป็นการกระทำต่อเด็กอายุไม่เกินสิบสามปีห้ามอ้างความไม่รู้อายุของเด็กเพื่อให้พ้นจากความผิดนั้น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14725,"parent":14709,"text":"มาตรา 285/2","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":15},
{"key":"14725_p1_t1","parent":14725,"text":"มาตรา 285/2 ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 276 มาตรา 277 มาตรา 277 ทวิ มาตรา 277 ตรี มาตรา 278 หรือมาตรา 279เป็นการกระทำแก่บุคคลซึ่งไม่สามารถปกป้องตนเองอันเนื่องมาจากเป็นผู้ทุพพลภาพ ผู้มีจิตบกพร่อง โรคจิต หรือจิตฟั่นเฟือน คนป่วยเจ็บ คนชราสตรีมีครรภ์ หรือผู้ซึ่งอยู่ในภาวะไม่สามารถรู้ผิดชอบ ผู้กระทำต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ หนึ่งในสาม","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14726,"parent":14709,"text":"มาตรา 286","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":16},
{"key":"14726_p1","parent":14726,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14726_p1_t1","parent":"14726_p1","text":"ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินยี่สิบปี และปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14726_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14726_p1_t1","text":"(1) ช่วยเหลือ ให้ความสะดวก หรือคุ้มครองการค้าประเวณีของผู้อื่น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14726_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14726_p1_t1","text":"(2) รับประโยชน์ไม่ว่ารูปแบบใดจากการค้าประเวณีของผู้อื่นหรือจากผู้ซึ่งค้าประเวณี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14726_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14726_p1_t1","text":"(3) บังคับ ขู่เข็ญ หลอกลวง หรือใช้อำนาจครอบงาผู้อื่น หรือรับผู้อื่นเข้าทำงานเพื่อการค้าประเวณี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14726_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"14726_p1_t1","text":"(4) จัดให้มีการค้าประเวณีระหว่างผู้ซึ่งค้าประเวณีกับผู้ใช้บริการ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14726_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"14726_p1_t1","text":"(5) ปกปิดหรืออาพรางแหล่งที่มาของรายได้หรือทรัพย์สินซึ่งได้มาจากการค้าประเวณี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"14726_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"14726_p1_t1","text":"(6) อยู่ร่วมกับผู้ซึ่งค้าประเวณีหรือสมาคมกับผู้ซึ่งค้าประเวณีคนเดียวหรือหลายคนเป็นอาจิณ และไม่สามารถแสดงที่มาของรายได้ในการดารงชีพของตน","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":5},
{"key":"14726_p1_t1_ext_ul_2_li7","parent":"14726_p1_t1","text":"(7) ขัดขวางการดำเนินการของหน่วยงานที่ดูแลในการ้ปองกันควบคุม ช่วยเหลือ หรือให้การศึกษาแก่ผู้ซึ่งค้าประเวณี ผู้ซึ่งจะเข้าร่วมในการค้าประเวณี หรือผู้ซึ่งอาจได้รับอันตรายจากการค้าประเวณี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":6},
{"key":"14726_p2","parent":14726,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14726_p2_t1","parent":"14726_p2","text":"ความในวรรคหนึ่ง (2) และ (6) มิให้ใช้บังคับแก่ผู้รับประโยชน์ไม่ว่ารูปแบบใด ซึ่งพึงได้รับตามกฎหมายหรือตามธรรมจรรยา","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14727,"parent":14709,"text":"มาตรา 287","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":17},
{"key":"14727_p1","parent":14727,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14727_p1_t1","parent":"14727_p1","text":"ผู้ใด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14727_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14727_p1_t1","text":"(1) เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้าหรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักร ส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาไปหรือยังให้พาไป หรือทำให้แพร่หลายโดยประการใด ๆ ซึ่งเอกสาร ภาพเขียนภาพพิมพ์ ภาพระบายสี สิ่งพิมพ์ รูปภาพ ภาพโฆษณา เครื่องหมาย รูปถ่ายภาพยนตร์ แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพหรือสิ่งอื่นใดอันลามก","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14727_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14727_p1_t1","text":"(2) ประกอบการค้า หรือมีส่วนหรือเข้าเกี่ยวข้องในการค้าเกี่ยวกับวัตถุหรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้ว จ่ายแจกหรือแสดงอวดแก่ประชาชนหรือให้เช่าวัตถุหรือสิ่งของเช่นว่านั้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14727_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14727_p1_t1","text":"(3) เพื่อจะช่วยการทำให้แพร่หลาย หรือการค้าวัตถุหรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้ว โฆษณาหรือไขข่าวโดยประการใด ๆ ว่ามีบุคคลกระทำการอันเป็นความผิดตามมาตรานี้ หรือโฆษณาหรือไขข่าวว่าวัตถุ หรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้วจะหาได้จากบุคคลใด หรือโดยวิธีใด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14727_p2","parent":14727,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14727_p2_t1","parent":"14727_p2","text":"ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14728,"parent":14709,"text":"มาตรา 287/1","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":18},
{"key":"14728_p1","parent":14728,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14728_p1_t1","parent":"14728_p1","text":"มาตรา 287/1 ผู้ใดครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก เพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14728_p2","parent":14728,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14728_p2_t1","parent":"14728_p2","text":"ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งส่งต่อซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็กแก่ผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14729,"parent":14709,"text":"มาตรา 287/2","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":19},
{"key":"14729_p1","parent":14729,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14729_p1_t1","parent":"14729_p1","text":"มาตรา 287/2 ผู้ใด","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14729_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14729_p1_t1","text":"(1) เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้าหรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักร ส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาไปหรือยังให้พาไป หรือทำให้แพร่หลายโดยประการใด ๆ ซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็ก","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14729_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14729_p1_t1","text":"(2) ประกอบการค้า หรือมีส่วนหรือเข้าเกี่ยวข้องในการค้าเกี่ยวกับสื่อลามกอนาจารเด็ก จ่ายแจกหรือแสดงอวดแก่ประชาชนหรือให้เช่าสื่อลามกอนาจารเด็ก","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14729_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14729_p1_t1","text":"(3) เพื่อจะช่วยการทำให้แพร่หลาย หรือการค้าสื่อลามกอนาจารเด็กแล้ว โฆษณาหรือไขข่าวโดยประการใด ๆ ว่ามีบุคคลกระทำการอันเป็นความผิดตามมาตรานี้ หรือโฆษณาหรือไขข่าวว่าสื่อลามกอนาจารเด็กดังกล่าวแล้วจะหาได้จากบุคคลใด หรือโดยวิธีใด","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14729_p2","parent":14729,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14729_p2_t1","parent":"14729_p2","text":"ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14730,"parent":14497,"text":"ลักษณะ 10\n\nความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"right","order":10},
{"key":14731,"parent":14730,"text":"หมวด 1\n\nความผิดต่อชีวิต","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":0},
{"key":14732,"parent":14731,"text":"มาตรา 288","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":0},
{"key":"14732_p1_t1","parent":14732,"text":"ผู้ใดฆ่าผู้อื่น ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14733,"parent":14731,"text":"มาตรา 289","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":1},
{"key":"14733_p1","parent":14733,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14733_p1_t1","parent":"14733_p1","text":"ผู้ใด","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14733_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14733_p1_t1","text":"(1) ฆ่าบุพการี","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14733_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14733_p1_t1","text":"(2) ฆ่าเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระทำ หรือได้กระทำการตามหน้าที่","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14733_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14733_p1_t1","text":"(3) ฆ่าผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน ในการที่เจ้าพนักงานนั้นกระทำตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่บุคคลนั้นจะช่วยหรือได้ช่วยเจ้าพนักงานดังกล่าวแล้ว","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14733_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"14733_p1_t1","text":"(4) ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14733_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"14733_p1_t1","text":"(5) ฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"14733_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"14733_p1_t1","text":"(6) ฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการ หรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น หรือ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":5},
{"key":"14733_p1_t1_ext_ul_2_li7","parent":"14733_p1_t1","text":"(7) ฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":6},
{"key":"14733_p2","parent":14733,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14733_p2_t1","parent":"14733_p2","text":"ต้องระวางโทษประหารชีวิต","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14734,"parent":14731,"text":"มาตรา 290","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":2},
{"key":"14734_p1","parent":14734,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14734_p1_t1","parent":"14734_p1","text":"ผู้ใดมิได้มีเจตนาฆ่า แต่ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14734_p2","parent":14734,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14734_p2_t1","parent":"14734_p2","text":"ถ้าความผิดนั้นมีลักษณะประการหนึ่งประการใดดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 289 ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงยี่สิบปี","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14735,"parent":14731,"text":"มาตรา 291","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":3},
{"key":"14735_p1_t1","parent":14735,"text":"ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14736,"parent":14731,"text":"มาตรา 292","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":4},
{"key":"14736_p1_t1","parent":14736,"text":"ผู้ใดกระทำด้วยการปฏิบัติอันทารุณ หรือด้วยปัจจัยคล้ายคลึงกันแก่บุคคลซึ่งต้องพึ่งตน ในการดารงชีพหรือในการอื่นใดเพื่อให้บุคคลนั้นฆ่าตนเอง ถ้าการฆ่าตนเองนั้นได้เกิดขึ้นหรือได้มีการพยายามฆ่าตนเอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14737,"parent":14731,"text":"มาตรา 293","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":5},
