เจ้าของ: Wongsakorn
เชื่อมต่อเรียลไทม์
{ "class": "TreeModel",
"modelData": {"showMiniBun":false},
"nodeDataArray": [
{"key":8371,"text":"รัฐธรรมนูญ ปี 2560\n(แบบเต็ม)","expanded":true,"text_align":"center"},
{"key":8374,"parent":8371,"text":"หมวด 1\n\nบททั่วไป","expanded":false,"brush":"skyblue","dir":"left","order":0},
{"key":8375,"parent":8374,"text":"มาตรา 1","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":0},
{"key":"8375_p1_t1","parent":8375,"text":"ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8376,"parent":8374,"text":"มาตรา 2","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":1},
{"key":"8376_p1_t1","parent":8376,"text":"ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8377,"parent":8374,"text":"มาตรา 3","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":2},
{"key":"8377_p1","parent":8377,"text":"วรรค 1","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8377_p1_t1","parent":"8377_p1","text":"อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8377_p2","parent":8377,"text":"วรรค 2","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8377_p2_t1","parent":"8377_p2","text":"รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8378,"parent":8374,"text":"มาตรา 4","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":3},
{"key":"8378_p1","parent":8378,"text":"วรรค 1","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8378_p1_t1","parent":"8378_p1","text":"ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8378_p2","parent":8378,"text":"วรรค 2","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8378_p2_t1","parent":"8378_p2","text":"ปวงชนชาวไทยย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญเสมอกัน","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8379,"parent":8374,"text":"มาตรา 5","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":4},
{"key":"8379_p1","parent":8379,"text":"วรรค 1","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8379_p1_t1","parent":"8379_p1","text":"รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ หรือการกระทำใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทำนั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8379_p2","parent":8379,"text":"วรรค 2","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8379_p2_t1","parent":"8379_p2","text":"เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทำการนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8380,"parent":8371,"text":"หมวด 2\n\nพระมหากษัตริย์","expanded":false,"brush":"darkseagreen","dir":"right","order":0},
{"key":8381,"parent":8380,"text":"มาตรา 6","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"right","order":0},
{"key":"8381_p1","parent":8381,"text":"วรรค 1","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8381_p1_t1","parent":"8381_p1","text":"องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8381_p2","parent":8381,"text":"วรรค 2","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8381_p2_t1","parent":"8381_p2","text":"ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8382,"parent":8380,"text":"มาตรา 7","expanded":false,"brush":"plum","dir":"right","order":1},
{"key":"8382_p1_t1","parent":8382,"text":"พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ และทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8383,"parent":8380,"text":"มาตรา 8","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"right","order":2},
{"key":"8383_p1_t1","parent":8383,"text":"พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8384,"parent":8380,"text":"มาตรา 9","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"right","order":3},
{"key":"8384_p1_t1","parent":8384,"text":"พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะสถาปนาและถอดถอนฐานันดรศักดิ์ และพระราชทานและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8385,"parent":8380,"text":"มาตรา 10","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"right","order":4},
{"key":"8385_p1","parent":8385,"text":"วรรค 1","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8385_p1_t1","parent":"8385_p1","text":"พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและทรงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรีคนหนึ่งและองคมนตรีอื่นอีกไม่เกินสิบแปดคนประกอบเป็นคณะองคมนตรี","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8385_p2","parent":8385,"text":"วรรค 2","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8385_p2_t1","parent":"8385_p2","text":"คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา และมีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8386,"parent":8380,"text":"มาตรา 11","expanded":false,"brush":"plum","dir":"right","order":5},
{"key":"8386_p1","parent":8386,"text":"วรรค 1","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8386_p1_t1","parent":"8386_p1","text":"การเลือกและแต่งตั้งองคมนตรีหรือการให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8386_p2","parent":8386,"text":"วรรค 2","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8386_p2_t1","parent":"8386_p2","text":"ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานองคมนตรีหรือให้ประธานองคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8386_p3","parent":8386,"text":"วรรค 3","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8386_p3_t1","parent":"8386_p3","text":"ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งองคมนตรีอื่นหรือให้องคมนตรีอื่นพ้นจากตำแหน่ง","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8387,"parent":8380,"text":"มาตรา 12","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"right","order":6},
{"key":"8387_p1_t1","parent":8387,"text":"องคมนตรีต้องไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ หรือสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง หรือข้าราชการเว้นแต่การเป็นข้าราชการในพระองค์ในตำแหน่งองคมนตรี และต้องไม่แสดงการฝักใฝ่ในพรรคการเมืองใด ๆ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8388,"parent":8380,"text":"มาตรา 13","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"right","order":7},
{"key":"8388_p1","parent":8388,"text":"วรรค 1","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8388_p1_t1","parent":"8388_p1","text":"ก่อนเข้ารับหน้าที่ องคมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ด้วยถ้อยคำ ดังต่อไปนี้","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8388_p2","parent":8388,"text":"วรรค 2","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8388_p2_t1","parent":"8388_p2","text":"“ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8389,"parent":8380,"text":"มาตรา 14","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"right","order":8},
{"key":"8389_p1_t1","parent":8389,"text":"องคมนตรีพ้นจากตำแหน่งเมื่อตาย ลาออก หรือมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8390,"parent":8380,"text":"มาตรา 15","expanded":false,"brush":"plum","dir":"right","order":9},
{"key":"8390_p1","parent":8390,"text":"วรรค 1","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8390_p1_t1","parent":"8390_p1","text":"การแต่งตั้งและการให้ข้าราชการในพระองค์พ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8390_p2","parent":8390,"text":"วรรค 2","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8390_p2_t1","parent":"8390_p2","text":"การจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัยตามที่บัญญัติไว้ในพระราชกฤษฎีกา","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8391,"parent":8380,"text":"มาตรา 16","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"right","order":10},
{"key":"8391_p1_t1","parent":8391,"text":"ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือจะทรงบริหารพระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม จะทรงแต่งตั้งบุคคลคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นคณะขึ้น ให้เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์หรือไม่ก็ได้ และในกรณีที่ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8392,"parent":8380,"text":"มาตรา 17","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"right","order":11},
{"key":"8392_p1_t1","parent":8392,"text":"ในกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา 16 หรือในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่สามารถทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เพราะยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะหรือเพราะเหตุอื่น แต่ต่อมาคณะองคมนตรีพิจารณาเห็นว่ามีความจำเป็นสมควรแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์และไม่อาจกราบบังคมทูลให้ทรงแต่งตั้งได้ทันการ ให้คณะองคมนตรีเสนอชื่อบุคคลคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นคณะ ตามลำดับที่โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมกำหนดไว้ก่อนแล้วให้เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ แล้วแจ้งประธานรัฐสภาเพื่อประกาศในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ แต่งตั้งผู้นั้นขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8393,"parent":8380,"text":"มาตรา 18","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"right","order":12},
{"key":"8393_p1","parent":8393,"text":"วรรค 1","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8393_p1_t1","parent":"8393_p1","text":"ในระหว่างที่ไม่มีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา 17 ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8393_p2","parent":8393,"text":"วรรค 2","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8393_p2_t1","parent":"8393_p2","text":"ในกรณีที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา 16 หรือมาตรา 17 ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8393_p3","parent":8393,"text":"วรรค 3","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8393_p3_t1","parent":"8393_p3","text":"ในระหว่างที่ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามวรรคหนึ่ง หรือในระหว่างที่ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามวรรคสอง ประธานองคมนตรีจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นประธานองคมนตรีมิได้ ในกรณีเช่นว่านี้ ให้คณะองคมนตรีเลือกองคมนตรีคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่ประธานองคมนตรีเป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8394,"parent":8380,"text":"มาตรา 19","expanded":false,"brush":"plum","dir":"right","order":13},
{"key":"8394_p1","parent":8394,"text":"วรรค 1","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8394_p1_t1","parent":"8394_p1","text":"ก่อนเข้ารับหน้าที่ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา 16 หรือมาตรา 17 ต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมรัฐสภาด้วยถ้อยคำ ดังต่อไปนี้","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8394_p2","parent":8394,"text":"วรรค 2","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8394_p2_t1","parent":"8394_p2","text":"“ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ (พระปรมาภิไธย) และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8394_p3","parent":8394,"text":"วรรค 3","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8394_p3_t1","parent":"8394_p3","text":"ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งเคยได้รับการแต่งตั้งและปฏิญาณตนมาแล้ว ไม่ต้องปฏิญาณตนอีก","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8395,"parent":8380,"text":"มาตรา 20","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"right","order":14},
{"key":"8395_p1","parent":8395,"text":"วรรค 1","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8395_p1_t1","parent":"8395_p1","text":"ภายใต้บังคับมาตรา 21 การสืบราชสมบัติให้เป็นไปโดยนัยแห่งกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8395_p2","parent":8395,"text":"วรรค 2","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8395_p2_t1","parent":"8395_p2","text":"การแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะ เมื่อมีพระราชดำริประการใด ให้คณะองคมนตรีจัดทำร่างกฎมณเฑียรบาลแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลเดิมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อมีพระราชวินิจฉัย เมื่อทรงเห็นชอบและทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว ให้ประธานองคมนตรีดำเนินการแจ้งประธานรัฐสภาเพื่อให้ประธานรัฐสภาแจ้งให้รัฐสภาทราบ และให้ประธานรัฐสภาลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ และเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับเป็นกฎหมายได้","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8396,"parent":8380,"text":"มาตรา 21","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"right","order":15},
{"key":"8396_p1","parent":8396,"text":"วรรค 1","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8396_p1_t1","parent":"8396_p1","text":"ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 แล้วให้คณะรัฐมนตรีแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบ และให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อรับทราบ และให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบไป แล้วให้ประธานรัฐสภาประกาศให้ประชาชนทราบ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8396_p2","parent":8396,"text":"วรรค 2","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8396_p2_t1","parent":"8396_p2","text":"ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้ตามวรรคหนึ่ง ให้คณะองคมนตรีเสนอพระนามผู้สืบราชสันตติวงศ์ตามมาตรา 20 ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อเสนอต่อรัฐสภาเพื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบ ในการนี้ จะเสนอพระนามพระราชธิดาก็ได้ เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบไป แล้วให้ประธานรัฐสภาประกาศให้ประชาชนทราบ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8397,"parent":8380,"text":"มาตรา 22","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"right","order":16},
{"key":"8397_p1","parent":8397,"text":"วรรค 1","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8397_p1_t1","parent":"8397_p1","text":"ในระหว่างที่ยังไม่มีประกาศอัญเชิญองค์พระรัชทายาทหรือองค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ตามมาตรา 21 ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน แต่ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงในระหว่างที่ได้แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ไว้ตามมาตรา 16 หรือมาตรา 17 หรือระหว่างเวลาที่ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา 18 วรรคหนึ่ง ให้ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์นั้น ๆ แล้วแต่กรณี เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต่อไป ทั้งนี้ จนกว่าจะได้ประกาศอัญเชิญองค์พระรัชทายาทหรือองค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8397_p2","parent":8397,"text":"วรรค 2","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8397_p2_t1","parent":"8397_p2","text":"ในกรณีที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งไว้และเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต่อไปตามวรรคหนึ่ง ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8397_p3","parent":8397,"text":"วรรค 3","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8397_p3_t1","parent":"8397_p3","text":"ในกรณีที่ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามวรรคหนึ่ง หรือทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวตามวรรคสอง ให้นำมาตรา 18 วรรคสาม มาใช้บังคับ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8398,"parent":8380,"text":"มาตรา 23","expanded":false,"brush":"plum","dir":"right","order":17},
{"key":"8398_p1_t1","parent":8398,"text":"ในกรณีที่คณะองคมนตรีจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 17 หรือมาตรา 21 วรรคสอง หรือประธานองคมนตรีจะต้องเป็นหรือทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา 18 วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง หรือมาตรา 22 วรรคสอง และอยู่ในระหว่างที่ไม่มีประธานองคมนตรี หรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะองคมนตรีที่เหลืออยู่เลือกองคมนตรีคนหนึ่งเพื่อทำหน้าที่ประธานองคมนตรี หรือเป็นหรือทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา 18 วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง หรือตามมาตรา 22 วรรคสอง แล้วแต่กรณี","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8399,"parent":8380,"text":"มาตรา 24","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"right","order":18},
{"key":"8399_p1","parent":8399,"text":"วรรค 1","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8399_p1_t1","parent":"8399_p1","text":"การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย พระมหากษัตริย์จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กระทำต่อพระรัชทายาทซึ่งทรงบรรลุนิติภาวะแล้ว หรือต่อผู้แทนพระองค์ก็ได้","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8399_p2","parent":8399,"text":"วรรค 2","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8399_p2_t1","parent":"8399_p2","text":"ในระหว่างที่ยังมิได้ถวายสัตย์ปฏิญาณตามวรรคหนึ่ง จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้ซึ่งต้องถวายสัตย์ปฏิญาณปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนก็ได้","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8400,"parent":8371,"text":"หมวด 3\n\nสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย","expanded":false,"brush":"palevioletred","dir":"left","order":1},
{"key":8401,"parent":8400,"text":"มาตรา 25","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":0},
{"key":"8401_p1","parent":8401,"text":"วรรค 1","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8401_p1_t1","parent":"8401_p1","text":"สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย นอกจากที่บัญญัติคุ้มครองไว้เป็นการเฉพาะในรัฐธรรมนูญแล้ว การใดที่มิได้ห้ามหรือจำกัดไว้ในรัฐธรรมนูญหรือในกฎหมายอื่น บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพที่จะทำการนั้นได้และได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ตราบเท่าที่การใช้สิทธิหรือเสรีภาพเช่นว่านั้นไม่กระทบกระเทือนหรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และไม่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8401_p2","parent":8401,"text":"วรรค 2","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8401_p2_t1","parent":"8401_p2","text":"สิทธิหรือเสรีภาพใดที่รัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ หรือให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ แม้ยังไม่มีการตรากฎหมายนั้นขึ้นใช้บังคับ บุคคลหรือชุมชนย่อมสามารถใช้สิทธิหรือเสรีภาพนั้นได้ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8401_p3","parent":8401,"text":"วรรค 3","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8401_p3_t1","parent":"8401_p3","text":"บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ สามารถยกบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญเพื่อใช้สิทธิทางศาลหรือยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้คดีในศาลได้","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8401_p4","parent":8401,"text":"วรรค 4","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8401_p4_t1","parent":"8401_p4","text":"บุคคลซึ่งได้รับความเสียหายจากการถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพหรือจากการกระทำความผิดอาญาของบุคคลอื่น ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับการเยียวยาหรือช่วยเหลือจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8402,"parent":8400,"text":"มาตรา 26","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":1},
{"key":"8402_p1","parent":8402,"text":"วรรค 1","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8402_p1_t1","parent":"8402_p1","text":"การตรากฎหมายที่มีผลเป็นการจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่รัฐธรรมนูญมิได้บัญญัติเงื่อนไขไว้ กฎหมายดังกล่าวต้องไม่ขัดต่อหลักนิติธรรม ไม่เพิ่มภาระหรือจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ และจะกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลมิได้ รวมทั้งต้องระบุเหตุผลความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพไว้ด้วย","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8402_p2","parent":8402,"text":"วรรค 2","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8402_p2_t1","parent":"8402_p2","text":"กฎหมายตามวรรคหนึ่ง ต้องมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไป ไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่งหรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8403,"parent":8400,"text":"มาตรา 27","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":2},
{"key":"8403_p1","parent":8403,"text":"วรรค 1","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8403_p1_t1","parent":"8403_p1","text":"บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย มีสิทธิและเสรีภาพและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8403_p2","parent":8403,"text":"วรรค 2","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8403_p2_t1","parent":"8403_p2","text":"ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8403_p3","parent":8403,"text":"วรรค 3","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8403_p3_t1","parent":"8403_p3","text":"การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ไม่ว่าด้วยเหตุความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือเหตุอื่นใด จะกระทำมิได้","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8403_p4","parent":8403,"text":"วรรค 4","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8403_p4_t1","parent":"8403_p4","text":"มาตรการที่รัฐกำหนดขึ้นเพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิหรือเสรีภาพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น หรือเพื่อคุ้มครองหรืออำนวยความสะดวกให้แก่เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ หรือผู้ด้อยโอกาส ย่อมไม่ถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมตามวรรคสาม","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8403_p5","parent":8403,"text":"วรรค 5","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"8403_p5_t1","parent":"8403_p5","text":"บุคคลผู้เป็นทหาร ตำรวจ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ และพนักงานหรือลูกจ้างขององค์กรของรัฐย่อมมีสิทธิและเสรีภาพเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป เว้นแต่ที่จำกัดไว้ในกฎหมายเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการเมือง สมรรถภาพ วินัย หรือจริยธรรม","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8404,"parent":8400,"text":"มาตรา 28","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":3},
{"key":"8404_p1","parent":8404,"text":"วรรค 1","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8404_p1_t1","parent":"8404_p1","text":"บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8404_p2","parent":8404,"text":"วรรค 2","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8404_p2_t1","parent":"8404_p2","text":"การจับและการคุมขังบุคคลจะกระทำมิได้ เว้นแต่มีคำสั่งหรือหมายของศาลหรือมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8404_p3","parent":8404,"text":"วรรค 3","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8404_p3_t1","parent":"8404_p3","text":"การค้นตัวบุคคลหรือการกระทำใดอันกระทบกระเทือนต่อสิทธิหรือเสรีภาพในชีวิตหรือร่างกายจะกระทำมิได้ เว้นแต่มีเหตุตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8404_p4","parent":8404,"text":"วรรค 4","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8404_p4_t1","parent":"8404_p4","text":"การทรมาน ทารุณกรรม หรือการลงโทษด้วยวิธีการโหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรมจะกระทำมิได้","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8405,"parent":8400,"text":"มาตรา 29","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":4},
{"key":"8405_p1","parent":8405,"text":"วรรค 1","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8405_p1_t1","parent":"8405_p1","text":"บุคคลไม่ต้องรับโทษอาญา เว้นแต่ได้กระทำการอันกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทำนั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่บุคคลนั้นจะหนักกว่าโทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทำความผิดมิได้","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8405_p2","parent":8405,"text":"วรรค 2","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8405_p2_t1","parent":"8405_p2","text":"ในคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8405_p3","parent":8405,"text":"วรรค 3","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8405_p3_t1","parent":"8405_p3","text":"การควบคุมหรือคุมขังผู้ต้องหาหรือจำเลยให้กระทำได้เพียงเท่าที่จำเป็น เพื่อป้องกันมิให้มีการหลบหนี","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8405_p4","parent":8405,"text":"วรรค 4","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8405_p4_t1","parent":"8405_p4","text":"ในคดีอาญา จะบังคับให้บุคคลให้การเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเองมิได้","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8405_p5","parent":8405,"text":"วรรค 5","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"8405_p5_t1","parent":"8405_p5","text":"คำขอประกันผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาต้องได้รับการพิจารณาและจะเรียกหลักประกันจนเกินควรแก่กรณีมิได้ การไม่ให้ประกันต้องเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8406,"parent":8400,"text":"มาตรา 30","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":5},
{"key":"8406_p1_t1","parent":8406,"text":"การเกณฑ์แรงงานจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อป้องกันภัยพิบัติสาธารณะ หรือในขณะที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือประกาศใช้กฎอัยการศึก หรือในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะสงครามหรือการรบ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8407,"parent":8400,"text":"มาตรา 31","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":6},
{"key":"8407_p1_t1","parent":8407,"text":"บุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการถือศาสนาและย่อมมีเสรีภาพในการปฏิบัติหรือประกอบพิธีกรรมตามหลักศาสนาของตน แต่ต้องไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ของปวงชนชาวไทย ไม่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของรัฐ และไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8408,"parent":8400,"text":"มาตรา 32","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":7},
{"key":"8408_p1","parent":8408,"text":"วรรค 1","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8408_p1_t1","parent":"8408_p1","text":"บุคคลย่อมมีสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว เกียรติยศ ชื่อเสียง และครอบครัว","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8408_p2","parent":8408,"text":"วรรค 2","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8408_p2_t1","parent":"8408_p2","text":"การกระทำอันเป็นการละเมิดหรือกระทบต่อสิทธิของบุคคลตามวรรคหนึ่ง หรือการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ประโยชน์ไม่ว่าในทางใด ๆ จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8409,"parent":8400,"text":"มาตรา 33","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":8},
{"key":"8409_p1","parent":8409,"text":"วรรค 1","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8409_p1_t1","parent":"8409_p1","text":"บุคคลย่อมมีเสรีภาพในเคหสถาน","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8409_p2","parent":8409,"text":"วรรค 2","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8409_p2_t1","parent":"8409_p2","text":"การเข้าไปในเคหสถานโดยปราศจากความยินยอมของผู้ครอบครอง หรือการค้นเคหสถานหรือที่รโหฐานจะกระทำมิได้ เว้นแต่มีคำสั่งหรือหมายของศาลหรือมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8410,"parent":8400,"text":"มาตรา 34","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":9},
{"key":"8410_p1","parent":8410,"text":"วรรค 1","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8410_p1_t1","parent":"8410_p1","text":"บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น การจำกัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันสุขภาพของประชาชน","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8410_p2","parent":8410,"text":"วรรค 2","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8410_p2_t1","parent":"8410_p2","text":"เสรีภาพทางวิชาการย่อมได้รับความคุ้มครอง แต่การใช้เสรีภาพนั้นต้องไม่ขัดต่อหน้าที่ของปวงชนชาวไทยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และต้องเคารพและไม่ปิดกั้นความเห็นต่างของบุคคลอื่น","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8411,"parent":8400,"text":"มาตรา 35","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":10},
{"key":"8411_p1","parent":8411,"text":"วรรค 1","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8411_p1_t1","parent":"8411_p1","text":"บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าวสารหรือการแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8411_p2","parent":8411,"text":"วรรค 2","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8411_p2_t1","parent":"8411_p2","text":"การสั่งปิดกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นเพื่อลิดรอนเสรีภาพตามวรรคหนึ่ง จะกระทำมิได้","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8411_p3","parent":8411,"text":"วรรค 3","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8411_p3_t1","parent":"8411_p3","text":"การให้นำข่าวสารหรือข้อความใด ๆ ที่ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนจัดทำขึ้นไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจก่อนนำไปโฆษณาในหนังสือพิมพ์หรือสื่อใด ๆ จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะกระทำในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะสงคราม","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8411_p4","parent":8411,"text":"วรรค 4","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8411_p4_t1","parent":"8411_p4","text":"เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8411_p5","parent":8411,"text":"วรรค 5","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"8411_p5_t1","parent":"8411_p5","text":"การให้เงินหรือทรัพย์สินอื่นเพื่ออุดหนุนกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นของเอกชน รัฐจะกระทำมิได้ หน่วยงานของรัฐที่ใช้จ่ายเงินหรือทรัพย์สินให้สื่อมวลชนไม่ว่าเพื่อประโยชน์ในการโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ หรือเพื่อการอื่นใดในทำนองเดียวกันต้องเปิดเผยรายละเอียดให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินทราบตามระยะเวลาที่กำหนดและประกาศให้ประชาชนทราบด้วย","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8411_p6","parent":8411,"text":"วรรค 6","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"8411_p6_t1","parent":"8411_p6","text":"เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนย่อมมีเสรีภาพตามวรรคหนึ่ง แต่ให้คำนึงถึงวัตถุประสงค์และภารกิจของหน่วยงานที่ตนสังกัดอยู่ด้วย","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8412,"parent":8400,"text":"มาตรา 36","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":11},
{"key":"8412_p1","parent":8412,"text":"วรรค 1","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8412_p1_t1","parent":"8412_p1","text":"บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการติดต่อสื่อสารถึงกันไม่ว่าในทางใด ๆ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8412_p2","parent":8412,"text":"วรรค 2","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8412_p2_t1","parent":"8412_p2","text":"การตรวจ การกัก หรือการเปิดเผยข้อมูลที่บุคคลสื่อสารถึงกัน รวมทั้งการกระทำด้วยประการใด ๆ เพื่อให้ล่วงรู้หรือได้มาซึ่งข้อมูลที่บุคคลสื่อสารถึงกันจะกระทำมิได้ เว้นแต่มีคำสั่งหรือหมายของศาลหรือมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8413,"parent":8400,"text":"มาตรา 37","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":12},
{"key":"8413_p1","parent":8413,"text":"วรรค 1","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8413_p1_t1","parent":"8413_p1","text":"บุคคลย่อมมีสิทธิในทรัพย์สินและการสืบมรดก","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8413_p2","parent":8413,"text":"วรรค 2","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8413_p2_t1","parent":"8413_p2","text":"ขอบเขตแห่งสิทธิและการจำกัดสิทธิเช่นว่านี้ ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8413_p3","parent":8413,"text":"วรรค 3","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8413_p3_t1","parent":"8413_p3","text":"การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อการอันเป็นสาธารณูปโภค การป้องกันประเทศ หรือการได้มาซึ่งทรัพยากรธรรมชาติ หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างอื่น และต้องชดใช้ค่าทดแทนที่เป็นธรรม ภายในเวลาอันควรแก่เจ้าของตลอดจนผู้ทรงสิทธิบรรดาที่ได้รับความเสียหายจากการเวนคืน โดยคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะ ผลกระทบต่อผู้ถูกเวนคืน รวมทั้งประโยชน์ที่ผู้ถูกเวนคืนอาจได้รับจากการเวนคืนนั้น","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8413_p4","parent":8413,"text":"วรรค 4","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8413_p4_t1","parent":"8413_p4","text":"การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ให้กระทำเพียงเท่าที่จำเป็นต้องใช้เพื่อการที่บัญญัติไว้ในวรรคสาม เว้นแต่เป็นการเวนคืนเพื่อนำอสังหาริมทรัพย์ที่เวนคืนไปชดเชยให้เกิดความเป็นธรรมแก่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืนตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8413_p5","parent":8413,"text":"วรรค 5","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"8413_p5_t1","parent":"8413_p5","text":"กฎหมายเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ต้องระบุวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนและกำหนดระยะเวลาการเข้าใช้อสังหาริมทรัพย์ให้ชัดแจ้ง ถ้ามิได้ใช้ประโยชน์เพื่อการนั้นภายในระยะเวลาที่กำหนดหรือมีอสังหาริมทรัพย์เหลือจากการใช้ประโยชน์ และเจ้าของเดิมหรือทายาทประสงค์จะได้คืน ให้คืนแก่เจ้าของเดิมหรือทายาท","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8413_p6","parent":8413,"text":"วรรค 6","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"8413_p6_t1","parent":"8413_p6","text":"ระยะเวลาการขอคืนและการคืนอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืนที่มิได้ใช้ประโยชน์ หรือที่เหลือจากการใช้ประโยชน์ให้แก่เจ้าของเดิมหรือทายาท และการเรียกคืนค่าทดแทนที่ชดใช้ไป ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8413_p7","parent":8413,"text":"วรรค 7","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":6},
{"key":"8413_p7_t1","parent":"8413_p7","text":"การตรากฎหมายเวนคืนอสังหาริมทรัพย์โดยระบุเจาะจงอสังหาริมทรัพย์หรือเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืนตามความจำเป็น มิให้ถือว่าเป็นการขัดต่อมาตรา 26 วรรคสอง","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8414,"parent":8400,"text":"มาตรา 38","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":13},
{"key":"8414_p1","parent":8414,"text":"วรรค 1","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8414_p1_t1","parent":"8414_p1","text":"บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการเดินทางและการเลือกถิ่นที่อยู่","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8414_p2","parent":8414,"text":"วรรค 2","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8414_p2_t1","parent":"8414_p2","text":"การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน หรือการผังเมือง หรือเพื่อรักษาสถานภาพของครอบครัว หรือเพื่อสวัสดิภาพของผู้เยาว์","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8415,"parent":8400,"text":"มาตรา 39","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":14},
{"key":"8415_p1","parent":8415,"text":"วรรค 1","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8415_p1_t1","parent":"8415_p1","text":"การเนรเทศบุคคลสัญชาติไทยออกนอกราชอาณาจักร หรือห้ามมิให้ผู้มีสัญชาติไทยเข้ามาในราชอาณาจักร จะกระทำมิได้","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8415_p2","parent":8415,"text":"วรรค 2","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8415_p2_t1","parent":"8415_p2","text":"การถอนสัญชาติของบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทยโดยการเกิด จะกระทำมิได้","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8416,"parent":8400,"text":"มาตรา 40","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":15},
{"key":"8416_p1","parent":8416,"text":"วรรค 1","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8416_p1_t1","parent":"8416_p1","text":"บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการประกอบอาชีพ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8416_p2","parent":8416,"text":"วรรค 2","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8416_p2_t1","parent":"8416_p2","text":"การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อรักษาความมั่นคงหรือเศรษฐกิจของประเทศ การแข่งขันอย่างเป็นธรรม การป้องกันหรือขจัดการกีดกันหรือการผูกขาด การคุ้มครองผู้บริโภค การจัดระเบียบการประกอบอาชีพเพียงเท่าที่จำเป็น หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างอื่น","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8416_p3","parent":8416,"text":"วรรค 3","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8416_p3_t1","parent":"8416_p3","text":"การตรากฎหมายเพื่อจัดระเบียบการประกอบอาชีพตามวรรคสอง ต้องไม่มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติหรือก้าวก่ายการจัดการศึกษาของสถาบันการศึกษา","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8417,"parent":8400,"text":"มาตรา 41","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":16},
{"key":"8417_p1_t1","parent":8417,"text":"บุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8417_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8417_p1_t1","text":"(1) ได้รับทราบและเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยงานของรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8417_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8417_p1_t1","text":"(2) เสนอเรื่องราวร้องทุกข์ต่อหน่วยงานของรัฐและได้รับแจ้งผลการพิจารณาโดยรวดเร็ว","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8417_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8417_p1_t1","text":"(3) ฟ้องหน่วยงานของรัฐให้รับผิดเนื่องจากการกระทำหรือการละเว้นการกระทำของข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":8418,"parent":8400,"text":"มาตรา 42","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":17},
{"key":"8418_p1","parent":8418,"text":"วรรค 1","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8418_p1_t1","parent":"8418_p1","text":"บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการรวมกันเป็นสมาคม สหกรณ์ สหภาพ องค์กร ชุมชน หรือหมู่คณะอื่น","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8418_p2","parent":8418,"text":"วรรค 2","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8418_p2_t1","parent":"8418_p2","text":"การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อการป้องกันหรือขจัดการกีดกันหรือการผูกขาด","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8419,"parent":8400,"text":"มาตรา 43","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":18},
{"key":"8419_p1","parent":8419,"text":"วรรค 1","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8419_p1_t1","parent":"8419_p1","text":"บุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิ","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8419_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8419_p1_t1","text":"(1) อนุรักษ์ ฟื้นฟู หรือส่งเสริมภูมิปัญญา ศิลปะ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และจารีตประเพณีอันดีงามทั้งของท้องถิ่นและของชาติ","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8419_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8419_p1_t1","text":"(2) จัดการ บำรุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืนตามวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8419_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8419_p1_t1","text":"(3) เข้าชื่อกันเพื่อเสนอแนะต่อหน่วยงานของรัฐให้ดำเนินการใดอันจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนหรือชุมชน หรืองดเว้นการดำเนินการใดอันจะกระทบต่อความเป็นอยู่อย่างสงบสุขของประชาชนหรือชุมชน และได้รับแจ้งผลการพิจารณาโดยรวดเร็ว ทั้งนี้ หน่วยงานของรัฐต้องพิจารณาข้อเสนอแนะนั้นโดยให้ประชาชนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการพิจารณาด้วยตามวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8419_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8419_p1_t1","text":"(4) จัดให้มีระบบสวัสดิการของชุมชน","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8419_p2","parent":8419,"text":"วรรค 2","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8419_p2_t1","parent":"8419_p2","text":"สิทธิของบุคคลและชุมชนตามวรรคหนึ่ง หมายความรวมถึงสิทธิที่จะร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือรัฐในการดำเนินการดังกล่าวด้วย","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8420,"parent":8400,"text":"มาตรา 44","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":19},
{"key":"8420_p1","parent":8420,"text":"วรรค 1","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8420_p1_t1","parent":"8420_p1","text":"บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8420_p2","parent":8420,"text":"วรรค 2","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8420_p2_t1","parent":"8420_p2","text":"การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยสาธารณะ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8421,"parent":8400,"text":"มาตรา 45","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":20},
{"key":"8421_p1","parent":8421,"text":"วรรค 1","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8421_p1_t1","parent":"8421_p1","text":"บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการรวมกันจัดตั้งพรรคการเมืองตามวิถีทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8421_p2","parent":8421,"text":"วรรค 2","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8421_p2_t1","parent":"8421_p2","text":"กฎหมายตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการบริหารพรรคการเมือง ซึ่งต้องกำหนดให้เป็นไปโดยเปิดเผยและตรวจสอบได้ เปิดโอกาสให้สมาชิกมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางในการกำหนดนโยบายและการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง และกำหนดมาตรการให้สามารถดำเนินการโดยอิสระไม่ถูกครอบงำหรือชี้นำโดยบุคคลซึ่งมิได้เป็นสมาชิกของพรรคการเมืองนั้น รวมทั้งมาตรการกำกับดูแลมิให้สมาชิกของพรรคการเมืองกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8422,"parent":8400,"text":"มาตรา 46","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":21},
{"key":"8422_p1","parent":8422,"text":"วรรค 1","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8422_p1_t1","parent":"8422_p1","text":"สิทธิของผู้บริโภคย่อมได้รับความคุ้มครอง","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8422_p2","parent":8422,"text":"วรรค 2","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8422_p2_t1","parent":"8422_p2","text":"บุคคลย่อมมีสิทธิรวมกันจัดตั้งองค์กรของผู้บริโภคเพื่อคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภค","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8422_p3","parent":8422,"text":"วรรค 3","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8422_p3_t1","parent":"8422_p3","text":"องค์กรของผู้บริโภคตามวรรคสองมีสิทธิรวมกันจัดตั้งเป็นองค์กรที่มีความเป็นอิสระเพื่อให้เกิดพลังในการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภคโดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และวิธีการจัดตั้งอำนาจในการเป็นตัวแทนของผู้บริโภค และการสนับสนุนด้านการเงินจากรัฐ ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8423,"parent":8400,"text":"มาตรา 47","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":22},
{"key":"8423_p1","parent":8423,"text":"วรรค 1","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8423_p1_t1","parent":"8423_p1","text":"บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขของรัฐ","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8423_p2","parent":8423,"text":"วรรค 2","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8423_p2_t1","parent":"8423_p2","text":"บุคคลผู้ยากไร้ย่อมมีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขของรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8423_p3","parent":8423,"text":"วรรค 3","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8423_p3_t1","parent":"8423_p3","text":"บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8424,"parent":8400,"text":"มาตรา 48","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":23},
{"key":"8424_p1","parent":8424,"text":"วรรค 1","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8424_p1_t1","parent":"8424_p1","text":"สิทธิของมารดาในช่วงระหว่างก่อนและหลังการคลอดบุตรย่อมได้รับความคุ้มครองและช่วยเหลือตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8424_p2","parent":8424,"text":"วรรค 2","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8424_p2_t1","parent":"8424_p2","text":"บุคคลซึ่งมีอายุเกินหกสิบปีและไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ และบุคคลผู้ยากไร้ย่อมมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8425,"parent":8400,"text":"มาตรา 49","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":24},