{"key":"14737_p1_t1","parent":14737,"text":"ผู้ใดช่วยหรือยุยงเด็กอายุยังไม่เกินสิบหกปี หรือผู้ซึ่งไม่สามารถเข้าใจว่าการกระทำของตนมีสภาพหรือสาระสำคัญอย่างไรหรือไม่สามารถบังคับการกระทำของตนได้ ให้ฆ่าตนเอง ถ้าการฆ่าตนเองนั้นได้เกิดขึ้นหรือได้มีการพยายามฆ่าตนเอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14738,"parent":14731,"text":"มาตรา 294","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":6},
{"key":"14738_p1","parent":14738,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14738_p1_t1","parent":"14738_p1","text":"ผู้ใดเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป และบุคคลหนึ่งบุคคลใดไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เข้าร่วมในการนั้นหรือไม่ ถึงแก่ความตายโดยการกระทำในการชุลมุนต่อสู้นั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14738_p2","parent":14738,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14738_p2_t1","parent":"14738_p2","text":"ถ้าผู้ที่เข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้นั้นแสดงได้ว่า ได้กระทำไปเพื่อห้ามการชุลมุนต่อสู้นั้น หรือเพื่อ้ปองกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14739,"parent":14730,"text":"หมวด 2\n\nความผิดต่อร่างกาย","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":1},
{"key":14740,"parent":14739,"text":"มาตรา 295","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":0},
{"key":"14740_p1_t1","parent":14740,"text":"ผู้ใดทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14741,"parent":14739,"text":"มาตรา 296","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":1},
{"key":"14741_p1_t1","parent":14741,"text":"ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ถ้าความผิดนั้น มีลักษณะประการหนึ่งประการใดดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 289ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14742,"parent":14739,"text":"มาตรา 297","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":2},
{"key":"14742_p1","parent":14742,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14742_p1_t1","parent":"14742_p1","text":"ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสองแสนบาท","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14742_p2","parent":14742,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14742_p2_t1","parent":"14742_p2","text":"อันตรายสาหัสนั้น คือ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14742_p2_t1_ext_ul_4_li1","parent":"14742_p2_t1","text":"(1) ตาบอด หูหนวก ลิ้นขาด หรือเสียฆานประสาท","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14742_p2_t1_ext_ul_4_li2","parent":"14742_p2_t1","text":"(2) เสียอวัยวะสืบพันธุ์หรือความสามารถสืบพันธุ์","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14742_p2_t1_ext_ul_4_li3","parent":"14742_p2_t1","text":"(3) เสียแขน ขา มือ เท้า นิ้วหรืออวัยวะอื่นใด","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14742_p2_t1_ext_ul_4_li4","parent":"14742_p2_t1","text":"(4) หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14742_p2_t1_ext_ul_4_li5","parent":"14742_p2_t1","text":"(5) แท้งลูก","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"14742_p2_t1_ext_ul_4_li6","parent":"14742_p2_t1","text":"(6) จิตพิการอย่างติดตัว","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":5},
{"key":"14742_p2_t1_ext_ul_4_li7","parent":"14742_p2_t1","text":"(7) ทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บเรื้อรังซึ่งอาจถึงตลอดชีวิต","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":6},
{"key":"14742_p2_t1_ext_ul_4_li8","parent":"14742_p2_t1","text":"(8) ทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวัน หรือจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":7},
{"key":14743,"parent":14739,"text":"มาตรา 298","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":3},
{"key":"14743_p1_t1","parent":14743,"text":"ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา 297 ถ้าความผิดนั้นมีลักษณะประการหนึ่งประการใดดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 289 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14744,"parent":14739,"text":"มาตรา 299","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":4},
{"key":"14744_p1","parent":14744,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14744_p1_t1","parent":"14744_p1","text":"ผู้ใดเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป และบุคคลหนึ่งบุคคลใดไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เข้าร่วมในการนั้นหรือไม่รับอันตรายสาหัส โดยการกระทำในการชุลมุนต่อสู้นั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14744_p2","parent":14744,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14744_p2_t1","parent":"14744_p2","text":"ถ้าผู้ที่เข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้นั้นแสดงได้ว่า ได้กระทำไปเพื่อห้ามการชุลมุนต่อสู้นั้น หรือเพื่อ้ปองกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14745,"parent":14739,"text":"มาตรา 300","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":5},
{"key":"14745_p1_t1","parent":14745,"text":"ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14746,"parent":14730,"text":"หมวด 3\n\nความผิดฐานทำให้แท้งลูก","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":2},
{"key":14747,"parent":14746,"text":"มาตรา 301","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":0},
{"key":"14747_p1_t1","parent":14747,"text":"หญิงใดทำให้ตนเองแท้งลูกหรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนแท้งลูกขณะมีอายุครรภ์เกินสิบสองสัปดาห์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14748,"parent":14746,"text":"มาตรา 302","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":1},
{"key":"14748_p1","parent":14748,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14748_p1_t1","parent":"14748_p1","text":"ผู้ใดทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงนั้นยินยอม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14748_p2","parent":14748,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14748_p2_t1","parent":"14748_p2","text":"ถ้าการกระทำนั้นเป็นเหตุให้หญิงรับอันตรายสาหัสอย่างอื่นด้วยผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14748_p3","parent":14748,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14748_p3_t1","parent":"14748_p3","text":"ถ้าการกระทำนั้นเป็นเหตุให้หญิงถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14749,"parent":14746,"text":"มาตรา 303","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":2},
{"key":"14749_p1","parent":14749,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14749_p1_t1","parent":"14749_p1","text":"ผู้ใดทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงนั้นไม่ยินยอมต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14749_p2","parent":14749,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14749_p2_t1","parent":"14749_p2","text":"ถ้าการกระทำนั้นเป็นเหตุให้หญิงรับอันตรายสาหัสอย่างอื่นด้วยผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14749_p3","parent":14749,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14749_p3_t1","parent":"14749_p3","text":"ถ้าการกระทำนั้นเป็นเหตุให้หญิงถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14750,"parent":14746,"text":"มาตรา 304","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":3},
{"key":"14750_p1_t1","parent":14750,"text":"ผู้ใดเพียงแต่พยายามกระทำความผิดตามมาตรา 301 หรือมาตรา 302 วรรคแรก ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14751,"parent":14746,"text":"มาตรา 305","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":4},
{"key":"14751_p1_t1","parent":14751,"text":"ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 301 หรือมาตรา 302 เป็นการกระทำของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภาในกรณีดังต่อไปนี้ ผู้กระทำไม่มีความผิด","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14751_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14751_p1_t1","text":"(1) จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากหากหญิงตั้งครรภ์ต่อไปจะเสี่ยงต่อการได้รับอันตรายต่อสุขภาพทางกายหรือจิตใจของหญิงนั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14751_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14751_p1_t1","text":"(2) จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากมีความเสี่ยงอย่างมากหรือมีเหตุผลทางการแพทย์อันควรเชื่อได้ว่าหากทารกคลอดออกมาจะมีความผิดปกติถึงขนาดทุพพลภาพอย่างร้ายแรง","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14751_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14751_p1_t1","text":"(3) หญิงยืนยันต่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมว่าตนมีครรภ์เนื่องจากมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14751_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"14751_p1_t1","text":"(4) หญิงซึ่งมีอายุครรภ์ไม่เกินสิบสองสัปดาห์ยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14751_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"14751_p1_t1","text":"(5) หญิงซึ่งมีอายุครรภ์เกินสิบสองสัปดาห์ แต่ไม่เกินยี่สิบสัปดาห์ยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์ภายหลังการตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือกจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและผู้ประกอบวิชาชีพอื่นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกา หนดโดยคำแนะนำของแพทยสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยการ้ปองกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":14752,"parent":14730,"text":"หมวด 4\n\nความผิดฐานทอดทิ้งเด็ก คนป่วยเจ็บหรือคนชรา","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":3},
{"key":14753,"parent":14752,"text":"มาตรา 306","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":0},
{"key":"14753_p1_t1","parent":14753,"text":"ผู้ใดทอดทิ้งเด็กอายุยังไม่เกินเก้าปีไว้ ณ ที่ใด เพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตน โดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแลต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14754,"parent":14752,"text":"มาตรา 307","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":1},
{"key":"14754_p1_t1","parent":14754,"text":"ผู้ใดมีหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามสัญญา ต้องดูแลผู้ซึ่งพึ่งตนเองมิได้ เพราะอายุ ความป่วยเจ็บ กายพิการหรือจิตพิการทอดทิ้งผู้ซึ่งพึ่งตนเองมิได้นั้นเสียโดยประการที่น่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14755,"parent":14752,"text":"มาตรา 308","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":2},