{"key":"8425_p1","parent":8425,"text":"วรรค 1","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8425_p1_t1","parent":"8425_p1","text":"บุคคลจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมิได้","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8425_p2","parent":8425,"text":"วรรค 2","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8425_p2_t1","parent":"8425_p2","text":"ผู้ใดทราบว่ามีการกระทำตามวรรคหนึ่ง ย่อมมีสิทธิร้องต่ออัยการสูงสุดเพื่อร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าวได้","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8425_p3","parent":8425,"text":"วรรค 3","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8425_p3_t1","parent":"8425_p3","text":"ในกรณีที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่รับดำเนินการตามที่ร้องขอ หรือไม่ดำเนินการภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ ผู้ร้องขอจะยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญก็ได้","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8425_p4","parent":8425,"text":"วรรค 4","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8425_p4_t1","parent":"8425_p4","text":"การดำเนินการตามมาตรานี้ไม่กระทบต่อการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการตามวรรคหนึ่ง","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8426,"parent":8371,"text":"หมวด 4\n\nหน้าที่ของปวงชนชาวไทย","expanded":false,"brush":"coral","dir":"right","order":1},
{"key":8427,"parent":8426,"text":"มาตรา 50","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"right","order":0},
{"key":"8427_p1_t1","parent":8427,"text":"บุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8427_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8427_p1_t1","text":"(1) พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8427_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8427_p1_t1","text":"(2) ป้องกันประเทศ พิทักษ์รักษาเกียรติภูมิ ผลประโยชน์ของชาติ และสาธารณสมบัติของแผ่นดิน รวมทั้งให้ความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8427_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8427_p1_t1","text":"(3) ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8427_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8427_p1_t1","text":"(4) เข้ารับการศึกษาอบรมในการศึกษาภาคบังคับ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8427_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"8427_p1_t1","text":"(5) รับราชการทหารตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"8427_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"8427_p1_t1","text":"(6) เคารพและไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น และไม่กระทำการใดที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกหรือเกลียดชังในสังคม","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":5},
{"key":"8427_p1_t1_ext_ul_2_li7","parent":"8427_p1_t1","text":"(7) ไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือลงประชามติอย่างอิสระโดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมของประเทศเป็นสำคัญ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":6},
{"key":"8427_p1_t1_ext_ul_2_li8","parent":"8427_p1_t1","text":"(8) ร่วมมือและสนับสนุนการอนุรักษ์และคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งมรดกทางวัฒนธรรม","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":7},
{"key":"8427_p1_t1_ext_ul_2_li9","parent":"8427_p1_t1","text":"(9) เสียภาษีอากรตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":8},
{"key":"8427_p1_t1_ext_ul_2_li10","parent":"8427_p1_t1","text":"(10) ไม่ร่วมมือหรือสนับสนุนการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":9},
{"key":8428,"parent":8371,"text":"หมวด 5\n\nหน้าที่ของรัฐ","expanded":false,"brush":"skyblue","dir":"left","order":2},
{"key":8429,"parent":8428,"text":"มาตรา 51","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":0},
{"key":"8429_p1_t1","parent":8429,"text":"การใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐตามหมวดนี้ ถ้าการนั้นเป็นการทำเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยตรง ย่อมเป็นสิทธิของประชาชนและชุมชนที่จะติดตามและเร่งรัดให้รัฐดำเนินการ รวมตลอดทั้งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้ประชาชนหรือชุมชนได้รับประโยชน์นั้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8430,"parent":8428,"text":"มาตรา 52","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":1},
{"key":"8430_p1","parent":8430,"text":"วรรค 1","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8430_p1_t1","parent":"8430_p1","text":"รัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยของประชาชน เพื่อประโยชน์แห่งการนี้ รัฐต้องจัดให้มีการทหาร การทูต และการข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8430_p2","parent":8430,"text":"วรรค 2","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8430_p2_t1","parent":"8430_p2","text":"กำลังทหารให้ใช้เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศด้วย","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8431,"parent":8428,"text":"มาตรา 53","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":2},
{"key":"8431_p1_t1","parent":8431,"text":"รัฐต้องดูแลให้มีการปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8432,"parent":8428,"text":"มาตรา 54","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":3},
{"key":"8432_p1","parent":8432,"text":"วรรค 1","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8432_p1_t1","parent":"8432_p1","text":"รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8432_p2","parent":8432,"text":"วรรค 2","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8432_p2_t1","parent":"8432_p2","text":"รัฐต้องดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาตามวรรคหนึ่ง เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนเข้ามีส่วนร่วมในการดำเนินการด้วย","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8432_p3","parent":8432,"text":"วรรค 3","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8432_p3_t1","parent":"8432_p3","text":"รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามความต้องการในระบบต่าง ๆ รวมทั้งส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต และจัดให้มีการร่วมมือกันระหว่างรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนในการจัดการศึกษาทุกระดับ โดยรัฐมีหน้าที่ดำเนินการ กำกับ ส่งเสริม และสนับสนุนให้การจัดการศึกษาดังกล่าวมีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติซึ่งอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ และการดำเนินการและตรวจสอบการดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการศึกษาแห่งชาติด้วย","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8432_p4","parent":8432,"text":"วรรค 4","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8432_p4_t1","parent":"8432_p4","text":"การศึกษาทั้งปวงต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถเชี่ยวชาญได้ตามความถนัดของตน และมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8432_p5","parent":8432,"text":"วรรค 5","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"8432_p5_t1","parent":"8432_p5","text":"ในการดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาตามวรรคสอง หรือให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามวรรคสาม รัฐต้องดำเนินการให้ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษาตามความถนัดของตน","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8432_p6","parent":8432,"text":"วรรค 6","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"8432_p6_t1","parent":"8432_p6","text":"ให้จัดตั้งกองทุนเพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา และเพื่อเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู โดยให้รัฐจัดสรรงบประมาณให้แก่กองทุน หรือใช้มาตรการหรือกลไกทางภาษีรวมทั้งการให้ผู้บริจาคทรัพย์สินเข้ากองทุนได้รับประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีด้วย ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งกฎหมายดังกล่าวอย่างน้อยต้องกำหนดให้การบริหารจัดการกองทุนเป็นอิสระและกำหนดให้มีการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8433,"parent":8428,"text":"มาตรา 55","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":4},
{"key":"8433_p1","parent":8433,"text":"วรรค 1","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8433_p1_t1","parent":"8433_p1","text":"รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง เสริมสร้างให้ประชาชนมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค และส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการพัฒนาภูมิปัญญาด้านแพทย์แผนไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8433_p2","parent":8433,"text":"วรรค 2","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8433_p2_t1","parent":"8433_p2","text":"บริการสาธารณสุขตามวรรคหนึ่ง ต้องครอบคลุมการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุม และป้องกันโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสุขภาพด้วย","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8433_p3","parent":8433,"text":"วรรค 3","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8433_p3_t1","parent":"8433_p3","text":"รัฐต้องพัฒนาการบริการสาธารณสุขให้มีคุณภาพและมีมาตรฐานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8434,"parent":8428,"text":"มาตรา 56","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":5},
{"key":"8434_p1","parent":8434,"text":"วรรค 1","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8434_p1_t1","parent":"8434_p1","text":"รัฐต้องจัดหรือดำเนินการให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึงตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8434_p2","parent":8434,"text":"วรรค 2","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8434_p2_t1","parent":"8434_p2","text":"โครงสร้างหรือโครงข่ายขั้นพื้นฐานของกิจการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของรัฐอันจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนหรือเพื่อความมั่นคงของรัฐ รัฐจะกระทำด้วยประการใดให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชนหรือทำให้รัฐเป็นเจ้าของน้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ดมิได้","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8434_p3","parent":8434,"text":"วรรค 3","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8434_p3_t1","parent":"8434_p3","text":"การจัดหรือดำเนินการให้มีสาธารณูปโภคตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง รัฐต้องดูแลมิให้มีการเรียกเก็บค่าบริการจนเป็นภาระแก่ประชาชนเกินสมควร","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8434_p4","parent":8434,"text":"วรรค 4","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8434_p4_t1","parent":"8434_p4","text":"การนำสาธารณูปโภคของรัฐไปให้เอกชนดำเนินการทางธุรกิจไม่ว่าด้วยประการใด ๆ รัฐต้องได้รับประโยชน์ตอบแทนอย่างเป็นธรรม โดยคำนึงถึงการลงทุนของรัฐ ประโยชน์ที่รัฐและเอกชนจะได้รับ และค่าบริการที่จะเรียกเก็บจากประชาชนประกอบกัน","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8435,"parent":8428,"text":"มาตรา 57","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":6},
{"key":"8435_p1_t1","parent":8435,"text":"รัฐต้อง","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8435_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8435_p1_t1","text":"(1) อนุรักษ์ ฟื้นฟู และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมและจารีตประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นและของชาติ และจัดให้มีพื้นที่สาธารณะสำหรับกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชน ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ใช้สิทธิและมีส่วนร่วมในการดำเนินการด้วย","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8435_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8435_p1_t1","text":"(2) อนุรักษ์ คุ้มครอง บำรุงรักษา ฟื้นฟู บริหารจัดการ และใช้หรือจัดให้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ ให้เกิดประโยชน์อย่างสมดุลและยั่งยืน โดยต้องให้ประชาชนและชุมชนในท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมดำเนินการและได้รับประโยชน์จากการดำเนินการดังกล่าวด้วยตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":8436,"parent":8428,"text":"มาตรา 58","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":7},
{"key":"8436_p1","parent":8436,"text":"วรรค 1","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8436_p1_t1","parent":"8436_p1","text":"การดำเนินการใดของรัฐหรือที่รัฐจะอนุญาตให้ผู้ใดดำเนินการ ถ้าการนั้นอาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสำคัญอื่นใดของประชาชนหรือชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง รัฐต้องดำเนินการให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชน และจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนและชุมชนที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาดำเนินการหรืออนุญาตตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8436_p2","parent":8436,"text":"วรรค 2","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8436_p2_t1","parent":"8436_p2","text":"บุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิได้รับข้อมูล คำชี้แจง และเหตุผลจากหน่วยงานของรัฐก่อนการดำเนินการหรืออนุญาตตามวรรคหนึ่ง","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8436_p3","parent":8436,"text":"วรรค 3","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8436_p3_t1","parent":"8436_p3","text":"ในการดำเนินการหรืออนุญาตตามวรรคหนึ่ง รัฐต้องระมัดระวังให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน ชุมชน สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพน้อยที่สุด และต้องดำเนินการให้มีการเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายให้แก่ประชาชนหรือชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรมและโดยไม่ชักช้า","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8437,"parent":8428,"text":"มาตรา 59","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":8},
{"key":"8437_p1_t1","parent":8437,"text":"รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยงานของรัฐที่มิใช่ข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐหรือเป็นความลับของทางราชการตามที่กฎหมายบัญญัติ และต้องจัดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารดังกล่าวได้โดยสะดวก","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8438,"parent":8428,"text":"มาตรา 60","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":9},
{"key":"8438_p1","parent":8438,"text":"วรรค 1","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8438_p1_t1","parent":"8438_p1","text":"รัฐต้องรักษาไว้ซึ่งคลื่นความถี่และสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมอันเป็นสมบัติของชาติ เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8438_p2","parent":8438,"text":"วรรค 2","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8438_p2_t1","parent":"8438_p2","text":"การจัดให้มีการใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ตามวรรคหนึ่ง ไม่ว่าจะใช้เพื่อส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม หรือเพื่อประโยชน์อื่นใด ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ความมั่นคงของรัฐ และประโยชน์สาธารณะ รวมตลอดทั้งการให้ประชาชนมีส่วนได้ใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ด้วย ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8438_p3","parent":8438,"text":"วรรค 3","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8438_p3_t1","parent":"8438_p3","text":"รัฐต้องจัดให้มีองค์กรของรัฐที่มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อรับผิดชอบและกำกับการดำเนินการเกี่ยวกับคลื่นความถี่ให้เป็นไปตามวรรคสอง ในการนี้ องค์กรดังกล่าวต้องจัดให้มีมาตรการป้องกันมิให้มีการแสวงหาประโยชน์จากผู้บริโภคโดยไม่เป็นธรรมหรือสร้างภาระแก่ผู้บริโภคเกินความจำเป็น ป้องกันมิให้คลื่นความถี่รบกวนกัน รวมตลอดทั้งป้องกันการกระทำที่มีผลเป็นการขัดขวางเสรีภาพในการรับรู้หรือปิดกั้นการรับรู้ข้อมูลหรือข่าวสารที่ถูกต้องตามความเป็นจริงของประชาชน และป้องกันมิให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่โดยไม่คำนึงถึงสิทธิของประชาชนทั่วไป รวมตลอดทั้งการกำหนดสัดส่วนขั้นต่ำที่ผู้ใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่จะต้องดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะ ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8439,"parent":8428,"text":"มาตรา 61","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":10},
{"key":"8439_p1_t1","parent":8439,"text":"รัฐต้องจัดให้มีมาตรการหรือกลไกที่มีประสิทธิภาพในการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภคด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการรู้ข้อมูลที่เป็นจริง ด้านความปลอดภัย ด้านความเป็นธรรมในการทำสัญญา หรือด้านอื่นใดอันเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8440,"parent":8428,"text":"มาตรา 62","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":11},
{"key":"8440_p1","parent":8440,"text":"วรรค 1","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8440_p1_t1","parent":"8440_p1","text":"รัฐต้องรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ฐานะทางการเงินการคลังของรัฐมีเสถียรภาพและมั่นคงอย่างยั่งยืนตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ และจัดระบบภาษีให้เกิดความเป็นธรรมแก่สังคม","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8440_p2","parent":8440,"text":"วรรค 2","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8440_p2_t1","parent":"8440_p2","text":"กฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับกรอบการดำเนินการทางการคลังและงบประมาณของรัฐ การกำหนดวินัยทางการคลังด้านรายได้และรายจ่ายทั้งเงินงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ การบริหารทรัพย์สินของรัฐและเงินคงคลัง และการบริหารหนี้สาธารณะ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8441,"parent":8428,"text":"มาตรา 63","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":12},
{"key":"8441_p1_t1","parent":8441,"text":"รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุน และให้ความรู้แก่ประชาชนถึงอันตรายที่เกิดจากการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน และจัดให้มีมาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบดังกล่าวอย่างเข้มงวด รวมทั้งกลไกในการส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวกันเพื่อมีส่วนร่วมในการรณรงค์ให้ความรู้ ต่อต้าน หรือชี้เบาะแส โดยได้รับความคุ้มครองจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8442,"parent":8371,"text":"หมวด 6\n\nแนวนโยบายแห่งรัฐ","expanded":false,"brush":"darkseagreen","dir":"right","order":2},
{"key":8443,"parent":8442,"text":"มาตรา 64","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"right","order":0},
{"key":"8443_p1_t1","parent":8443,"text":"บทบัญญัติในหมวดนี้เป็นแนวทางให้รัฐดำเนินการตรากฎหมายและกำหนดนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดิน","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8444,"parent":8442,"text":"มาตรา 65","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"right","order":1},
{"key":"8444_p1","parent":8444,"text":"วรรค 1","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8444_p1_t1","parent":"8444_p1","text":"รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8444_p2","parent":8444,"text":"วรรค 2","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8444_p2_t1","parent":"8444_p2","text":"การจัดทำ การกำหนดเป้าหมาย ระยะเวลาที่จะบรรลุเป้าหมาย และสาระที่พึงมีในยุทธศาสตร์ชาติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึงด้วย","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8444_p3","parent":8444,"text":"วรรค 3","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8444_p3_t1","parent":"8444_p3","text":"ยุทธศาสตร์ชาติ เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8445,"parent":8442,"text":"มาตรา 66","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"right","order":2},
{"key":"8445_p1_t1","parent":8445,"text":"รัฐพึงส่งเสริมสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศโดยถือหลักความเสมอภาคในการปฏิบัติต่อกัน และไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน ให้ความร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศและคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติและของคนไทยในต่างประเทศ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8446,"parent":8442,"text":"มาตรา 67","expanded":false,"brush":"plum","dir":"right","order":3},
{"key":"8446_p1","parent":8446,"text":"วรรค 1","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8446_p1_t1","parent":"8446_p1","text":"รัฐพึงอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8446_p2","parent":8446,"text":"วรรค 2","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8446_p2_t1","parent":"8446_p2","text":"ในการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาที่ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่นับถือมาช้านาน รัฐพึงส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาและการเผยแผ่หลักธรรมของพระพุทธศาสนาเถรวาทเพื่อให้เกิดการพัฒนาจิตใจและปัญญา และต้องมีมาตรการและกลไกในการป้องกันมิให้มีการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาไม่ว่าในรูปแบบใด และพึงส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนมีส่วนร่วมในการดำเนินมาตรการหรือกลไกดังกล่าวด้วย","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8447,"parent":8442,"text":"มาตรา 68","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"right","order":4},
{"key":"8447_p1","parent":8447,"text":"วรรค 1","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8447_p1_t1","parent":"8447_p1","text":"รัฐพึงจัดระบบการบริหารงานในกระบวนการยุติธรรมทุกด้านให้มีประสิทธิภาพเป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ และให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยสะดวก รวดเร็ว และไม่เสียค่าใช้จ่ายสูงเกินสมควร","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8447_p2","parent":8447,"text":"วรรค 2","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8447_p2_t1","parent":"8447_p2","text":"รัฐพึงมีมาตรการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ของรัฐในกระบวนการยุติธรรม ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยเคร่งครัด ปราศจากการแทรกแซงหรือครอบงำใด ๆ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8447_p3","parent":8447,"text":"วรรค 3","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8447_p3_t1","parent":"8447_p3","text":"รัฐพึงให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายที่จำเป็นและเหมาะสมแก่ผู้ยากไร้หรือผู้ด้อยโอกาสในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม รวมตลอดถึงการจัดหาทนายความให้","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8448,"parent":8442,"text":"มาตรา 69","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"right","order":5},
{"key":"8448_p1_t1","parent":8448,"text":"รัฐพึงจัดให้มีและส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศิลปวิทยาการแขนงต่าง ๆ ให้เกิดความรู้ การพัฒนา และนวัตกรรม เพื่อความเข้มแข็งของสังคมและเสริมสร้างความสามารถของคนในชาติ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8449,"parent":8442,"text":"มาตรา 70","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"right","order":6},
{"key":"8449_p1_t1","parent":8449,"text":"รัฐพึงส่งเสริมและให้ความคุ้มครองชาวไทยกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ให้มีสิทธิดำรงชีวิตในสังคมตามวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตดั้งเดิมตามความสมัครใจได้อย่างสงบสุข ไม่ถูกรบกวน ทั้งนี้ เท่าที่ไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ หรือสุขภาพอนามัย","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8450,"parent":8442,"text":"มาตรา 71","expanded":false,"brush":"plum","dir":"right","order":7},
{"key":"8450_p1","parent":8450,"text":"วรรค 1","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8450_p1_t1","parent":"8450_p1","text":"รัฐพึงเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวอันเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญของสังคม จัดให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยอย่างเหมาะสม ส่งเสริมและพัฒนาการสร้างเสริมสุขภาพเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพที่แข็งแรงและมีจิตใจเข้มแข็ง รวมตลอดทั้งส่งเสริมและพัฒนาการกีฬาให้ไปสู่ความเป็นเลิศและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8450_p2","parent":8450,"text":"วรรค 2","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8450_p2_t1","parent":"8450_p2","text":"รัฐพึงส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เป็นพลเมืองที่ดี มีคุณภาพและความสามารถสูงขึ้น","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8450_p3","parent":8450,"text":"วรรค 3","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8450_p3_t1","parent":"8450_p3","text":"รัฐพึงให้ความช่วยเหลือเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาส ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ และคุ้มครองป้องกันมิให้บุคคลดังกล่าวถูกใช้ความรุนแรงหรือปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม รวมตลอดทั้งให้การบำบัด ฟื้นฟูและเยียวยาผู้ถูกกระทำการดังกล่าว","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8450_p4","parent":8450,"text":"วรรค 4","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8450_p4_t1","parent":"8450_p4","text":"ในการจัดสรรงบประมาณ รัฐพึงคำนึงถึงความจำเป็นและความต้องการที่แตกต่างกันของเพศ วัย และสภาพของบุคคล ทั้งนี้ เพื่อความเป็นธรรม","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8451,"parent":8442,"text":"มาตรา 72","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"right","order":8},
{"key":"8451_p1_t1","parent":8451,"text":"รัฐพึงดำเนินการเกี่ยวกับที่ดิน ทรัพยากรน้ำ และพลังงาน ดังต่อไปนี้","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8451_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8451_p1_t1","text":"(1) วางแผนการใช้ที่ดินของประเทศให้เหมาะสมกับสภาพของพื้นที่และศักยภาพของที่ดินตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8451_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8451_p1_t1","text":"(2) จัดให้มีการวางผังเมืองทุกระดับและบังคับการให้เป็นไปตามผังเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ รวมตลอดทั้งพัฒนาเมืองให้มีความเจริญโดยสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8451_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8451_p1_t1","text":"(3) จัดให้มีมาตรการกระจายการถือครองที่ดินเพื่อให้ประชาชนสามารถมีที่ทำกินได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8451_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8451_p1_t1","text":"(4) จัดให้มีทรัพยากรน้ำที่มีคุณภาพและเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคของประชาชน รวมทั้งการประกอบเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการอื่น","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8451_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"8451_p1_t1","text":"(5) ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า รวมทั้งพัฒนาและสนับสนุนให้มีการผลิตและการใช้พลังงานทางเลือกเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานอย่างยั่งยืน","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":8452,"parent":8442,"text":"มาตรา 73","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"right","order":9},
{"key":"8452_p1_t1","parent":8452,"text":"รัฐพึงจัดให้มีมาตรการหรือกลไกที่ช่วยให้เกษตรกรประกอบเกษตรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ผลผลิตที่มีปริมาณและคุณภาพสูง มีความปลอดภัย โดยใช้ต้นทุนต่ำ และสามารถแข่งขันในตลาดได้ และพึงช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากไร้ให้มีที่ทำกินโดยการปฏิรูปที่ดินหรือวิธีอื่นใด","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8453,"parent":8442,"text":"มาตรา 74","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"right","order":10},
{"key":"8453_p1","parent":8453,"text":"วรรค 1","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8453_p1_t1","parent":"8453_p1","text":"รัฐพึงส่งเสริมให้ประชาชนมีความสามารถในการทำงานอย่างเหมาะสมกับศักยภาพและวัยและให้มีงานทำ และพึงคุ้มครองผู้ใช้แรงงานให้ได้รับความปลอดภัยและมีสุขอนามัยที่ดีในการทำงาน ได้รับรายได้ สวัสดิการ การประกันสังคม และสิทธิประโยชน์อื่นที่เหมาะสมแก่การดำรงชีพ และพึงจัดให้มีหรือส่งเสริมการออมเพื่อการดำรงชีพเมื่อพ้นวัยทำงาน","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8453_p2","parent":8453,"text":"วรรค 2","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8453_p2_t1","parent":"8453_p2","text":"รัฐพึงจัดให้มีระบบแรงงานสัมพันธ์ที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการดำเนินการ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8454,"parent":8442,"text":"มาตรา 75","expanded":false,"brush":"plum","dir":"right","order":11},
{"key":"8454_p1","parent":8454,"text":"วรรค 1","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8454_p1_t1","parent":"8454_p1","text":"รัฐพึงจัดระบบเศรษฐกิจให้ประชาชนมีโอกาสได้รับประโยชน์จากความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไปพร้อมกันอย่างทั่วถึง เป็นธรรม และยั่งยืน สามารถพึ่งพาตนเองได้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ขจัดการผูกขาดทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรม และพัฒนาความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประชาชนและประเทศ","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8454_p2","parent":8454,"text":"วรรค 2","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8454_p2_t1","parent":"8454_p2","text":"รัฐต้องไม่ประกอบกิจการที่มีลักษณะเป็นการแข่งขันกับเอกชน เว้นแต่กรณีที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ การรักษาผลประโยชน์ส่วนรวม การจัดให้มีสาธารณูปโภค หรือการจัดทำบริการสาธารณะ","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8454_p3","parent":8454,"text":"วรรค 3","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8454_p3_t1","parent":"8454_p3","text":"รัฐพึงส่งเสริม สนับสนุน คุ้มครอง และสร้างเสถียรภาพให้แก่ระบบสหกรณ์ประเภทต่าง ๆ และกิจการวิสาหกิจขนาดย่อมและขนาดกลางของประชาชนและชุมชน","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8454_p4","parent":8454,"text":"วรรค 4","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8454_p4_t1","parent":"8454_p4","text":"ในการพัฒนาประเทศ รัฐพึงคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการพัฒนาด้านวัตถุกับการพัฒนาด้านจิตใจและความอยู่เย็นเป็นสุขของประชาชน ประกอบกัน","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8455,"parent":8442,"text":"มาตรา 76","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"right","order":12},
{"key":"8455_p1","parent":8455,"text":"วรรค 1","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8455_p1_t1","parent":"8455_p1","text":"รัฐพึงพัฒนาระบบการบริหารราชการแผ่นดินทั้งราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น และงานของรัฐอย่างอื่น ให้เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยหน่วยงานของรัฐต้องร่วมมือและช่วยเหลือกันในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดิน การจัดทำบริการสาธารณะ และการใช้จ่ายเงินงบประมาณมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน รวมตลอดทั้งพัฒนาเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีทัศนคติเป็นผู้ให้บริการประชาชนให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ไม่เลือกปฏิบัติ และปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8455_p2","parent":8455,"text":"วรรค 2","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8455_p2_t1","parent":"8455_p2","text":"รัฐพึงดำเนินการให้มีกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของหน่วยงานของรัฐ ให้เป็นไปตามระบบคุณธรรม โดยกฎหมายดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีมาตรการป้องกันมิให้ผู้ใดใช้อำนาจ หรือกระทำการโดยมิชอบที่เป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ หรือกระบวนการแต่งตั้งหรือการพิจารณาความดีความชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8455_p3","parent":8455,"text":"วรรค 3","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8455_p3_t1","parent":"8455_p3","text":"รัฐพึงจัดให้มีมาตรฐานทางจริยธรรม เพื่อให้หน่วยงานของรัฐใช้เป็นหลักในการกำหนดประมวลจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานนั้น ๆ ซึ่งต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าว","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8456,"parent":8442,"text":"มาตรา 77","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"right","order":13},
{"key":"8456_p1","parent":8456,"text":"วรรค 1","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8456_p1_t1","parent":"8456_p1","text":"รัฐพึงจัดให้มีกฎหมายเพียงเท่าที่จำเป็น และยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่หมดความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพ โดยไม่ชักช้าเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน และดำเนินการให้ประชาชนเข้าถึงตัวบทกฎหมายต่าง ๆ ได้โดยสะดวกและสามารถเข้าใจกฎหมายได้ง่ายเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8456_p2","parent":8456,"text":"วรรค 2","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8456_p2_t1","parent":"8456_p2","text":"ก่อนการตรากฎหมายทุกฉบับ รัฐพึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ รวมทั้งเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์นั้นต่อประชาชน และนำมาประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายทุกขั้นตอน เมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับแล้ว รัฐพึงจัดให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายทุกรอบระยะเวลาที่กำหนดโดยรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องประกอบด้วย เพื่อพัฒนากฎหมายทุกฉบับให้สอดคล้องและเหมาะสมกับบริบทต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8456_p3","parent":8456,"text":"วรรค 3","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8456_p3_t1","parent":"8456_p3","text":"รัฐพึงใช้ระบบอนุญาตและระบบคณะกรรมการในกฎหมายเฉพาะกรณีที่จำเป็น พึงกำหนดหลักเกณฑ์การใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ของรัฐและระยะเวลาในการดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ที่บัญญัติไว้ในกฎหมายให้ชัดเจน และพึงกำหนดโทษอาญาเฉพาะความผิดร้ายแรง","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8457,"parent":8442,"text":"มาตรา 78","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"right","order":14},
{"key":"8457_p1_t1","parent":8457,"text":"รัฐพึงส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ การจัดทำบริการสาธารณะทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ รวมตลอดทั้งการตัดสินใจทางการเมือง และการอื่นใดบรรดาที่อาจมีผลกระทบต่อประชาชนหรือชุมชน","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8458,"parent":8371,"text":"หมวด 7\n\nรัฐสภา","expanded":false,"brush":"palevioletred","dir":"left","order":3},
{"key":8459,"parent":8458,"text":"ส่วนที่ 1\n\nบททั่วไป","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":0},
{"key":8460,"parent":8459,"text":"มาตรา 79","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":0},
{"key":"8460_p1","parent":8460,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8460_p1_t1","parent":"8460_p1","text":"รัฐสภาประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8460_p2","parent":8460,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8460_p2_t1","parent":"8460_p2","text":"รัฐสภาจะประชุมร่วมกันหรือแยกกัน ย่อมเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8460_p3","parent":8460,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8460_p3_t1","parent":"8460_p3","text":"บุคคลจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาในขณะเดียวกันมิได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8461,"parent":8459,"text":"มาตรา 80","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":1},
{"key":"8461_p1","parent":8461,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8461_p1_t1","parent":"8461_p1","text":"ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภาเป็นรองประธานรัฐสภา","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8461_p2","parent":8461,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8461_p2_t1","parent":"8461_p2","text":"ในกรณีที่ไม่มีประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภาได้ ให้ประธานวุฒิสภาทำหน้าที่ประธานรัฐสภาแทน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8461_p3","parent":8461,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8461_p3_t1","parent":"8461_p3","text":"ในระหว่างที่ประธานวุฒิสภาต้องทำหน้าที่ประธานรัฐสภาตามวรรคสอง แต่ไม่มีประธานวุฒิสภาและเป็นกรณีที่เกิดขึ้นในระหว่างไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ให้รองประธานวุฒิสภาทำหน้าที่ประธานรัฐสภา ถ้าไม่มีรองประธานวุฒิสภา ให้สมาชิกวุฒิสภาซึ่งมีอายุมากที่สุดในขณะนั้นทำหน้าที่ประธานรัฐสภา และให้ดำเนินการเลือกประธานวุฒิสภาโดยเร็ว","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8461_p4","parent":8461,"text":"วรรค 4","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8461_p4_t1","parent":"8461_p4","text":"ประธานรัฐสภามีหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญ และดำเนินกิจการของรัฐสภา ในกรณีประชุมร่วมกันให้เป็นไปตามข้อบังคับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8461_p5","parent":8461,"text":"วรรค 5","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"8461_p5_t1","parent":"8461_p5","text":"ประธานรัฐสภาและผู้ทำหน้าที่แทนประธานรัฐสภาต้องวางตนเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8461_p6","parent":8461,"text":"วรรค 6","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"8461_p6_t1","parent":"8461_p6","text":"รองประธานรัฐสภามีหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญ และตามที่ประธานรัฐสภามอบหมาย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8462,"parent":8459,"text":"มาตรา 81","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":2},
{"key":"8462_p1","parent":8462,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8462_p1_t1","parent":"8462_p1","text":"ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติ จะตราขึ้นเป็นกฎหมายได้ก็แต่โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8462_p2","parent":8462,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8462_p2_t1","parent":"8462_p2","text":"ภายใต้บังคับมาตรา 145 ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติที่ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย และเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับเป็นกฎหมายได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8463,"parent":8459,"text":"มาตรา 82","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":3},
{"key":"8463_p1","parent":8463,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8463_p1_t1","parent":"8463_p1","text":"สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา มีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกว่าสมาชิกภาพของสมาชิกคนใดคนหนึ่งแห่งสภานั้นสิ้นสุดลงตามมาตรา 101 (3) (5) (6) (7) (8) (9) (10) หรือ (12) หรือมาตรา 111 (3) (4) (5) หรือ (7) แล้วแต่กรณี และให้ประธานแห่งสภาที่ได้รับคำร้อง ส่งคำร้องนั้นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของสมาชิกผู้นั้นสิ้นสุดลงหรือไม่","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8463_p2","parent":8463,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8463_p2_t1","parent":"8463_p2","text":"เมื่อได้รับเรื่องไว้พิจารณา หากปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่าสมาชิกผู้ถูกร้องมีกรณีตามที่ถูกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้สมาชิกผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแล้ว ให้ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งคำวินิจฉัยนั้นไปยังประธานแห่งสภาที่ได้รับคำร้องตามวรรคหนึ่ง ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของสมาชิกผู้ถูกร้องสิ้นสุดลง ให้ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่กระทบต่อกิจการที่ผู้นั้นได้กระทำไปก่อนพ้นจากตำแหน่ง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8463_p3","parent":8463,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8463_p3_t1","parent":"8463_p3","text":"มิให้นับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาซึ่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคสอง เป็นจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8463_p4","parent":8463,"text":"วรรค 4","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8463_p4_t1","parent":"8463_p4","text":"ในกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเห็นว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาคนใดคนหนึ่งมีเหตุสิ้นสุดลงตามวรรคหนึ่ง ให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามวรรคหนึ่งได้ด้วย","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8464,"parent":8458,"text":"ส่วนที่ 2\n\nสภาผู้แทนราษฎร","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":1},
{"key":8465,"parent":8464,"text":"มาตรา 83","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":0},
{"key":"8465_p1","parent":8465,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8465_p1_t1","parent":"8465_p1","text":"สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวนสี่ร้อยคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อจำนวนหนึ่งร้อยคน","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8465_p2","parent":8465,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8465_p2_t1","parent":"8465_p2","text":"การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยให้ใช้บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบละหนึ่งใบ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8465_p3","parent":8465,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8465_p3_t1","parent":"8465_p3","text":"ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังไม่มีการเลือกตั้งหรือประกาศชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่าที่มีอยู่","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8465_p4","parent":8465,"text":"วรรค 4","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8465_p4_t1","parent":"8465_p4","text":"ในกรณีมีเหตุใด ๆ ที่ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อมีจำนวนไม่ถึงหนึ่งร้อยคน ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่มีอยู่","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8466,"parent":8464,"text":"มาตรา 84","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":1},
{"key":"8466_p1_t1","parent":8466,"text":"ในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับเลือกตั้งถึงร้อยละเก้าสิบห้าของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดแล้ว หากมีความจำเป็นจะต้องเรียกประชุมรัฐสภาก็ให้ดำเนินการเรียกประชุมรัฐสภาได้ โดยให้ถือว่าสภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่มีอยู่ แต่ต้องดำเนินการให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ครบตามจำนวนตามมาตรา 83 โดยเร็ว ในกรณีเช่นนี้ ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรดังกล่าวอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าอายุของสภาผู้แทนราษฎรที่เหลืออยู่","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8467,"parent":8464,"text":"มาตรา 85","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":2},
{"key":"8467_p1","parent":8467,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8467_p1_t1","parent":"8467_p1","text":"สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เขตละหนึ่งคน และผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งได้คนละหนึ่งคะแนน โดยจะลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ใด หรือจะลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเลยก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8467_p2","parent":8467,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8467_p2_t1","parent":"8467_p2","text":"ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดและมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดเป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8467_p3","parent":8467,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8467_p3_t1","parent":"8467_p3","text":"หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกตั้ง การออกเสียงลงคะแนน การนับคะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยกฎหมายดังกล่าวจะกำหนดให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องยื่นหลักฐานแสดงการเสียภาษีเงินได้ประกอบการสมัครรับเลือกตั้งด้วยก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8467_p4","parent":8467,"text":"วรรค 4","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8467_p4_t1","parent":"8467_p4","text":"ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งเมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว มีเหตุอันควรเชื่อว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้าของเขตเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องตรวจสอบเบื้องต้นและประกาศผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่าหกสิบวันนับแต่วันเลือกตั้ง ทั้งนี้ การประกาศผลดังกล่าวไม่เป็นการตัดหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะดำเนินการสืบสวน ไต่สวน หรือวินิจฉัยกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำการทุจริตในการเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมไม่ว่าจะได้ประกาศผลการเลือกตั้งแล้วหรือไม่ก็ตาม","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8468,"parent":8464,"text":"มาตรา 86","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":3},
{"key":"8468_p1_t1","parent":8468,"text":"การกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่แต่ละจังหวัดจะพึงมีและการแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ดำเนินการตามวิธีการ ดังต่อไปนี้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8468_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8468_p1_t1","text":"(1) ให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง เฉลี่ยด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสี่ร้อยคน จำนวนที่ได้รับให้ถือว่าเป็นจำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8468_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8468_p1_t1","text":"(2) จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคนตาม (1) ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดนั้นได้หนึ่งคน โดยให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8468_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8468_p1_t1","text":"(3) จังหวัดใดมีราษฎรเกินจำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดนั้นเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนทุกจำนวนราษฎรที่ถึงเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8468_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8468_p1_t1","text":"(4) เมื่อได้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละจังหวัดตาม (2) และ (3) แล้ว ถ้าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ครบสี่ร้อยคน จังหวัดใดมีเศษที่เหลือจากการคำนวณตาม (3) มากที่สุด ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน และให้เพิ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามวิธีการดังกล่าวแก่จังหวัดที่มีเศษที่เหลือจากการคำนวณนั้นในลำดับรองลงมาตามลำดับจนครบจำนวนสี่ร้อยคน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8468_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"8468_p1_t1","text":"(5) จังหวัดใดมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินหนึ่งคน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งเท่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พึงมี โดยต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้ติดต่อกันและต้องจัดให้มีจำนวนราษฎรในแต่ละเขตใกล้เคียงกัน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":8469,"parent":8464,"text":"มาตรา 87","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":4},
{"key":"8469_p1","parent":8469,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8469_p1_t1","parent":"8469_p1","text":"ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ต้องเป็นผู้ซึ่งพรรคการเมืองที่ตนเป็นสมาชิกส่งสมัครรับเลือกตั้ง และจะสมัครรับเลือกตั้งเกินหนึ่งเขตมิได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8469_p2","parent":8469,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8469_p2_t1","parent":"8469_p2","text":"เมื่อมีการสมัครรับเลือกตั้งแล้ว ผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือพรรคการเมืองจะถอนการสมัครรับเลือกตั้งหรือเปลี่ยนแปลงผู้สมัครรับเลือกตั้งได้เฉพาะกรณีผู้สมัครรับเลือกตั้งตายหรือขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม และต้องกระทำก่อนปิดการรับสมัครรับเลือกตั้ง","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8470,"parent":8464,"text":"มาตรา 88","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":5},
{"key":"8470_p1","parent":8470,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8470_p1_t1","parent":"8470_p1","text":"ในการเลือกตั้งทั่วไป ให้พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแจ้งรายชื่อบุคคลซึ่งพรรคการเมืองนั้นมีมติว่าจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีไม่เกินสามรายชื่อต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อนปิดการรับสมัครรับเลือกตั้ง และให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศรายชื่อบุคคลดังกล่าวให้ประชาชนทราบ และให้นำความในมาตรา 87 วรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8470_p2","parent":8470,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8470_p2_t1","parent":"8470_p2","text":"พรรคการเมืองจะไม่เสนอรายชื่อบุคคลตามวรรคหนึ่งก็ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8471,"parent":8464,"text":"มาตรา 89","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":6},
{"key":"8471_p1","parent":8471,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8471_p1_t1","parent":"8471_p1","text":"การเสนอชื่อบุคคลตามมาตรา 88 ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8471_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8471_p1_t1","text":"(1) ต้องมีหนังสือยินยอมของบุคคลซึ่งได้รับการเสนอชื่อ โดยมีรายละเอียดตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8471_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8471_p1_t1","text":"(2) ผู้ได้รับการเสนอชื่อต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นรัฐมนตรีตามมาตรา 160 และไม่เคยทำหนังสือยินยอมตาม (1) ให้พรรคการเมืองอื่นในการเลือกตั้งคราวนั้น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8471_p2","parent":8471,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8471_p2_t1","parent":"8471_p2","text":"การเสนอชื่อบุคคลใดที่มิได้เป็นไปตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าไม่มีการเสนอชื่อบุคคลนั้น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8472,"parent":8464,"text":"มาตรา 90","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":7},
{"key":"8472_p1","parent":8472,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8472_p1_t1","parent":"8472_p1","text":"พรรคการเมืองใดส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแล้ว ให้มีสิทธิส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8472_p2","parent":8472,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8472_p2_t1","parent":"8472_p2","text":"การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ให้พรรคการเมืองจัดทำบัญชีรายชื่อพรรคละหนึ่งบัญชี โดยผู้สมัครรับเลือกตั้งของแต่ละพรรคการเมืองต้องไม่ซ้ำกัน และไม่ซ้ำกับรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยส่งบัญชีรายชื่อดังกล่าวให้คณะกรรมการการเลือกตั้งก่อนปิดการรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8472_p3","parent":8472,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8472_p3_t1","parent":"8472_p3","text":"การจัดทำบัญชีรายชื่อตามวรรคสอง ต้องให้สมาชิกของพรรคการเมืองมีส่วนร่วมในการพิจารณาด้วย โดยต้องคำนึงถึงผู้สมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคต่าง ๆ และความเท่าเทียมกันระหว่างชายและหญิง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8473,"parent":8464,"text":"มาตรา 91","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":8},
{"key":"8473_p1","parent":8473,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8473_p1_t1","parent":"8473_p1","text":"การคำนวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งตามบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองที่จะได้รับเลือกตั้ง ให้นำคะแนนที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับการเลือกตั้งมารวมกันทั้งประเทศแล้วคำนวณเพื่อแบ่งจำนวนผู้ที่จะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมือง เป็นสัดส่วนที่สัมพันธ์กันโดยตรงกับจำนวนคะแนนรวมข้างต้น โดยให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งมีรายชื่อในบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองได้รับเลือกตามเกณฑ์คะแนนที่คำนวณได้เรียงตามลำดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8473_p2","parent":8473,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8473_p2_t1","parent":"8473_p2","text":"หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ การออกเสียงลงคะแนน การนับคะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอื่นที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8474,"parent":8464,"text":"มาตรา 92","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":9},
{"key":"8474_p1_t1","parent":8474,"text":"เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งรายใดได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งมากกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งนั้น ให้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่และมิให้นับคะแนนที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งแต่ละคนได้รับไปใช้ในการคำนวณตามมาตรา 91 ในกรณีเช่นนี้ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการให้มีการรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งใหม่ โดยผู้สมัครรับเลือกตั้งเดิมทุกรายไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งที่จะจัดขึ้นใหม่นั้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8475,"parent":8464,"text":"มาตรา 93","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":10},
{"key":"8475_p1","parent":8475,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8475_p1_t1","parent":"8475_p1","text":"ในการเลือกตั้งทั่วไป ถ้าต้องมีการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ในบางเขตหรือบางหน่วยเลือกตั้งก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้งยังไม่แล้วเสร็จ หรือยังไม่มีการประกาศผลการเลือกตั้งครบทุกเขตเลือกตั้งไม่ว่าด้วยเหตุใด การคำนวณจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่แต่ละพรรคการเมืองพึงมี และจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองพึงได้รับให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8475_p2","parent":8475,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8475_p2_t1","parent":"8475_p2","text":"ในกรณีที่ผลการคำนวณตามวรรคหนึ่งทำให้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใดลดลง ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นในลำดับท้ายตามลำดับพ้นจากตำแหน่ง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8476,"parent":8464,"text":"มาตรา 94","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":11},
{"key":"8476_p1","parent":8476,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8476_p1_t1","parent":"8476_p1","text":"ภายในหนึ่งปีหลังจากวันเลือกตั้งอันเป็นการเลือกตั้งทั่วไป ถ้าต้องมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใดขึ้นใหม่ เพราะเหตุที่การเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ให้นำความในมาตรา 93 มาใช้บังคับโดยอนุโลม","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8476_p2","parent":8476,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8476_p2_t1","parent":"8476_p2","text":"การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่างไม่ว่าด้วยเหตุใดภายหลังพ้นเวลาหนึ่งปีนับแต่วันเลือกตั้งทั่วไป มิให้มีผลกระทบกับการคำนวณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่แต่ละพรรคการเมืองจะพึงมีตามมาตรา 91","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8477,"parent":8464,"text":"มาตรา 95","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":12},
{"key":"8477_p1","parent":8477,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8477_p1_t1","parent":"8477_p1","text":"บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8477_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8477_p1_t1","text":"(1) มีสัญชาติไทย แต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8477_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8477_p1_t1","text":"(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีในวันเลือกตั้ง","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8477_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8477_p1_t1","text":"(3) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8477_p2","parent":8477,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8477_p2_t1","parent":"8477_p2","text":"ผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งอยู่นอกเขตเลือกตั้งที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งเป็นเวลาน้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง หรือมีถิ่นที่อยู่นอกราชอาณาจักร จะขอลงทะเบียนเพื่อออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง ณ สถานที่ และตามวันเวลา วิธีการ และเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8477_p3","parent":8477,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8477_p3_t1","parent":"8477_p3","text":"ผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งโดยมิได้แจ้งเหตุอันสมควรตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อาจถูกจำกัดสิทธิบางประการตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8478,"parent":8464,"text":"มาตรา 96","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":13},
{"key":"8478_p1_t1","parent":8478,"text":"บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ในวันเลือกตั้ง เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8478_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8478_p1_t1","text":"(1) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8478_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8478_p1_t1","text":"(2) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8478_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8478_p1_t1","text":"(3) ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8478_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8478_p1_t1","text":"(4) วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":8479,"parent":8464,"text":"มาตรา 97","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":14},
{"key":"8479_p1_t1","parent":8479,"text":"บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8479_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8479_p1_t1","text":"(1) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8479_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8479_p1_t1","text":"(2) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีนับถึงวันเลือกตั้ง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8479_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8479_p1_t1","text":"(3) เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคการเมืองเดียวเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในกรณีที่มีการเลือกตั้งทั่วไปเพราะเหตุยุบสภาระยะเวลาเก้าสิบวันดังกล่าวให้ลดลงเหลือสามสิบวัน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8479_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8479_p1_t1","text":"(4) ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ด้วย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8479_p1_t1_ext_ul_2_li4_ul1_li1","parent":"8479_p1_t1_ext_ul_2_li4","text":"(ก) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8479_p1_t1_ext_ul_2_li4_ul1_li2","parent":"8479_p1_t1_ext_ul_2_li4","text":"(ข) เป็นบุคคลซึ่งเกิดในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8479_p1_t1_ext_ul_2_li4_ul1_li3","parent":"8479_p1_t1_ext_ul_2_li4","text":"(ค) เคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปีการศึกษา","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8479_p1_t1_ext_ul_2_li4_ul1_li4","parent":"8479_p1_t1_ext_ul_2_li4","text":"(ง) เคยรับราชการหรือปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ หรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง แล้วแต่กรณี เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปี","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":8480,"parent":8464,"text":"มาตรา 98","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":15},
{"key":"8480_p1_t1","parent":8480,"text":"บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8480_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8480_p1_t1","text":"(1) ติดยาเสพติดให้โทษ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8480_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8480_p1_t1","text":"(2) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8480_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8480_p1_t1","text":"(3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8480_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8480_p1_t1","text":"(4) เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามมาตรา 96 (1) (2) หรือ (4)","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8480_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"8480_p1_t1","text":"(5) อยู่ระหว่างถูกระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราวหรือถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"8480_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"8480_p1_t1","text":"(6) ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"8480_p1_t1_ext_ul_2_li7","parent":"8480_p1_t1","text":"(7) เคยได้รับโทษจำคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":6},
{"key":"8480_p1_t1_ext_ul_2_li8","parent":"8480_p1_t1","text":"(8) เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":7},
{"key":"8480_p1_t1_ext_ul_2_li9","parent":"8480_p1_t1","text":"(9) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกเพราะกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":8},
{"key":"8480_p1_t1_ext_ul_2_li10","parent":"8480_p1_t1","text":"(10) เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า กฎหมายว่าด้วยการพนันในความผิดฐานเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสำนัก กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":9},
{"key":"8480_p1_t1_ext_ul_2_li11","parent":"8480_p1_t1","text":"(11) เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":10},
{"key":"8480_p1_t1_ext_ul_2_li12","parent":"8480_p1_t1","text":"(12) เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำนอกจากข้าราชการการเมือง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":11},
{"key":"8480_p1_t1_ext_ul_2_li13","parent":"8480_p1_t1","text":"(13) เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":12},
{"key":"8480_p1_t1_ext_ul_2_li14","parent":"8480_p1_t1","text":"(14) เป็นสมาชิกวุฒิสภาหรือเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกภาพสิ้นสุดลงยังไม่เกินสองปี","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":13},
{"key":"8480_p1_t1_ext_ul_2_li15","parent":"8480_p1_t1","text":"(15) เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":14},
{"key":"8480_p1_t1_ext_ul_2_li16","parent":"8480_p1_t1","text":"(16) เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":15},
{"key":"8480_p1_t1_ext_ul_2_li17","parent":"8480_p1_t1","text":"(17) อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":16},
{"key":"8480_p1_t1_ext_ul_2_li18","parent":"8480_p1_t1","text":"(18) เคยพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุตามมาตรา 144 หรือมาตรา 235 วรรคสาม","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":17},
{"key":8481,"parent":8464,"text":"มาตรา 99","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":16},
{"key":"8481_p1","parent":8481,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8481_p1_t1","parent":"8481_p1","text":"อายุของสภาผู้แทนราษฎรมีกำหนดคราวละสี่ปีนับแต่วันเลือกตั้ง","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8481_p2","parent":8481,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8481_p2_t1","parent":"8481_p2","text":"ในระหว่างอายุของสภาผู้แทนราษฎร จะมีการควบรวมพรรคการเมืองที่มีสมาชิกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมิได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8482,"parent":8464,"text":"มาตรา 100","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":17},
{"key":"8482_p1_t1","parent":8482,"text":"สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเริ่มตั้งแต่วันเลือกตั้ง","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8483,"parent":8464,"text":"มาตรา 101","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":18},
{"key":"8483_p1_t1","parent":8483,"text":"สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง เมื่อ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8483_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8483_p1_t1","text":"(1) ถึงคราวออกตามอายุของสภาผู้แทนราษฎร หรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8483_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8483_p1_t1","text":"(2) ตาย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8483_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8483_p1_t1","text":"(3) ลาออก","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8483_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8483_p1_t1","text":"(4) พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 93","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8483_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"8483_p1_t1","text":"(5) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 97","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"8483_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"8483_p1_t1","text":"(6) มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"8483_p1_t1_ext_ul_2_li7","parent":"8483_p1_t1","text":"(7) กระทำการอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา 184 หรือมาตรา 185","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":6},
{"key":"8483_p1_t1_ext_ul_2_li8","parent":"8483_p1_t1","text":"(8) ลาออกจากพรรคการเมืองที่ตนเป็นสมาชิก","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":7},
{"key":"8483_p1_t1_ext_ul_2_li9","parent":"8483_p1_t1","text":"(9) พ้นจากการเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองที่ตนเป็นสมาชิกตามมติของพรรคการเมืองนั้นด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของที่ประชุมร่วมของคณะกรรมการบริหารของพรรคการเมืองและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่สังกัดพรรคการเมืองนั้น ในกรณีเช่นนี้ ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้นั้นมิได้เข้าเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พรรคการเมืองมีมติ ให้ถือว่าสิ้นสุดสมาชิกภาพนับแต่วันที่พ้นสามสิบวันดังกล่าว","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":8},
{"key":"8483_p1_t1_ext_ul_2_li10","parent":"8483_p1_t1","text":"(10) ขาดจากการเป็นสมาชิกของพรรคการเมือง แต่ในกรณีที่ขาดจากการเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองเพราะมีคำสั่งยุบพรรคการเมืองที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้นั้นเป็นสมาชิก และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้นั้นไม่อาจเข้าเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นได้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่มีคำสั่งยุบพรรคการเมือง ในกรณีเช่นนี้ ให้ถือว่าสิ้นสุดสมาชิกภาพนับแต่วันถัดจากวันที่ครบกำหนดหกสิบวันนั้น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":9},
{"key":"8483_p1_t1_ext_ul_2_li11","parent":"8483_p1_t1","text":"(11) พ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุตามมาตรา 144 หรือมาตรา 235 วรรคสาม","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":10},
{"key":"8483_p1_t1_ext_ul_2_li12","parent":"8483_p1_t1","text":"(12) ขาดประชุมเกินจำนวนหนึ่งในสี่ของจำนวนวันประชุมในสมัยประชุมที่มีกำหนดเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบวันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากประธานสภาผู้แทนราษฎร","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":11},
{"key":"8483_p1_t1_ext_ul_2_li13","parent":"8483_p1_t1","text":"(13) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก แม้จะมีการรอการลงโทษ เว้นแต่เป็นการรอการลงโทษในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":12},
{"key":8484,"parent":8464,"text":"มาตรา 102","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":19},
{"key":"8484_p1","parent":8484,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8484_p1_t1","parent":"8484_p1","text":"เมื่ออายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง พระมหากษัตริย์จะได้ทรงตราพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ เป็นการเลือกตั้งทั่วไปภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8484_p2","parent":8484,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8484_p2_t1","parent":"8484_p2","text":"การเลือกตั้งตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักรตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8485,"parent":8464,"text":"มาตรา 103","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":20},
{"key":"8485_p1","parent":8485,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8485_p1_t1","parent":"8485_p1","text":"พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไป","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8485_p2","parent":8485,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8485_p2_t1","parent":"8485_p2","text":"การยุบสภาผู้แทนราษฎรให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา และให้กระทำได้เพียงครั้งเดียวในเหตุการณ์เดียวกัน","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8485_p3","parent":8485,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8485_p3_t1","parent":"8485_p3","text":"ภายในห้าวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่งใช้บังคับ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าสี่สิบห้าวันแต่ไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวใช้บังคับ วันเลือกตั้งนั้นต้องกำหนดเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8486,"parent":8464,"text":"มาตรา 104","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":21},
{"key":"8486_p1_t1","parent":8486,"text":"ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เป็นเหตุให้ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งตามวันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศกำหนดตามมาตรา 102 หรือมาตรา 103 คณะกรรมการการเลือกตั้งจะกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ก็ได้ แต่ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เหตุดังกล่าวสิ้นสุดลง แต่เพื่อประโยชน์ในการนับอายุตามมาตรา 95 (2) และมาตรา 97 (2) ให้นับถึงวันเลือกตั้งที่กำหนดไว้ตามมาตรา 102 หรือมาตรา 103 แล้วแต่กรณี","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8487,"parent":8464,"text":"มาตรา 105","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":22},
{"key":"8487_p1","parent":8487,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8487_p1_t1","parent":"8487_p1","text":"เมื่อตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงเพราะเหตุอื่นใด นอกจากถึงคราวออกตามอายุของสภาผู้แทนราษฎร หรือเมื่อมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8487_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8487_p1_t1","text":"(1) ในกรณีที่เป็นตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ดำเนินการตราพระราชกฤษฎีกาเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง เว้นแต่อายุของสภาผู้แทนราษฎรจะเหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน และให้นำความในมาตรา 102 มาใช้บังคับโดยอนุโลม","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8487_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8487_p1_t1","text":"(2) ในกรณีที่เป็นตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรประกาศให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง โดยต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ตำแหน่งนั้นว่างลง หากไม่มีรายชื่อเหลืออยู่ในบัญชีที่จะเลื่อนขึ้นมาแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่มีอยู่","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8487_p2","parent":8487,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8487_p2_t1","parent":"8487_p2","text":"สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้เข้ามาแทนตาม (1) ให้เริ่มนับแต่วันเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง ส่วนสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้เข้ามาแทนตาม (2) ให้เริ่มนับแต่วันถัดจากวันประกาศชื่อในราชกิจจานุเบกษา และให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้เข้ามาแทนตำแหน่งที่ว่างนั้นอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าอายุของสภาผู้แทนราษฎรที่เหลืออยู่","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8487_p3","parent":8487,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8487_p3_t1","parent":"8487_p3","text":"การคำนวณสัดส่วนคะแนนของพรรคการเมืองสำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเมื่อมีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้เป็นไปตามมาตรา 94","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8488,"parent":8464,"text":"มาตรา 106","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":23},
{"key":"8488_p1","parent":8488,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8488_p1_t1","parent":"8488_p1","text":"ภายหลังที่คณะรัฐมนตรีเข้าบริหารราชการแผ่นดินแล้ว พระมหากษัตริย์จะทรงแต่งตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรที่มีจำนวนสมาชิกมากที่สุด และสมาชิกมิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8488_p2","parent":8488,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8488_p2_t1","parent":"8488_p2","text":"ในกรณีที่พรรคการเมืองตามวรรคหนึ่ง มีสมาชิกเท่ากัน ให้ใช้วิธีจับสลาก","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8488_p3","parent":8488,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8488_p3_t1","parent":"8488_p3","text":"ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8488_p4","parent":8488,"text":"วรรค 4","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8488_p4_t1","parent":"8488_p4","text":"ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรย่อมพ้นจากตำแหน่งเมื่อขาดคุณสมบัติตามวรรคหนึ่ง หรือเมื่อมีเหตุตามมาตรา 118 (1) (2) (3) หรือ (4) ในกรณีเช่นนี้ พระมหากษัตริย์จะได้ทรงแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8489,"parent":8458,"text":"ส่วนที่ 3\n\nวุฒิสภา","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":2},
{"key":8490,"parent":8489,"text":"มาตรา 107","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":0},
{"key":"8490_p1","parent":8490,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8490_p1_t1","parent":"8490_p1","text":"วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนสองร้อยคน ซึ่งมาจากการเลือกกันเองของบุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ ลักษณะ หรือประโยชน์ร่วมกัน หรือทำงานหรือเคยทำงานด้านต่าง ๆ ที่หลากหลายของสังคม โดยในการแบ่งกลุ่มต้องแบ่งในลักษณะที่ทำให้ประชาชนซึ่งมีสิทธิสมัครรับเลือกทุกคนสามารถอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8490_p2","parent":8490,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8490_p2_t1","parent":"8490_p2","text":"การแบ่งกลุ่ม จำนวนกลุ่ม และคุณสมบัติของบุคคลในแต่ละกลุ่ม การสมัครและรับสมัคร หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกันเอง การได้รับเลือก จำนวนสมาชิกวุฒิสภาที่จะพึงมีจากแต่ละกลุ่ม การขึ้นบัญชีสำรอง การเลื่อนบุคคลจากบัญชีสำรองขึ้นดำรงตำแหน่งแทน และมาตรการอื่นใดที่จำเป็นเพื่อให้การเลือกกันเองเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา และเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการให้การเลือกดังกล่าวเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม จะกำหนดมิให้ผู้สมัครในแต่ละกลุ่มเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกัน หรือจะกำหนดให้มีการคัดกรองผู้สมัครรับเลือกด้วยวิธีการอื่นใดที่ผู้สมัครรับเลือกมีส่วนร่วมในการคัดกรองก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8490_p3","parent":8490,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8490_p3_t1","parent":"8490_p3","text":"การดำเนินการตามวรรคสอง ให้ดำเนินการตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ เพื่อให้สมาชิกวุฒิสภาเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยในระดับประเทศ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8490_p4","parent":8490,"text":"วรรค 4","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8490_p4_t1","parent":"8490_p4","text":"ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภามีจำนวนไม่ครบตามวรรคหนึ่ง ไม่ว่าเพราะเหตุตำแหน่งว่างลงหรือด้วยเหตุอื่นใดอันมิใช่เพราะเหตุถึงคราวออกตามอายุของวุฒิสภา และไม่มีรายชื่อบุคคลที่สำรองไว้เหลืออยู่ ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภาเท่าที่มีอยู่ แต่ในกรณีที่มีสมาชิกวุฒิสภาเหลืออยู่ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมดและอายุของวุฒิสภาเหลืออยู่เกินหนึ่งปี ให้ดำเนินการเลือกสมาชิกวุฒิสภาขึ้นแทนภายในหกสิบวันนับแต่วันที่วุฒิสภามีสมาชิกเหลืออยู่ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ในกรณีเช่นว่านี้ ให้ผู้ได้รับเลือกดังกล่าวอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าอายุของวุฒิสภาที่เหลืออยู่","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8490_p5","parent":8490,"text":"วรรค 5","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"8490_p5_t1","parent":"8490_p5","text":"การเลือกสมาชิกวุฒิสภาให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา และภายในห้าวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกามีผลใช้บังคับ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดวันเริ่มดำเนินการเพื่อเลือกไม่ช้ากว่าสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมีผลใช้บังคับ การกำหนดดังกล่าวให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และให้นำความในมาตรา 104 มาใช้บังคับโดยอนุโลม","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8491,"parent":8489,"text":"มาตรา 108","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":1},
{"key":"8491_p1_t1","parent":8491,"text":"สมาชิกวุฒิสภาต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8491_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8491_p1_t1","text":"ก. คุณสมบัติ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8491_p1_t1_ext_ul_2_li1_ul1_li1","parent":"8491_p1_t1_ext_ul_2_li1","text":"(1) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8491_p1_t1_ext_ul_2_li1_ul1_li2","parent":"8491_p1_t1_ext_ul_2_li1","text":"(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปีในวันสมัครรับเลือก","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8491_p1_t1_ext_ul_2_li1_ul1_li3","parent":"8491_p1_t1_ext_ul_2_li1","text":"(3) มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่าสิบปี หรือเป็นผู้มีลักษณะตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8491_p1_t1_ext_ul_2_li1_ul1_li4","parent":"8491_p1_t1_ext_ul_2_li1","text":"(4) เกิด มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ทำงาน หรือมีความเกี่ยวพันกับพื้นที่ที่สมัครตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8491_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8491_p1_t1","text":"ข. ลักษณะต้องห้าม","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8491_p1_t1_ext_ul_2_li2_ul1_li1","parent":"8491_p1_t1_ext_ul_2_li2","text":"(1) เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา 98 (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (9) (10) (11) (15) (16) (17) หรือ (18)","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8491_p1_t1_ext_ul_2_li2_ul1_li2","parent":"8491_p1_t1_ext_ul_2_li2","text":"(2) เป็นข้าราชการ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8491_p1_t1_ext_ul_2_li2_ul1_li3","parent":"8491_p1_t1_ext_ul_2_li2","text":"(3) เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เว้นแต่ได้พ้นจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีนับถึงวันสมัครรับเลือก","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8491_p1_t1_ext_ul_2_li2_ul1_li4","parent":"8491_p1_t1_ext_ul_2_li2","text":"(4) เป็นสมาชิกพรรคการเมือง","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8491_p1_t1_ext_ul_2_li2_ul1_li5","parent":"8491_p1_t1_ext_ul_2_li2","text":"(5) เป็นหรือเคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมือง เว้นแต่ได้พ้นจากการดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีนับถึงวันสมัครรับเลือก","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"8491_p1_t1_ext_ul_2_li2_ul1_li6","parent":"8491_p1_t1_ext_ul_2_li2","text":"(6) เป็นหรือเคยเป็นรัฐมนตรี เว้นแต่ได้พ้นจากการเป็นรัฐมนตรีมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีนับถึงวันสมัครรับเลือก","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"8491_p1_t1_ext_ul_2_li2_ul1_li7","parent":"8491_p1_t1_ext_ul_2_li2","text":"(7) เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น เว้นแต่ได้พ้นจากการเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีนับถึงวันสมัครรับเลือก","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":6},
{"key":"8491_p1_t1_ext_ul_2_li2_ul1_li8","parent":"8491_p1_t1_ext_ul_2_li2","text":"(8) เป็นบุพการี คู่สมรส หรือบุตรของผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาในคราวเดียวกัน หรือผู้ดำรงตำแหน่งในศาลรัฐธรรมนูญหรือในองค์กรอิสระ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":7},
{"key":"8491_p1_t1_ext_ul_2_li2_ul1_li9","parent":"8491_p1_t1_ext_ul_2_li2","text":"(9) เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญนี้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":8},
{"key":8492,"parent":8489,"text":"มาตรา 109","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":2},
{"key":"8492_p1","parent":8492,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8492_p1_t1","parent":"8492_p1","text":"อายุของวุฒิสภามีกำหนดคราวละห้าปีนับแต่วันประกาศผลการเลือก","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8492_p2","parent":8492,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8492_p2_t1","parent":"8492_p2","text":"สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาเริ่มตั้งแต่วันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือก","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8492_p3","parent":8492,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8492_p3_t1","parent":"8492_p3","text":"เมื่ออายุของวุฒิสภาสิ้นสุดลง ให้สมาชิกวุฒิสภาอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีสมาชิกวุฒิสภาขึ้นใหม่","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8493,"parent":8489,"text":"มาตรา 110","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":3},
{"key":"8493_p1_t1","parent":8493,"text":"เมื่ออายุของวุฒิสภาสิ้นสุดลง ให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาใหม่ตามมาตรา 107 วรรคห้า","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8494,"parent":8489,"text":"มาตรา 111","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":4},
{"key":"8494_p1_t1","parent":8494,"text":"สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาสิ้นสุดลง เมื่อ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8494_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8494_p1_t1","text":"(1) ถึงคราวออกตามอายุของวุฒิสภา","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8494_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8494_p1_t1","text":"(2) ตาย","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8494_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8494_p1_t1","text":"(3) ลาออก","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8494_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8494_p1_t1","text":"(4) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 108","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8494_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"8494_p1_t1","text":"(5) ขาดประชุมเกินจำนวนหนึ่งในสี่ของจำนวนวันประชุมในสมัยประชุมที่มีกำหนดเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบวันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากประธานวุฒิสภา","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"8494_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"8494_p1_t1","text":"(6) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก แม้จะมีการรอการลงโทษ เว้นแต่เป็นการรอการลงโทษในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"8494_p1_t1_ext_ul_2_li7","parent":"8494_p1_t1","text":"(7) กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 113 หรือกระทำการอันต้องห้ามตามมาตรา 184 หรือมาตรา 185","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":6},
{"key":"8494_p1_t1_ext_ul_2_li8","parent":"8494_p1_t1","text":"(8) พ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุตามมาตรา 144 หรือมาตรา 235 วรรคสาม","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":7},
{"key":8495,"parent":8489,"text":"มาตรา 112","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":5},
{"key":"8495_p1_t1","parent":8495,"text":"บุคคลผู้เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกภาพสิ้นสุดลงมาแล้วยังไม่เกินสองปี จะเป็นรัฐมนตรีหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมิได้ เว้นแต่เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8496,"parent":8489,"text":"มาตรา 113","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":6},
{"key":"8496_p1_t1","parent":8496,"text":"สมาชิกวุฒิสภาต้องไม่ฝักใฝ่หรือยอมตนอยู่ใต้อาณัติของพรรคการเมืองใด ๆ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8497,"parent":8458,"text":"ส่วนที่ 4\n\nบทที่ใช้แก่สภาทั้งสอง","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":3},
{"key":8498,"parent":8497,"text":"มาตรา 114","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":0},
{"key":"8498_p1_t1","parent":8498,"text":"สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงำใด ๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8499,"parent":8497,"text":"มาตรา 115","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":1},
{"key":"8499_p1","parent":8499,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8499_p1_t1","parent":"8499_p1","text":"ก่อนเข้ารับหน้าที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกด้วยถ้อยคำ ดังต่อไปนี้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8499_p2","parent":8499,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8499_p2_t1","parent":"8499_p2","text":"“ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8500,"parent":8497,"text":"มาตรา 116","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":2},
{"key":"8500_p1","parent":8500,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8500_p1_t1","parent":"8500_p1","text":"สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาแต่ละสภา มีประธานสภาคนหนึ่งและรองประธานสภาคนหนึ่งหรือสองคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากสมาชิกแห่งสภานั้น ๆ ตามมติของสภา","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8500_p2","parent":8500,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8500_p2_t1","parent":"8500_p2","text":"ในระหว่างการดำรงตำแหน่ง ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นกรรมการบริหารหรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองขณะเดียวกันมิได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8501,"parent":8497,"text":"มาตรา 117","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":3},
{"key":"8501_p1","parent":8501,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8501_p1_t1","parent":"8501_p1","text":"ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรดำรงตำแหน่งจนสิ้นอายุของสภาผู้แทนราษฎรหรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8501_p2","parent":8501,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8501_p2_t1","parent":"8501_p2","text":"ประธานและรองประธานวุฒิสภาดำรงตำแหน่งจนถึงวันสิ้นอายุของวุฒิสภา เว้นแต่ในระหว่างเวลาตามมาตรา 109 วรรคสาม ให้ประธานและรองประธานวุฒิสภายังคงอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8502,"parent":8497,"text":"มาตรา 118","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":4},
{"key":"8502_p1_t1","parent":8502,"text":"ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานและรองประธานวุฒิสภาย่อมพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระตามมาตรา 117 เมื่อ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8502_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8502_p1_t1","text":"(1) ขาดจากสมาชิกภาพแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8502_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8502_p1_t1","text":"(2) ลาออกจากตำแหน่ง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8502_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8502_p1_t1","text":"(3) ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หรือข้าราชการการเมืองอื่น","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8502_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8502_p1_t1","text":"(4) ต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้คดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุดหรือมีการรอการลงโทษ เว้นแต่เป็นกรณีที่คดียังไม่ถึงที่สุดหรือมีการรอการลงโทษในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษหรือความผิดฐานหมิ่นประมาท","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":8503,"parent":8497,"text":"มาตรา 119","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":5},
{"key":"8503_p1","parent":8503,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8503_p1_t1","parent":"8503_p1","text":"ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภามีหน้าที่และอำนาจดำเนินกิจการของสภานั้น ๆ ให้เป็นไปตามข้อบังคับ รองประธานสภามีหน้าที่และอำนาจตามที่ประธานสภามอบหมายและปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาเมื่อประธานสภาไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8503_p2","parent":8503,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8503_p2_t1","parent":"8503_p2","text":"ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา และผู้ทำหน้าที่แทน ต้องวางตนเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8503_p3","parent":8503,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8503_p3_t1","parent":"8503_p3","text":"เมื่อประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือประธานและรองประธานวุฒิสภาไม่อยู่ในที่ประชุมให้สมาชิกแห่งสภานั้น ๆ เลือกกันเองให้สมาชิกคนหนึ่งเป็นประธานในคราวประชุมนั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8504,"parent":8497,"text":"มาตรา 120","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":6},
{"key":"8504_p1","parent":8504,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8504_p1_t1","parent":"8504_p1","text":"การประชุมสภาผู้แทนราษฎรและการประชุมวุฒิสภาต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา จึงจะเป็นองค์ประชุม เว้นแต่ในกรณีการพิจารณาระเบียบวาระกระทู้ สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาจะกำหนดองค์ประชุมไว้ในข้อบังคับเป็นอย่างอื่นก็ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8504_p2","parent":8504,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8504_p2_t1","parent":"8504_p2","text":"การลงมติวินิจฉัยข้อปรึกษาให้ถือเสียงข้างมากเป็นประมาณ เว้นแต่ที่มีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในรัฐธรรมนูญ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8504_p3","parent":8504,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8504_p3_t1","parent":"8504_p3","text":"สมาชิกคนหนึ่งย่อมมีเสียงหนึ่งในการออกเสียงลงคะแนน ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8504_p4","parent":8504,"text":"วรรค 4","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8504_p4_t1","parent":"8504_p4","text":"รายงานการประชุมและบันทึกการออกเสียงลงคะแนนของสมาชิกแต่ละคนต้องเปิดเผยให้ประชาชนทราบได้ทั่วไป เว้นแต่กรณีการประชุมลับหรือการออกเสียงลงคะแนนเป็นการลับ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8504_p5","parent":8504,"text":"วรรค 5","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"8504_p5_t1","parent":"8504_p5","text":"การออกเสียงลงคะแนนเลือกหรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งใด ให้กระทำเป็นการลับเว้นแต่ที่มีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในรัฐธรรมนูญ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8505,"parent":8497,"text":"มาตรา 121","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":7},