{"key":"14755_p1_t1","parent":14755,"text":"ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 306 หรือมาตรา307 เป็นเหตุให้ผู้ถูกทอดทิ้งถึงแก่ความตายหรือรับอันตรายสาหัสผู้กระทำต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 290 มาตรา 297 หรือมาตรา 298 นั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14756,"parent":14497,"text":"ลักษณะ 11\n\nความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"right","order":11},
{"key":14757,"parent":14756,"text":"หมวด 1\n\nความผิดต่อเสรีภาพ","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":0},
{"key":14758,"parent":14757,"text":"มาตรา 309","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":0},
{"key":"14758_p1","parent":14758,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14758_p1_t1","parent":"14758_p1","text":"ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายเสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่นหรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14758_p2","parent":14758,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14758_p2_t1","parent":"14758_p2","text":"ถ้าความผิดตามวรรคแรกได้กระทำโดยมีอาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป หรือได้กระทำเพื่อให้ผู้ถูกข่มขืนใจทำ ถอน ทำให้เสียหาย หรือทำลายเอกสารสิทธิอย่างใด ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14758_p3","parent":14758,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14758_p3_t1","parent":"14758_p3","text":"ถ้ากระทำโดยอ้างอำนาจอั้งยี่หรือซ่องโจร ไม่ว่าอั้งยี่หรือซ่องโจรนั้นจะมีอยู่หรือไม่ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14759,"parent":14757,"text":"มาตรา 310","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":1},
{"key":"14759_p1","parent":14759,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14759_p1_t1","parent":"14759_p1","text":"ผู้ใดหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14759_p2","parent":14759,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14759_p2_t1","parent":"14759_p2","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรก เป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขังหรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตาย หรือรับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 290 มาตรา 297 หรือมาตรา 298 นั้น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14760,"parent":14757,"text":"มาตรา 310 ทวิ","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":2},
{"key":"14760_p1_t1","parent":14760,"text":"ทวิ ผู้ใดหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และให้ผู้อื่นนั้นกระทำการใดให้แก่ผู้กระทำหรือบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีและปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14761,"parent":14757,"text":"มาตรา 311","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":3},
{"key":"14761_p1","parent":14761,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14761_p1_t1","parent":"14761_p1","text":"ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถูกหน่วงเหนี่ยว ถูกกักขังหรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14761_p2","parent":14761,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14761_p2_t1","parent":"14761_p2","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรก เป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขัง หรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตายหรือ\nรับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 291 หรือมาตรา 300","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14762,"parent":14757,"text":"มาตรา 312","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":4},
{"key":"14762_p1_t1","parent":14762,"text":"ผู้ใดเพื่อจะเอาคนลงเป็นทาส หรือให้มีฐานะคล้ายทาส นำเข้าในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พามาจากที่ใด ซื้อขาย จำหน่าย รับหรือหน่วงเหนี่ยวซึ่งบุคคลหนึ่งบุคคลใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14763,"parent":14757,"text":"มาตรา 312 ทวิ","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":5},
{"key":"14763_p1","parent":14763,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14763_p1_t1","parent":"14763_p1","text":"ทวิ ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 310 ทวิ หรือมาตรา 312 เป็นการกระทำต่อเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14763_p2","parent":14763,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14763_p2_t1","parent":"14763_p2","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรก หรือมาตรา 310 ทวิ หรือมาตรา 312 เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14763_p2_t1_ext_ul_4_li1","parent":"14763_p2_t1","text":"(1) รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี และปรับไม่เกินสามแสนบาท","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14763_p2_t1_ext_ul_4_li2","parent":"14763_p2_t1","text":"(2) รับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14763_p2_t1_ext_ul_4_li3","parent":"14763_p2_t1","text":"(3) ถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":14764,"parent":14757,"text":"มาตรา 312 ตรี","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":6},
{"key":"14764_p1","parent":14764,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14764_p1_t1","parent":"14764_p1","text":"ตรี ผู้ใดโดยทุจริตรับไว้ จำหน่าย เป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือพาไปซึ่งบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิ นห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14764_p2","parent":14764,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14764_p2_t1","parent":"14764_p2","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรก เป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14765,"parent":14757,"text":"มาตรา 313","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":7},
{"key":"14765_p1","parent":14765,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14765_p1_t1","parent":"14765_p1","text":"ผู้ใดเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14765_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14765_p1_t1","text":"(1) เอาตัวเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไป","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14765_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14765_p1_t1","text":"(2) เอาตัวบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีไป โดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงาผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด หรือ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14765_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14765_p1_t1","text":"(3) หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14765_p2","parent":14765,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14765_p2_t1","parent":"14765_p2","text":"ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14765_p3","parent":14765,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14765_p3_t1","parent":"14765_p3","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรกเป็นเหตุให้ผู้ถูกเอาตัวไป ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือผู้ถูกกักขังนั้นรับอันตรายสาหัส หรือเป็นการกระทำโดยทรมาน หรือโดยทำรุณโหดร้าย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำนั้นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14765_p4","parent":14765,"text":"วรรค 4","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14765_p4_t1","parent":"14765_p4","text":"ถ้าการกระทำความผิดนั้นเป็นเหตุให้ผู้ถูกเอาตัวไป ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือผู้ถูกกักขังนั้นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14766,"parent":14757,"text":"มาตรา 314","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":8},
{"key":"14766_p1_t1","parent":14766,"text":"ผู้ใดเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดตามมาตรา 313 ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการในความผิดนั้น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14767,"parent":14757,"text":"มาตรา 315","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":9},
{"key":"14767_p1_t1","parent":14767,"text":"ผู้ใดกระทำการเป็นคนกลาง โดยเรียก รับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างใดที่มิควรได้จากผู้กระทำความผิดตามมาตรา 313 หรือจากผู้ที่จะให้ค่าไถ่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14768,"parent":14757,"text":"มาตรา 316","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":10},
{"key":"14768_p1_t1","parent":14768,"text":"ถ้าผู้กระทำความผิดตามมาตรา 313 มาตรา 314หรือมาตรา 315 จัดให้ผู้ถูกเอาตัวไป ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือผู้ถูกกักขังได้รับเสรีภาพก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา โดยผู้นั้นมิได้รับอันตรายสาหัสหรือตกอยู่ในภาวะอันใกล้จะเป็นอันตรายต่อชีวิต ให้ลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ แต่ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14769,"parent":14757,"text":"มาตรา 317","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":11},
{"key":"14769_p1","parent":14769,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14769_p1_t1","parent":"14769_p1","text":"ผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควร พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล ต้องระวางโทษ\nจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14769_p2","parent":14769,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14769_p2_t1","parent":"14769_p2","text":"ผู้ใดโดยทุจริต ซื้อ จำหน่าย หรือรับตัวเด็กซึ่งถูกพรากตามวรรคแรกต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้พรากนั้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14769_p3","parent":14769,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14769_p3_t1","parent":"14769_p3","text":"ถ้าความผิดตามมาตรานี้ได้กระทำเพื่อหากำไร หรือเพื่อการอนาจารผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14770,"parent":14757,"text":"มาตรา 318","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":12},
{"key":"14770_p1","parent":14770,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14770_p1_t1","parent":"14770_p1","text":"ผู้ใดพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยผู้เยาว์นั้นไม่เต็มใจไปด้วย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14770_p2","parent":14770,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14770_p2_t1","parent":"14770_p2","text":"ผู้ใดโดยทุจริต ซื้อ จำหน่าย หรือรับตัวผู้เยาว์ซึ่งถูกพรากตามวรรคแรก ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้พรากนั้น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14770_p3","parent":14770,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14770_p3_t1","parent":"14770_p3","text":"ถ้าความผิดตามมาตรานี้ได้กระทำเพื่อหากำไร หรือเพื่อการอนาจารผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14771,"parent":14757,"text":"มาตรา 319","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":13},