{"key":"8505_p1","parent":8505,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8505_p1_t1","parent":"8505_p1","text":"ภายในสิบห้าวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันเป็นการเลือกตั้งทั่วไป ให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรก","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8505_p2","parent":8505,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8505_p2_t1","parent":"8505_p2","text":"ในปีหนึ่งให้มีสมัยประชุมสามัญของรัฐสภาสองสมัย ๆ หนึ่งให้มีกำหนดเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวันแต่พระมหากษัตริย์จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ขยายเวลาออกไปก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8505_p3","parent":8505,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8505_p3_t1","parent":"8505_p3","text":"การปิดสมัยประชุมสามัญประจำปีก่อนครบกำหนดเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวัน จะกระทำได้ก็แต่โดยความเห็นชอบของรัฐสภา","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8505_p4","parent":8505,"text":"วรรค 4","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8505_p4_t1","parent":"8505_p4","text":"วันประชุมครั้งแรกตามวรรคหนึ่ง ให้ถือเป็นวันเริ่มสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่งส่วนวันเริ่มสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง ให้เป็นไปตามที่สภาผู้แทนราษฎรกำหนด แต่ในกรณีที่การประชุมครั้งแรกตามวรรคหนึ่งมีเวลาจนถึงสิ้นปีปฏิทินไม่เพียงพอที่จะจัดให้มีการประชุมสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง จะไม่มีการประชุมสมัยสามัญประจำปีครั้งที่สองสำหรับปีนั้นก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8506,"parent":8497,"text":"มาตรา 122","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":8},
{"key":"8506_p1","parent":8506,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8506_p1_t1","parent":"8506_p1","text":"พระมหากษัตริย์ทรงเรียกประชุมรัฐสภา ทรงเปิดและทรงปิดประชุม","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8506_p2","parent":8506,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8506_p2_t1","parent":"8506_p2","text":"พระมหากษัตริย์จะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงทำรัฐพิธีเปิดประชุมสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งแรกด้วยพระองค์เอง หรือจะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระรัชทายาทซึ่งทรงบรรลุนิติภาวะแล้วหรือผู้ใดผู้หนึ่ง เป็นผู้แทนพระองค์ มาทำรัฐพิธีก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8506_p3","parent":8506,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8506_p3_t1","parent":"8506_p3","text":"เมื่อมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ พระมหากษัตริย์จะทรงเรียกประชุมรัฐสภาเป็นการประชุมสมัยวิสามัญก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8506_p4","parent":8506,"text":"วรรค 4","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8506_p4_t1","parent":"8506_p4","text":"ภายใต้บังคับมาตรา 123 และมาตรา 126 การเรียกประชุม การขยายเวลาประชุม และการปิดประชุมรัฐสภา ให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8507,"parent":8497,"text":"มาตรา 123","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":9},
{"key":"8507_p1","parent":8507,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8507_p1_t1","parent":"8507_p1","text":"สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาทั้งสองสภารวมกัน หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภามีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อประธานรัฐสภาให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการประกาศเรียกประชุมรัฐสภาเป็นการประชุมสมัยวิสามัญได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8507_p2","parent":8507,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8507_p2_t1","parent":"8507_p2","text":"ให้ประธานรัฐสภานำความกราบบังคมทูลและลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8508,"parent":8497,"text":"มาตรา 124","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":10},
{"key":"8508_p1","parent":8508,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8508_p1_t1","parent":"8508_p1","text":"ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่ประชุมวุฒิสภา หรือที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา สมาชิกผู้ใดจะกล่าวถ้อยคำใดในทางแถลงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็นหรือออกเสียงลงคะแนน ย่อมเป็นเอกสิทธิ์โดยเด็ดขาด ผู้ใดจะนำไปเป็นเหตุฟ้องร้องว่ากล่าวสมาชิกผู้นั้นในทางใด ๆ มิได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8508_p2","parent":8508,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8508_p2_t1","parent":"8508_p2","text":"เอกสิทธิ์ตามวรรคหนึ่งไม่คุ้มครองสมาชิกผู้กล่าวถ้อยคำในการประชุมที่มีการถ่ายทอดทางวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์หรือทางอื่นใด หากถ้อยคำที่กล่าวในที่ประชุมไปปรากฏนอกบริเวณรัฐสภา และการกล่าวถ้อยคำนั้นมีลักษณะเป็นความผิดทางอาญาหรือละเมิดสิทธิในทางแพ่งต่อบุคคลอื่นซึ่งมิใช่รัฐมนตรีหรือสมาชิกแห่งสภานั้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8508_p3","parent":8508,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8508_p3_t1","parent":"8508_p3","text":"ในกรณีตามวรรคสอง ถ้าสมาชิกกล่าวถ้อยคำใดที่อาจเป็นเหตุให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่รัฐมนตรีหรือสมาชิกแห่งสภานั้นได้รับความเสียหาย ให้ประธานแห่งสภานั้นจัดให้มีการโฆษณาคำชี้แจงตามที่บุคคลนั้นร้องขอตามวิธีการและภายในระยะเวลาที่กำหนดในข้อบังคับการประชุมของสภานั้น ทั้งนี้ โดยไม่กระทบต่อสิทธิของบุคคลในการฟ้องคดีต่อศาล","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8508_p4","parent":8508,"text":"วรรค 4","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8508_p4_t1","parent":"8508_p4","text":"เอกสิทธิ์ที่บัญญัติไว้ในมาตรานี้ ย่อมคุ้มครองไปถึงผู้พิมพ์และผู้โฆษณารายงานการประชุมตามข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือรัฐสภา แล้วแต่กรณี และคุ้มครองไปถึงบุคคลซึ่งประธานในที่ประชุมอนุญาตให้แถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม ตลอดจนผู้ดำเนินการถ่ายทอดการประชุมสภาทางวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์หรือทางอื่นใดซึ่งได้รับอนุญาตจากประธานแห่งสภานั้นด้วยโดยอนุโลม","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8509,"parent":8497,"text":"มาตรา 125","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":11},
{"key":"8509_p1","parent":8509,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8509_p1_t1","parent":"8509_p1","text":"ในระหว่างสมัยประชุม ห้ามมิให้จับ คุมขัง หรือหมายเรียกตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาไปทำการสอบสวนในฐานะที่สมาชิกผู้นั้นเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก หรือเป็นการจับในขณะกระทำความผิด","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8509_p2","parent":8509,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8509_p2_t1","parent":"8509_p2","text":"ในกรณีที่มีการจับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาในขณะกระทำความผิดให้รายงานไปยังประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกโดยพลัน และเพื่อประโยชน์ในการประชุมสภา ประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกอาจสั่งให้ปล่อยผู้ถูกจับเพื่อให้มาประชุมสภาได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8509_p3","parent":8509,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8509_p3_t1","parent":"8509_p3","text":"ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาถูกคุมขังในระหว่างสอบสวนหรือพิจารณาอยู่ก่อนสมัยประชุม เมื่อถึงสมัยประชุม พนักงานสอบสวนหรือศาล แล้วแต่กรณี ต้องสั่งปล่อยทันทีถ้าประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกได้ร้องขอ โดยศาลจะสั่งให้มีประกันหรือมีประกันและหลักประกันด้วยหรือไม่ก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8509_p4","parent":8509,"text":"วรรค 4","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8509_p4_t1","parent":"8509_p4","text":"ในกรณีที่มีการฟ้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาในคดีอาญา ไม่ว่าจะได้ฟ้องนอกหรือในสมัยประชุม ศาลจะพิจารณาคดีนั้นในระหว่างสมัยประชุมก็ได้ แต่ต้องไม่เป็นการขัดขวางต่อการที่สมาชิกผู้นั้นจะมาประชุมสภา","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8510,"parent":8497,"text":"มาตรา 126","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":12},
{"key":"8510_p1","parent":8510,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8510_p1_t1","parent":"8510_p1","text":"ในระหว่างที่ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าด้วยเหตุสภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบ หรือเหตุอื่นใด จะมีการประชุมวุฒิสภามิได้ เว้นแต่","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8510_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8510_p1_t1","text":"(1) มีกรณีที่รัฐสภาต้องดำเนินการตามมาตรา 17 มาตรา 19 มาตรา 20 มาตรา 21 หรือมาตรา 177","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8510_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8510_p1_t1","text":"(2) มีกรณีที่วุฒิสภาต้องประชุมเพื่อทำหน้าที่พิจารณาให้บุคคลดำรงตำแหน่งใดตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8510_p2","parent":8510,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8510_p2_t1","parent":"8510_p2","text":"เมื่อมีกรณีตามวรรคหนึ่ง ให้วุฒิสภาดำเนินการประชุมได้ โดยให้ประธานวุฒิสภานำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการประกาศเรียกประชุมรัฐสภาเป็นการประชุมสมัยวิสามัญ และให้ประธานวุฒิสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8510_p3","parent":8510,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8510_p3_t1","parent":"8510_p3","text":"ในกรณีตาม (1) ให้วุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภา แต่การให้ความเห็นชอบตามมาตรา 177 ต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8511,"parent":8497,"text":"มาตรา 127","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":13},
{"key":"8511_p1_t1","parent":8511,"text":"การประชุมสภาผู้แทนราษฎร การประชุมวุฒิสภา และการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ย่อมเป็นการเปิดเผยตามลักษณะที่กำหนดไว้ในข้อบังคับการประชุมแต่ละสภา แต่ถ้าคณะรัฐมนตรีหรือสมาชิกของแต่ละสภา หรือสมาชิกของทั้งสองสภารวมกัน มีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา หรือจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา แล้วแต่กรณี ร้องขอให้ประชุมลับ ก็ให้ประชุมลับ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8512,"parent":8497,"text":"มาตรา 128","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":14},
{"key":"8512_p1","parent":8512,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8512_p1_t1","parent":"8512_p1","text":"สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภามีอำนาจตราข้อบังคับการประชุมเกี่ยวกับการเลือกและการปฏิบัติหน้าที่ของประธานสภา รองประธานสภา เรื่องหรือกิจการอันเป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการสามัญแต่ละชุด การปฏิบัติหน้าที่และองค์ประชุมของคณะกรรมาธิการ วิธีการประชุม การเสนอและพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติ การเสนอญัตติ การปรึกษา การอภิปราย การลงมติ การบันทึกการลงมติ การเปิดเผยการลงมติ การตั้งกระทู้ถาม การเปิดอภิปรายทั่วไป การรักษาระเบียบและความเรียบร้อย และการอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมีอำนาจตราข้อบังคับเกี่ยวกับประมวลจริยธรรมของสมาชิกและกรรมาธิการ และกิจการอื่นเพื่อดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8512_p2","parent":8512,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8512_p2_t1","parent":"8512_p2","text":"ในข้อบังคับตามวรรคหนึ่งในส่วนที่เกี่ยวกับการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรวินิจฉัยว่ามีสาระสำคัญเกี่ยวกับเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ หรือคนพิการหรือทุพพลภาพ ต้องกำหนดให้บุคคลประเภทดังกล่าวหรือผู้แทนองค์กรเอกชนที่ทำงานเกี่ยวกับบุคคลประเภทนั้นโดยตรง ร่วมเป็นกรรมาธิการวิสามัญด้วยไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมาธิการวิสามัญทั้งหมด และในส่วนที่เกี่ยวกับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าชื่อเสนอ ต้องกำหนดให้ผู้แทนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวร่วมเป็นกรรมาธิการวิสามัญด้วยไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมาธิการวิสามัญทั้งหมด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8513,"parent":8497,"text":"มาตรา 129","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":15},
{"key":"8513_p1","parent":8513,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8513_p1_t1","parent":"8513_p1","text":"สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภามีอำนาจเลือกสมาชิกของแต่ละสภาตั้งเป็นคณะกรรมาธิการสามัญ และมีอำนาจเลือกบุคคลผู้เป็นสมาชิกหรือมิได้เป็นสมาชิก ตั้งเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญ หรือคณะกรรมาธิการร่วมกันตามมาตรา 137 เพื่อกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องใด ๆ และรายงานให้สภาทราบตามระยะเวลาที่สภากำหนด","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8513_p2","parent":8513,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8513_p2_t1","parent":"8513_p2","text":"การกระทำกิจการ การสอบหาข้อเท็จจริง หรือการศึกษาตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของสภา และหน้าที่และอำนาจตามที่ระบุไว้ในการตั้งคณะกรรมาธิการก็ดี ในการดำเนินการของคณะกรรมาธิการก็ดี ต้องไม่เป็นเรื่องซ้ำซ้อนกัน ในกรณีที่การกระทำกิจการ การสอบหาข้อเท็จจริง หรือการศึกษาในเรื่องใดมีความเกี่ยวข้องกัน ให้เป็นหน้าที่ของประธานสภาที่จะต้องดำเนินการให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทุกชุดร่วมกันดำเนินการ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8513_p3","parent":8513,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8513_p3_t1","parent":"8513_p3","text":"ในการสอบหาข้อเท็จจริง คณะกรรมาธิการจะมอบอำนาจหรือมอบหมายให้บุคคลหรือคณะบุคคลใดกระทำการแทนมิได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8513_p4","parent":8513,"text":"วรรค 4","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8513_p4_t1","parent":"8513_p4","text":"คณะกรรมาธิการตามวรรคหนึ่งมีอำนาจเรียกเอกสารจากบุคคลใด หรือเรียกบุคคลใดมาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นในกิจการที่กระทำหรือในเรื่องที่พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาอยู่นั้นได้ แต่การเรียกเช่นว่านั้นมิให้ใช้บังคับแก่ผู้พิพากษาหรือตุลาการที่ปฏิบัติตามหน้าที่หรือใช้อำนาจในกระบวนวิธีพิจารณาพิพากษาอรรถคดี หรือการบริหารงานบุคคลของแต่ละศาล และมิให้ใช้บังคับแก่ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตามหน้าที่และอำนาจโดยตรงในแต่ละองค์กรตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญหรือตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ แล้วแต่กรณี","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8513_p5","parent":8513,"text":"วรรค 5","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"8513_p5_t1","parent":"8513_p5","text":"ให้เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีที่รับผิดชอบในกิจการที่คณะกรรมาธิการสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาที่จะต้องสั่งการให้เจ้าหน้าที่ของรัฐในสังกัดหรือในกำกับ ให้ข้อเท็จจริง ส่งเอกสาร หรือแสดงความเห็นตามที่คณะกรรมาธิการเรียก","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8513_p6","parent":8513,"text":"วรรค 6","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"8513_p6_t1","parent":"8513_p6","text":"ให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเปิดเผยบันทึกการประชุม รายงานการดำเนินการ รายงานการสอบหาข้อเท็จจริง หรือรายงานการศึกษา แล้วแต่กรณี ของคณะกรรมาธิการให้ประชาชนทราบ เว้นแต่สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา แล้วแต่กรณี มีมติมิให้เปิดเผย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8513_p7","parent":8513,"text":"วรรค 7","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":6},
{"key":"8513_p7_t1","parent":"8513_p7","text":"เอกสิทธิ์ที่บัญญัติไว้ในมาตรา 124 ให้คุ้มครองถึงบุคคลผู้กระทำหน้าที่และผู้ปฏิบัติตามคำเรียกตามมาตรานี้ด้วย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8513_p8","parent":8513,"text":"วรรค 8","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":7},
{"key":"8513_p8_t1","parent":"8513_p8","text":"กรรมาธิการสามัญซึ่งตั้งจากผู้ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด ต้องมีจำนวนตามหรือใกล้เคียงกับอัตราส่วนของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละพรรคการเมืองที่มีอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8513_p9","parent":8513,"text":"วรรค 9","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":8},
{"key":"8513_p9_t1","parent":"8513_p9","text":"ในระหว่างที่ยังไม่มีข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา 128 ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้กำหนดอัตราส่วนตามวรรคแปด","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8514,"parent":8497,"text":"มาตรา 130","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":16},
{"key":"8514_p1_t1","parent":8514,"text":"ให้มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ดังต่อไปนี้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8514_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8514_p1_t1","text":"(1) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8514_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8514_p1_t1","text":"(2) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8514_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8514_p1_t1","text":"(3) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8514_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8514_p1_t1","text":"(4) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8514_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"8514_p1_t1","text":"(5) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"8514_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"8514_p1_t1","text":"(6) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"8514_p1_t1_ext_ul_2_li7","parent":"8514_p1_t1","text":"(7) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":6},
{"key":"8514_p1_t1_ext_ul_2_li8","parent":"8514_p1_t1","text":"(8) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":7},
{"key":"8514_p1_t1_ext_ul_2_li9","parent":"8514_p1_t1","text":"(9) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":8},
{"key":"8514_p1_t1_ext_ul_2_li10","parent":"8514_p1_t1","text":"(10) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":9},
{"key":8515,"parent":8497,"text":"มาตรา 131","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":17},
{"key":"8515_p1_t1","parent":8515,"text":"ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญจะเสนอได้ก็แต่โดย","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8515_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8515_p1_t1","text":"(1) คณะรัฐมนตรี โดยข้อเสนอแนะของศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8515_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8515_p1_t1","text":"(2) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":8516,"parent":8497,"text":"มาตรา 132","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":18},
{"key":"8516_p1_t1","parent":8516,"text":"ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ นอกจากที่บัญญัติไว้ดังต่อไปนี้ให้กระทำเช่นเดียวกับพระราชบัญญัติ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8516_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8516_p1_t1","text":"(1) การเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญให้เสนอต่อรัฐสภา และให้รัฐสภาประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวัน โดยการออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สาม ต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของรัฐสภา ถ้าที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่ารัฐสภาให้ความเห็นชอบตามร่างที่เสนอตามมาตรา 131","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8516_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8516_p1_t1","text":"(2) ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ให้รัฐสภาส่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้นไปยังศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความเห็น ในกรณีที่ศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง ไม่มีข้อทักท้วงภายในสิบวันนับแต่วันที่ได้รับร่างดังกล่าว ให้รัฐสภาดำเนินการต่อไป","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8516_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8516_p1_t1","text":"(3) ในกรณีที่ศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง เห็นว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบมีข้อความใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้องตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญได้ ให้เสนอความเห็นไปยังรัฐสภา และให้รัฐสภาประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับความเห็นดังกล่าว ในการนี้ ให้รัฐสภามีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมตามข้อเสนอของศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระ ตามที่เห็นสมควรได้ และเมื่อดำเนินการเสร็จแล้ว ให้รัฐสภาดำเนินการต่อไป","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":8517,"parent":8497,"text":"มาตรา 133","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":19},
{"key":"8517_p1","parent":8517,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8517_p1_t1","parent":"8517_p1","text":"ร่างพระราชบัญญัติให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรก่อน และจะเสนอได้ก็แต่โดย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8517_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8517_p1_t1","text":"(1) คณะรัฐมนตรี","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8517_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8517_p1_t1","text":"(2) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่ายี่สิบคน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8517_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8517_p1_t1","text":"(3) ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคนเข้าชื่อเสนอกฎหมายตามหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย หรือหมวด 5 หน้าที่ของรัฐ ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8517_p2","parent":8517,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8517_p2_t1","parent":"8517_p2","text":"ในกรณีที่ร่างพระราชบัญญัติซึ่งมีผู้เสนอตาม (2) หรือ (3) เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินจะเสนอได้ก็ต่อเมื่อมีคำรับรองของนายกรัฐมนตรี","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8518,"parent":8497,"text":"มาตรา 134","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":20},
{"key":"8518_p1","parent":8518,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8518_p1_t1","parent":"8518_p1","text":"ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน หมายความถึงร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังต่อไปนี้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8518_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8518_p1_t1","text":"(1) การตั้งขึ้น ยกเลิก ลด เปลี่ยนแปลง แก้ไข ผ่อน หรือวางระเบียบการบังคับอันเกี่ยวกับภาษีหรืออากร","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8518_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8518_p1_t1","text":"(2) การจัดสรร รับ รักษา หรือจ่ายเงินแผ่นดิน หรือการโอนงบประมาณรายจ่ายของแผ่นดิน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8518_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8518_p1_t1","text":"(3) การกู้เงิน การค้ำประกัน การใช้เงินกู้ หรือการดำเนินการที่ผูกพันทรัพย์สินของรัฐ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8518_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8518_p1_t1","text":"(4) เงินตรา","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8518_p2","parent":8518,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8518_p2_t1","parent":"8518_p2","text":"ในกรณีที่เป็นที่สงสัยว่าร่างพระราชบัญญัติใดเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ให้เป็นอำนาจของที่ประชุมร่วมกันของประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎรทุกคณะเป็นผู้วินิจฉัย","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8518_p3","parent":8518,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8518_p3_t1","parent":"8518_p3","text":"ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรจัดให้มีการประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณากรณีตามวรรคสองภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีกรณีดังกล่าว","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8518_p4","parent":8518,"text":"วรรค 4","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8518_p4_t1","parent":"8518_p4","text":"มติของที่ประชุมร่วมกันตามวรรคสอง ให้ใช้เสียงข้างมากเป็นประมาณ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8519,"parent":8497,"text":"มาตรา 135","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":21},
{"key":"8519_p1","parent":8519,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8519_p1_t1","parent":"8519_p1","text":"ร่างพระราชบัญญัติใดที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นผู้เสนอและในชั้นรับหลักการไม่เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน แต่สภาผู้แทนราษฎรได้แก้ไขเพิ่มเติมและประธานสภาผู้แทนราษฎรเห็นเองหรือมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทักท้วงต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรว่าการแก้ไขเพิ่มเติมนั้นทำให้มีลักษณะเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรสั่งระงับการพิจารณาไว้ก่อน เพื่อดำเนินการต่อไปตามมาตรา 134 วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8519_p2","parent":8519,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8519_p2_t1","parent":"8519_p2","text":"ในกรณีที่ที่ประชุมร่วมกันตามวรรคหนึ่งวินิจฉัยว่า การแก้ไขเพิ่มเติมทำให้ร่างพระราชบัญญัตินั้นมีลักษณะเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งร่างพระราชบัญญัตินั้นไปให้นายกรัฐมนตรีรับรอง ถ้านายกรัฐมนตรีไม่ให้คำรับรอง ให้สภาผู้แทนราษฎรดำเนินการแก้ไขเพื่อมิให้ร่างพระราชบัญญัตินั้นเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8520,"parent":8497,"text":"มาตรา 136","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":22},
{"key":"8520_p1","parent":8520,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8520_p1_t1","parent":"8520_p1","text":"เมื่อสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติและลงมติเห็นชอบแล้ว ให้สภาผู้แทนราษฎรเสนอร่างพระราชบัญญัตินั้นต่อวุฒิสภา วุฒิสภาต้องพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่เสนอมานั้นให้เสร็จภายในหกสิบวัน แต่ถ้าร่างพระราชบัญญัตินั้นเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ต้องพิจารณาให้เสร็จภายในสามสิบวัน ทั้งนี้ เว้นแต่วุฒิสภาจะได้ลงมติให้ขยายเวลาออกไปเป็นกรณีพิเศษซึ่งต้องไม่เกินสามสิบวัน กำหนดวันดังกล่าวให้หมายถึงวันในสมัยประชุม และให้เริ่มนับแต่วันที่ร่างพระราชบัญญัตินั้นมาถึงวุฒิสภา","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8520_p2","parent":8520,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8520_p2_t1","parent":"8520_p2","text":"ระยะเวลาในวรรคหนึ่ง ไม่ให้นับรวมระยะเวลาที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 139","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8520_p3","parent":8520,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8520_p3_t1","parent":"8520_p3","text":"ถ้าวุฒิสภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติไม่เสร็จภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าวุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบในร่างพระราชบัญญัตินั้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8520_p4","parent":8520,"text":"วรรค 4","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8520_p4_t1","parent":"8520_p4","text":"ในกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรเสนอร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินไปยังวุฒิสภา ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรแจ้งให้วุฒิสภาทราบและให้ถือเป็นเด็ดขาด หากมิได้แจ้ง ให้ถือว่าร่างพระราชบัญญัตินั้นไม่เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8521,"parent":8497,"text":"มาตรา 137","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":23},
{"key":"8521_p1","parent":8521,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8521_p1_t1","parent":"8521_p1","text":"เมื่อวุฒิสภาได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติเสร็จแล้ว","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8521_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8521_p1_t1","text":"(1) ถ้าเห็นชอบด้วยกับสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำเนินการต่อไปตามมาตรา 81","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8521_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8521_p1_t1","text":"(2) ถ้าไม่เห็นชอบด้วยกับสภาผู้แทนราษฎร ให้ยับยั้งร่างพระราชบัญญัตินั้นไว้ก่อนและส่งร่างพระราชบัญญัตินั้นคืนไปยังสภาผู้แทนราษฎร","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8521_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8521_p1_t1","text":"(3) ถ้าแก้ไขเพิ่มเติม ให้ส่งร่างพระราชบัญญัติตามที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้นไปยังสภาผู้แทนราษฎร ถ้าสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม ให้ดำเนินการต่อไปตามมาตรา 81 ถ้าเป็นกรณีอื่น ให้แต่ละสภาตั้งบุคคลซึ่งเป็นหรือมิได้เป็นสมาชิกแห่งสภานั้น ๆ มีจำนวนเท่ากันตามที่สภาผู้แทนราษฎรกำหนด ประกอบเป็นคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินั้น และให้คณะกรรมาธิการร่วมกันรายงานและเสนอร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณาแล้วต่อสภาทั้งสอง ถ้าสภาทั้งสองต่างเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณาแล้ว ให้ดำเนินการต่อไปตามมาตรา 81 ถ้าสภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบด้วย ไม่ว่าอีกสภาหนึ่งจะได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัตินั้นแล้วหรือไม่ ให้ยับยั้งร่างพระราชบัญญัตินั้นไว้ก่อน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8521_p2","parent":8521,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8521_p2_t1","parent":"8521_p2","text":"การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมกันต้องมีกรรมาธิการของสภาทั้งสองมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมาธิการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม และให้นำความในมาตรา 157 มาใช้บังคับโดยอนุโลม","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8521_p3","parent":8521,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8521_p3_t1","parent":"8521_p3","text":"ถ้าวุฒิสภาไม่ส่งร่างพระราชบัญญัติคืนไปยังสภาผู้แทนราษฎรภายในกำหนดเวลาตามมาตรา 136 ให้ถือว่าวุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบในร่างพระราชบัญญัตินั้น และให้ดำเนินการตามมาตรา 81 ต่อไป","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8522,"parent":8497,"text":"มาตรา 138","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":24},
{"key":"8522_p1","parent":8522,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8522_p1_t1","parent":"8522_p1","text":"สภาผู้แทนราษฎรจะยกร่างพระราชบัญญัติที่ต้องยับยั้งไว้ตามมาตรา 137 ขึ้นพิจารณาใหม่ได้เมื่อพ้นหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8522_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8522_p1_t1","text":"(1) วันที่วุฒิสภาส่งร่างพระราชบัญญัตินั้นคืนไปยังสภาผู้แทนราษฎรสำหรับกรณีการยับยั้งตามมาตรา 137 (2)","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8522_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8522_p1_t1","text":"(2) วันที่สภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบด้วย สำหรับกรณีการยับยั้งตามมาตรา 137 (3)","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8522_p2","parent":8522,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8522_p2_t1","parent":"8522_p2","text":"ในกรณีตามวรรคหนึ่ง ถ้าสภาผู้แทนราษฎรลงมติยืนยันร่างที่ผ่านการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎรหรือร่างที่คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ให้ถือว่าร่างพระราชบัญญัตินั้นเป็นอันได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาและให้ดำเนินการต่อไปตามมาตรา 81","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8522_p3","parent":8522,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8522_p3_t1","parent":"8522_p3","text":"ภายใต้บังคับมาตรา 143 วรรคสี่ ระยะเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวันตามวรรคหนึ่ง ให้ลดเหลือสิบวันในกรณีร่างพระราชบัญญัติที่ต้องยับยั้งไว้นั้นเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8523,"parent":8497,"text":"มาตรา 139","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":25},
{"key":"8523_p1","parent":8523,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8523_p1_t1","parent":"8523_p1","text":"ในระหว่างที่มีการยับยั้งร่างพระราชบัญญัติใดตามมาตรา 137 คณะรัฐมนตรีหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเสนอร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการอย่างเดียวกันหรือคล้ายกันกับหลักการของร่างพระราชบัญญัติที่ต้องยับยั้งไว้มิได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8523_p2","parent":8523,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8523_p2_t1","parent":"8523_p2","text":"ในกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติที่เสนอหรือส่งให้พิจารณานั้นเป็นร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการอย่างเดียวกันหรือคล้ายกันกับหลักการของร่างพระราชบัญญัติที่ต้องยับยั้งไว้ ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือประธานวุฒิสภาส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการอย่างเดียวกันหรือคล้ายกันกับหลักการของร่างพระราชบัญญัติที่ต้องยับยั้งไว้ ให้ร่างพระราชบัญญัตินั้นเป็นอันตกไป","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8524,"parent":8497,"text":"มาตรา 140","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":26},
{"key":"8524_p1_t1","parent":8524,"text":"การจ่ายเงินแผ่นดิน จะกระทำได้เฉพาะที่ได้อนุญาตไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือกฎหมายเกี่ยวด้วยการโอนงบประมาณ กฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง หรือกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ เว้นแต่ในกรณีจำเป็นรีบด่วนจะจ่ายไปก่อนก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ ในกรณีเช่นว่านี้ ต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายชดใช้ในพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายหรือพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม หรือพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณถัดไป","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8525,"parent":8497,"text":"มาตรา 141","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":27},
{"key":"8525_p1","parent":8525,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8525_p1_t1","parent":"8525_p1","text":"งบประมาณรายจ่ายของแผ่นดินให้ทำเป็นพระราชบัญญัติ ถ้าพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณออกไม่ทันปีงบประมาณใหม่ ให้ใช้กฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายในปีงบประมาณปีก่อนนั้นไปพลางก่อน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8525_p2","parent":8525,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8525_p2_t1","parent":"8525_p2","text":"รัฐต้องจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอกับการปฏิบัติหน้าที่โดยอิสระของรัฐสภา ศาล องค์กรอิสระ และองค์กรอัยการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ ในกรณีที่เห็นว่างบประมาณที่ได้รับจัดสรรอาจไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่ รัฐสภา ศาล องค์กรอิสระ หรือองค์กรอัยการจะยื่นคำขอแปรญัตติต่อคณะกรรมาธิการโดยตรงก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8526,"parent":8497,"text":"มาตรา 142","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":28},
{"key":"8526_p1_t1","parent":8526,"text":"ในการเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณต้องแสดงแหล่งที่มาและประมาณการรายได้ ผลสัมฤทธิ์หรือประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการจ่ายเงิน และความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาต่าง ๆ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8527,"parent":8497,"text":"มาตรา 143","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":29},
{"key":"8527_p1","parent":8527,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8527_p1_t1","parent":"8527_p1","text":"ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม และร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย สภาผู้แทนราษฎรจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยห้าวันนับแต่วันที่ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมาถึงสภาผู้แทนราษฎร","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8527_p2","parent":8527,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8527_p2_t1","parent":"8527_p2","text":"ถ้าสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินั้นไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัตินั้น และให้เสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวต่อวุฒิสภาเพื่อพิจารณา","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8527_p3","parent":8527,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8527_p3_t1","parent":"8527_p3","text":"ในการพิจารณาของวุฒิสภา วุฒิสภาจะต้องให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบภายในยี่สิบวันนับแต่วันที่ร่างพระราชบัญญัตินั้นมาถึงวุฒิสภา โดยจะแก้ไขเพิ่มเติมใด ๆ มิได้ ถ้าพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวให้ถือว่าวุฒิสภาเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัตินั้น ในกรณีเช่นนี้และในกรณีที่วุฒิสภาให้ความเห็นชอบให้ดำเนินการต่อไปตามมาตรา 81","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8527_p4","parent":8527,"text":"วรรค 4","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8527_p4_t1","parent":"8527_p4","text":"ถ้าวุฒิสภาไม่เห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ให้นำความในมาตรา 138 วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม โดยให้สภาผู้แทนราษฎรยกขึ้นพิจารณาใหม่ได้ทันที","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8527_p5","parent":8527,"text":"วรรค 5","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"8527_p5_t1","parent":"8527_p5","text":"ระยะเวลาตามวรรคหนึ่งและวรรคสาม มิให้นับรวมระยะเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตามมาตรา 144 วรรคสาม","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8528,"parent":8497,"text":"มาตรา 144","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":30},
{"key":"8528_p1","parent":8528,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8528_p1_t1","parent":"8528_p1","text":"ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม และร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะแปรญัตติเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมรายการหรือจำนวนในรายการมิได้ แต่อาจแปรญัตติในทางลดหรือตัดทอนรายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายตามข้อผูกพันอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8528_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8528_p1_t1","text":"(1) เงินส่งใช้ต้นเงินกู้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8528_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8528_p1_t1","text":"(2) ดอกเบี้ยเงินกู้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8528_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8528_p1_t1","text":"(3) เงินที่กำหนดให้จ่ายตามกฎหมาย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8528_p2","parent":8528,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8528_p2_t1","parent":"8528_p2","text":"ในการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือคณะกรรมาธิการ การเสนอ การแปรญัตติ หรือการกระทำด้วยประการใด ๆ ที่มีผลให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภาหรือกรรมาธิการมีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่าย จะกระทำมิได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8528_p3","parent":8528,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8528_p3_t1","parent":"8528_p3","text":"ในกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา มีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา เห็นว่ามีการกระทำที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติตามวรรคสอง ให้เสนอความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณา และศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับความเห็นดังกล่าว ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีการกระทำที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติตามวรรคสอง ให้การเสนอ การแปรญัตติ หรือการกระทำดังกล่าวเป็นอันสิ้นผล ถ้าผู้กระทำการดังกล่าวเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา ให้ผู้กระทำการนั้นสิ้นสุดสมาชิกภาพนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น แต่ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้กระทำการหรืออนุมัติให้กระทำการหรือรู้ว่ามีการกระทำดังกล่าวแล้วแต่มิได้สั่งยับยั้ง ให้คณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้อยู่ในที่ประชุมในขณะที่มีมติ และให้ผู้กระทำการดังกล่าวต้องรับผิดชดใช้เงินนั้นคืนพร้อมด้วยดอกเบี้ย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8528_p4","parent":8528,"text":"วรรค 4","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8528_p4_t1","parent":"8528_p4","text":"เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดจัดทำโครงการหรืออนุมัติหรือจัดสรรเงินงบประมาณโดยรู้ว่ามีการดำเนินการอันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ถ้าได้บันทึกข้อโต้แย้งไว้เป็นหนังสือหรือมีหนังสือแจ้งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทราบ ให้พ้นจากความรับผิด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8528_p5","parent":8528,"text":"วรรค 5","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"8528_p5_t1","parent":"8528_p5","text":"การเรียกเงินคืนตามวรรคสามหรือวรรคสี่ ให้กระทำได้ภายในยี่สิบปีนับแต่วันที่มีการจัดสรรงบประมาณนั้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8528_p6","parent":8528,"text":"วรรค 6","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"8528_p6_t1","parent":"8528_p6","text":"ในกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้รับแจ้งตามวรรคสี่ ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติดำเนินการสอบสวนเป็นทางลับโดยพลัน หากเห็นว่ากรณีมีมูล ให้เสนอความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อดำเนินการต่อไปตามวรรคสาม และไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใด คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติและศาลรัฐธรรมนูญหรือบุคคลใดจะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้แจ้งมิได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8529,"parent":8497,"text":"มาตรา 145","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":31},
{"key":"8529_p1_t1","parent":8529,"text":"ร่างพระราชบัญญัติที่ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีรอไว้ห้าวันนับแต่วันที่ได้รับร่างพระราชบัญญัตินั้นจากรัฐสภา ถ้าไม่มีกรณีต้องดำเนินการตามมาตรา 148 ให้นำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายภายในยี่สิบวันนับแต่วันพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8530,"parent":8497,"text":"มาตรา 146","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":32},
{"key":"8530_p1_t1","parent":8530,"text":"ร่างพระราชบัญญัติใด พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วยและพระราชทานคืนมายังรัฐสภา หรือเมื่อพ้นเก้าสิบวันแล้วมิได้พระราชทานคืนมา รัฐสภาจะต้องปรึกษาร่างพระราชบัญญัตินั้นใหม่ ถ้ารัฐสภามีมติยืนยันตามเดิมด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีนำร่างพระราชบัญญัตินั้นขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายอีกครั้งหนึ่ง เมื่อพระมหากษัตริย์มิได้ทรงลงพระปรมาภิไธยพระราชทานคืนมาภายในสามสิบวัน ให้นายกรัฐมนตรีนำพระราชบัญญัตินั้นประกาศในราชกิจจานุเบกษาใช้บังคับเป็นกฎหมายได้เสมือนหนึ่งว่าพระมหากษัตริย์ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8531,"parent":8497,"text":"มาตรา 147","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":33},
{"key":"8531_p1","parent":8531,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8531_p1_t1","parent":"8531_p1","text":"ในกรณีที่อายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมหรือร่างพระราชบัญญัติที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบ หรือที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้วแต่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วย หรือเมื่อพ้นเก้าสิบวันแล้วมิได้พระราชทานคืนมาให้เป็นอันตกไป","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8531_p2","parent":8531,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8531_p2_t1","parent":"8531_p2","text":"บรรดาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมหรือร่างพระราชบัญญัติที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบที่ตกไปตามวรรคหนึ่ง ถ้าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปร้องขอต่อรัฐสภาเพื่อให้รัฐสภาสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา แล้วแต่กรณี พิจารณาต่อไป ถ้ารัฐสภาเห็นชอบด้วยก็ให้รัฐสภาสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา แล้วแต่กรณี พิจารณาต่อไปได้ แต่คณะรัฐมนตรีต้องร้องขอภายในหกสิบวันนับแต่วันเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายหลังการเลือกตั้งทั่วไป","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8532,"parent":8497,"text":"มาตรา 148","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":34},