{"key":"14771_p1","parent":14771,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14771_p1_t1","parent":"14771_p1","text":"ผู้ใดพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14771_p2","parent":14771,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14771_p2_t1","parent":"14771_p2","text":"ผู้ใดโดยทุจริต ซื้อ จำหน่าย หรือรับตัวผู้เยาว์ซึ่งถูกพรากตามวรรคแรก ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้พรากนั้น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14772,"parent":14757,"text":"มาตรา 320","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":14},
{"key":"14772_p1","parent":14772,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14772_p1_t1","parent":"14772_p1","text":"ผู้ใดใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้ายใช้อำนาจครอบงาผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใดพาหรือส่งคนออกไปนอกราชอาณาจักร ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14772_p2","parent":14772,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14772_p2_t1","parent":"14772_p2","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรกได้กระทำเพื่อให้ผู้ถูกพาหรือส่งไปนั้นตกอยู่ในอำนาจของผู้อื่นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือเพื่อละทิ้งให้เป็นคนอนาถา ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปีและปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14773,"parent":14757,"text":"มาตรา 321","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":15},
{"key":"14773_p1_t1","parent":14773,"text":"ความผิดตามมาตรา 309 วรรคแรก มาตรา 310วรรคแรก และมาตรา 311 วรรคแรก เป็นความผิดอันยอมความได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14774,"parent":14757,"text":"มาตรา 321/1","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":16},
{"key":"14774_p1_t1","parent":14774,"text":"มาตรา 321/1 การกระทำความผิดตามมาตรา 312 ตรี วรรคสองและมาตรา 317 หากเป็นการกระทำต่อเด็กอายุไม่เกินสิบสามปี ห้ามอ้างความไม่รู้อายุของเด็กเพื่อให้พ้นจากความผิดนั้น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14775,"parent":14756,"text":"หมวด 2\n\nความผิดฐานเปิดเผยความลับ","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":1},
{"key":14776,"parent":14775,"text":"มาตรา 322","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":0},
{"key":"14776_p1_t1","parent":14776,"text":"ผู้ใดเปิดผนึกหรือเอาจดหมาย โทรเลขหรือเอกสารใด ๆ ซึ่งปิดผนึกของผู้อื่นไป เพื่อล่วงรู้ข้อความก็ดี เพื่อนาข้อความในจดหมาย โทรเลขหรือเอกสารเช่นว่านั้นออกเปิดเผยก็ดี ถ้าการกระทำนั้นน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14777,"parent":14775,"text":"มาตรา 323","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":1},
{"key":"14777_p1","parent":14777,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14777_p1_t1","parent":"14777_p1","text":"ผู้ใดล่วงรู้หรือได้มาซึ่งความลับของผู้อื่น โดยเหตุที่เป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ โดยเหตุที่ประกอบอาชีพเป็นแพทย์ เภสัชกรคนจำหน่ายยา นางผดุงครรภ์ ผู้พยาบาล นักบวช หมอความ ทนายความหรือผู้สอบบัญชี หรือโดยเหตุที่เป็นผู้ช่วยในการประกอบอาชีพนั้นแล้วเปิดเผยความลับนั้นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14777_p2","parent":14777,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14777_p2_t1","parent":"14777_p2","text":"ผู้รับการศึกษาอบรมในอาชีพดังกล่าวในวรรคแรก เปิดเผยความลับของผู้อื่น อันตนได้ล่วงรู้หรือได้มาในการศึกษาอบรมนั้น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14778,"parent":14775,"text":"มาตรา 324","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":2},
{"key":"14778_p1_t1","parent":14778,"text":"ผู้ใดโดยเหตุที่ตนมีตำแหน่งหน้าที่ วิชาชีพหรืออาชีพอันเป็นที่ไว้วางใจ ล่วงรู้หรือได้มาซึ่งความลับของผู้อื่นเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการค้นพบ หรือการนิมิตในวิทยาศาสตร์ เปิดเผยหรือใช้ความลับนั้นเพื่อประโยชน์ตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14779,"parent":14775,"text":"มาตรา 325","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":3},
{"key":"14779_p1_t1","parent":14779,"text":"ความผิดในหมวดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14780,"parent":14756,"text":"หมวด 3\n\nความผิดฐานหมิ่นประมาท","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":2},
{"key":14781,"parent":14780,"text":"มาตรา 326","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":0},
{"key":"14781_p1_t1","parent":14781,"text":"ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14782,"parent":14780,"text":"มาตรา 327","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":1},
{"key":"14782_p1_t1","parent":14782,"text":"ผู้ใดใส่ความผู้ตายต่อบุคคลที่สามและการใส่ความนั้นน่าจะเป็นเหตุให้บิดา มารดา คู่สมรสหรือบุตรของผู้ตายเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทต้องระวางโทษดังบัญญัติไว้ในมาตรา 326 นั้น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14783,"parent":14780,"text":"มาตรา 328","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":2},
{"key":"14783_p1_t1","parent":14783,"text":"ถ้าความผิดฐานหมิ่นประมาทได้กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียง บันทึกภาพหรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียง หรือการกระจายภาพหรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14784,"parent":14780,"text":"มาตรา 329","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":3},
{"key":"14784_p1","parent":14784,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14784_p1_t1","parent":"14784_p1","text":"ผู้ใดแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริต","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14784_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14784_p1_t1","text":"(1) เพื่อความชอบธรรม้ ปองกันตนหรือ้ปองกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14784_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14784_p1_t1","text":"(2) ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14784_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14784_p1_t1","text":"(3) ติชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ หรือ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14784_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"14784_p1_t1","text":"(4) ในการแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรมเรื่องการดำเนินการอันเปิดเผยในศาลหรือในการประชุม","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14784_p2","parent":14784,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14784_p2_t1","parent":"14784_p2","text":"ผู้นั้นไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14785,"parent":14780,"text":"มาตรา 330","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":4},
{"key":"14785_p1","parent":14785,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14785_p1_t1","parent":"14785_p1","text":"ในกรณีหมิ่นประมาท ถ้าผู้ถูกหาว่ากระทำความผิดพิสูจน์ได้ว่าข้อที่หาว่าเป็นหมิ่นประมาทนั้นเป็นความจริง ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14785_p2","parent":14785,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14785_p2_t1","parent":"14785_p2","text":"แต่ห้ามไม่ให้พิสูจน์ ถ้าข้อที่หาว่าเป็นหมิ่นประมาทนั้นเป็นการใส่ความในเรื่องส่วนตัว และการพิสูจน์จะไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14786,"parent":14780,"text":"มาตรา 331","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":5},
{"key":"14786_p1_t1","parent":14786,"text":"คู่ความ หรือทนายความของคู่ความ ซึ่งแสดงความคิดเห็น หรือข้อความในกระบวนพิจารณาคดีในศาล เพื่อประโยชน์แก่คดีของตน ไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14787,"parent":14780,"text":"มาตรา 332","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":6},
{"key":"14787_p1_t1","parent":14787,"text":"ในคดีหมิ่นประมาทซึ่งมีคำพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด ศาลอาจสั่ง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14787_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14787_p1_t1","text":"(1) ให้ยึดและทำลายวัตถุหรือส่วนของวัตถุที่มีข้อความหมิ่นประมาท","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14787_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14787_p1_t1","text":"(2) ให้โฆษณาคำพิพากษาทั้งหมด หรือแต่บางส่วนในหนังสือพิมพ์หนึ่งฉบับหรือหลายฉบับ ครั้งเดียวหรือหลายครั้ง โดยให้จำเลยเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":14788,"parent":14780,"text":"มาตรา 333","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":7},
{"key":"14788_p1","parent":14788,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14788_p1_t1","parent":"14788_p1","text":"ความผิดในหมวดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14788_p2","parent":14788,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14788_p2_t1","parent":"14788_p2","text":"ถ้าผู้เสียหายในความผิดฐานหมิ่นประมาทตายเสียก่อนร้องทุกข์ให้บิดา มารดา คู่สมรสหรือบุตรของผู้เสียหายร้องทุกข์ได้ และให้ถือว่าเป็นผู้เสียหาย","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14789,"parent":14497,"text":"ลักษณะ 12\n\nความผิดเกี่ยวกับทรัพย์","expanded":false,"brush":"plum","dir":"right","order":12},
{"key":14790,"parent":14789,"text":"หมวด 1\n\nความผิดฐานลักทรัพย์และวิ่งราวทรัพย์","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":0},
{"key":14791,"parent":14790,"text":"มาตรา 334","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":0},
{"key":"14791_p1_t1","parent":14791,"text":"ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่น หรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกหมื่นบาท","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14792,"parent":14790,"text":"มาตรา 335","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":1},
{"key":"14792_p1","parent":14792,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14792_p1_t1","parent":"14792_p1","text":"ผู้ใดลักทรัพย์","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14792_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14792_p1_t1","text":"(1) ในเวลากลางคืน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14792_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14792_p1_t1","text":"(2) ในที่หรือบริเวณที่มีเหตุเพลิงไหม้ การระเบิด อุทกภัย หรือในที่หรือบริเวณที่มีอุบัติเหตุ เหตุทุกขภัยแก่รถไฟ หรือยานพาหนะอื่นที่ประชาชนโดยสาร หรือภัยพิบัติอื่นทำนองเดียวกัน หรืออาศัยโอกาสที่มีเหตุเช่นว่านั้น หรืออาศัยโอกาสที่ประชาชนกำลังตื่นกลัวภยันตรายใด ๆ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14792_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14792_p1_t1","text":"(3) โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใด ๆ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14792_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"14792_p1_t1","text":"(4) โดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า หรือเข้าทางช่องทางซึ่งผู้เป็นใจเปิดไว้ให้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14792_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"14792_p1_t1","text":"(5) โดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่น มอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"14792_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"14792_p1_t1","text":"(6) โดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงาน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":5},