{"key":"8532_p1","parent":8532,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8532_p1_t1","parent":"8532_p1","text":"ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำร่างพระราชบัญญัติใดขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยตามมาตรา 81","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8532_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8532_p1_t1","text":"(1) หากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกของทั้งสองสภารวมกันมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา เห็นว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ให้เสนอความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา หรือประธานรัฐสภา แล้วแต่กรณี แล้วให้ประธานแห่งสภาที่ได้รับความเห็นดังกล่าวส่งความเห็นนั้นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย และแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบโดยไม่ชักช้า","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8532_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8532_p1_t1","text":"(2) หากนายกรัฐมนตรีเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ให้ส่งความเห็นเช่นว่านั้นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย และแจ้งให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภาทราบโดยไม่ชักช้า","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8532_p2","parent":8532,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8532_p2_t1","parent":"8532_p2","text":"ในระหว่างการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ นายกรัฐมนตรีจะนำร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยมิได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8532_p3","parent":8532,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8532_p3_t1","parent":"8532_p3","text":"ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัตินั้นมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และข้อความดังกล่าวเป็นสาระสำคัญให้ร่างพระราชบัญญัตินั้นเป็นอันตกไป","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8532_p4","parent":8532,"text":"วรรค 4","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8532_p4_t1","parent":"8532_p4","text":"ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัตินั้นมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแต่มิใช่กรณีตามวรรคสาม ให้ข้อความที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนั้นเป็นอันตกไป และให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการต่อไปตามมาตรา 81","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8533,"parent":8497,"text":"มาตรา 149","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":35},
{"key":"8533_p1_t1","parent":8533,"text":"ให้นำความในมาตรา 148 มาใช้บังคับแก่ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรร่างข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา และร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภาที่สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือรัฐสภา แล้วแต่กรณี ให้ความเห็นชอบแล้ว ก่อนนำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาด้วยโดยอนุโลม","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8534,"parent":8497,"text":"มาตรา 150","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":36},
{"key":"8534_p1","parent":8534,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8534_p1_t1","parent":"8534_p1","text":"สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภามีสิทธิตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีในเรื่องใดเกี่ยวกับงานในหน้าที่โดยจะถามเป็นหนังสือหรือด้วยวาจาก็ได้ ตามข้อบังคับการประชุมแห่งสภานั้น ๆ ซึ่งอย่างน้อยต้องกำหนดให้มีการตั้งกระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าไว้ด้วย","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8534_p2","parent":8534,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8534_p2_t1","parent":"8534_p2","text":"รัฐมนตรีย่อมมีสิทธิที่จะไม่ตอบกระทู้เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่าเรื่องนั้นยังไม่ควรเปิดเผยเพราะเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8535,"parent":8497,"text":"มาตรา 151","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":37},
{"key":"8535_p1","parent":8535,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8535_p1_t1","parent":"8535_p1","text":"สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8535_p2","parent":8535,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8535_p2_t1","parent":"8535_p2","text":"เมื่อได้มีการเสนอญัตติตามวรรคหนึ่งแล้ว จะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรมิได้ เว้นแต่จะมีการถอนญัตติหรือการลงมตินั้นไม่ได้คะแนนเสียงตามวรรคสี่","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8535_p3","parent":8535,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8535_p3_t1","parent":"8535_p3","text":"เมื่อการอภิปรายทั่วไปสิ้นสุดลง โดยมิใช่ด้วยมติให้ผ่านระเบียบวาระเปิดอภิปรายนั้นไปให้สภาผู้แทนราษฎรลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ การลงมติในกรณีเช่นว่านี้มิให้กระทำในวันเดียวกับวันที่การอภิปรายสิ้นสุดลง","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8535_p4","parent":8535,"text":"วรรค 4","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8535_p4_t1","parent":"8535_p4","text":"มติไม่ไว้วางใจต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8535_p5","parent":8535,"text":"วรรค 5","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"8535_p5_t1","parent":"8535_p5","text":"รัฐมนตรีคนใดพ้นจากตำแหน่งเดิมแต่ยังคงเป็นรัฐมนตรีในตำแหน่งอื่นภายหลังจากวันที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าชื่อตามวรรคหนึ่ง หรือพ้นจากตำแหน่งเดิมไม่เกินเก้าสิบวันก่อนวันที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าชื่อตามวรรคหนึ่ง แต่ยังคงเป็นรัฐมนตรีในตำแหน่งอื่น ให้รัฐมนตรีคนนั้นยังคงต้องถูกอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจต่อไป","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8536,"parent":8497,"text":"มาตรา 152","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":38},
{"key":"8536_p1_t1","parent":8536,"text":"สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร จะเข้าชื่อกันเพื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติก็ได้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8537,"parent":8497,"text":"มาตรา 153","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":39},
{"key":"8537_p1_t1","parent":8537,"text":"สมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา มีสิทธิเข้าชื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภาเพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจงปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่มีการลงมติ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8538,"parent":8497,"text":"มาตรา 154","expanded":false,"brush":"gold","dir":"left","order":40},
{"key":"8538_p1","parent":8538,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8538_p1_t1","parent":"8538_p1","text":"การเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 151 มาตรา 152 หรือมาตรา 153 แล้วแต่กรณี ให้กระทำได้ปีละหนึ่งครั้ง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8538_p2","parent":8538,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8538_p2_t1","parent":"8538_p2","text":"ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่การเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 151 ที่สิ้นสุดลงด้วยมติให้ผ่านระเบียบวาระเปิดอภิปรายนั้นไป","brush":"gold","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8539,"parent":8497,"text":"มาตรา 155","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"left","order":41},
{"key":"8539_p1","parent":8539,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8539_p1_t1","parent":"8539_p1","text":"ในกรณีที่มีปัญหาสำคัญเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยหรือเศรษฐกิจของประเทศ สมควรที่จะปรึกษาหารือร่วมกันระหว่างรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรจะแจ้งไปยังประธานรัฐสภาขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมรัฐสภาก็ได้ ในกรณีนี้ ประธานรัฐสภาต้องดำเนินการให้มีการประชุมภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับการแจ้ง แต่รัฐสภาจะลงมติในปัญหาที่อภิปรายมิได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8539_p2","parent":8539,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8539_p2_t1","parent":"8539_p2","text":"การประชุมตามวรรคหนึ่งให้ประชุมลับ และคณะรัฐมนตรีมีหน้าที่ต้องเข้าร่วมประชุมด้วย","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8540,"parent":8458,"text":"ส่วนที่ 5\n\nการประชุมร่วมกันของรัฐสภา","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":4},
{"key":8541,"parent":8540,"text":"มาตรา 156","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"left","order":0},
{"key":"8541_p1_t1","parent":8541,"text":"ในกรณีต่อไปนี้ ให้รัฐสภาประชุมร่วมกัน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8541_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8541_p1_t1","text":"(1) การให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา 17","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8541_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8541_p1_t1","text":"(2) การปฏิญาณตนของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต่อรัฐสภาตามมาตรา 19","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8541_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8541_p1_t1","text":"(3) การรับทราบการแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์พระพุทธศักราช 2467 ตามมาตรา 20","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8541_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8541_p1_t1","text":"(4) การรับทราบหรือให้ความเห็นชอบในการสืบราชสมบัติตามมาตรา 21","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8541_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"8541_p1_t1","text":"(5) การให้ความเห็นชอบในการปิดสมัยประชุมตามมาตรา 121","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"8541_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"8541_p1_t1","text":"(6) การเปิดประชุมรัฐสภาตามมาตรา 122","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"8541_p1_t1_ext_ul_2_li7","parent":"8541_p1_t1","text":"(7) การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตามมาตรา 132","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":6},
{"key":"8541_p1_t1_ext_ul_2_li8","parent":"8541_p1_t1","text":"(8) การปรึกษาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญหรือร่างพระราชบัญญัติใหม่ตามมาตรา 146","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":7},
{"key":"8541_p1_t1_ext_ul_2_li9","parent":"8541_p1_t1","text":"(9) การพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา 147","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":8},
{"key":"8541_p1_t1_ext_ul_2_li10","parent":"8541_p1_t1","text":"(10) การเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 155 และมาตรา 165","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":9},
{"key":"8541_p1_t1_ext_ul_2_li11","parent":"8541_p1_t1","text":"(11) การตราข้อบังคับการประชุมรัฐสภาตามมาตรา 157","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":10},
{"key":"8541_p1_t1_ext_ul_2_li12","parent":"8541_p1_t1","text":"(12) การแถลงนโยบายตามมาตรา 162","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":11},
{"key":"8541_p1_t1_ext_ul_2_li13","parent":"8541_p1_t1","text":"(13) การให้ความเห็นชอบในการประกาศสงครามตามมาตรา 177","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":12},
{"key":"8541_p1_t1_ext_ul_2_li14","parent":"8541_p1_t1","text":"(14) การรับฟังคำชี้แจงและการให้ความเห็นชอบหนังสือสัญญาตามมาตรา 178","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":13},
{"key":"8541_p1_t1_ext_ul_2_li15","parent":"8541_p1_t1","text":"(15) การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":14},
{"key":"8541_p1_t1_ext_ul_2_li16","parent":"8541_p1_t1","text":"(16) กรณีอื่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"left","order":15},
{"key":8542,"parent":8540,"text":"มาตรา 157","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"left","order":1},
{"key":"8542_p1","parent":8542,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8542_p1_t1","parent":"8542_p1","text":"ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาให้ใช้ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ในระหว่างที่ยังไม่มีข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ให้ใช้ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรโดยอนุโลมไปพลางก่อน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8542_p2","parent":8542,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8542_p2_t1","parent":"8542_p2","text":"ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ให้นำบทที่ใช้แก่สภาทั้งสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม เว้นแต่ในเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการ กรรมาธิการซึ่งตั้งจากผู้ซึ่งเป็นสมาชิกของแต่ละสภาจะต้องมีจำนวนตามหรือใกล้เคียงกับอัตราส่วนของจำนวนสมาชิกของแต่ละสภา","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8543,"parent":8371,"text":"หมวด 8\n\nคณะรัฐมนตรี","expanded":false,"brush":"coral","dir":"right","order":3},
{"key":8544,"parent":8543,"text":"มาตรา 158","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"right","order":0},
{"key":"8544_p1","parent":8544,"text":"วรรค 1","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8544_p1_t1","parent":"8544_p1","text":"พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกินสามสิบห้าคนประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินตามหลักความรับผิดชอบร่วมกัน","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8544_p2","parent":8544,"text":"วรรค 2","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8544_p2_t1","parent":"8544_p2","text":"นายกรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบตามมาตรา 159","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8544_p3","parent":8544,"text":"วรรค 3","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8544_p3_t1","parent":"8544_p3","text":"ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8544_p4","parent":8544,"text":"วรรค 4","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8544_p4_t1","parent":"8544_p4","text":"นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกินแปดปีมิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ แต่มิให้นับรวมระยะเวลาในระหว่างที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหลังพ้นจากตำแหน่ง","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8545,"parent":8543,"text":"มาตรา 159","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"right","order":1},
{"key":"8545_p1","parent":8545,"text":"วรรค 1","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8545_p1_t1","parent":"8545_p1","text":"ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีจากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160 และเป็นผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 เฉพาะจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่มีสมาชิกได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่าร้อยละห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8545_p2","parent":8545,"text":"วรรค 2","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8545_p2_t1","parent":"8545_p2","text":"การเสนอชื่อตามวรรคหนึ่งต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8545_p3","parent":8545,"text":"วรรค 3","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8545_p3_t1","parent":"8545_p3","text":"มติของสภาผู้แทนราษฎรที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องกระทำโดยการลงคะแนนโดยเปิดเผย และมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8546,"parent":8543,"text":"มาตรา 160","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"right","order":2},
{"key":"8546_p1_t1","parent":8546,"text":"รัฐมนตรีต้อง","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8546_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8546_p1_t1","text":"(1) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8546_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8546_p1_t1","text":"(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปี","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8546_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8546_p1_t1","text":"(3) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8546_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8546_p1_t1","text":"(4) มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8546_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"8546_p1_t1","text":"(5) ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"8546_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"8546_p1_t1","text":"(6) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":5},
{"key":"8546_p1_t1_ext_ul_2_li7","parent":"8546_p1_t1","text":"(7) ไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้คดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุด หรือมีการรอการลงโทษ เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":6},
{"key":"8546_p1_t1_ext_ul_2_li8","parent":"8546_p1_t1","text":"(8) ไม่เป็นผู้เคยพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุกระทำการอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา 186 หรือมาตรา 187 มาแล้วยังไม่ถึงสองปีนับถึงวันแต่งตั้ง","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":7},
{"key":8547,"parent":8543,"text":"มาตรา 161","expanded":false,"brush":"plum","dir":"right","order":3},
{"key":"8547_p1","parent":8547,"text":"วรรค 1","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8547_p1_t1","parent":"8547_p1","text":"ก่อนเข้ารับหน้าที่ รัฐมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ด้วยถ้อยคำดังต่อไปนี้","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8547_p2","parent":8547,"text":"วรรค 2","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8547_p2_t1","parent":"8547_p2","text":"“ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดี ต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8547_p3","parent":8547,"text":"วรรค 3","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8547_p3_t1","parent":"8547_p3","text":"ในกรณีที่โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนที่จะถวายสัตย์ปฏิญาณ ให้คณะรัฐมนตรีนั้นดำเนินการตามมาตรา 162 วรรคสองได้ ในกรณีเช่นนี้ ให้คณะรัฐมนตรีตามมาตรา 168 (1) พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่นับแต่วันที่โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมดังกล่าว","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8548,"parent":8543,"text":"มาตรา 162","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"right","order":4},
{"key":"8548_p1","parent":8548,"text":"วรรค 1","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8548_p1_t1","parent":"8548_p1","text":"คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาซึ่งต้องสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติ และต้องชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบาย โดยไม่มีการลงมติความไว้วางใจ ทั้งนี้ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันเข้ารับหน้าที่","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8548_p2","parent":8548,"text":"วรรค 2","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8548_p2_t1","parent":"8548_p2","text":"ก่อนแถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามวรรคหนึ่ง หากมีกรณีที่สำคัญและจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะกระทบต่อประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีที่เข้ารับหน้าที่จะดำเนินการไปพลางก่อนเพียงเท่าที่จำเป็นก็ได้","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8549,"parent":8543,"text":"มาตรา 163","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"right","order":5},
{"key":"8549_p1_t1","parent":8549,"text":"รัฐมนตรีย่อมมีสิทธิเข้าประชุมและแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมสภาแต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน เว้นแต่เป็นการออกเสียงลงคะแนนในสภาผู้แทนราษฎร ในกรณีที่รัฐมนตรีผู้นั้นเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย และให้นำเอกสิทธิ์ที่บัญญัติไว้ในมาตรา 124 มาใช้บังคับโดยอนุโลม","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8550,"parent":8543,"text":"มาตรา 164","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"right","order":6},
{"key":"8550_p1","parent":8550,"text":"วรรค 1","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8550_p1_t1","parent":"8550_p1","text":"ในการบริหารราชการแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีต้องดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ด้วย","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8550_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8550_p1_t1","text":"(1) ปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละ เปิดเผย และมีความรอบคอบและระมัดระวังในการดำเนินกิจการต่าง ๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชนส่วนรวม","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8550_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8550_p1_t1","text":"(2) รักษาวินัยในกิจการที่เกี่ยวกับเงินแผ่นดินตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8550_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8550_p1_t1","text":"(3) ยึดถือและปฏิบัติตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8550_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8550_p1_t1","text":"(4) สร้างเสริมให้ทุกภาคส่วนในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรม ผาสุก และสามัคคีปรองดองกัน","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8550_p2","parent":8550,"text":"วรรค 2","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8550_p2_t1","parent":"8550_p2","text":"รัฐมนตรีต้องรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎรในเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของตน รวมทั้งต้องรับผิดชอบร่วมกันต่อรัฐสภาในการกำหนดนโยบายและการดำเนินการตามนโยบายของคณะรัฐมนตรี","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8551,"parent":8543,"text":"มาตรา 165","expanded":false,"brush":"plum","dir":"right","order":7},
{"key":"8551_p1_t1","parent":8551,"text":"ในกรณีที่มีปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินที่คณะรัฐมนตรีเห็นสมควรจะฟังความคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา นายกรัฐมนตรีจะแจ้งไปยังประธานรัฐสภาขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้ รัฐสภาจะลงมติในปัญหาที่อภิปรายมิได้","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8552,"parent":8543,"text":"มาตรา 166","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"right","order":8},
{"key":"8552_p1_t1","parent":8552,"text":"ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร คณะรัฐมนตรีจะขอให้มีการออกเสียงประชามติในเรื่องใดอันมิใช่เรื่องที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือเรื่องที่เกี่ยวกับตัวบุคคลหรือคณะบุคคลใดก็ได้ ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8553,"parent":8543,"text":"มาตรา 167","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"right","order":9},
{"key":"8553_p1","parent":8553,"text":"วรรค 1","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8553_p1_t1","parent":"8553_p1","text":"รัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8553_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8553_p1_t1","text":"(1) ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามมาตรา 170","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8553_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8553_p1_t1","text":"(2) อายุสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8553_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8553_p1_t1","text":"(3) คณะรัฐมนตรีลาออก","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8553_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8553_p1_t1","text":"(4) พ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุตามมาตรา 144","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8553_p2","parent":8553,"text":"วรรค 2","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8553_p2_t1","parent":"8553_p2","text":"เมื่อรัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งตาม (1) (3) หรือ (4) ให้ดำเนินการเพื่อให้มีคณะรัฐมนตรีขึ้นใหม่ตามมาตรา 158 และมาตรา 159","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8554,"parent":8543,"text":"มาตรา 168","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"right","order":10},
{"key":"8554_p1","parent":8554,"text":"วรรค 1","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8554_p1_t1","parent":"8554_p1","text":"ให้คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8554_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8554_p1_t1","text":"(1) ในกรณีพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 167 (1) (2) หรือ (3) ให้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ เว้นแต่ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 167 (1) เพราะเหตุขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 หรือมาตรา 160 (4) หรือ (5) นายกรัฐมนตรีจะอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปมิได้","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8554_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8554_p1_t1","text":"(2) ในกรณีพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 167 (4) คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งจะอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปมิได้","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8554_p2","parent":8554,"text":"วรรค 2","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8554_p2_t1","parent":"8554_p2","text":"ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปมิได้ตาม (2) หรือคณะรัฐมนตรีที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปลาออกทั้งคณะ และเป็นกรณีที่ไม่อาจดำเนินการตามมาตรา 158 และมาตรา 159 ได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดหรือยังดำเนินการตามมาตรา 158 และมาตรา 159 ไม่แล้วเสร็จ ให้ปลัดกระทรวงปฏิบัติหน้าที่แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงนั้น ๆ เฉพาะเท่าที่จำเป็นไปพลางก่อน โดยให้ปลัดกระทรวงคัดเลือกกันเองให้คนหนึ่งปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8555,"parent":8543,"text":"มาตรา 169","expanded":false,"brush":"plum","dir":"right","order":11},
{"key":"8555_p1_t1","parent":8555,"text":"คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 167 (2) และต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามมาตรา 168 ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8555_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8555_p1_t1","text":"(1) ไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการ หรือมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป เว้นแต่ที่กำหนดไว้แล้วในงบประมาณรายจ่ายประจำปี","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8555_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8555_p1_t1","text":"(2) ไม่แต่งตั้งหรือโยกย้ายข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำหรือพนักงานของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่หรือพ้นจากตำแหน่ง หรือให้ผู้อื่นมาปฏิบัติหน้าที่แทน เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8555_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8555_p1_t1","text":"(3) ไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติให้ใช้จ่ายงบประมาณสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8555_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8555_p1_t1","text":"(4) ไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐหรือบุคลากรของรัฐเพื่อกระทำการใดอันอาจมีผลต่อการเลือกตั้งและไม่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":8556,"parent":8543,"text":"มาตรา 170","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"right","order":12},
{"key":"8556_p1","parent":8556,"text":"วรรค 1","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8556_p1_t1","parent":"8556_p1","text":"ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8556_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8556_p1_t1","text":"(1) ตาย","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8556_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8556_p1_t1","text":"(2) ลาออก","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8556_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8556_p1_t1","text":"(3) สภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่ไว้วางใจ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8556_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8556_p1_t1","text":"(4) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8556_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"8556_p1_t1","text":"(5) กระทำการอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา 186 หรือมาตรา 187","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"8556_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"8556_p1_t1","text":"(6) มีพระบรมราชโองการให้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรีตามมาตรา 171","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":5},
{"key":"8556_p2","parent":8556,"text":"วรรค 2","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8556_p2_t1","parent":"8556_p2","text":"นอกจากเหตุที่ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามวรรคหนึ่งแล้ว ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดเวลาตามมาตรา 158 วรรคสี่ ด้วย","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8556_p3","parent":8556,"text":"วรรค 3","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8556_p3_t1","parent":"8556_p3","text":"ให้นำความในมาตรา 82 มาใช้บังคับแก่การสิ้นสุดของความเป็นรัฐมนตรีตาม (2) (4) หรือ (5) หรือวรรคสอง โดยอนุโลม เพื่อประโยชน์แห่งการนี้ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ด้วย","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8557,"parent":8543,"text":"มาตรา 171","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"right","order":13},
{"key":"8557_p1_t1","parent":8557,"text":"พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีตามที่นายกรัฐมนตรีถวายคำแนะนำ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8558,"parent":8543,"text":"มาตรา 172","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"right","order":14},
{"key":"8558_p1","parent":8558,"text":"วรรค 1","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8558_p1_t1","parent":"8558_p1","text":"ในกรณีเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ พระมหากษัตริย์จะทรงตราพระราชกำหนดให้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติก็ได้","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8558_p2","parent":8558,"text":"วรรค 2","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8558_p2_t1","parent":"8558_p2","text":"การตราพระราชกำหนดตามวรรคหนึ่ง ให้กระทำได้เฉพาะเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่าเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8558_p3","parent":8558,"text":"วรรค 3","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8558_p3_t1","parent":"8558_p3","text":"ในการประชุมรัฐสภาคราวต่อไป ให้คณะรัฐมนตรีเสนอพระราชกำหนดนั้นต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาโดยไม่ชักช้า ถ้าอยู่นอกสมัยประชุมและการรอการเปิดสมัยประชุมสามัญจะเป็นการชักช้า คณะรัฐมนตรีต้องดำเนินการให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติพระราชกำหนดโดยเร็ว ถ้าสภาผู้แทนราษฎรไม่อนุมัติหรือสภาผู้แทนราษฎรอนุมัติแต่วุฒิสภาไม่อนุมัติและสภาผู้แทนราษฎรยืนยันการอนุมัติด้วยคะแนนเสียงไม่มากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ให้พระราชกำหนดนั้นตกไป แต่ทั้งนี้ไม่กระทบต่อกิจการที่ได้เป็นไปในระหว่างที่ใช้พระราชกำหนดนั้น","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8558_p4","parent":8558,"text":"วรรค 4","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8558_p4_t1","parent":"8558_p4","text":"หากพระราชกำหนดตามวรรคหนึ่งมีผลเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกบทบัญญัติแห่งกฎหมายใด และพระราชกำหนดนั้นต้องตกไปตามวรรคสาม ให้บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่มีอยู่ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิก มีผลใช้บังคับต่อไปนับแต่วันที่การไม่อนุมัติพระราชกำหนดนั้นมีผล","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8558_p5","parent":8558,"text":"วรรค 5","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"8558_p5_t1","parent":"8558_p5","text":"ถ้าสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาอนุมัติพระราชกำหนดนั้น หรือถ้าวุฒิสภาไม่อนุมัติและสภาผู้แทนราษฎรยืนยันการอนุมัติด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ให้พระราชกำหนดนั้นมีผลใช้บังคับเป็นพระราชบัญญัติต่อไป","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8558_p6","parent":8558,"text":"วรรค 6","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":5},
{"key":"8558_p6_t1","parent":"8558_p6","text":"การอนุมัติหรือไม่อนุมัติพระราชกำหนด ให้นายกรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในกรณีไม่อนุมัติ ให้มีผลตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8558_p7","parent":8558,"text":"วรรค 7","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":6},
{"key":"8558_p7_t1","parent":"8558_p7","text":"การพิจารณาพระราชกำหนดของสภาผู้แทนราษฎรและของวุฒิสภา และการยืนยันการอนุมัติพระราชกำหนด จะต้องกระทำในโอกาสแรกที่มีการประชุมสภานั้น ๆ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8559,"parent":8543,"text":"มาตรา 173","expanded":false,"brush":"plum","dir":"right","order":15},
{"key":"8559_p1","parent":8559,"text":"วรรค 1","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8559_p1_t1","parent":"8559_p1","text":"ก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาจะได้อนุมัติพระราชกำหนดใด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา มีสิทธิเข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกว่าพระราชกำหนดนั้นไม่เป็นไปตามมาตรา 172 วรรคหนึ่ง และให้ประธานแห่งสภานั้นส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับความเห็นเพื่อวินิจฉัย และให้รอการพิจารณาพระราชกำหนดนั้นไว้ก่อน จนกว่าจะได้รับแจ้งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8559_p2","parent":8559,"text":"วรรค 2","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8559_p2_t1","parent":"8559_p2","text":"ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่อง และให้ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งคำวินิจฉัยนั้นไปยังประธานแห่งสภาที่ส่งความเห็นนั้นมา","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8559_p3","parent":8559,"text":"วรรค 3","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8559_p3_t1","parent":"8559_p3","text":"ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพระราชกำหนดใดไม่เป็นไปตามมาตรา 172 วรรคหนึ่ง ให้พระราชกำหนดนั้นไม่มีผลใช้บังคับมาแต่ต้น","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8559_p4","parent":8559,"text":"วรรค 4","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8559_p4_t1","parent":"8559_p4","text":"คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าพระราชกำหนดใดไม่เป็นไปตามมาตรา 172 วรรคหนึ่ง ต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดเท่าที่มีอยู่","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8560,"parent":8543,"text":"มาตรา 174","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"right","order":16},
{"key":"8560_p1","parent":8560,"text":"วรรค 1","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8560_p1_t1","parent":"8560_p1","text":"ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องมีกฎหมายเกี่ยวด้วยภาษีอากรหรือเงินตรา ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับเพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน พระมหากษัตริย์จะทรงตราพระราชกำหนดให้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติก็ได้","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8560_p2","parent":8560,"text":"วรรค 2","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8560_p2_t1","parent":"8560_p2","text":"ให้นำความในมาตรา 172 วรรคสาม วรรคสี่ วรรคห้า วรรคหก และวรรคเจ็ด มาใช้บังคับแก่พระราชกำหนดที่ได้ตราขึ้นตามวรรคหนึ่งโดยอนุโลม แต่ถ้าเป็นการตราขึ้นในระหว่างสมัยประชุม จะต้องนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรภายในสามวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8561,"parent":8543,"text":"มาตรา 175","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"right","order":17},
{"key":"8561_p1_t1","parent":8561,"text":"พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการตราพระราชกฤษฎีกาโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8562,"parent":8543,"text":"มาตรา 176","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"right","order":18},
{"key":"8562_p1","parent":8562,"text":"วรรค 1","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8562_p1_t1","parent":"8562_p1","text":"พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการประกาศใช้และเลิกใช้กฎอัยการศึก","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8562_p2","parent":8562,"text":"วรรค 2","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8562_p2_t1","parent":"8562_p2","text":"ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องประกาศใช้กฎอัยการศึกเฉพาะแห่งเป็นการรีบด่วน เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารย่อมกระทำได้ตามกฎหมายว่าด้วยกฎอัยการศึก","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8563,"parent":8543,"text":"มาตรา 177","expanded":false,"brush":"plum","dir":"right","order":19},
{"key":"8563_p1","parent":8563,"text":"วรรค 1","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8563_p1_t1","parent":"8563_p1","text":"พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการประกาศสงครามเมื่อได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8563_p2","parent":8563,"text":"วรรค 2","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8563_p2_t1","parent":"8563_p2","text":"มติให้ความเห็นชอบของรัฐสภาต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8564,"parent":8543,"text":"มาตรา 178","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"right","order":20},
{"key":"8564_p1","parent":8564,"text":"วรรค 1","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8564_p1_t1","parent":"8564_p1","text":"พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการทำหนังสือสัญญาสันติภาพ สัญญาสงบศึก และสัญญาอื่นกับนานาประเทศหรือกับองค์การระหว่างประเทศ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8564_p2","parent":8564,"text":"วรรค 2","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8564_p2_t1","parent":"8564_p2","text":"หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศหรือจะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเป็นไปตามหนังสือสัญญา และหนังสือสัญญาอื่นที่อาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม หรือการค้าหรือการลงทุนของประเทศอย่างกว้างขวาง ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ในการนี้ รัฐสภาต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่อง หากรัฐสภาพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่ารัฐสภาให้ความเห็นชอบ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8564_p3","parent":8564,"text":"วรรค 3","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8564_p3_t1","parent":"8564_p3","text":"หนังสือสัญญาอื่นที่อาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม หรือการค้า หรือการลงทุนของประเทศอย่างกว้างขวางตามวรรคสอง ได้แก่ หนังสือสัญญาเกี่ยวกับการค้าเสรี เขตศุลกากรร่วม หรือการให้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติ หรือทำให้ประเทศต้องสูญเสียสิทธิในทรัพยากรธรรมชาติทั้งหมดหรือบางส่วน หรือหนังสือสัญญาอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8564_p4","parent":8564,"text":"วรรค 4","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8564_p4_t1","parent":"8564_p4","text":"ให้มีกฎหมายกำหนดวิธีการที่ประชาชนจะเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและได้รับการเยียวยาที่จำเป็นอันเกิดจากผลกระทบของการทำหนังสือสัญญาตามวรรคสามด้วย","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8564_p5","parent":8564,"text":"วรรค 5","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"8564_p5_t1","parent":"8564_p5","text":"เมื่อมีปัญหาว่าหนังสือสัญญาใดเป็นกรณีตามวรรคสองหรือวรรคสามหรือไม่ คณะรัฐมนตรีจะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก็ได้ ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8565,"parent":8543,"text":"มาตรา 179","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"right","order":21},
{"key":"8565_p1_t1","parent":8565,"text":"พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการพระราชทานอภัยโทษ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8566,"parent":8543,"text":"มาตรา 180","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"right","order":22},
{"key":"8566_p1_t1","parent":8566,"text":"พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งข้าราชการฝ่ายทหารและฝ่ายพลเรือนตำแหน่งปลัดกระทรวง อธิบดี และเทียบเท่า และทรงให้พ้นจากตำแหน่ง เว้นแต่กรณีที่พ้นจากตำแหน่งเพราะความตาย เกษียณอายุ หรือพ้นจากราชการเพราะถูกลงโทษ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8567,"parent":8543,"text":"มาตรา 181","expanded":false,"brush":"plum","dir":"right","order":23},
{"key":"8567_p1_t1","parent":8567,"text":"ข้าราชการและพนักงานของรัฐซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำและมิใช่ข้าราชการการเมือง จะเป็นข้าราชการการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นมิได้","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8568,"parent":8543,"text":"มาตรา 182","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"right","order":24},
{"key":"8568_p1_t1","parent":8568,"text":"บทกฎหมาย พระราชหัตถเลขา และพระบรมราชโองการอันเกี่ยวกับราชการแผ่นดินต้องมีรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ เว้นแต่ที่มีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในรัฐธรรมนูญ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8569,"parent":8543,"text":"มาตรา 183","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"right","order":25},
{"key":"8569_p1","parent":8569,"text":"วรรค 1","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8569_p1_t1","parent":"8569_p1","text":"เงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นขององคมนตรี ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานและรองประธานวุฒิสภา ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ให้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8569_p2","parent":8569,"text":"วรรค 2","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8569_p2_t1","parent":"8569_p2","text":"บำเหน็จบำนาญหรือประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นขององคมนตรีซึ่งพ้นจากตำแหน่ง ให้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8570,"parent":8371,"text":"หมวด 9\n\nการขัดกันแห่งผลประโยชน์","expanded":false,"brush":"skyblue","dir":"left","order":4},
{"key":8571,"parent":8570,"text":"มาตรา 184","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":0},
{"key":"8571_p1","parent":8571,"text":"วรรค 1","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8571_p1_t1","parent":"8571_p1","text":"สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้อง","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8571_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8571_p1_t1","text":"(1) ไม่ดำรงตำแหน่งหรือหน้าที่ใดในหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจหรือตำแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8571_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8571_p1_t1","text":"(2) ไม่รับหรือแทรกแซงหรือก้าวก่ายการเข้ารับสัมปทานจากรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเข้าเป็นคู่สัญญากับรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจอันมีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอน หรือเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่รับสัมปทานหรือเข้าเป็นคู่สัญญาในลักษณะดังกล่าว ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8571_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8571_p1_t1","text":"(3) ไม่รับเงินหรือประโยชน์ใด ๆ จากหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเป็นพิเศษนอกเหนือไปจากที่หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจปฏิบัติต่อบุคคลอื่น ๆ ในธุรกิจการงานปกติ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8571_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8571_p1_t1","text":"(4) ไม่กระทำการใด ๆ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม อันเป็นการขัดขวางหรือแทรกแซงการใช้สิทธิหรือเสรีภาพของหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนโดยมิชอบ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8571_p2","parent":8571,"text":"วรรค 2","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8571_p2_t1","parent":"8571_p2","text":"มาตรานี้มิให้ใช้บังคับในกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภารับเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินปีพระบรมวงศานุวงศ์ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน และมิให้ใช้บังคับในกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภารับหรือดำรงตำแหน่งกรรมาธิการของรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา หรือกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งในการบริหารราชการแผ่นดินที่เกี่ยวกับกิจการของสภา หรือกรรมการตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8571_p3","parent":8571,"text":"วรรค 3","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8571_p3_t1","parent":"8571_p3","text":"ให้นำ (2) และ (3) มาบังคับใช้แก่คู่สมรสและบุตรของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา และบุคคลอื่นซึ่งมิใช่คู่สมรสและบุตรของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภานั้นที่ดำเนินการในลักษณะผู้ถูกใช้ ผู้ร่วมดำเนินการ หรือผู้ได้รับมอบหมายจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาให้กระทำการตามมาตรานี้ด้วย","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8572,"parent":8570,"text":"มาตรา 185","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":1},