{"key":"14792_p1_t1_ext_ul_2_li7","parent":"14792_p1_t1","text":"(7) โดยมีอาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":6},
{"key":"14792_p1_t1_ext_ul_2_li8","parent":"14792_p1_t1","text":"(8) ในเคหสถาน สถานที่ราชการหรือสถานที่ที่จัดไว้เพื่อให้บริการสาธารณะที่ตนได้เข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือซ่อนตัวอยู่ในสถานที่นั้น ๆ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":7},
{"key":"14792_p1_t1_ext_ul_2_li9","parent":"14792_p1_t1","text":"(9) ในสถานที่บูชาสาธารณะ สถานีรถไฟ ท่าอากาศยาน ที่จอดรถหรือเรือสาธารณะ สาธารณสถานสำหรับขนถ่ายสินค้า หรือในยวดยานสาธารณะ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":8},
{"key":"14792_p1_t1_ext_ul_2_li10","parent":"14792_p1_t1","text":"(10) ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":9},
{"key":"14792_p1_t1_ext_ul_2_li11","parent":"14792_p1_t1","text":"(11) ที่เป็นของนายจ้างหรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":10},
{"key":"14792_p1_t1_ext_ul_2_li12","parent":"14792_p1_t1","text":"(12) ที่เป็นของผู้มีอาชีพกสิกรรม บรรดาที่เป็นผลิตภัณฑ์ พืชพันธุ์สัตว์หรือเครื่องมืออันมีไว้สำหรับประกอบกสิกรรมหรือได้มาจากการกสิกรรมนั้น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":11},
{"key":"14792_p2","parent":14792,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14792_p2_t1","parent":"14792_p2","text":"ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14792_p3","parent":14792,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14792_p3_t1","parent":"14792_p3","text":"ถ้าความผิดตามวรรคแรกเป็นการกระทำที่ประกอบด้วยลักษณะดังที่บัญญัติไว้ในอนุมาตราดังกล่าวแล้วตั้งแต่สองอนุมาตราขึ้นไป ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14792_p4","parent":14792,"text":"วรรค 4","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14792_p4_t1","parent":"14792_p4","text":"ถ้าความผิดตามวรรคแรกเป็นการกระทำต่อทรัพย์ที่เป็นโค กระบือเครื่องกลหรือเครื่องจักรที่ผู้มีอาชีพกสิกรรมมีไว้สำหรับประกอบกสิกรรมผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14792_p5","parent":14792,"text":"วรรค 5","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"14792_p5_t1","parent":"14792_p5","text":"ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวในมาตรานี้ เป็นการกระทำโดยความจำใจหรือความยากจนเหลือทนทาน และทรัพย์นั้นมีราคาเล็กน้อยศาลจะลงโทษผู้กระทำความผิดดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 334 ก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14793,"parent":14790,"text":"มาตรา 335 ทวิ","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":2},
{"key":"14793_p1","parent":14793,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14793_p1_t1","parent":"14793_p1","text":"ทวิ ผู้ใดลักทรัพย์ที่เป็นพระพุทธรูปหรือวัตถุในทางศาสนา ถ้าทรัพย์นั้นเป็นที่สักการะบูชาของประชาชน หรือเก็บรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพระพุทธรูป หรือวัตถุดังกล่าวต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14793_p2","parent":14793,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14793_p2_t1","parent":"14793_p2","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรก ได้กระทำในวัด สำนักสงฆ์สถานอันเป็นที่เคารพในทางศาสนา โบราณสถานอันเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน สถานที่ราชการหรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสามแสนบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14794,"parent":14790,"text":"มาตรา 336","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":3},
{"key":"14794_p1","parent":14794,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14794_p1_t1","parent":"14794_p1","text":"ผู้ใดลักทรัพย์โดยฉกฉวยเอาซึ่งหน้า ผู้นั้นกระทำความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14794_p2","parent":14794,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14794_p2_t1","parent":"14794_p2","text":"ถ้าการวิ่งราวทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14794_p3","parent":14794,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14794_p3_t1","parent":"14794_p3","text":"ถ้าการวิ่งราวทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14794_p4","parent":14794,"text":"วรรค 4","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14794_p4_t1","parent":"14794_p4","text":"ถ้าการวิ่งราวทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสามแสนบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14795,"parent":14790,"text":"มาตรา 336 ทวิ","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":4},
{"key":"14795_p1_t1","parent":14795,"text":"ทวิ ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา 334 มาตรา 335 มาตรา 335 ทวิ หรือมาตรา 336 โดยแต่งเครื่องแบบทหารหรือตำรวจหรือแต่งกายให้เข้าใจว่าเป็นทหารหรือตำรวจ หรือโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ กึ่งหนึ่ง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14796,"parent":14789,"text":"หมวด 2\n\nความผิดฐานกรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ และปล้นทรัพย์","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":1},
{"key":14797,"parent":14796,"text":"มาตรา 337","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":0},
{"key":"14797_p1","parent":14797,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14797_p1_t1","parent":"14797_p1","text":"ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานกรรโชก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14797_p2","parent":14797,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14797_p2_t1","parent":"14797_p2","text":"ถ้าความผิดฐานกรรโชกได้กระทำโดย","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14797_p2_t1_ext_ul_4_li1","parent":"14797_p2_t1","text":"(1) ขู่ว่าจะฆ่า ขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายให้ผู้ถูกข่มขืนใจหรือผู้อื่นให้ได้รับอันตรายสาหัส หรือขู่ว่าจะทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่ทรัพย์ของผู้ถูกข่มขืนใจหรือผู้อื่น หรือ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14797_p2_t1_ext_ul_4_li2","parent":"14797_p2_t1","text":"(2) มีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14797_p3","parent":14797,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14797_p3_t1","parent":"14797_p3","text":"ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14798,"parent":14796,"text":"มาตรา 338","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":1},
{"key":"14798_p1_t1","parent":14798,"text":"ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยความลับ ซึ่งการเปิดเผยนั้นจะทำให้ผู้ถูกขู่เข็ญหรือบุคคลที่สามเสียหายจนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14799,"parent":14796,"text":"มาตรา 339","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":2},
{"key":"14799_p1","parent":14799,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14799_p1_t1","parent":"14799_p1","text":"ผู้ใดลักทรัพย์โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14799_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14799_p1_t1","text":"(1) ให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์หรือการพาทรัพย์นั้นไป","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14799_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14799_p1_t1","text":"(2) ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14799_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14799_p1_t1","text":"(3) ยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14799_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"14799_p1_t1","text":"(4) ปกปิดการกระทำความผิดนั้น หรือ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14799_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"14799_p1_t1","text":"(5) ให้พ้นจากการจับกุม","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"14799_p2","parent":14799,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14799_p2_t1","parent":"14799_p2","text":"ผู้นั้นกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสองแสนบาท","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14799_p3","parent":14799,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14799_p3_t1","parent":"14799_p3","text":"ถ้าความผิดนั้นเป็นการกระทำที่ประกอบด้วยลักษณะดังที่บัญญัติไว้ในอนุมาตราหนึ่งอนุมาตราใดแห่งมาตรา 335 หรือเป็นการกระทำต่อทรัพย์ที่เป็นโค กระบือ เครื่องกลหรือเครื่องจักรที่ผู้มีอาชีพกสิกรรมมีไว้สำหรับประกอบกสิกรรม ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสามแสนบาท","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14799_p4","parent":14799,"text":"วรรค 4","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14799_p4_t1","parent":"14799_p4","text":"ถ้าการชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสี่แสนบาท","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14799_p5","parent":14799,"text":"วรรค 5","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"14799_p5_t1","parent":"14799_p5","text":"ถ้าการชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ผู้กระทำ\nต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงสี่แสนบาท","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14799_p6","parent":14799,"text":"วรรค 6","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":5},
{"key":"14799_p6_t1","parent":"14799_p6","text":"ถ้าการชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14800,"parent":14796,"text":"มาตรา 339 ทวิ","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":3},
{"key":"14800_p1","parent":14800,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14800_p1_t1","parent":"14800_p1","text":"ทวิ ถ้าการชิงทรัพย์ได้กระทำต่อทรัพย์ตามมาตรา 335 ทวิ วรรคแรก ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงสิบห้าปีและปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสามแสนบาท","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14800_p2","parent":14800,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14800_p2_t1","parent":"14800_p2","text":"ถ้าการชิงทรัพย์นั้นเป็นการกระทำในสถานที่ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 335 ทวิ วรรคสองด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสี่แสนบาท","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14800_p3","parent":14800,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14800_p3_t1","parent":"14800_p3","text":"ถ้าการชิงทรัพย์ตามวรรคแรกหรือวรรคสองเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงสี่แสนบาท","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14800_p4","parent":14800,"text":"วรรค 4","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14800_p4_t1","parent":"14800_p4","text":"ถ้าการชิงทรัพย์ตามวรรคแรกหรือวรรคสองเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14800_p5","parent":14800,"text":"วรรค 5","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"14800_p5_t1","parent":"14800_p5","text":"ถ้าการชิงทรัพย์ตามวรรคแรกหรือวรรคสองเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14801,"parent":14796,"text":"มาตรา 340","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":4},
{"key":"14801_p1","parent":14801,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14801_p1_t1","parent":"14801_p1","text":"ผู้ใดชิงทรัพย์โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสามแสนบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14801_p2","parent":14801,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14801_p2_t1","parent":"14801_p2","text":"ถ้าในการปล้นทรัพย์ ผู้กระทำแม้แต่คนหนึ่งคนใดมีอาวุธติดตัวไปด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบสองปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนสี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14801_p3","parent":14801,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14801_p3_t1","parent":"14801_p3","text":"ถ้าการปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14801_p4","parent":14801,"text":"วรรค 4","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14801_p4_t1","parent":"14801_p4","text":"ถ้าการปล้นทรัพย์ได้กระทำโดยแสดงความทารุณจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ใช้ปืนยิง ใช้วัตถุระเบิด หรือกระทำทรมานผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14801_p5","parent":14801,"text":"วรรค 5","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"14801_p5_t1","parent":"14801_p5","text":"ถ้าการปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14802,"parent":14796,"text":"มาตรา 340 ทวิ","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":5},
{"key":"14802_p1","parent":14802,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14802_p1_t1","parent":"14802_p1","text":"ทวิ ถ้าการปล้นทรัพย์ได้กระทำต่อทรัพย์ตามมาตรา 335 ทวิ วรรคแรก ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสี่แสนบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14802_p2","parent":14802,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14802_p2_t1","parent":"14802_p2","text":"ถ้าการปล้นทรัพย์นั้นเป็นการกระทำในสถานที่ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 335 ทวิ วรรคสองด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงสี่แสนบาท","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14802_p3","parent":14802,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14802_p3_t1","parent":"14802_p3","text":"ถ้าการปล้นทรัพย์ตามวรรคแรกหรือวรรคสอง ผู้กระทำแม้แต่คนหนึ่งคนใดมีอาวุธติดตัวไปด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14802_p4","parent":14802,"text":"วรรค 4","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14802_p4_t1","parent":"14802_p4","text":"ถ้าการปล้นทรัพย์ตามวรรคแรกหรือวรรคสองเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14802_p5","parent":14802,"text":"วรรค 5","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"14802_p5_t1","parent":"14802_p5","text":"ถ้าการปล้นทรัพย์ตามวรรคแรกหรือวรรคสองได้กระทำโดยแสดงความทารุณจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ใช้ปืนยิงใช้วัตถุระเบิดหรือกระทำทรมาน ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14802_p6","parent":14802,"text":"วรรค 6","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":5},
{"key":"14802_p6_t1","parent":"14802_p6","text":"ถ้าการปล้นทรัพย์ตามวรรคแรกหรือวรรคสองเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14803,"parent":14796,"text":"มาตรา 340 ตรี","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":6},
{"key":"14803_p1_t1","parent":14803,"text":"ตรี ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา 339 มาตรา 339 ทวิ มาตรา 340 หรือมาตรา 340 ทวิ โดยแต่งเครื่องแบบทหารหรือตำรวจหรือแต่งกายให้เข้าใจว่าเป็นทหารหรือตำรวจ หรือโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ กึ่งหนึ่ง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14804,"parent":14789,"text":"หมวด 3\n\nความผิดฐานฉ้อโกง","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":2},
{"key":14805,"parent":14804,"text":"มาตรา 341","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":0},
{"key":"14805_p1_t1","parent":14805,"text":"ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามหรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามทำถอนหรือทำลายเอกสารสิทธิผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14806,"parent":14804,"text":"มาตรา 342","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":1},
{"key":"14806_p1","parent":14806,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14806_p1_t1","parent":"14806_p1","text":"ถ้าในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ผู้กระทำ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14806_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14806_p1_t1","text":"(1) แสดงตนเป็นคนอื่น หรือ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14806_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14806_p1_t1","text":"(2) อาศัยความเบาปัญญาของผู้ถูกหลอกลวงซึ่งเป็นเด็ก หรืออาศัยความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูกหลอกลวง","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14806_p2","parent":14806,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14806_p2_t1","parent":"14806_p2","text":"ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14807,"parent":14804,"text":"มาตรา 343","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":2},
{"key":"14807_p1","parent":14807,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14807_p1_t1","parent":"14807_p1","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 341 ได้กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริง ซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14807_p2","parent":14807,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14807_p2_t1","parent":"14807_p2","text":"ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวในวรรคแรก ต้องด้วยลักษณะดังกล่าวในมาตรา 342 อนุมาตราหนึ่งอนุมาตราใดด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14808,"parent":14804,"text":"มาตรา 344","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":3},
{"key":"14808_p1_t1","parent":14808,"text":"ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงบุคคลตั้งแต่สิบคนขึ้นไปให้ประกอบการงานอย่างใด ๆ ให้แก่ตนหรือให้แก่บุคคลที่สาม โดยจะไม่ใช้ค่าแรงงานหรือค่าจ้างแก่บุคคลเหล่านั้น หรือโดยจะใช้ค่าแรงงานหรือค่าจ้างแก่บุคคลเหล่านั้นต่ำกว่าที่ตกลงกัน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14809,"parent":14804,"text":"มาตรา 345","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":4},
{"key":"14809_p1_t1","parent":14809,"text":"ผู้ใดสั่งซื้อและบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่ม หรือเข้าอยู่ในโรงแรม โดยรู้ว่าตนไม่สามารถชำระเงินค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม หรือค่าอยู่ในโรงแรมนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14810,"parent":14804,"text":"มาตรา 346","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":5},
{"key":"14810_p1_t1","parent":14810,"text":"ผู้ใดเพื่อเอาทรัพย์สินของผู้อื่นเป็นของตนหรือของบุคคลที่สาม ชักจูงผู้หนึ่งผู้ใดให้จำหน่ายโดยเสียเปรียบซึ่งทรัพย์สินโดยอาศัยเหตุที่ผู้ถูกชักจูงมีจิตอ่อนแอหรือเป็นเด็กเบาปัญญา และไม่สามารถเข้าใจตามควรซึ่งสาระสำคัญแห่งการกระทำของตน จนผู้ถูกชักจูงจำหน่ายซึ่งทรัพย์สินนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14811,"parent":14804,"text":"มาตรา 347","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":6},
{"key":"14811_p1_t1","parent":14811,"text":"ผู้ใดเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์จากการประกันวินาศภัย แกล้งทำให้เกิดเสียหายแก่ทรัพย์สินอันเป็นวัตถุที่เอาประกันภัย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14812,"parent":14804,"text":"มาตรา 348","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":7},
{"key":"14812_p1_t1","parent":14812,"text":"ความผิดในหมวดนี้ นอกจากความผิดตามมาตรา 343 เป็นความผิดอันยอมความได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14813,"parent":14789,"text":"หมวด 4\n\nความผิดฐานโกงเจ้าหนี้","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":3},
{"key":14814,"parent":14813,"text":"มาตรา 349","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":0},
{"key":"14814_p1_t1","parent":14814,"text":"ผู้ใดเอาไปเสีย ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์อันตนจำนำไว้แก่ผู้อื่น ถ้าได้กระทำเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้รับจำนำ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14815,"parent":14813,"text":"มาตรา 350","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":1},
{"key":"14815_p1_t1","parent":14815,"text":"ผู้ใดเพื่อมิให้เจ้าหนี้ของตนหรือของผู้อื่นได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ซึ่งได้ใช้หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้ย้ายไปเสีย ซ่อนเร้นหรือโอนไปให้แก่ผู้อื่นซึ่งทรัพย์ใดก็ดี แกล้งให้ตนเองเป็นหนี้จำนวนใดอันไม่เป็นความจริงก็ดี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14816,"parent":14813,"text":"มาตรา 351","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":2},
{"key":"14816_p1_t1","parent":14816,"text":"ความผิดในหมวดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14817,"parent":14789,"text":"หมวด 5\n\nความผิดฐานยักยอก","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":4},
{"key":14818,"parent":14817,"text":"มาตรา 352","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":0},
{"key":"14818_p1","parent":14818,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14818_p1_t1","parent":"14818_p1","text":"ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่น หรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานยักยอก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14818_p2","parent":14818,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14818_p2_t1","parent":"14818_p2","text":"ถ้าทรัพย์นั้นได้ตกมาอยู่ในความครอบครองของผู้กระทำความผิดเพราะผู้อื่นส่งมอบให้โดยสำคัญผิดไปด้วยประการใด หรือเป็นทรัพย์สินหายซึ่งผู้กระทำความผิดเก็บได้ ผู้กระทำต้องระวางโทษแต่เพียงกึ่งหนึ่ง","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14819,"parent":14817,"text":"มาตรา 353","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":1},