{"key":"8572_p1_t1","parent":8572,"text":"สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาต้องไม่ใช้สถานะหรือตำแหน่งการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภากระทำการใด ๆ อันมีลักษณะที่เป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในเรื่องดังต่อไปนี้","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8572_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8572_p1_t1","text":"(1) การปฏิบัติราชการหรือการดำเนินงานในหน้าที่ประจำของข้าราชการ พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ กิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือราชการส่วนท้องถิ่น","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8572_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8572_p1_t1","text":"(2) กระทำการในลักษณะที่ทำให้ตนมีส่วนร่วมในการใช้จ่ายเงินงบประมาณหรือให้ความเห็นชอบในการจัดทำโครงการใด ๆ ของหน่วยงานของรัฐ เว้นแต่เป็นการดำเนินการในกิจการของรัฐสภา","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8572_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8572_p1_t1","text":"(3) การบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย โอน เลื่อนตำแหน่ง เลื่อนเงินเดือนหรือการให้พ้นจากตำแหน่งของข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำและมิใช่ข้าราชการการเมือง พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ กิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือราชการส่วนท้องถิ่น","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":8573,"parent":8570,"text":"มาตรา 186","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":2},
{"key":"8573_p1","parent":8573,"text":"วรรค 1","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8573_p1_t1","parent":"8573_p1","text":"ให้นำความในมาตรา 184 มาใช้บังคับแก่รัฐมนตรีด้วยโดยอนุโลม เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8573_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8573_p1_t1","text":"(1) การดำรงตำแหน่งหรือการดำเนินการที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นหน้าที่หรืออำนาจของรัฐมนตรี","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8573_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8573_p1_t1","text":"(2) การกระทำตามหน้าที่และอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน หรือตามนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภา หรือตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8573_p2","parent":8573,"text":"วรรค 2","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8573_p2_t1","parent":"8573_p2","text":"นอกจากกรณีตามวรรคหนึ่ง รัฐมนตรีต้องไม่ใช้สถานะหรือตำแหน่งกระทำการใดไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม อันเป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมืองโดยมิชอบตามที่กำหนดในมาตรฐานทางจริยธรรม","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8574,"parent":8570,"text":"มาตรา 187","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":3},
{"key":"8574_p1","parent":8574,"text":"วรรค 1","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8574_p1_t1","parent":"8574_p1","text":"รัฐมนตรีต้องไม่เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทหรือไม่คงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทต่อไปตามจำนวนที่กฎหมายบัญญัติ และต้องไม่เป็นลูกจ้างของบุคคลใด","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8574_p2","parent":8574,"text":"วรรค 2","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8574_p2_t1","parent":"8574_p2","text":"ในกรณีที่รัฐมนตรีผู้ใดประสงค์จะได้รับประโยชน์จากกรณีตามวรรคหนึ่งต่อไป ให้แจ้งประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง และให้โอนหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทดังกล่าวให้แก่นิติบุคคลซึ่งจัดการทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8574_p3","parent":8574,"text":"วรรค 3","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8574_p3_t1","parent":"8574_p3","text":"รัฐมนตรีจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหุ้นหรือกิจการของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทตามวรรคสองไม่ว่าในทางใด ๆ มิได้","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8574_p4","parent":8574,"text":"วรรค 4","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8574_p4_t1","parent":"8574_p4","text":"มาตรานี้เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับความเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้น ให้ใช้บังคับแก่คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของรัฐมนตรี และการถือหุ้นของรัฐมนตรีที่อยู่ในความครอบครองหรือดูแลของบุคคลอื่นไม่ว่าโดยทางใด ๆ ด้วย","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8575,"parent":8371,"text":"หมวด 10\n\nศาล","expanded":false,"brush":"darkseagreen","dir":"right","order":4},
{"key":8576,"parent":8575,"text":"ส่วนที่ 1\n\nบททั่วไป","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"right","order":0},
{"key":8577,"parent":8576,"text":"มาตรา 188","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":0},
{"key":"8577_p1","parent":8577,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8577_p1_t1","parent":"8577_p1","text":"การพิจารณาพิพากษาอรรถคดีเป็นอำนาจของศาล ซึ่งต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย และในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8577_p2","parent":8577,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8577_p2_t1","parent":"8577_p2","text":"ผู้พิพากษาและตุลาการย่อมมีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายให้เป็นไปโดยรวดเร็ว เป็นธรรม และปราศจากอคติทั้งปวง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8578,"parent":8576,"text":"มาตรา 189","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":1},
{"key":"8578_p1","parent":8578,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8578_p1_t1","parent":"8578_p1","text":"บรรดาศาลทั้งหลายจะตั้งขึ้นได้แต่โดยพระราชบัญญัติ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8578_p2","parent":8578,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8578_p2_t1","parent":"8578_p2","text":"การตั้งศาลขึ้นใหม่หรือกำหนดวิธีพิจารณาเพื่อพิจารณาพิพากษาคดีใดคดีหนึ่งหรือที่มีข้อหาฐานใดฐานหนึ่งโดยเฉพาะแทนศาลที่มีตามกฎหมายสำหรับพิจารณาพิพากษาคดีนั้น ๆ จะกระทำมิได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8579,"parent":8576,"text":"มาตรา 190","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":2},
{"key":"8579_p1_t1","parent":8579,"text":"พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและให้ผู้พิพากษาและตุลาการพ้นจากตำแหน่งแต่ในกรณีที่พ้นจากตำแหน่งเพราะความตาย เกษียณอายุ ตามวาระ หรือพ้นจากราชการเพราะถูกลงโทษ ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8580,"parent":8576,"text":"มาตรา 191","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":3},
{"key":"8580_p1","parent":8580,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8580_p1_t1","parent":"8580_p1","text":"ก่อนเข้ารับหน้าที่ ผู้พิพากษาและตุลาการต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ด้วยถ้อยคำ ดังต่อไปนี้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8580_p2","parent":8580,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8580_p2_t1","parent":"8580_p2","text":"“ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ในพระปรมาภิไธยด้วยความซื่อสัตย์สุจริตโดยปราศจากอคติทั้งปวง เพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ประชาชน และความสงบสุขแห่งราชอาณาจักร ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมายทุกประการ”","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8581,"parent":8576,"text":"มาตรา 192","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":4},
{"key":"8581_p1","parent":8581,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8581_p1_t1","parent":"8581_p1","text":"ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจระหว่างศาลยุติธรรม ศาลปกครอง หรือศาลทหาร ให้พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดโดยคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยประธานศาลฎีกาเป็นประธานประธานศาลปกครองสูงสุด หัวหน้าสำนักตุลาการทหาร และผู้ทรงคุณวุฒิอื่นอีกไม่เกินสี่คนตามที่กฎหมายบัญญัติเป็นกรรมการ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8581_p2","parent":8581,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8581_p2_t1","parent":"8581_p2","text":"หลักเกณฑ์และวิธีการชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจระหว่างศาลตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8582,"parent":8576,"text":"มาตรา 193","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":5},
{"key":"8582_p1","parent":8582,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8582_p1_t1","parent":"8582_p1","text":"ให้แต่ละศาล ยกเว้นศาลทหาร มีหน่วยงานที่รับผิดชอบงานธุรการที่มีความเป็นอิสระในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการดำเนินการอื่น โดยให้มีหัวหน้าหน่วยงานคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาขึ้นตรงต่อประธานของแต่ละศาล ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8582_p2","parent":8582,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8582_p2_t1","parent":"8582_p2","text":"ให้ศาลยุติธรรมและศาลปกครองมีระบบเงินเดือนและค่าตอบแทนเป็นการเฉพาะตามความเหมาะสมตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8583,"parent":8575,"text":"ส่วนที่ 2\n\nศาลยุติธรรม","expanded":false,"brush":"plum","dir":"right","order":1},
{"key":8584,"parent":8583,"text":"มาตรา 194","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":0},
{"key":"8584_p1","parent":8584,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8584_p1_t1","parent":"8584_p1","text":"ศาลยุติธรรมมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีทั้งปวง เว้นแต่คดีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายบัญญัติให้อยู่ในอำนาจของศาลอื่น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8584_p2","parent":8584,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8584_p2_t1","parent":"8584_p2","text":"การจัดตั้ง วิธีพิจารณาคดี และการดำเนินงานของศาลยุติธรรมให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8585,"parent":8583,"text":"มาตรา 195","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":1},
{"key":"8585_p1","parent":8585,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8585_p1_t1","parent":"8585_p1","text":"ให้มีแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา โดยองค์คณะผู้พิพากษาประกอบด้วยผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาหรือผู้พิพากษาอาวุโสซึ่งเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกา ซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินเก้าคนตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยให้เลือกเป็นรายคดี","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8585_p2","parent":8585,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8585_p2_t1","parent":"8585_p2","text":"ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8585_p3","parent":8585,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8585_p3_t1","parent":"8585_p3","text":"วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8585_p4","parent":8585,"text":"วรรค 4","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8585_p4_t1","parent":"8585_p4","text":"คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้อุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษา","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8585_p5","parent":8585,"text":"วรรค 5","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"8585_p5_t1","parent":"8585_p5","text":"การวินิจฉัยอุทธรณ์ของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาตามวรรคสี่ ให้ดำเนินการโดยองค์คณะของศาลฎีกาซึ่งประกอบด้วยผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาหรือผู้พิพากษาอาวุโสซึ่งเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาซึ่งไม่เคยพิจารณาคดีนั้นมาก่อน และได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจำนวนเก้าคน โดยให้เลือกเป็นรายคดี และเมื่อองค์คณะของศาลฎีกาดังกล่าวได้วินิจฉัยแล้ว ให้ถือว่าคำวินิจฉัยนั้นเป็นคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8585_p6","parent":8585,"text":"วรรค 6","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":5},
{"key":"8585_p6_t1","parent":"8585_p6","text":"ในกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาให้ผู้ใดพ้นจากตำแหน่ง หรือคำพิพากษานั้นมีผลให้ผู้ใดพ้นจากตำแหน่ง ไม่ว่าจะมีการอุทธรณ์ตามวรรคสี่หรือไม่ ให้ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษา","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8585_p7","parent":8585,"text":"วรรค 7","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":6},
{"key":"8585_p7_t1","parent":"8585_p7","text":"หลักเกณฑ์และวิธีการอุทธรณ์ตามวรรคสี่ และการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ตามวรรคห้า ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8586,"parent":8583,"text":"มาตรา 196","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":2},
{"key":"8586_p1_t1","parent":8586,"text":"การบริหารงานบุคคลเกี่ยวกับผู้พิพากษาศาลยุติธรรมต้องมีความเป็นอิสระ และดำเนินการโดยคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ซึ่งประกอบด้วยประธานศาลฎีกาเป็นประธานและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นข้าราชการตุลาการในแต่ละชั้นศาล และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งไม่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการตุลาการ บรรดาที่ได้รับเลือกจากข้าราชการตุลาการไม่เกินสองคน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8587,"parent":8575,"text":"ส่วนที่ 3\n\nศาลปกครอง","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"right","order":2},
{"key":8588,"parent":8587,"text":"มาตรา 197","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":0},
{"key":"8588_p1","parent":8588,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8588_p1_t1","parent":"8588_p1","text":"ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีปกครองอันเนื่องมาจากการใช้อำนาจทางปกครองตามกฎหมายหรือเนื่องมาจากการดำเนินกิจการทางปกครอง ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8588_p2","parent":8588,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8588_p2_t1","parent":"8588_p2","text":"ให้มีศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองชั้นต้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8588_p3","parent":8588,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8588_p3_t1","parent":"8588_p3","text":"อำนาจศาลปกครองตามวรรคหนึ่ง ไม่รวมถึงการวินิจฉัยชี้ขาดขององค์กรอิสระซึ่งเป็นการใช้อำนาจโดยตรงตามรัฐธรรมนูญขององค์กรอิสระนั้น ๆ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8588_p4","parent":8588,"text":"วรรค 4","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8588_p4_t1","parent":"8588_p4","text":"การจัดตั้ง วิธีพิจารณาคดี และการดำเนินงานของศาลปกครองให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8589,"parent":8587,"text":"มาตรา 198","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":1},
{"key":"8589_p1_t1","parent":8589,"text":"การบริหารงานบุคคลเกี่ยวกับตุลาการศาลปกครองต้องมีความเป็นอิสระ และดำเนินการโดยคณะกรรมการตุลาการศาลปกครองซึ่งประกอบด้วยประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นประธานและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นตุลาการในศาลปกครอง และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งไม่เป็นหรือเคยเป็นตุลาการในศาลปกครองไม่เกินสองคน บรรดาที่ได้รับเลือกจากข้าราชการตุลาการศาลปกครอง ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8590,"parent":8575,"text":"ส่วนที่ 4\n\nศาลทหาร","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"right","order":3},
{"key":8591,"parent":8590,"text":"มาตรา 199","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":0},
{"key":"8591_p1","parent":8591,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8591_p1_t1","parent":"8591_p1","text":"ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาที่ผู้กระทำความผิดเป็นบุคคลซึ่งอยู่ในอำนาจศาลทหารและคดีอื่น ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8591_p2","parent":8591,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8591_p2_t1","parent":"8591_p2","text":"การจัดตั้ง วิธีพิจารณาคดี และการดำเนินงานของศาลทหาร ตลอดจนการแต่งตั้งและการให้ตุลาการศาลทหารพ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8592,"parent":8371,"text":"หมวด 11\n\nศาลรัฐธรรมนูญ","expanded":false,"brush":"palevioletred","dir":"left","order":5},
{"key":8593,"parent":8592,"text":"มาตรา 200","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":0},
{"key":"8593_p1","parent":8593,"text":"วรรค 1","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8593_p1_t1","parent":"8593_p1","text":"ศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำนวนเก้าคนซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากบุคคล ดังต่อไปนี้","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8593_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8593_p1_t1","text":"(1) ผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกามาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี ซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวนสามคน","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8593_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8593_p1_t1","text":"(2) ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตุลาการศาลปกครองสูงสุดมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี ซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด จำนวนสองคน","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8593_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8593_p1_t1","text":"(3) ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์ซึ่งได้รับการสรรหาจากผู้ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี และยังมีผลงานทางวิชาการเป็นที่ประจักษ์ จำนวนหนึ่งคน","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8593_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8593_p1_t1","text":"(4) ผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ซึ่งได้รับการสรรหาจากผู้ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปีและยังมีผลงานทางวิชาการเป็นที่ประจักษ์ จำนวนหนึ่งคน","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8593_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"8593_p1_t1","text":"(5) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการสรรหาจากผู้รับหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่า หรือตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองอัยการสูงสุดมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี จำนวนสองคน","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"8593_p2","parent":8593,"text":"วรรค 2","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8593_p2_t1","parent":"8593_p2","text":"ในกรณีไม่อาจเลือกผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาตาม (1) ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจะเลือกบุคคลจากผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาในศาลฎีกามาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีก็ได้","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8593_p3","parent":8593,"text":"วรรค 3","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8593_p3_t1","parent":"8593_p3","text":"การนับระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้นับถึงวันที่ได้รับการคัดเลือกหรือวันสมัครเข้ารับการสรรหาแล้วแต่กรณี ในกรณีจำเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ คณะกรรมการสรรหาจะประกาศลดระยะเวลาตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองลงก็ได้ แต่จะลดลงเหลือน้อยกว่าสองปีมิได้","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8594,"parent":8592,"text":"มาตรา 201","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":1},
{"key":"8594_p1_t1","parent":8594,"text":"ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ด้วย","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8594_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8594_p1_t1","text":"(1) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8594_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8594_p1_t1","text":"(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบห้าปี แต่ไม่ถึงหกสิบแปดปีในวันที่ได้รับการคัดเลือกหรือวันสมัครเข้ารับการสรรหา","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8594_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8594_p1_t1","text":"(3) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8594_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8594_p1_t1","text":"(4) มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8594_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"8594_p1_t1","text":"(5) มีสุขภาพที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":8595,"parent":8592,"text":"มาตรา 202","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":2},
{"key":"8595_p1_t1","parent":8595,"text":"ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8595_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8595_p1_t1","text":"(1) เป็นหรือเคยเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระใด","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8595_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8595_p1_t1","text":"(2) ลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (9) (10) (11) (17) หรือ (18)","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8595_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8595_p1_t1","text":"(3) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8595_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8595_p1_t1","text":"(4) เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นในระยะสิบปีก่อนเข้ารับการคัดเลือกหรือสรรหา","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8595_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"8595_p1_t1","text":"(5) เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกหรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นของพรรคการเมืองในระยะสิบปีก่อนเข้ารับการคัดเลือกหรือสรรหา","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"8595_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"8595_p1_t1","text":"(6) เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"8595_p1_t1_ext_ul_2_li7","parent":"8595_p1_t1","text":"(7) เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือกรรมการหรือที่ปรึกษาของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":6},
{"key":"8595_p1_t1_ext_ul_2_li8","parent":"8595_p1_t1","text":"(8) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งใดในห้างหุ้นส่วนบริษัท หรือองค์กรที่ดำเนินธุรกิจโดยมุ่งหาผลกำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน หรือเป็นลูกจ้างของบุคคลใด","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":7},
{"key":"8595_p1_t1_ext_ul_2_li9","parent":"8595_p1_t1","text":"(9) เป็นผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":8},
{"key":"8595_p1_t1_ext_ul_2_li10","parent":"8595_p1_t1","text":"(10) มีพฤติการณ์อันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":9},
{"key":8596,"parent":8592,"text":"มาตรา 203","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":3},
{"key":"8596_p1","parent":8596,"text":"วรรค 1","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8596_p1_t1","parent":"8596_p1","text":"เมื่อมีกรณีที่จะต้องสรรหาผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหา ซึ่งประกอบด้วย","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8596_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8596_p1_t1","text":"(1) ประธานศาลฎีกา เป็นประธานกรรมการ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8596_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8596_p1_t1","text":"(2) ประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นกรรมการ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8596_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8596_p1_t1","text":"(3) ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นกรรมการ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8596_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8596_p1_t1","text":"(4) บุคคลซึ่งองค์กรอิสระแต่งตั้งจากผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 201 และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 202 และไม่เคยปฏิบัติหน้าที่ใด ๆ ในศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอิสระ องค์กรละหนึ่งคนเป็นกรรมการ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8596_p2","parent":8596,"text":"วรรค 2","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8596_p2_t1","parent":"8596_p2","text":"ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการสรรหาตาม (2) หรือกรรมการสรรหาตาม (4) มีไม่ครบไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้คณะกรรมการสรรหาประกอบด้วยกรรมการสรรหาเท่าที่มีอยู่","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8596_p3","parent":8596,"text":"วรรค 3","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8596_p3_t1","parent":"8596_p3","text":"ให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาปฏิบัติหน้าที่เป็นหน่วยธุรการของคณะกรรมการสรรหา","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8596_p4","parent":8596,"text":"วรรค 4","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8596_p4_t1","parent":"8596_p4","text":"ให้คณะกรรมการสรรหาดำเนินการสรรหาผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8596_p5","parent":8596,"text":"วรรค 5","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"8596_p5_t1","parent":"8596_p5","text":"ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัคร ผู้ได้รับการคัดเลือกหรือได้รับการสรรหา ให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหาเป็นผู้วินิจฉัย คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาให้เป็นที่สุด","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8596_p6","parent":8596,"text":"วรรค 6","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"8596_p6_t1","parent":"8596_p6","text":"ในการสรรหา ให้คณะกรรมการสรรหาปรึกษาหารือเพื่อคัดสรรให้ได้บุคคลซึ่งมีความรับผิดชอบสูง มีความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ และมีพฤติกรรมทางจริยธรรมเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคม โดยนอกจากการประกาศรับสมัครแล้ว ให้คณะกรรมการสรรหาดำเนินการสรรหาจากบุคคลที่มีความเหมาะสมทั่วไปได้ด้วย แต่ต้องได้รับความยินยอมของบุคคลนั้น","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8597,"parent":8592,"text":"มาตรา 204","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":4},
{"key":"8597_p1","parent":8597,"text":"วรรค 1","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8597_p1_t1","parent":"8597_p1","text":"ผู้ได้รับการคัดเลือกหรือสรรหาเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8597_p2","parent":8597,"text":"วรรค 2","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8597_p2_t1","parent":"8597_p2","text":"ในกรณีที่วุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการสรรหาหรือคัดเลือกรายใด ให้ดำเนินการสรรหาหรือคัดเลือกบุคคลใหม่แทนผู้นั้น แล้วเสนอต่อวุฒิสภาเพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8597_p3","parent":8597,"text":"วรรค 3","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8597_p3_t1","parent":"8597_p3","text":"เมื่อผู้ได้รับการสรรหาหรือคัดเลือกได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาแล้ว ให้เลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ แล้วแจ้งผลให้ประธานวุฒิสภาทราบ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8597_p4","parent":8597,"text":"วรรค 4","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8597_p4_t1","parent":"8597_p4","text":"ให้ประธานวุฒิสภานำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8598,"parent":8592,"text":"มาตรา 205","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":5},
{"key":"8598_p1_t1","parent":8598,"text":"ผู้ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาให้เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญโดยที่ยังมิได้พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 202 (6) (7) หรือ (8) หรือยังประกอบวิชาชีพตาม (9) อยู่ ต้องแสดงหลักฐานว่าได้ลาออกหรือเลิกประกอบวิชาชีพตามมาตรา 202 (6) (7) (8) หรือ (9) แล้ว ต่อประธานวุฒิสภาภายในเวลาที่ประธานวุฒิสภากำหนด ซึ่งต้องเป็นเวลาก่อนที่ประธานวุฒิสภาจะนำความกราบบังคมทูลตามมาตรา 204 วรรคสี่ ในกรณีที่ไม่แสดงหลักฐานภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิและให้ดำเนินการคัดเลือกหรือสรรหาใหม่","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8599,"parent":8592,"text":"มาตรา 206","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":6},
{"key":"8599_p1_t1","parent":8599,"text":"ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา 204 ถ้ามีผู้ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่าเจ็ดคน ให้ผู้ได้รับความเห็นชอบเลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญแล้วแจ้งผลให้ประธานวุฒิสภาทราบโดยไม่ต้องรอให้มีผู้ได้รับความเห็นชอบครบเก้าคน และเมื่อโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งแล้ว ให้ศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไปพลางก่อนได้ โดยในระหว่างนั้น ให้ถือว่าศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเท่าที่มีอยู่","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8600,"parent":8592,"text":"มาตรา 207","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":7},
{"key":"8600_p1_t1","parent":8600,"text":"ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีวาระการดำรงตำแหน่งเจ็ดปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8601,"parent":8592,"text":"มาตรา 208","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":8},
{"key":"8601_p1","parent":8601,"text":"วรรค 1","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8601_p1_t1","parent":"8601_p1","text":"นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพ้นจากตำแหน่งเมื่อ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8601_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8601_p1_t1","text":"(1) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 201 หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 202","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8601_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8601_p1_t1","text":"(2) ตาย","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8601_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8601_p1_t1","text":"(3) ลาออก","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8601_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8601_p1_t1","text":"(4) มีอายุครบเจ็ดสิบห้าปี","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8601_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"8601_p1_t1","text":"(5) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้พ้นจากตำแหน่งด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดเท่าที่มีอยู่เพราะเหตุฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"8601_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"8601_p1_t1","text":"(6) พ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุตามมาตรา 235 วรรคสาม","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"8601_p2","parent":8601,"text":"วรรค 2","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8601_p2_t1","parent":"8601_p2","text":"ประธานศาลรัฐธรรมนูญซึ่งลาออกจากตำแหน่ง ให้พ้นจากตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญด้วย","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8601_p3","parent":8601,"text":"วรรค 3","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8601_p3_t1","parent":"8601_p3","text":"ในกรณีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่พ้นจากตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญใหม่แทน","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8601_p4","parent":8601,"text":"วรรค 4","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8601_p4_t1","parent":"8601_p4","text":"ในกรณีที่มีปัญหาว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญผู้ใดพ้นจากตำแหน่งตาม (1) หรือ (3) หรือไม่ ให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหาตามมาตรา 203 เป็นผู้วินิจฉัย คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาให้เป็นที่สุด","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8601_p5","parent":8601,"text":"วรรค 5","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"8601_p5_t1","parent":"8601_p5","text":"การร้องขอ ผู้มีสิทธิร้องขอ การพิจารณา และการวินิจฉัยตามวรรคสี่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8602,"parent":8592,"text":"มาตรา 209","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":9},
{"key":"8602_p1","parent":8602,"text":"วรรค 1","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8602_p1_t1","parent":"8602_p1","text":"ในระหว่างที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระและยังไม่มีการแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8602_p2","parent":8602,"text":"วรรค 2","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8602_p2_t1","parent":"8602_p2","text":"บทบัญญัติตามวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกรณีมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเหลืออยู่ไม่ถึงเจ็ดคน","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8603,"parent":8592,"text":"มาตรา 210","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":10},
{"key":"8603_p1","parent":8603,"text":"วรรค 1","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8603_p1_t1","parent":"8603_p1","text":"ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8603_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8603_p1_t1","text":"(1) พิจารณาวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายหรือร่างกฎหมาย","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8603_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8603_p1_t1","text":"(2) พิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรอิสระ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8603_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8603_p1_t1","text":"(3) หน้าที่และอำนาจอื่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8603_p2","parent":8603,"text":"วรรค 2","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8603_p2_t1","parent":"8603_p2","text":"การยื่นคำร้องและเงื่อนไขการยื่นคำร้อง การพิจารณาวินิจฉัย การทำคำวินิจฉัย และการดำเนินงานของศาลรัฐธรรมนูญ นอกจากที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8603_p3","parent":8603,"text":"วรรค 3","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8603_p3_t1","parent":"8603_p3","text":"ให้นำความในมาตรา 188 มาตรา 190 มาตรา 191 และมาตรา 193 มาใช้บังคับแก่ศาลรัฐธรรมนูญด้วยโดยอนุโลม","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8604,"parent":8592,"text":"มาตรา 211","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":11},
{"key":"8604_p1","parent":8604,"text":"วรรค 1","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8604_p1_t1","parent":"8604_p1","text":"องค์คณะของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการนั่งพิจารณาและในการทำคำวินิจฉัยต้องประกอบด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่น้อยกว่าเจ็ดคน","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8604_p2","parent":8604,"text":"วรรค 2","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8604_p2_t1","parent":"8604_p2","text":"คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ถือเสียงข้างมาก เว้นแต่รัฐธรรมนูญจะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8604_p3","parent":8604,"text":"วรรค 3","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8604_p3_t1","parent":"8604_p3","text":"เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องใดไว้พิจารณาแล้ว ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญผู้ใดจะปฏิเสธไม่วินิจฉัยโดยอ้างว่าเรื่องนั้นไม่อยู่ในอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญมิได้","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8604_p4","parent":8604,"text":"วรรค 4","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8604_p4_t1","parent":"8604_p4","text":"คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8605,"parent":8592,"text":"มาตรา 212","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":12},
{"key":"8605_p1","parent":8605,"text":"วรรค 1","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8605_p1_t1","parent":"8605_p1","text":"ในการที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับแก่คดีใด ถ้าศาลเห็นเองหรือคู่ความโต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผลว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นต้องด้วยมาตรา 5 และยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินั้น ให้ศาลส่งความเห็นเช่นว่านั้นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย ในระหว่างนั้น ให้ศาลดำเนินการพิจารณาต่อไปได้แต่ให้รอการพิพากษาคดีไว้ชั่วคราวจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8605_p2","parent":8605,"text":"วรรค 2","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8605_p2_t1","parent":"8605_p2","text":"ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าคำโต้แย้งของคู่ความตามวรรคหนึ่ง ไม่เป็นสาระอันควรได้รับการวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญจะไม่รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาก็ได้","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8605_p3","parent":8605,"text":"วรรค 3","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8605_p3_t1","parent":"8605_p3","text":"คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ใช้ได้ในคดีทั้งปวง แต่ไม่กระทบต่อคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุดแล้ว เว้นแต่ในคดีอาญาให้ถือว่าผู้ซึ่งเคยถูกศาลพิพากษาว่ากระทำความผิดตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยมาตรา 5 นั้น เป็นผู้ไม่เคยกระทำความผิดดังกล่าว หรือถ้าผู้นั้นยังรับโทษอยู่ก็ให้ปล่อยตัวไป แต่ทั้งนี้ไม่ก่อให้เกิดสิทธิที่จะเรียกร้องค่าชดเชยหรือค่าเสียหายใด ๆ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8606,"parent":8592,"text":"มาตรา 213","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":13},
{"key":"8606_p1_t1","parent":8606,"text":"บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคำวินิจฉัยว่าการกระทำนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8607,"parent":8592,"text":"มาตรา 214","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":14},
{"key":"8607_p1_t1","parent":8607,"text":"ในกรณีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 235 วรรคสาม และมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเหลืออยู่ไม่ถึงเจ็ดคน ให้ประธานศาลฎีกาและประธานศาลปกครองสูงสุดร่วมกันแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเช่นเดียวกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นการชั่วคราวให้ครบเก้าคน โดยให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งทำหน้าที่ในฐานะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้จนกว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ตนทำหน้าที่แทนจะปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือจนกว่าจะมีการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งแทน","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8608,"parent":8371,"text":"หมวด 12\n\nองค์กรอิสระ","expanded":false,"brush":"coral","dir":"right","order":5},
{"key":8609,"parent":8608,"text":"ส่วนที่ 1\n\nบททั่วไป","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"right","order":0},
{"key":8610,"parent":8609,"text":"มาตรา 215","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":0},
{"key":"8610_p1","parent":8610,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8610_p1_t1","parent":"8610_p1","text":"องค์กรอิสระเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นให้มีความอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8610_p2","parent":8610,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8610_p2_t1","parent":"8610_p2","text":"การปฏิบัติหน้าที่และการใช้อำนาจขององค์กรอิสระต้องเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ และปราศจากอคติทั้งปวงในการใช้ดุลพินิจ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8611,"parent":8609,"text":"มาตรา 216","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":1},
{"key":"8611_p1_t1","parent":8611,"text":"นอกจากคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามที่บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะในส่วนที่ว่าด้วยองค์กรอิสระแต่ละองค์กรแล้ว ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามทั่วไปดังต่อไปนี้ด้วย","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8611_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8611_p1_t1","text":"(1) มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบห้าปี แต่ไม่เกินเจ็ดสิบปี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8611_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8611_p1_t1","text":"(2) มีคุณสมบัติตามมาตรา 201 (1) (3) (4) และ (5)","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8611_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8611_p1_t1","text":"(3) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 202","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":8612,"parent":8609,"text":"มาตรา 217","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":2},
{"key":"8612_p1","parent":8612,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8612_p1_t1","parent":"8612_p1","text":"เมื่อมีกรณีที่จะต้องสรรหาผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระนอกจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหาตามมาตรา 203 ที่จะดำเนินการสรรหา เว้นแต่กรรมการสรรหาตามมาตรา 203 (4) ให้ประกอบด้วยบุคคลซึ่งแต่งตั้งโดยศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระที่มิใช่องค์กรอิสระที่ต้องมีการสรรหา","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8612_p2","parent":8612,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8612_p2_t1","parent":"8612_p2","text":"ให้นำความในมาตรา 203 มาตรา 204 มาตรา 205 และมาตรา 206 มาใช้บังคับแก่การสรรหาตามวรรคหนึ่งโดยอนุโลม","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8613,"parent":8609,"text":"มาตรา 218","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":3},
{"key":"8613_p1","parent":8613,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8613_p1_t1","parent":"8613_p1","text":"นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระพ้นจากตำแหน่งเมื่อ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8613_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8613_p1_t1","text":"(1) ตาย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8613_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8613_p1_t1","text":"(2) ลาออก","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8613_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8613_p1_t1","text":"(3) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามทั่วไปตามมาตรา 216 หรือขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามเฉพาะตามมาตรา 222 มาตรา 228 มาตรา 232 มาตรา 238 หรือตามมาตรา 246 วรรคสอง และตามกฎหมายที่ตราขึ้นตามมาตรา 246 วรรคสี่ แล้วแต่กรณี","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8613_p2","parent":8613,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8613_p2_t1","parent":"8613_p2","text":"ให้นำความในมาตรา 208 วรรคสอง วรรคสาม วรรคสี่ และวรรคห้า และมาตรา 209 มาใช้บังคับแก่การพ้นจากตำแหน่งของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระโดยอนุโลม","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8613_p3","parent":8613,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8613_p3_t1","parent":"8613_p3","text":"ในกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 235 วรรคสาม ถ้ามีจำนวนเหลืออยู่ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ให้นำความในมาตรา 214 มาใช้บังคับโดยอนุโลม","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8614,"parent":8609,"text":"มาตรา 219","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":4},
{"key":"8614_p1","parent":8614,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8614_p1_t1","parent":"8614_p1","text":"ให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระร่วมกันกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมขึ้นใช้บังคับแก่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ และเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ ทั้งนี้ มาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าวต้องครอบคลุมถึงการรักษาเกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ และต้องระบุให้ชัดแจ้งด้วยว่าการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมใดมีลักษณะร้ายแรง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8614_p2","parent":8614,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8614_p2_t1","parent":"8614_p2","text":"ในการจัดทำมาตรฐานทางจริยธรรมตามวรรคหนึ่ง ให้รับฟังความคิดเห็นของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย และเมื่อประกาศใช้บังคับแล้วให้ใช้บังคับแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และคณะรัฐมนตรีด้วย แต่ไม่ห้ามสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือคณะรัฐมนตรีที่จะกำหนดจริยธรรมเพิ่มขึ้นให้เหมาะสมกับการปฏิบัติหน้าที่ของตน แต่ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับมาตรฐานทางจริยธรรมตามวรรคหนึ่ง และให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8615,"parent":8609,"text":"มาตรา 220","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":5},
{"key":"8615_p1_t1","parent":8615,"text":"ให้องค์กรอิสระแต่ละแห่ง นอกจากคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน มีหน่วยงานที่รับผิดชอบงานธุรการ ดำเนินการ และอำนวยความสะดวก เพื่อให้องค์กรอิสระบรรลุภารกิจและหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และเป็นไปตามมติหรือแนวทางที่องค์กรอิสระกำหนด โดยให้มีหัวหน้าหน่วยงานคนหนึ่งซึ่งแต่งตั้งโดยความเห็นชอบขององค์กรอิสระแต่ละองค์กรเป็นผู้รับผิดชอบการบริหารงานของหน่วยงานนั้น รับผิดชอบขึ้นตรงต่อองค์กรอิสระ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8616,"parent":8609,"text":"มาตรา 221","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":6},
{"key":"8616_p1_t1","parent":8616,"text":"ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้องค์กรอิสระร่วมมือและช่วยเหลือกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละองค์กร และถ้าองค์กรอิสระใดเห็นว่ามีผู้กระทำการอันไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่อยู่ในหน้าที่และอำนาจขององค์กรอิสระอื่น ให้แจ้งองค์กรอิสระนั้นทราบเพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8617,"parent":8608,"text":"ส่วนที่ 2\n\nคณะกรรมการการเลือกตั้ง","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"right","order":1},
{"key":8618,"parent":8617,"text":"มาตรา 222","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":0},
{"key":"8618_p1","parent":8618,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8618_p1_t1","parent":"8618_p1","text":"คณะกรรมการการเลือกตั้งประกอบด้วยกรรมการจำนวนเจ็ดคนซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา จากบุคคลดังต่อไปนี้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8618_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8618_p1_t1","text":"(1) ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาการต่าง ๆ ที่จะยังประโยชน์แก่การบริหารและจัดการการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งได้รับการสรรหาจากคณะกรรมการสรรหา จำนวนห้าคน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8618_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8618_p1_t1","text":"(2) ผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านกฎหมาย มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีผู้พิพากษา หรือตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีอัยการมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวนสองคน","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8618_p2","parent":8618,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8618_p2_t1","parent":"8618_p2","text":"ผู้ซึ่งจะได้รับการสรรหาเป็นกรรมการการเลือกตั้งตาม (1) ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา 232 (2) (3) (4) (5) (6) หรือ (7) หรือเป็นผู้ทำงานหรือเคยทำงานในภาคประชาสังคมมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่ายี่สิบปี ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการสรรหาประกาศกำหนด","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8619,"parent":8617,"text":"มาตรา 223","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":1},
{"key":"8619_p1","parent":8619,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8619_p1_t1","parent":"8619_p1","text":"กรรมการการเลือกตั้งมีวาระการดำรงตำแหน่งเจ็ดปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8619_p2","parent":8619,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8619_p2_t1","parent":"8619_p2","text":"ในระหว่างที่กรรมการการเลือกตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ และยังไม่มีการแต่งตั้งกรรมการการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ แต่ถ้ามีกรรมการการเลือกตั้งเหลืออยู่ไม่ถึงสี่คนให้กระทำได้แต่เฉพาะการที่จำเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8620,"parent":8617,"text":"มาตรา 224","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":2},
{"key":"8620_p1","parent":8620,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8620_p1_t1","parent":"8620_p1","text":"ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8620_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8620_p1_t1","text":"(1) จัดหรือดำเนินการให้มีการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การเลือกสมาชิกวุฒิสภา การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น และการออกเสียงประชามติ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8620_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8620_p1_t1","text":"(2) ควบคุมดูแลการเลือกตั้งและการเลือกตาม (1) ให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และควบคุมดูแลการออกเสียงประชามติให้เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อการนี้ ให้มีอำนาจสืบสวนหรือไต่สวนได้ตามที่จำเป็นหรือที่เห็นสมควร","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8620_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8620_p1_t1","text":"(3) เมื่อผลการสืบสวนหรือไต่สวนตาม (2) หรือเมื่อพบเห็นการกระทำที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าการเลือกตั้งหรือการเลือกตาม (1) มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือการออกเสียงประชามติเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ให้มีอำนาจสั่งระงับ ยับยั้ง แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกการเลือกตั้งหรือการเลือก หรือการออกเสียงประชามติ และสั่งให้ดำเนินการเลือกตั้ง เลือก หรือออกเสียงประชามติใหม่ในหน่วยเลือกตั้งบางหน่วย หรือทุกหน่วย","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8620_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8620_p1_t1","text":"(4) สั่งระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือผู้สมัครรับเลือกตาม (1) ไว้เป็นการชั่วคราวเป็นระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปี เมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้นั้นกระทำการหรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น ที่มีลักษณะเป็นการทุจริต หรือทำให้การเลือกตั้งหรือการเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8620_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"8620_p1_t1","text":"(5) ดูแลการดำเนินงานของพรรคการเมืองให้เป็นไปตามกฎหมาย","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"8620_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"8620_p1_t1","text":"(6) หน้าที่และอำนาจอื่นตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":5},
{"key":"8620_p2","parent":8620,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8620_p2_t1","parent":"8620_p2","text":"ในการสืบสวนหรือไต่สวนตาม (2) คณะกรรมการการเลือกตั้งจะมอบหมายให้กรรมการการเลือกตั้งแต่ละคนดำเนินการ หรือมอบหมายให้คณะบุคคลดำเนินการภายใต้การกำกับของกรรมการการเลือกตั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดก็ได้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8620_p3","parent":8620,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8620_p3_t1","parent":"8620_p3","text":"การใช้อำนาจตาม (3) ให้กรรมการการเลือกตั้งแต่ละคนซึ่งพบเห็นการกระทำความผิดมีอำนาจกระทำได้สำหรับหน่วยเลือกตั้งหรือเขตเลือกตั้งที่พบเห็นการกระทำความผิด ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8621,"parent":8617,"text":"มาตรา 225","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":3},
{"key":"8621_p1","parent":8621,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8621_p1_t1","parent":"8621_p1","text":"ก่อนประกาศผลการเลือกตั้งหรือการเลือก ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งหรือการเลือกนั้นมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจสั่งให้มีการเลือกตั้งหรือการเลือกใหม่ในหน่วยเลือกตั้งหรือเขตเลือกตั้งนั้น ถ้าผู้กระทำการนั้นเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือผู้สมัครรับเลือก แล้วแต่กรณี หรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งสั่งระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้นไว้เป็นการชั่วคราวตามมาตรา 224 (4)","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8621_p2","parent":8621,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8621_p2_t1","parent":"8621_p2","text":"คำสั่งตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นที่สุด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8622,"parent":8617,"text":"มาตรา 226","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":4},
{"key":"8622_p1","parent":8622,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8622_p1_t1","parent":"8622_p1","text":"เมื่อมีการดำเนินการตามมาตรา 225 หรือภายหลังการประกาศผลการเลือกตั้งหรือการเลือกแล้ว มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือผู้สมัครรับเลือกผู้ใดกระทำการทุจริตในการเลือกตั้งหรือการเลือกหรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8622_p2","parent":8622,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8622_p2_t1","parent":"8622_p2","text":"การพิจารณาของศาลฎีกาตามวรรคหนึ่ง ให้นำสำนวนการสืบสวนหรือไต่สวนของคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นหลักในการพิจารณา และเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ให้ศาลมีอำนาจสั่งไต่สวนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8622_p3","parent":8622,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8622_p3_t1","parent":"8622_p3","text":"ในกรณีที่ศาลฎีกาพิพากษาว่าบุคคลตามวรรคหนึ่งกระทำความผิดตามที่ถูกร้อง ให้ศาลฎีกาสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นเป็นเวลาสิบปี ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา แล้วแต่กรณี","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8622_p4","parent":8622,"text":"วรรค 4","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8622_p4_t1","parent":"8622_p4","text":"เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาแล้ว ถ้าผู้ถูกกล่าวหาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา ให้ผู้นั้นหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลฎีกาจะพิพากษาว่าผู้นั้นมิได้กระทำความผิด และเมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษาว่าผู้นั้นกระทำความผิด ให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาผู้นั้นสิ้นสุดลงนับแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8622_p5","parent":8622,"text":"วรรค 5","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"8622_p5_t1","parent":"8622_p5","text":"มิให้นับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาซึ่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคสี่เป็นจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา แล้วแต่กรณี","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8622_p6","parent":8622,"text":"วรรค 6","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":5},
{"key":"8622_p6_t1","parent":"8622_p6","text":"ให้นำมาตรานี้ไปใช้บังคับแก่การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นด้วยโดยอนุโลม แต่ให้อำนาจของศาลฎีกาเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ และให้คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์เป็นที่สุด","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8622_p7","parent":8622,"text":"วรรค 7","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":6},
{"key":"8622_p7_t1","parent":"8622_p7","text":"การพิจารณาพิพากษาของศาลฎีกาหรือศาลอุทธรณ์ตามมาตรานี้ ให้เป็นไปตามระเบียบของที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาซึ่งต้องกำหนดให้ใช้ระบบไต่สวนและให้ดำเนินการโดยรวดเร็ว","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8623,"parent":8617,"text":"มาตรา 227","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":5},
{"key":"8623_p1","parent":8623,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8623_p1_t1","parent":"8623_p1","text":"ในระหว่างที่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือเมื่อประกาศให้มีการออกเสียงประชามติ มีผลใช้บังคับ ห้ามมิให้จับคุมขัง หรือหมายเรียกตัวกรรมการการเลือกตั้งไปสอบสวน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือในกรณีที่จับในขณะกระทำความผิด","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8623_p2","parent":8623,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8623_p2_t1","parent":"8623_p2","text":"ในกรณีที่มีการจับกรรมการการเลือกตั้งในขณะกระทำความผิด หรือจับหรือคุมขังกรรมการการเลือกตั้งในกรณีอื่น ให้รายงานต่อประธานกรรมการการเลือกตั้งโดยด่วน และให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจสั่งให้ปล่อยผู้ถูกจับได้ แต่ถ้าประธานกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้ถูกจับหรือคุมขังให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งเท่าที่มีอยู่เป็นผู้ดำเนินการ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8624,"parent":8608,"text":"ส่วนที่ 3\n\nผู้ตรวจการแผ่นดิน","expanded":false,"brush":"plum","dir":"right","order":2},
{"key":8625,"parent":8624,"text":"มาตรา 228","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":0},
{"key":"8625_p1","parent":8625,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8625_p1_t1","parent":"8625_p1","text":"ผู้ตรวจการแผ่นดินมีจำนวนสามคนซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา จากผู้ซึ่งได้รับการสรรหาโดยคณะกรรมการสรรหา","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8625_p2","parent":8625,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8625_p2_t1","parent":"8625_p2","text":"ผู้ซึ่งได้รับการสรรหาต้องเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่าหรือหัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่เทียบได้ไม่ต่ำกว่ากรมตามที่คณะกรรมการสรรหาประกาศกำหนด โดยต้องดำรงตำแหน่งดังกล่าวเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี จำนวนสองคน และเป็นผู้มีประสบการณ์ในการดำเนินกิจการอันเป็นสาธารณะมาแล้วไม่น้อยกว่ายี่สิบปี จำนวนหนึ่งคน","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8626,"parent":8624,"text":"มาตรา 229","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":1},
{"key":"8626_p1_t1","parent":8626,"text":"ผู้ตรวจการแผ่นดินมีวาระการดำรงตำแหน่งเจ็ดปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8627,"parent":8624,"text":"มาตรา 230","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":2},
{"key":"8627_p1","parent":8627,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8627_p1_t1","parent":"8627_p1","text":"ผู้ตรวจการแผ่นดินมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8627_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8627_p1_t1","text":"(1) เสนอแนะต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่ง หรือขั้นตอนการปฏิบัติงานใด ๆ บรรดาที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรมแก่ประชาชน หรือเป็นภาระแก่ประชาชนโดยไม่จำเป็นหรือเกินสมควรแก่เหตุ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8627_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8627_p1_t1","text":"(2) แสวงหาข้อเท็จจริงเมื่อเห็นว่ามีผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรมอันเนื่องมาจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือปฏิบัตินอกเหนือหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อเสนอแนะต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องให้ขจัดหรือระงับความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรมนั้น","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8627_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8627_p1_t1","text":"(3) เสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้ทราบถึงการที่หน่วยงานของรัฐยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามหมวด 5 หน้าที่ของรัฐ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8627_p2","parent":8627,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8627_p2_t1","parent":"8627_p2","text":"ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ดำเนินการตามข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดินตาม (1) หรือ (2) โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินแจ้งให้คณะรัฐมนตรีทราบเพื่อพิจารณาสั่งการตามที่เห็นสมควรต่อไป","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8627_p3","parent":8627,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8627_p3_t1","parent":"8627_p3","text":"ในการดำเนินการตาม (1) หรือ (2) หากเป็นกรณีที่เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติดำเนินการต่อไป","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8628,"parent":8624,"text":"มาตรา 231","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":3},
{"key":"8628_p1_t1","parent":8628,"text":"ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 230 ผู้ตรวจการแผ่นดินอาจเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองได้เมื่อเห็นว่ามีกรณี ดังต่อไปนี้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8628_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8628_p1_t1","text":"(1) บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ให้เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ และให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8628_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8628_p1_t1","text":"(2) กฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นใดของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ให้เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลปกครอง และให้ศาลปกครองพิจารณาวินิจฉัยโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":8629,"parent":8608,"text":"ส่วนที่ 4\n\nคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"right","order":3},
{"key":8630,"parent":8629,"text":"มาตรา 232","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":0},
{"key":"8630_p1","parent":8630,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8630_p1_t1","parent":"8630_p1","text":"คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติประกอบด้วยกรรมการจำนวนเก้าคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภาจากผู้ซึ่งได้รับการสรรหาโดยคณะกรรมการสรรหา","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8630_p2","parent":8630,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8630_p2_t1","parent":"8630_p2","text":"ผู้ซึ่งได้รับการสรรหาต้องเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านกฎหมาย บัญชี เศรษฐศาสตร์ การบริหารราชการแผ่นดิน หรือการอื่นใดอันเป็นประโยชน์ต่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ด้วย","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8630_p2_t1_ext_ul_4_li1","parent":"8630_p2_t1","text":"(1) รับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีผู้พิพากษา อธิบดีศาลปกครองชั้นต้น ตุลาการพระธรรมนูญหัวหน้าศาลทหารกลาง หรืออธิบดีอัยการมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8630_p2_t1_ext_ul_4_li2","parent":"8630_p2_t1","text":"(2) รับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8630_p2_t1_ext_ul_4_li3","parent":"8630_p2_t1","text":"(3) เป็นหรือเคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8630_p2_t1_ext_ul_4_li4","parent":"8630_p2_t1","text":"(4) ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี และยังมีผลงานทางวิชาการเป็นที่ประจักษ์","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8630_p2_t1_ext_ul_4_li5","parent":"8630_p2_t1","text":"(5) เป็นหรือเคยเป็นผู้ประกอบวิชาชีพที่มีกฎหมายรับรองการประกอบวิชาชีพโดยประกอบวิชาชีพอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่ายี่สิบปีนับถึงวันที่ได้รับการเสนอชื่อ และได้รับการรับรองการประกอบวิชาชีพจากองค์กรวิชาชีพนั้น","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"8630_p2_t1_ext_ul_4_li6","parent":"8630_p2_t1","text":"(6) เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญและประสบการณ์ทางด้านการบริหาร การเงิน การคลัง การบัญชี หรือการบริหารกิจการวิสาหกิจในระดับไม่ต่ำกว่าผู้บริหารระดับสูงของบริษัทมหาชนจำกัดมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":5},
{"key":"8630_p2_t1_ext_ul_4_li7","parent":"8630_p2_t1","text":"(7) เคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งตาม (1) (2) (3) (4) หรือ (6) รวมกันไม่น้อยกว่าสิบปี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":6},
{"key":"8630_p3","parent":8630,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8630_p3_t1","parent":"8630_p3","text":"การนับระยะเวลาตามวรรคสอง ให้นับถึงวันที่ได้รับการเสนอชื่อหรือวันสมัครเข้ารับการสรรหาแล้วแต่กรณี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8631,"parent":8629,"text":"มาตรา 233","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":1},
{"key":"8631_p1","parent":8631,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8631_p1_t1","parent":"8631_p1","text":"กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมีวาระการดำรงตำแหน่งเจ็ดปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8631_p2","parent":8631,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8631_p2_t1","parent":"8631_p2","text":"ในระหว่างที่กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ และยังไม่มีการแต่งตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้กรรมการเท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ เว้นแต่จะมีกรรมการเหลืออยู่ไม่ถึงห้าคน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8632,"parent":8629,"text":"มาตรา 234","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":2},
{"key":"8632_p1","parent":8632,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8632_p1_t1","parent":"8632_p1","text":"คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8632_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8632_p1_t1","text":"(1) ไต่สวนและมีความเห็นกรณีมีการกล่าวหาว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ หรือผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ใดมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เพื่อดำเนินการต่อไปตามรัฐธรรมนูญหรือตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8632_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8632_p1_t1","text":"(2) ไต่สวนและวินิจฉัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐร่ำรวยผิดปกติ กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม เพื่อดำเนินการต่อไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8632_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8632_p1_t1","text":"(3) กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และเจ้าหน้าที่ของรัฐยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ รวมทั้งตรวจสอบและเปิดเผยผลการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของบุคคลดังกล่าว ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8632_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8632_p1_t1","text":"(4) หน้าที่และอำนาจอื่นที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8632_p2","parent":8632,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8632_p2_t1","parent":"8632_p2","text":"ในการปฏิบัติหน้าที่ตาม (1) (2) และ (3) ให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติที่จะต้องจัดให้มีมาตรการหรือแนวทางที่จะทำให้การปฏิบัติหน้าที่มีประสิทธิภาพ เกิดความรวดเร็ว สุจริต และเที่ยงธรรม ในกรณีจำเป็นจะมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตดำเนินการแทนในเรื่องที่มิใช่เป็นความผิดร้ายแรง หรือที่เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐบางระดับหรือกำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของหน่วยธุรการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเป็นผู้ดำเนินการสอบสวนหรือไต่สวนเบื้องต้นตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตก็ได้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8633,"parent":8629,"text":"มาตรา 235","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":3},
{"key":"8633_p1","parent":8633,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8633_p1_t1","parent":"8633_p1","text":"ภายใต้บังคับมาตรา 236 ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยหรือมีการกล่าวหาว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเฉพาะที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ หรือผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ใดมีพฤติการณ์ตามมาตรา 234 (1) ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติไต่สวนข้อเท็จจริง และหากมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่เห็นว่าผู้นั้นมีพฤติการณ์หรือกระทำความผิดตามที่ไต่สวนให้ดำเนินการดังต่อไปนี้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8633_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8633_p1_t1","text":"(1) ถ้าเป็นกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย ทั้งนี้ ให้นำความในมาตรา 226 วรรคเจ็ด มาใช้บังคับแก่การพิจารณาพิพากษาของศาลฎีกาโดยอนุโลม","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8633_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8633_p1_t1","text":"(2) กรณีอื่นนอกจาก (1) ให้ส่งสำนวนการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือดำเนินการอื่นตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8633_p2","parent":8633,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8633_p2_t1","parent":"8633_p2","text":"การไต่สวนข้อเท็จจริงและมีมติตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8633_p3","parent":8633,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8633_p3_t1","parent":"8633_p3","text":"เมื่อศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองประทับรับฟ้อง ให้ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา เว้นแต่ศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ในกรณีที่ศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาว่าผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์หรือกระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา แล้วแต่กรณี ให้ผู้ต้องคำพิพากษานั้นพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้นและจะเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาไม่เกินสิบปีด้วยหรือไม่ก็ได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8633_p4","parent":8633,"text":"วรรค 4","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8633_p4_t1","parent":"8633_p4","text":"ผู้ใดถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไม่ว่าในกรณีใด ผู้นั้นไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตลอดไปและไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8633_p5","parent":8633,"text":"วรรค 5","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"8633_p5_t1","parent":"8633_p5","text":"ในกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิดฐานร่ำรวยผิดปกติหรือทุจริตต่อหน้าที่ ให้ริบทรัพย์สินที่ผู้นั้นได้มาจากการกระทำความผิด รวมทั้งบรรดาทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่ได้มาแทนทรัพย์สินนั้นตกเป็นของแผ่นดิน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8633_p6","parent":8633,"text":"วรรค 6","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":5},
{"key":"8633_p6_t1","parent":"8633_p6","text":"การพิจารณาของศาลฎีกาและศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้นำสำนวนการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเป็นหลักในการพิจารณา และเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ให้ศาลมีอำนาจไต่สวนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8633_p7","parent":8633,"text":"วรรค 7","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":6},
{"key":"8633_p7_t1","parent":"8633_p7","text":"ให้นำมาตรานี้มาใช้บังคับแก่กรณีที่บุคคลตามมาตรา 234 (3) จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน หรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้นด้วยโดยอนุโลม","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8634,"parent":8629,"text":"มาตรา 236","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":4},
{"key":"8634_p1","parent":8634,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8634_p1_t1","parent":"8634_p1","text":"สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกของทั้งสองสภาจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาหรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าสองหมื่นคน มีสิทธิเข้าชื่อกล่าวหาว่ากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติผู้ใดกระทำการตามมาตรา 234 (1) โดยยื่นต่อประธานรัฐสภาพร้อมด้วยหลักฐานตามสมควร หากประธานรัฐสภาเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำตามที่ถูกกล่าวหา ให้ประธานรัฐสภาเสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระจากผู้ซึ่งมีความเป็นกลางทางการเมืองและมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เพื่อไต่สวนหาข้อเท็จจริง","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8634_p2","parent":8634,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8634_p2_t1","parent":"8634_p2","text":"คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หน้าที่และอำนาจ วิธีการไต่สวน ระยะเวลาการไต่สวน และการดำเนินการอื่นที่จำเป็นของคณะผู้ไต่สวนอิสระ ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8635,"parent":8629,"text":"มาตรา 237","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":5},
{"key":"8635_p1_t1","parent":8635,"text":"เมื่อดำเนินการไต่สวนแล้วเสร็จ ให้คณะผู้ไต่สวนอิสระดำเนินการดังต่อไปนี้","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8635_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8635_p1_t1","text":"(1) ถ้าเห็นว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูลให้สั่งยุติเรื่อง และให้คำสั่งดังกล่าวเป็นที่สุด","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8635_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8635_p1_t1","text":"(2) ถ้าเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย โดยให้นำความในมาตรา 235 วรรคสาม วรรคสี่ และวรรคหก มาใช้บังคับโดยอนุโลม","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8635_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8635_p1_t1","text":"(3) ถ้าเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์ตามที่ถูกกล่าวหา และมิใช่กรณีตาม (2) ให้ส่งสำนวนการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และให้นำความในมาตรา 235 วรรคสาม วรรคสี่ และวรรคห้า มาใช้บังคับโดยอนุโลม","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":8636,"parent":8608,"text":"ส่วนที่ 5\n\nคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"right","order":4},
{"key":8637,"parent":8636,"text":"มาตรา 238","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":0},
{"key":"8637_p1","parent":8637,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8637_p1_t1","parent":"8637_p1","text":"คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินประกอบด้วยกรรมการจำนวนเจ็ดคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา จากผู้ซึ่งได้รับการสรรหาโดยคณะกรรมการสรรหา","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8637_p2","parent":8637,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8637_p2_t1","parent":"8637_p2","text":"ผู้ซึ่งได้รับการสรรหาต้องเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน กฎหมาย การบัญชี การตรวจสอบภายใน การเงินการคลัง และด้านอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อการตรวจเงินแผ่นดิน ทั้งนี้ เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบปี","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8638,"parent":8636,"text":"มาตรา 239","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":1},
{"key":"8638_p1_t1","parent":8638,"text":"กรรมการตรวจเงินแผ่นดินมีวาระการดำรงตำแหน่งเจ็ดปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8639,"parent":8636,"text":"มาตรา 240","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":2},
{"key":"8639_p1","parent":8639,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8639_p1_t1","parent":"8639_p1","text":"คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8639_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8639_p1_t1","text":"(1) วางนโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8639_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8639_p1_t1","text":"(2) กำหนดหลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8639_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8639_p1_t1","text":"(3) กำกับการตรวจเงินแผ่นดินให้เป็นไปตาม (1) และ (2) และกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8639_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8639_p1_t1","text":"(4) ให้คำปรึกษา แนะนำ หรือเสนอแนะเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินแผ่นดินให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ รวมทั้งการให้คำแนะนำแก่หน่วยงานของรัฐในการแก้ไขข้อบกพร่องเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินแผ่นดิน","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8639_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"8639_p1_t1","text":"(5) สั่งลงโทษทางปกครองกรณีมีการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"8639_p2","parent":8639,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8639_p2_t1","parent":"8639_p2","text":"การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8639_p3","parent":8639,"text":"วรรค 3","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8639_p3_t1","parent":"8639_p3","text":"ผู้ถูกสั่งลงโทษตาม (5) อาจอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดได้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งในการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุดต้องคำนึงถึงนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินและหลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดินตาม (1) และ (2) ประกอบด้วย","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8640,"parent":8636,"text":"มาตรา 241","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":3},
{"key":"8640_p1","parent":8640,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8640_p1_t1","parent":"8640_p1","text":"ให้มีผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินคนหนึ่งซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภาโดยได้รับการเสนอชื่อจากคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8640_p2","parent":8640,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8640_p2_t1","parent":"8640_p2","text":"ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเช่นเดียวกับกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8640_p3","parent":8640,"text":"วรรค 3","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8640_p3_t1","parent":"8640_p3","text":"ผู้ได้รับการเสนอชื่อเพื่อแต่งตั้งเป็นผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ และให้นำความในมาตรา 204 วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสี่ และมาตรา 205 มาใช้บังคับแก่การแต่งตั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินด้วยโดยอนุโลม","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8640_p4","parent":8640,"text":"วรรค 4","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8640_p4_t1","parent":"8640_p4","text":"การสรรหา การคัดเลือก และการเสนอชื่อผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8641,"parent":8636,"text":"มาตรา 242","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":4},
{"key":"8641_p1_t1","parent":8641,"text":"ให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินปฏิบัติหน้าที่โดยเที่ยงธรรม เป็นกลาง และปราศจากอคติทั้งปวงในการใช้ดุลพินิจ โดยมีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8641_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8641_p1_t1","text":"(1) ตรวจเงินแผ่นดินตามนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินและหลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดินที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินกำหนด และตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8641_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8641_p1_t1","text":"(2) ตรวจผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงินของหน่วยงานของรัฐ","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8641_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8641_p1_t1","text":"(3) มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตาม (1) และ (2)","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8641_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8641_p1_t1","text":"(4) กำกับและรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตาม (3)","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":8642,"parent":8636,"text":"มาตรา 243","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":5},
{"key":"8642_p1","parent":8642,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8642_p1_t1","parent":"8642_p1","text":"ให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินมีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่โดยรับผิดชอบต่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยธุรการของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8642_p2","parent":8642,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8642_p2_t1","parent":"8642_p2","text":"วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8643,"parent":8636,"text":"มาตรา 244","expanded":false,"brush":"lightcoral","dir":"right","order":6},
{"key":"8643_p1","parent":8643,"text":"วรรค 1","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8643_p1_t1","parent":"8643_p1","text":"ในกรณีที่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการใช้จ่ายเงินแผ่นดินมีพฤติการณ์อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายหรืออาจทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม และเป็นกรณีที่ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินไม่มีอำนาจจะดำเนินการใดได้ ให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินแจ้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี เพื่อทราบและดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8643_p2","parent":8643,"text":"วรรค 2","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8643_p2_t1","parent":"8643_p2","text":"ในการดำเนินการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือหน่วยงานอื่นตามที่ได้รับแจ้งตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเอกสารและหลักฐานที่ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบหรือจัดทำขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของสำนวนการสอบสวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือของหน่วยงานอื่นนั้น แล้วแต่กรณี","brush":"lightcoral","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8644,"parent":8636,"text":"มาตรา 245","expanded":false,"brush":"lightseagreen","dir":"right","order":7},
{"key":"8644_p1","parent":8644,"text":"วรรค 1","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8644_p1_t1","parent":"8644_p1","text":"เพื่อประโยชน์ในการระงับหรือยับยั้งความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่การเงินการคลังของรัฐ ให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเสนอผลการตรวจสอบการกระทำที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐและอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่การเงินการคลังของรัฐอย่างร้ายแรง ต่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเพื่อพิจารณา","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8644_p2","parent":8644,"text":"วรรค 2","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8644_p2_t1","parent":"8644_p2","text":"ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเห็นพ้องด้วยกับผลการตรวจสอบดังกล่าว ให้ปรึกษาหารือร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้งและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หากที่ประชุมร่วมเห็นพ้องกับผลการตรวจสอบนั้น ให้ร่วมกันมีหนังสือแจ้งสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบโดยไม่ชักช้า และให้เปิดเผยผลการตรวจสอบดังกล่าวต่อประชาชนเพื่อทราบด้วย","brush":"lightseagreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8645,"parent":8608,"text":"ส่วนที่ 6\n\nคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"right","order":5},
{"key":8646,"parent":8645,"text":"มาตรา 246","expanded":false,"brush":"lightskyblue","dir":"right","order":0},
{"key":"8646_p1","parent":8646,"text":"วรรค 1","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8646_p1_t1","parent":"8646_p1","text":"คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติประกอบด้วยกรรมการจำนวนเจ็ดคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภาจากผู้ซึ่งได้รับการสรรหา","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8646_p2","parent":8646,"text":"วรรค 2","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8646_p2_t1","parent":"8646_p2","text":"ผู้ซึ่งได้รับการสรรหาต้องมีความรู้และประสบการณ์ด้านการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนเป็นกลางทางการเมือง และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8646_p3","parent":8646,"text":"วรรค 3","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8646_p3_t1","parent":"8646_p3","text":"กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีวาระการดำรงตำแหน่งเจ็ดปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8646_p4","parent":8646,"text":"วรรค 4","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8646_p4_t1","parent":"8646_p4","text":"คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม การสรรหา และการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทั้งนี้ บทบัญญัติเกี่ยวกับการสรรหาต้องกำหนดให้ผู้แทนองค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนมีส่วนร่วมในการสรรหาด้วย","brush":"lightskyblue","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8647,"parent":8645,"text":"มาตรา 247","expanded":false,"brush":"gold","dir":"right","order":1},
{"key":"8647_p1","parent":8647,"text":"วรรค 1","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8647_p1_t1","parent":"8647_p1","text":"คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8647_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8647_p1_t1","text":"(1) ตรวจสอบและรายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกกรณีโดยไม่ล่าช้า และเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางที่เหมาะสมในการป้องกันหรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งการเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่เกี่ยวข้อง","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8647_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8647_p1_t1","text":"(2) จัดทำรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศเสนอต่อรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี และเผยแพร่ต่อประชาชน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8647_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8647_p1_t1","text":"(3) เสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่อรัฐสภาคณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมตลอดทั้งการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคำสั่งใด ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8647_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8647_p1_t1","text":"(4) ชี้แจงและรายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้องโดยไม่ชักช้าในกรณีที่มีการรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยโดยไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8647_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"8647_p1_t1","text":"(5) สร้างเสริมทุกภาคส่วนของสังคมให้ตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิมนุษยชน","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"8647_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"8647_p1_t1","text":"(6) หน้าที่และอำนาจอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":5},
{"key":"8647_p2","parent":8647,"text":"วรรค 2","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8647_p2_t1","parent":"8647_p2","text":"เมื่อรับทราบรายงานตาม (1) และ (2) หรือข้อเสนอแนะตาม (3) ให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการปรับปรุงแก้ไขตามความเหมาะสมโดยเร็ว กรณีใดไม่อาจดำเนินการได้หรือต้องใช้เวลาในการดำเนินการ ให้แจ้งเหตุผลให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทราบโดยไม่ชักช้า","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8647_p3","parent":8647,"text":"วรรค 3","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8647_p3_t1","parent":"8647_p3","text":"ในการปฏิบัติหน้าที่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องคำนึงถึงความผาสุกของประชาชนชาวไทยและผลประโยชน์ส่วนรวมของชาติเป็นสำคัญด้วย","brush":"gold","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8648,"parent":8371,"text":"หมวด 13\n\nองค์กรอัยการ","expanded":false,"brush":"skyblue","dir":"left","order":6},
{"key":8649,"parent":8648,"text":"มาตรา 248","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":0},