{"key":"14819_p1_t1","parent":14819,"text":"ผู้ใดได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นหรือทรัพย์สินซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย กระทำผิดหน้าที่ของตนด้วยประการใด ๆ โดยทุจริต จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของผู้นั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14820,"parent":14817,"text":"มาตรา 354","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":2},
{"key":"14820_p1_t1","parent":14820,"text":"ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 352 หรือมาตรา 353 ได้กระทำในฐานที่ผู้กระทำความผิดเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นตามคำสั่งของศาล หรือตามพินัยกรรม หรือในฐานเป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14821,"parent":14817,"text":"มาตรา 355","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":3},
{"key":"14821_p1_t1","parent":14821,"text":"ผู้ใดเก็บได้ซึ่งสังหาริมทรัพย์อันมีค่า อันซ่อนหรือฝังไว้โดยพฤติการณ์ซึ่งไม่มีผู้ใดอ้างว่าเป็นเจ้าของได้ แล้วเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14822,"parent":14817,"text":"มาตรา 356","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":4},
{"key":"14822_p1_t1","parent":14822,"text":"ความผิดในหมวดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14823,"parent":14789,"text":"หมวด 6\n\nความผิดฐานรับของโจร","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":5},
{"key":14824,"parent":14823,"text":"มาตรา 357","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":0},
{"key":"14824_p1","parent":14824,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14824_p1_t1","parent":"14824_p1","text":"ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสียซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิด ถ้าความผิดนั้นเข้าลักษณะลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชกรีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอกหรือเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานรับของโจร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14824_p2","parent":14824,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14824_p2_t1","parent":"14824_p2","text":"ถ้าการกระทำความผิดฐานรับของโจรนั้น ได้กระทำเพื่อค้ากำไรหรือได้กระทำต่อทรัพย์อันได้มาโดยการลักทรัพย์ตามมาตรา 335 (10) ชิงทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสองแสนบาท","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14824_p3","parent":14824,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14824_p3_t1","parent":"14824_p3","text":"ถ้าการกระทำความผิดฐานรับของโจรนั้น ได้กระทำต่อทรัพย์อันได้มาโดยการลักทรัพย์ตามมาตรา 335 ทวิ การชิงทรัพย์ตามมาตรา 339 ทวิ หรือการปล้นทรัพย์ตามมาตรา 340 ทวิ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสามแสนบาท","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14825,"parent":14789,"text":"หมวด 7\n\nความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":6},
{"key":14826,"parent":14825,"text":"มาตรา 358","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":0},
{"key":"14826_p1_t1","parent":14826,"text":"ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14827,"parent":14825,"text":"มาตรา 359","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":1},
{"key":"14827_p1","parent":14827,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14827_p1_t1","parent":"14827_p1","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 358 ได้กระทำต่อ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14827_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14827_p1_t1","text":"(1) เครื่องกลหรือเครื่องจักรที่ใช้ในการประกอบกสิกรรมหรืออุตสาหกรรม","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14827_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14827_p1_t1","text":"(2) ปศุสัตว์","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14827_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14827_p1_t1","text":"(3) ยวดยานหรือสัตว์พาหนะที่ใช้ในการขนส่งสาธารณะหรือในการประกอบกสิกรรมหรืออุตสาหกรรม หรือ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14827_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"14827_p1_t1","text":"(4) พืชหรือพืชผลของกสิกร","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"14827_p2","parent":14827,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14827_p2_t1","parent":"14827_p2","text":"ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14828,"parent":14825,"text":"มาตรา 360","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":2},
{"key":"14828_p1_t1","parent":14828,"text":"ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14829,"parent":14825,"text":"มาตรา 360 ทวิ","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":3},
{"key":"14829_p1_t1","parent":14829,"text":"ทวิ ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ตามมาตรา 335 ทวิ วรรคหนึ่ง ที่ประดิษฐานอยู่ในสถานที่ตามมาตรา 335 ทวิ วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14830,"parent":14825,"text":"มาตรา 361","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":4},
{"key":"14830_p1_t1","parent":14830,"text":"ความผิดตามมาตรา 358 และมาตรา 359เป็นความผิดอันยอมความได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14831,"parent":14789,"text":"หมวด 8\n\nความผิดฐานบุกรุก","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":7},
{"key":14832,"parent":14831,"text":"มาตรา 362","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":0},
{"key":"14832_p1_t1","parent":14832,"text":"ผู้ใดเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น เพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือเข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14833,"parent":14831,"text":"มาตรา 363","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":1},
{"key":"14833_p1_t1","parent":14833,"text":"ผู้ใดเพื่อถือเอาอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเป็นของตนหรือของบุคคลที่สาม ยักย้ายหรือทำลายเครื่องหมายเขตแห่งอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14834,"parent":14831,"text":"มาตรา 364","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":2},
{"key":"14834_p1_t1","parent":14834,"text":"ผู้ใดโดยไม่มีเหตุอันสมควร เข้าไปหรือซ่อนตัวอยู่ในเคหสถาน อาคารเก็บรักษาทรัพย์หรือสำนักงานในความครอบครองของผู้อื่น หรือไม่ยอมออกไปจากสถานที่เช่นว่านั้นเมื่อผู้มีสิทธิที่จะห้ามมิให้เข้าไปได้ไล่ให้ออก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14835,"parent":14831,"text":"มาตรา 365","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":3},
{"key":"14835_p1","parent":14835,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14835_p1_t1","parent":"14835_p1","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 362 มาตรา 363 หรือมาตรา 364 ได้กระทำ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14835_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"14835_p1_t1","text":"(1) โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"14835_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"14835_p1_t1","text":"(2) โดยมีอาวุธหรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป หรือ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14835_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"14835_p1_t1","text":"(3) ในเวลากลางคืน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"14835_p2","parent":14835,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"14835_p2_t1","parent":"14835_p2","text":"ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14836,"parent":14831,"text":"มาตรา 366","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":4},
{"key":"14836_p1_t1","parent":14836,"text":"ความผิดในหมวดนี้ นอกจากความผิดตามมาตรา 365 เป็นความผิดอันยอมความได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14837,"parent":14497,"text":"ลักษณะ 13\n\nความผิดเกี่ยวกับศพ","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"right","order":13},
{"key":14838,"parent":14837,"text":"มาตรา 366/1","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":0},
{"key":"14838_p1_t1","parent":14838,"text":"มาตรา 366/1 ผู้ใดกระทำเพื่อสนองความใคร่ของตน โดยการใช้อวัยวะเพศของตนล่วงล้าอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของศพต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14839,"parent":14837,"text":"มาตรา 366/2","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":1},
{"key":"14839_p1_t1","parent":14839,"text":"มาตรา 366/2 ผู้ใดกระทำอนาจารแก่ศพ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14840,"parent":14837,"text":"มาตรา 366/3","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":2},
{"key":"14840_p1_t1","parent":14840,"text":"มาตรา 366/3 ผู้ใดโดยไม่มีเหตุอันสมควร ทำให้เสียหายเคลื่อนย้าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งศพ ส่วนของศพ อัฐิ หรือเถ้าของศพ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14841,"parent":14837,"text":"มาตรา 366/4","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":3},
{"key":"14841_p1_t1","parent":14841,"text":"มาตรา 366/4 ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามศพ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":14842,"parent":14370,"text":"ภาค 3\n\nลหุโทษ","expanded":false,"brush":"palevioletred","dir":"left","order":1},
{"key":14843,"parent":14842,"text":"มาตรา 367","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":0},
{"key":"14843_p1_t1","parent":14843,"text":"ผู้ใดเมื่อเจ้าพนักงานถามชื่อหรือที่อยู่ เพื่อปฏิบัติการตามกฎหมาย ไม่ยอมบอกหรือแกล้งบอกชื่อหรือที่อยู่อันเป็นเท็จต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14844,"parent":14842,"text":"มาตรา 368","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":1},
{"key":"14844_p1","parent":14844,"text":"วรรค 1","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14844_p1_t1","parent":"14844_p1","text":"ผู้ใดทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามอำนาจที่มีกฎหมายให้ไว้ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบวัน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14844_p2","parent":14844,"text":"วรรค 2","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14844_p2_t1","parent":"14844_p2","text":"ถ้าการสั่งเช่นว่านั้น เป็นคำสั่งให้ช่วยทำกิจการในหน้าที่ของเจ้าพนักงานซึ่งกฎหมายกำหนดให้สั่งให้ช่วยได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14845,"parent":14842,"text":"มาตรา 369","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":2},
{"key":"14845_p1_t1","parent":14845,"text":"ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ ให้ประกาศภาพโฆษณา หรือเอกสารใดที่เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่ปิดหรือแสดงไว้ หรือสั่งให้ปิด หรือแสดงไว้ หลุด ฉีกหรือไร้ประโยชน์ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14846,"parent":14842,"text":"มาตรา 370","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":3},
{"key":"14846_p1_t1","parent":14846,"text":"ผู้ใดส่งเสียง ทำให้เกิดเสียงหรือกระทำความอื้ออึงโดยไม่มีเหตุอันสมควร จนทำให้ประชาชนตกใจหรือเดือด้รอน ต้องระวาง\nโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14847,"parent":14842,"text":"มาตรา 371","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":4},
{"key":"14847_p1_t1","parent":14847,"text":"ผู้ใดพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควร หรือพาไปในชุมนุมชนที่ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อนมัสการ การรื่นเริงหรือการอื่นใด ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท และให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ริบอาวุธนั้น","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14848,"parent":14842,"text":"มาตรา 372","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":5},
{"key":"14848_p1_t1","parent":14848,"text":"ผู้ใดทะเลาะกันอย่างอื้ออึงในทางสาธารณะ หรือสาธารณสถาน หรือกระทำโดยประการอื่นใดให้เสียความสงบเรียบร้อยในทางสาธารณะหรือสาธารณสถาน ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14849,"parent":14842,"text":"มาตรา 373","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":6},
{"key":"14849_p1_t1","parent":14849,"text":"ผู้ใดควบคุมดูแลบุคคลวิกลจริต ปล่อยปละละเลยให้บุคคลวิกลจริตนั้นออกเที่ยวไปโดยลำพัง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14850,"parent":14842,"text":"มาตรา 374","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":7},
{"key":"14850_p1_t1","parent":14850,"text":"ผู้ใดเห็นผู้อื่นตกอยู่ในภยันตรายแห่งชีวิต ซึ่งตนอาจช่วยได้โดยไม่ควรกลัวอันตรายแก่ตนเองหรือผู้อื่น แต่ไม่ช่วยตามความจำเป็น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14851,"parent":14842,"text":"มาตรา 375","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":8},
{"key":"14851_p1_t1","parent":14851,"text":"ผู้ใดทำให้รางระบายน้ำ ร่องน้ำหรือท่อระบายของโสโครก อันเป็นสิ่งสาธารณะเกิดขัดข้องหรือไม่สะดวก ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14852,"parent":14842,"text":"มาตรา 376","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":9},
{"key":"14852_p1_t1","parent":14852,"text":"ผู้ใดยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบวัน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14853,"parent":14842,"text":"มาตรา 377","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":10},
{"key":"14853_p1_t1","parent":14853,"text":"ผู้ใดควบคุมสัตว์ดุหรือสัตว์ร้าย ปล่อยปละละเลยให้สัตว์นั้นเที่ยวไปโดยลำพัง ในประการที่อาจทำอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14854,"parent":14842,"text":"มาตรา 378","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":11},
{"key":"14854_p1_t1","parent":14854,"text":"ผู้ใดเสพสุราหรือของเมาอย่างอื่น จนเป็นเหตุให้ตนเมา ประพฤติวุ่นวายหรือครองสติไม่ได้ขณะอยู่ในถนนสาธารณะหรือสาธารณสถาน ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14855,"parent":14842,"text":"มาตรา 379","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":12},
{"key":"14855_p1_t1","parent":14855,"text":"ผู้ใดชักหรือแสดงอาวุธในการวิวาทต่อสู้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบวัน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14856,"parent":14842,"text":"มาตรา 380","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":13},
{"key":"14856_p1_t1","parent":14856,"text":"ผู้ใดทำให้เกิดปฏิกูลแก่น้ำในบ่อ สระหรือที่ขังน้ำอันมีไว้สำหรับประชาชนใช้สอย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14857,"parent":14842,"text":"มาตรา 381","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":14},
{"key":"14857_p1_t1","parent":14857,"text":"ผู้ใดกระทำการทารุณต่อสัตว์ หรือฆ่าสัตว์โดยให้ได้รับทุกขเวทนาอันไม่จำเป็น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14858,"parent":14842,"text":"มาตรา 382","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":15},
{"key":"14858_p1_t1","parent":14858,"text":"ผู้ใดใช้ให้สัตว์ทำงานจนเกินสมควรหรือใช้ให้ทำงานอันไม่สมควร เพราะเหตุที่สัตว์นั้นป่วยเจ็บ ชราหรืออ่อนอายุ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14859,"parent":14842,"text":"มาตรา 383","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":16},
{"key":"14859_p1_t1","parent":14859,"text":"ผู้ใดเมื่อเกิดเพลิงไหม้หรือสาธารณภัยอื่น และเจ้าพนักงานเรียกให้ช่วยระงับ ถ้าผู้นั้นสามารถช่วยได้แต่ไม่ช่วย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14860,"parent":14842,"text":"มาตรา 384","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":17},
{"key":"14860_p1_t1","parent":14860,"text":"ผู้ใดแกล้งบอกเล่าความเท็จให้เลื่องลือจนเป็นเหตุให้ประชาชนตื่นตกใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14861,"parent":14842,"text":"มาตรา 385","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":18},
{"key":"14861_p1_t1","parent":14861,"text":"ผู้ใดโดยไม่ได้รับอนุญาตอันชอบด้วยกฎหมายกีดขวางทางสาธารณะ จนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร โดยวางหรือทอดทิ้งสิ่งของ หรือโดยกระทำด้วยประการอื่นใด ถ้าการกระทำนั้นเป็นการกระทำโดยไม่จำเป็น ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14862,"parent":14842,"text":"มาตรา 386","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":19},
{"key":"14862_p1_t1","parent":14862,"text":"ผู้ใดขุดหลุมหรือราง หรือปลูกปักหรือวางสิ่งของเกะกะไว้ในทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตอันชอบด้วยกฎหมายหรือทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ละเลยไม่แสดงสัญญาณตามสมควรเพื่อ้ปองกันอุปัทวเหตุ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14863,"parent":14842,"text":"มาตรา 387","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":20},
{"key":"14863_p1_t1","parent":14863,"text":"ผู้ใดแขวน ติดตั้งหรือวางสิ่งใดไว้โดยประการที่น่าจะตกหรือพังลง ซึ่งจะเป็นเหตุอันตราย เปรอะเปื้อนหรือเดือด้รอนแก่ผู้สัญจรในทางสาธารณะ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14864,"parent":14842,"text":"มาตรา 388","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":21},
{"key":"14864_p1_t1","parent":14864,"text":"ผู้ใดกระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัลโดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย หรือกระทำการลามกอย่างอื่น ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14865,"parent":14842,"text":"มาตรา 389","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":22},
{"key":"14865_p1_t1","parent":14865,"text":"ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ ให้ของแข็งตกลง ณที่ใด ๆ โดยประการที่น่าจะเป็นอันตรายหรือเดือด้รอนรำคาญแก่บุคคลหรือเป็นอันตรายแก่ทรัพย์ หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้ของโสโครกเปรอะเปื้อนหรือน่าจะเปรอะเปื้อน ตัวบุคคล หรือทรัพย์ หรือแกล้งทำให้ของโสโครกเป็นที่เดือด้รอนรำคาญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14866,"parent":14842,"text":"มาตรา 390","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":23},
{"key":"14866_p1_t1","parent":14866,"text":"ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14867,"parent":14842,"text":"มาตรา 391","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":24},
{"key":"14867_p1_t1","parent":14867,"text":"ผู้ใดใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14868,"parent":14842,"text":"มาตรา 392","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":25},
{"key":"14868_p1_t1","parent":14868,"text":"ผู้ใดทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว หรือความตกใจโดยการขู่เข็ญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14869,"parent":14842,"text":"มาตรา 393","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":26},
{"key":"14869_p1_t1","parent":14869,"text":"ผู้ใดดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้าหรือด้วยการโฆษณาต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14870,"parent":14842,"text":"มาตรา 394","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":27},
{"key":"14870_p1_t1","parent":14870,"text":"ผู้ใดไล่ ต้อนหรือทำให้สัตว์ใด ๆ เข้าในสวน ไร่หรือนาของผู้อื่นที่ได้แต่งดินไว้ เพาะพันธุ์ไว้ หรือมีพืชพันธุ์ หรือผลิตผลอยู่ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14871,"parent":14842,"text":"มาตรา 395","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":28},
{"key":"14871_p1_t1","parent":14871,"text":"ผู้ใดควบคุมสัตว์ใด ๆ ปล่อยปละละเลยให้สัตว์นั้นเข้าในสวน ไร่หรือนาของผู้อื่นที่ได้แต่งดินไว้ เพาะพันธุ์ไว้ หรือมีพืชพันธุ์หรือผลิตผลอยู่ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14872,"parent":14842,"text":"มาตรา 396","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":29},
{"key":"14872_p1_t1","parent":14872,"text":"ผู้ใดทิ้งซากสัตว์ซึ่งอาจเน่าเหม็นในหรือริมทางสาธารณะ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14873,"parent":14842,"text":"มาตรา 397","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":30},
{"key":"14873_p1","parent":14873,"text":"วรรค 1","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14873_p1_t1","parent":"14873_p1","text":"ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือด้รอนรำคาญ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14873_p2","parent":14873,"text":"วรรค 2","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"14873_p2_t1","parent":"14873_p2","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำในที่สาธารณสถานหรือต่อหน้าธารกำนัล หรือเป็นการกระทำอันมีลักษณะส่อไปในทางที่จะล่วงเกินทางเพศ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"14873_p3","parent":14873,"text":"วรรค 3","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"14873_p3_t1","parent":"14873_p3","text":"ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคสองเป็นการกระทำโดยอาศัยเหตุที่ผู้กระทำมีอำนาจเหนือผู้ถูกกระทำ อันเนื่องจากความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชา นายจ้าง หรือผู้มีอำนาจเหนือประการอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":14874,"parent":14842,"text":"มาตรา 398","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":31},
{"key":"14874_p1_t1","parent":14874,"text":"ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทารุณต่อเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี คนป่วยเจ็บหรือคนชรา ซึ่งต้องพึ่งผู้นั้นในการดารงชีพหรือการอื่นใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0}
]}
{"use_bg_img_type":0,"bgimg_id":0,"image_backgroung":"","bg_store":null}
บัญชีฟรีของคุณสร้างโหนดครบแล้ว ไม่สามารถสร้างโหนดใหม่เพิ่มได้
บันทึกการตั้งค่าการแชร์เรียบร้อยแล้ว
กำลังโหลดรายการรูปพื้นหลัง...
คลิกที่รูปเพื่อเลือกและบันทึกทันที
ต้องการบันทึกรูปภาพแบบมีพื้นหลัง หรือไม่มีพื้นหลัง?