{"key":"8649_p1","parent":8649,"text":"วรรค 1","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8649_p1_t1","parent":"8649_p1","text":"องค์กรอัยการมีหน้าที่และอำนาจตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมาย","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8649_p2","parent":8649,"text":"วรรค 2","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8649_p2_t1","parent":"8649_p2","text":"พนักงานอัยการมีอิสระในการพิจารณาสั่งคดีและการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปโดยรวดเร็ว เที่ยงธรรม และปราศจากอคติทั้งปวง และไม่ให้ถือว่าเป็นคำสั่งทางปกครอง","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8649_p3","parent":8649,"text":"วรรค 3","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8649_p3_t1","parent":"8649_p3","text":"การบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการดำเนินการอื่นขององค์กรอัยการให้มีความเป็นอิสระ โดยให้มีระบบเงินเดือนและค่าตอบแทนเป็นการเฉพาะตามความเหมาะสมและการบริหารงานบุคคลเกี่ยวกับพนักงานอัยการต้องดำเนินการโดยคณะกรรมการอัยการ ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยประธานกรรมการซึ่งต้องไม่เป็นพนักงานอัยการ และผู้ทรงคุณวุฒิบรรดาที่ได้รับเลือกจากพนักงานอัยการ ผู้ทรงคุณวุฒิดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีบุคคลซึ่งไม่เป็นหรือเคยเป็นพนักงานอัยการมาก่อนสองคน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8649_p4","parent":8649,"text":"วรรค 4","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8649_p4_t1","parent":"8649_p4","text":"กฎหมายตามวรรคสาม ต้องมีมาตรการป้องกันมิให้พนักงานอัยการกระทำการหรือดำรงตำแหน่งใดอันอาจมีผลให้การสั่งคดีหรือการปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปตามวรรคสอง หรืออาจทำให้มีการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวต้องกำหนดให้ชัดแจ้งและใช้เป็นการทั่วไป โดยจะมอบอำนาจให้มีการพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไปมิได้","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8650,"parent":8371,"text":"หมวด 14\n\nการปกครองส่วนท้องถิ่น","expanded":false,"brush":"darkseagreen","dir":"right","order":6},
{"key":8651,"parent":8650,"text":"มาตรา 249","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"right","order":0},
{"key":"8651_p1","parent":8651,"text":"วรรค 1","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8651_p1_t1","parent":"8651_p1","text":"ภายใต้บังคับมาตรา 1 ให้มีการจัดการปกครองส่วนท้องถิ่นตามหลักแห่งการปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น ทั้งนี้ ตามวิธีการและรูปแบบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8651_p2","parent":8651,"text":"วรรค 2","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8651_p2_t1","parent":"8651_p2","text":"การจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบใดให้คำนึงถึงเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่นและความสามารถในการปกครองตนเองในด้านรายได้ จำนวนและความหนาแน่นของประชากร และพื้นที่ที่ต้องรับผิดชอบ ประกอบกัน","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8652,"parent":8650,"text":"มาตรา 250","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"right","order":1},
{"key":"8652_p1","parent":8652,"text":"วรรค 1","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8652_p1_t1","parent":"8652_p1","text":"องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่และอำนาจดูแลและจัดทำบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8652_p2","parent":8652,"text":"วรรค 2","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8652_p2_t1","parent":"8652_p2","text":"การจัดทำบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะใดที่สมควรให้เป็นหน้าที่และอำนาจโดยเฉพาะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละรูปแบบ หรือให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการใด ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติซึ่งต้องสอดคล้องกับรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามวรรคสี่ และกฎหมายดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับกลไกและขั้นตอนในการกระจายหน้าที่และอำนาจ ตลอดจนงบประมาณและบุคลากรที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจดังกล่าวของส่วนราชการให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8652_p3","parent":8652,"text":"วรรค 3","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8652_p3_t1","parent":"8652_p3","text":"ในการจัดทำบริการสาธารณะหรือกิจกรรมสาธารณะใดที่เป็นหน้าที่และอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถ้าการร่วมดำเนินการกับเอกชนหรือหน่วยงานของรัฐหรือการมอบหมายให้เอกชนหรือหน่วยงานของรัฐดำเนินการ จะเป็นประโยชน์แก่ประชาชนในท้องถิ่นมากกว่าการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะดำเนินการเอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะร่วมหรือมอบหมายให้เอกชนหรือหน่วยงานของรัฐดำเนินการนั้นก็ได้","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8652_p4","parent":8652,"text":"วรรค 4","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8652_p4_t1","parent":"8652_p4","text":"รัฐต้องดำเนินการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้ของตนเองโดยจัดระบบภาษีหรือการจัดสรรภาษีที่เหมาะสม รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาการหารายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถดำเนินการตามวรรคหนึ่งได้อย่างเพียงพอ ในระหว่างที่ยังไม่อาจดำเนินการได้ ให้รัฐจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปพลางก่อน","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8652_p5","parent":8652,"text":"วรรค 5","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"8652_p5_t1","parent":"8652_p5","text":"กฎหมายตามวรรคหนึ่งและกฎหมายที่เกี่ยวกับการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอิสระในการบริหาร การจัดทำบริการสาธารณะ การส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา การเงินและการคลัง และการกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งต้องทำเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อการคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นหรือประโยชน์ของประเทศเป็นส่วนรวม การป้องกันการทุจริต และการใช้จ่ายเงินอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและความแตกต่างขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นแต่ละรูปแบบ และต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์ และการป้องกัน การก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการส่วนท้องถิ่นด้วย","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8653,"parent":8650,"text":"มาตรา 251","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"right","order":2},
{"key":"8653_p1_t1","parent":8653,"text":"การบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งต้องใช้ระบบคุณธรรมและต้องคำนึงถึงความเหมาะสมและความจำเป็นของแต่ละท้องถิ่นและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละรูปแบบ การจัดให้มีมาตรฐานที่สอดคล้องกันเพื่อให้สามารถพัฒนาร่วมกันหรือการสับเปลี่ยนบุคลากรระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยกันได้","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8654,"parent":8650,"text":"มาตรา 252","expanded":false,"brush":"plum","dir":"right","order":3},
{"key":"8654_p1","parent":8654,"text":"วรรค 1","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8654_p1_t1","parent":"8654_p1","text":"สมาชิกสภาท้องถิ่นต้องมาจากการเลือกตั้ง","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8654_p2","parent":8654,"text":"วรรค 2","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8654_p2_t1","parent":"8654_p2","text":"ผู้บริหารท้องถิ่นให้มาจากการเลือกตั้งหรือมาจากความเห็นชอบของสภาท้องถิ่นหรือในกรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ จะให้มาโดยวิธีอื่นก็ได้ แต่ต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนด้วย ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8654_p3","parent":8654,"text":"วรรค 3","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8654_p3_t1","parent":"8654_p3","text":"คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งต้องคำนึงถึงเจตนารมณ์ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตตามแนวทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญด้วย","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8655,"parent":8650,"text":"มาตรา 253","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"right","order":4},
{"key":"8655_p1_t1","parent":8655,"text":"ในการดำเนินงาน ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่นเปิดเผยข้อมูลและรายงานผลการดำเนินงานให้ประชาชนทราบ รวมตลอดทั้งมีกลไกให้ประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมด้วย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8656,"parent":8650,"text":"มาตรา 254","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"right","order":5},
{"key":"8656_p1_t1","parent":8656,"text":"ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิเข้าชื่อกันเพื่อเสนอข้อบัญญัติหรือเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8657,"parent":8371,"text":"หมวด 15\n\nการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ","expanded":false,"brush":"palevioletred","dir":"left","order":7},
{"key":8658,"parent":8657,"text":"มาตรา 255","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":0},
{"key":"8658_p1_t1","parent":8658,"text":"การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ จะกระทำมิได้","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8659,"parent":8657,"text":"มาตรา 256","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":1},
{"key":"8659_p1_t1","parent":8659,"text":"ภายใต้บังคับมาตรา 255 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้กระทำได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8659_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8659_p1_t1","text":"(1) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา หรือจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าห้าหมื่นคนตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8659_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8659_p1_t1","text":"(2) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องเสนอเป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมต่อรัฐสภาและให้รัฐสภาพิจารณาเป็นสามวาระ","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8659_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8659_p1_t1","text":"(3) การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่หนึ่งขั้นรับหลักการ ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผยและต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการแก้ไขเพิ่มเติมนั้น ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา ซึ่งในจำนวนนี้ต้องมีสมาชิกวุฒิสภาเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8659_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8659_p1_t1","text":"(4) การพิจารณาในวาระที่สองขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตรา โดยการออกเสียงในวาระที่สองนี้ให้ถือเสียงข้างมากเป็นประมาณ แต่ในกรณีที่เป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ประชาชนเป็นผู้เสนอต้องเปิดโอกาสให้ผู้แทนของประชาชนที่เข้าชื่อกันได้แสดงความคิดเห็นด้วย","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8659_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"8659_p1_t1","text":"(5) เมื่อการพิจารณาวาระที่สองเสร็จสิ้นแล้ว ให้รอไว้สิบห้าวัน เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้วให้รัฐสภาพิจารณาในวาระที่สามต่อไป","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"8659_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"8659_p1_t1","text":"(6) การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สามขั้นสุดท้าย ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผยและต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา โดยในจำนวนนี้ต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองที่สมาชิกมิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของทุกพรรคการเมืองดังกล่าวรวมกัน และมีสมาชิกวุฒิสภาเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"8659_p1_t1_ext_ul_2_li7","parent":"8659_p1_t1","text":"(7) เมื่อมีการลงมติเห็นชอบตาม (6) แล้ว ให้รอไว้สิบห้าวัน แล้วจึงนำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย และให้นำความในมาตรา 81 มาใช้บังคับโดยอนุโลม","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":6},
{"key":"8659_p1_t1_ext_ul_2_li8","parent":"8659_p1_t1","text":"(8) ในกรณีร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 1 บททั่วไป หมวด 2 พระมหากษัตริย์ หรือหมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หรือเรื่องที่เกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ หรือเรื่องที่เกี่ยวกับหน้าที่หรืออำนาจของศาลหรือองค์กรอิสระ หรือเรื่องที่ทำให้ศาลหรือองค์กรอิสระไม่อาจปฏิบัติตามหน้าที่หรืออำนาจได้ ก่อนดำเนินการตาม (7) ให้จัดให้มีการออกเสียงประชามติตามกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ถ้าผลการออกเสียงประชามติเห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม จึงให้ดำเนินการตาม (7) ต่อไป","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":7},
{"key":"8659_p1_t1_ext_ul_2_li9","parent":"8659_p1_t1","text":"(9) ก่อนนายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยตาม (7) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกทั้งสองสภารวมกัน มีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา หรือของทั้งสองสภารวมกัน แล้วแต่กรณี มีสิทธิเข้าชื่อกันเสนอความเห็นต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกหรือประธานรัฐสภา แล้วแต่กรณี ว่าร่างรัฐธรรมนูญตาม (7) ขัดต่อมาตรา 255 หรือมีลักษณะตาม (8) และให้ประธานแห่งสภาที่ได้รับเรื่องดังกล่าว ส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่อง ในระหว่างการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ นายกรัฐมนตรีจะนำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยมิได้","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":8},
{"key":8660,"parent":8371,"text":"หมวด 16\n\nการปฏิรูปประเทศ","expanded":false,"brush":"coral","dir":"right","order":7},
{"key":8661,"parent":8660,"text":"มาตรา 257","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"right","order":0},
{"key":"8661_p1_t1","parent":8661,"text":"การปฏิรูปประเทศตามหมวดนี้ต้องดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมาย ดังต่อไปนี้","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8661_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8661_p1_t1","text":"(1) ประเทศชาติมีความสงบเรียบร้อย มีความสามัคคีปรองดอง มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และมีความสมดุลระหว่างการพัฒนาด้านวัตถุกับการพัฒนาด้านจิตใจ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8661_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8661_p1_t1","text":"(2) สังคมมีความสงบสุข เป็นธรรม และมีโอกาสอันทัดเทียมกันเพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8661_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8661_p1_t1","text":"(3) ประชาชนมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":8662,"parent":8660,"text":"มาตรา 258","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"right","order":1},
{"key":"8662_p1_t1","parent":8662,"text":"ให้ดำเนินการปฏิรูปประเทศอย่างน้อยในด้านต่าง ๆ ให้เกิดผล ดังต่อไปนี้","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8662_p1_t1","text":"ก. ด้านการเมือง","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li1_ul1_li1","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li1","text":"(1) ให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ รู้จักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกต่างกัน และให้ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติโดยอิสระปราศจากการครอบงำไม่ว่าด้วยทางใด","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li1_ul1_li2","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li1","text":"(2) ให้การดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองเป็นไปโดยเปิดเผยและตรวจสอบได้ เพื่อให้พรรคการเมืองพัฒนาเป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชนซึ่งมีอุดมการณ์ทางการเมืองร่วมกัน มีกระบวนการให้สมาชิกพรรคการเมืองมีส่วนร่วมและมีความรับผิดชอบอย่างแท้จริงในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง และการคัดเลือกผู้มีความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต และมีคุณธรรมจริยธรรม เข้ามาเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li1_ul1_li3","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li1","text":"(3) มีกลไกที่กำหนดความรับผิดชอบของพรรคการเมืองในการประกาศโฆษณานโยบายที่มิได้วิเคราะห์ผลกระทบ ความคุ้มค่า และความเสี่ยงอย่างรอบด้าน","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li1_ul1_li4","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li1","text":"(4) มีกลไกที่กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและรับผิดชอบต่อประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่ของตน","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li1_ul1_li5","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li1","text":"(5) มีกลไกแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองโดยสันติวิธีภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8662_p1_t1","text":"ข. ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li2_ul1_li1","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li2","text":"(1) ให้มีการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการบริหารราชการแผ่นดินและการจัดทำบริการสาธารณะ เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดิน และเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li2_ul1_li2","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li2","text":"(2) ให้มีการบูรณาการฐานข้อมูลของหน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงานเข้าด้วยกัน เพื่อให้เป็นระบบข้อมูลเพื่อการบริหารราชการแผ่นดินและการบริการประชาชน","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li2_ul1_li3","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li2","text":"(3) ให้มีการปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างและระบบการบริหารงานของรัฐและแผนกำลังคนภาครัฐให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายใหม่ ๆ โดยต้องดำเนินการให้เหมาะสมกับภารกิจของหน่วยงานของรัฐแต่ละหน่วยงานที่แตกต่างกัน","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li2_ul1_li4","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li2","text":"(4) ให้มีการปรับปรุงและพัฒนาการบริหารงานบุคคลภาครัฐเพื่อจูงใจให้ผู้มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริงเข้ามาทำงานในหน่วยงานของรัฐ และสามารถเจริญก้าวหน้าได้ตามความสามารถและผลสัมฤทธิ์ของงานของแต่ละบุคคล มีความซื่อสัตย์สุจริต กล้าตัดสินใจและกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง โดยคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว มีความคิดสร้างสรรค์และคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อให้การปฏิบัติราชการและการบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และมีมาตรการคุ้มครองป้องกันบุคลากรภาครัฐจากการใช้อำนาจโดยไม่เป็นธรรมของผู้บังคับบัญชา","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li2_ul1_li5","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li2","text":"(5) ให้มีการปรับปรุงระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้มีความคล่องตัว เปิดเผย ตรวจสอบได้ และมีกลไกในการป้องกันการทุจริตทุกขั้นตอน","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8662_p1_t1","text":"ค. ด้านกฎหมาย","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li3_ul1_li1","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li3","text":"(1) มีกลไกให้ดำเนินการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับต่าง ๆ ที่ใช้บังคับอยู่ก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ให้สอดคล้องกับหลักการตามมาตรา 77 และพัฒนาให้สอดคล้องกับหลักสากล โดยให้มีการใช้ระบบอนุญาตและระบบการดำเนินการโดยคณะกรรมการเพียงเท่าที่จำเป็น เพื่อให้การทำงานเกิดความคล่องตัว โดยมีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน และไม่สร้างภาระแก่ประชาชนเกินความจำเป็น เพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li3_ul1_li2","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li3","text":"(2) ปฏิรูประบบการเรียนการสอนและการศึกษาอบรมวิชากฎหมายเพื่อพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมายให้เป็นผู้มีความรอบรู้ มีนิติทัศนะ และยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรมของนักกฎหมาย","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li3_ul1_li3","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li3","text":"(3) พัฒนาระบบฐานข้อมูลกฎหมายของรัฐโดยใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลกฎหมายได้สะดวก และสามารถเข้าใจเนื้อหาสาระของกฎหมายได้ง่าย","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li3_ul1_li4","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li3","text":"(4) จัดให้มีกลไกช่วยเหลือประชาชนในการจัดทำและเสนอร่างกฎหมาย","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8662_p1_t1","text":"ง. ด้านกระบวนการยุติธรรม","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li4_ul1_li1","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li4","text":"(1) ให้มีการกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในทุกขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมที่ชัดเจนเพื่อให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมโดยไม่ล่าช้า และมีกลไกช่วยเหลือประชาชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ รวมตลอดทั้งการสร้างกลไกเพื่อให้มีการบังคับการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมในสังคม","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li4_ul1_li2","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li4","text":"(2) ปรับปรุงระบบการสอบสวนคดีอาญาให้มีการตรวจสอบและถ่วงดุลระหว่างพนักงานสอบสวนกับพนักงานอัยการอย่างเหมาะสม กำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้ชัดเจนเพื่อมิให้คดีขาดอายุความ และสร้างความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการในการสอบสวนคดีอาญา รวมทั้งกำหนดให้การสอบสวนต้องใช้ประโยชน์จากนิติวิทยาศาสตร์ และจัดให้มีบริการทางด้านนิติวิทยาศาสตร์มากกว่าหนึ่งหน่วยงานที่มีอิสระจากกันเพื่อให้ประชาชนได้รับบริการในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างมีทางเลือก","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li4_ul1_li3","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li4","text":"(3) เสริมสร้างและพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรขององค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมให้มุ่งอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนโดยสะดวกและรวดเร็ว","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li4_ul1_li4","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li4","text":"(4) ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับหน้าที่ อำนาจ และภารกิจของตำรวจให้เหมาะสม และแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจให้เกิดประสิทธิภาพ มีหลักประกันว่าข้าราชการตำรวจจะได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้ง และโยกย้าย และการพิจารณาบำเหน็จความชอบตามระบบคุณธรรมที่ชัดเจน ซึ่งในการพิจารณาแต่งตั้งและโยกย้ายต้องคำนึงถึงอาวุโสและความรู้ความสามารถประกอบกัน เพื่อให้ข้าราชการตำรวจสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีอิสระ ไม่ตกอยู่ใต้อาณัติของบุคคลใด มีประสิทธิภาพและภาคภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตน","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"8662_p1_t1","text":"จ. ด้านการศึกษา","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li5_ul1_li1","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li5","text":"(1) ให้สามารถเริ่มดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาตามมาตรา 54 วรรคสอง เพื่อให้เด็กเล็กได้รับการพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัยโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li5_ul1_li2","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li5","text":"(2) ให้ดำเนินการตรากฎหมายเพื่อจัดตั้งกองทุนตามมาตรา 54 วรรคหก ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li5_ul1_li3","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li5","text":"(3) ให้มีกลไกและระบบการผลิต คัดกรองและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ให้ได้ผู้มีจิตวิญญาณของความเป็นครู มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน รวมทั้งมีกลไกสร้างระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคลของผู้ประกอบวิชาชีพครู","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li5_ul1_li4","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li5","text":"(4) ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความถนัดและปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยสอดคล้องกันทั้งในระดับชาติและระดับพื้นที่","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"8662_p1_t1","text":"ฉ. ด้านเศรษฐกิจ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":5},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li6_ul1_li1","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li6","text":"(1) ขจัดอุปสรรคและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศเพื่อให้ประเทศชาติและประชาชนได้รับประโยชน์จากการเข้าร่วมกลุ่มเศรษฐกิจต่าง ๆ อย่างยั่งยืน โดยมีภูมิคุ้มกันที่ดี","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li6_ul1_li2","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li6","text":"(2) สร้างกลไกเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการนำความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li6_ul1_li3","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li6","text":"(3) ปรับปรุงระบบภาษีอากรให้มีความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มพูนรายได้ของรัฐด้านต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ และปรับปรุงระบบการจัดทำและการใช้จ่ายงบประมาณให้มีประสิทธิภาพและสัมฤทธิผล","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li6_ul1_li4","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li6","text":"(4) สร้างกลไกเพื่อส่งเสริมสหกรณ์และผู้ประกอบการแต่ละขนาดให้มีความสามารถในการแข่งขันอย่างเหมาะสม และส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจเพื่อสังคมและวิสาหกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสร้างกลไกเพิ่มโอกาสในการทำงานและการประกอบอาชีพของประชาชน","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li7","parent":"8662_p1_t1","text":"ช. ด้านอื่น ๆ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":6},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li7_ul1_li1","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li7","text":"(1) ให้มีระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่มีประสิทธิภาพ เป็นธรรมและยั่งยืนโดยคำนึงถึงความต้องการใช้น้ำในทุกมิติ รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศประกอบกัน","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li7_ul1_li2","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li7","text":"(2) จัดให้มีการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม รวมทั้งการตรวจสอบกรรมสิทธิ์และการถือครองที่ดินทั้งประเทศเพื่อแก้ไขปัญหากรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองที่ดินอย่างเป็นระบบ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li7_ul1_li3","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li7","text":"(3) จัดให้มีระบบจัดการและกำจัดขยะมูลฝอยที่มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ด้านอื่น ๆ ได้","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li7_ul1_li4","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li7","text":"(4) ปรับระบบหลักประกันสุขภาพให้ประชาชนได้รับสิทธิและประโยชน์จากการบริหารจัดการและการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพและสะดวกทัดเทียมกัน","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li7_ul1_li5","parent":"8662_p1_t1_ext_ul_2_li7","text":"(5) ให้มีระบบการแพทย์ปฐมภูมิที่มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวดูแลประชาชนในสัดส่วนที่เหมาะสม","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"right","order":4},
{"key":8663,"parent":8660,"text":"มาตรา 259","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"right","order":2},
{"key":"8663_p1","parent":8663,"text":"วรรค 1","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8663_p1_t1","parent":"8663_p1","text":"ภายใต้บังคับมาตรา 260 และมาตรา 261 การปฏิรูปประเทศตามหมวดนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศซึ่งอย่างน้อยต้องมีวิธีการจัดทำแผน การมีส่วนร่วมของประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนในการดำเนินการปฏิรูปประเทศ การวัดผลการดำเนินการ และระยะเวลาดำเนินการปฏิรูปประเทศทุกด้าน ซึ่งต้องกำหนดให้เริ่มดำเนินการปฏิรูปในแต่ละด้านภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้รวมตลอดทั้งผลสัมฤทธิ์ที่คาดหวังว่าจะบรรลุ ในระยะเวลาห้าปี","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8663_p2","parent":8663,"text":"วรรค 2","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8663_p2_t1","parent":"8663_p2","text":"ให้ดำเนินการตรากฎหมายตามวรรคหนึ่ง และประกาศใช้บังคับภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8663_p3","parent":8663,"text":"วรรค 3","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8663_p3_t1","parent":"8663_p3","text":"ในระหว่างที่กฎหมายตามวรรคหนึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการปฏิรูปโดยอาศัยหน้าที่และอำนาจที่มีอยู่แล้วไปพลางก่อน","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8664,"parent":8660,"text":"มาตรา 260","expanded":false,"brush":"plum","dir":"right","order":3},
{"key":"8664_p1","parent":8664,"text":"วรรค 1","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8664_p1_t1","parent":"8664_p1","text":"ในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายตามมาตรา 258 ง. ด้านกระบวนการยุติธรรม (4) ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง ประกอบด้วย","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8664_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8664_p1_t1","text":"(1) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้ความซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยงธรรมเป็นที่ประจักษ์และไม่เคยเป็นข้าราชการตำรวจมาก่อน เป็นประธาน","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8664_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8664_p1_t1","text":"(2) ผู้เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการตำรวจซึ่งอย่างน้อยต้องมีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติรวมอยู่ด้วยมีจำนวนตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด เป็นกรรมการ","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8664_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8664_p1_t1","text":"(3) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้ความซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยงธรรมเป็นที่ประจักษ์และไม่เคยเป็นข้าราชการตำรวจมาก่อน มีจำนวนเท่ากับกรรมการตาม (2) เป็นกรรมการ","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8664_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8664_p1_t1","text":"(4) ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และอัยการสูงสุด เป็นกรรมการ","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":3},
{"key":"8664_p2","parent":8664,"text":"วรรค 2","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8664_p2_t1","parent":"8664_p2","text":"ให้คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8664_p3","parent":8664,"text":"วรรค 3","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":2},
{"key":"8664_p3_t1","parent":"8664_p3","text":"เมื่อครบกำหนดเวลาตามวรรคสองแล้ว ถ้าการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จ ให้การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจดำเนินการตามหลักอาวุโสตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา","brush":"plum","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8665,"parent":8660,"text":"มาตรา 261","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"right","order":4},
{"key":"8665_p1","parent":8665,"text":"วรรค 1","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8665_p1_t1","parent":"8665_p1","text":"ในการปฏิรูปตามมาตรา 258 จ. ด้านการศึกษา ให้มีคณะกรรมการที่มีความเป็นอิสระคณะหนึ่งที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งดำเนินการศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะและร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":"8665_p2","parent":8665,"text":"วรรค 2","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":1},
{"key":"8665_p2_t1","parent":"8665_p2","text":"ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ และให้คณะกรรมการดำเนินการศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะและร่างกฎหมายให้แล้วเสร็จ และเสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายในสองปีนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"right","order":0},
{"key":8666,"parent":8371,"text":"บทเฉพาะกาล","expanded":false,"brush":"skyblue","dir":"left","order":8},
{"key":8667,"parent":8666,"text":"มาตรา 262","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":0},
{"key":"8667_p1_t1","parent":8667,"text":"ให้คณะองคมนตรีซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นคณะองคมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8668,"parent":8666,"text":"มาตรา 263","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":1},
{"key":"8668_p1","parent":8668,"text":"วรรค 1","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8668_p1_t1","parent":"8668_p1","text":"ในระหว่างที่ยังไม่มีสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติที่ตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ยังคงทำหน้าที่รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาต่อไป และให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา ตามลำดับ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ และให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติและสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติสิ้นสุดลงในวันก่อนวันเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปที่จัดขึ้นตามรัฐธรรมนูญนี้","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8668_p2","parent":8668,"text":"วรรค 2","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8668_p2_t1","parent":"8668_p2","text":"สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นอกจากจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 แล้ว ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม รวมทั้งเหตุแห่งการสิ้นสุดสมาชิกภาพตามที่บัญญัติไว้สำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญนี้ ดังต่อไปนี้ด้วย","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8668_p2_t1_ext_ul_4_li1","parent":"8668_p2_t1","text":"(1) มาตรา 98 ยกเว้น (3) (12) (13) (14) และ (15)","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8668_p2_t1_ext_ul_4_li2","parent":"8668_p2_t1","text":"(2) มาตรา 101 ยกเว้น","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8668_p2_t1_ext_ul_4_li2_ul1_li1","parent":"8668_p2_t1_ext_ul_4_li2","text":"(ก) กรณีตาม (6) เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับมาตรา 98 ยกเว้น (3) (12) (13) (14) และ (15)","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8668_p2_t1_ext_ul_4_li2_ul1_li2","parent":"8668_p2_t1_ext_ul_4_li2","text":"(ข) กรณีตาม (7) เฉพาะในกรณีที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติการตามหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย และในส่วนที่เกี่ยวกับมาตรา 184 (1)","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8668_p2_t1_ext_ul_4_li3","parent":"8668_p2_t1","text":"(3) มาตรา 108 ยกเว้น ก. คุณสมบัติตาม (3) และ (4) และ ข. ลักษณะต้องห้ามตาม (1) (2) และ (7) แต่เฉพาะกรณีตาม (1) นั้น ไม่รวมส่วนที่เกี่ยวกับมาตรา 98 (3) และ (15)","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8668_p3","parent":8668,"text":"วรรค 3","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8668_p3_t1","parent":"8668_p3","text":"มิให้นำมาตรา 112 มาใช้บังคับแก่การดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8668_p4","parent":8668,"text":"วรรค 4","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8668_p4_t1","parent":"8668_p4","text":"บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดที่ห้ามมิให้บุคคลดำรงตำแหน่งทางการเมือง มิให้นำมาใช้บังคับแก่การดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีตามมาตรา 264 ข้าราชการการเมืองที่ตั้งขึ้นเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีตามมาตรา 264 หรือเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามมาตรา 265 หรือสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติตามมาตรานี้","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8668_p5","parent":8668,"text":"วรรค 5","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"8668_p5_t1","parent":"8668_p5","text":"ในระหว่างที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ตามวรรคหนึ่ง ให้อำนาจของประธานรัฐสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือประธานวุฒิสภา ตามรัฐธรรมนูญนี้หรือกฎหมาย เป็นอำนาจของประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8668_p6","parent":8668,"text":"วรรค 6","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"8668_p6_t1","parent":"8668_p6","text":"ในระหว่างที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง หากมีตำแหน่งว่างลง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามวรรคสอง เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติแทนก็ได้","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8668_p7","parent":8668,"text":"วรรค 7","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":6},
{"key":"8668_p7_t1","parent":"8668_p7","text":"เมื่อมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกภายหลังจากวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติจะสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมิได้ เว้นแต่จะได้พ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติภายในเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8669,"parent":8666,"text":"มาตรา 264","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":2},
{"key":"8669_p1","parent":8669,"text":"วรรค 1","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8669_p1_t1","parent":"8669_p1","text":"ให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้เป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้จะเข้ารับหน้าที่ และให้นำความในมาตรา 263 วรรคสาม มาใช้บังคับแก่การดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีด้วยโดยอนุโลม","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8669_p2","parent":8669,"text":"วรรค 2","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8669_p2_t1","parent":"8669_p2","text":"รัฐมนตรีตามวรรคหนึ่งนอกจากต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 แล้ว ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่บัญญัติไว้สำหรับรัฐมนตรีตามมาตรา 160 ยกเว้น (6) เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับมาตรา 98 (12) (13) (14) และ (15) และต้องพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 170 ยกเว้น (3) และ (4) แต่ในกรณีตาม (4) เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับมาตรา 98 (12) (13) (14) และ (15) และยกเว้นมาตรา 170 (5) เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการดำเนินการตามมาตรา 184 (1)","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8669_p3","parent":8669,"text":"วรรค 3","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8669_p3_t1","parent":"8669_p3","text":"การดำเนินการแต่งตั้งรัฐมนตรีในระหว่างเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พุทธศักราช 2558 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2559 แต่ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามวรรคสองด้วย","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8669_p4","parent":8669,"text":"วรรค 4","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8669_p4_t1","parent":"8669_p4","text":"ให้นำความในมาตรา 263 วรรคเจ็ด มาใช้บังคับแก่การสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่งและวรรคสามด้วยโดยอนุโลม","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8670,"parent":8666,"text":"มาตรา 265","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":3},
{"key":"8670_p1","parent":8670,"text":"วรรค 1","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8670_p1_t1","parent":"8670_p1","text":"ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ยังคงอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้จะเข้ารับหน้าที่","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8670_p2","parent":8670,"text":"วรรค 2","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8670_p2_t1","parent":"8670_p2","text":"ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคณะรักษาความสงบแห่งชาติยังคงมีหน้าที่และอำนาจตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พุทธศักราช 2558 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2559 และให้ถือว่าบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคณะรักษาความสงบแห่งชาติยังคงมีผลใช้บังคับได้ต่อไป","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8670_p3","parent":8670,"text":"วรรค 3","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8670_p3_t1","parent":"8670_p3","text":"ให้นำความในมาตรา 263 วรรคเจ็ด มาใช้บังคับแก่การสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ดำรงตำแหน่งในคณะรักษาความสงบแห่งชาติด้วยโดยอนุโลม","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8671,"parent":8666,"text":"มาตรา 266","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":4},
{"key":"8671_p1","parent":8671,"text":"วรรค 1","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8671_p1_t1","parent":"8671_p1","text":"ให้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปพลางก่อนเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ จนกว่าจะมีกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศที่ตราขึ้นตามมาตรา 259","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8671_p2","parent":8671,"text":"วรรค 2","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8671_p2_t1","parent":"8671_p2","text":"เพื่อประโยชน์ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือวิธีการทำงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเพื่อให้การปฏิรูปประเทศตามหมวด 16 การปฏิรูปประเทศ มีประสิทธิภาพมากขึ้นก็ได้","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8671_p3","parent":8671,"text":"วรรค 3","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8671_p3_t1","parent":"8671_p3","text":"ให้นำความในมาตรา 263 วรรคเจ็ด มาใช้บังคับแก่การสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้วยโดยอนุโลม","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8672,"parent":8666,"text":"มาตรา 267","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":5},
{"key":"8672_p1","parent":8672,"text":"วรรค 1","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8672_p1_t1","parent":"8672_p1","text":"ให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่ตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พุทธศักราช 2558 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2559 อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปเพื่อจัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังต่อไปนี้ให้แล้วเสร็จ และเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8672_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8672_p1_t1","text":"(1) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8672_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8672_p1_t1","text":"(2) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8672_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8672_p1_t1","text":"(3) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8672_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8672_p1_t1","text":"(4) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8672_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"8672_p1_t1","text":"(5) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"8672_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"8672_p1_t1","text":"(6) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"8672_p1_t1_ext_ul_2_li7","parent":"8672_p1_t1","text":"(7) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":6},
{"key":"8672_p1_t1_ext_ul_2_li8","parent":"8672_p1_t1","text":"(8) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":7},
{"key":"8672_p1_t1_ext_ul_2_li9","parent":"8672_p1_t1","text":"(9) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":8},
{"key":"8672_p1_t1_ext_ul_2_li10","parent":"8672_p1_t1","text":"(10) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":9},
{"key":"8672_p2","parent":8672,"text":"วรรค 2","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8672_p2_t1","parent":"8672_p2","text":"การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะจัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวขึ้นใหม่หรือแก้ไขเพิ่มเติมก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และต้องมุ่งหมายให้มีการขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบและต้องทำให้แล้วเสร็จภายในสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ และเมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เสนอตามวรรคหนึ่งเสร็จแล้ว ให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเป็นอันพ้นจากตำแหน่ง แต่ต้องไม่ช้ากว่าวันพ้นจากตำแหน่งของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติตามมาตรา 263","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8672_p3","parent":8672,"text":"วรรค 3","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8672_p3_t1","parent":"8672_p3","text":"เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เกิดประสิทธิภาพและรวดเร็วคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะขอให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติแต่งตั้งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่งเพิ่มขึ้นก็ได้ แต่รวมแล้วต้องไม่เกินสามสิบคน","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8672_p4","parent":8672,"text":"วรรค 4","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8672_p4_t1","parent":"8672_p4","text":"ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่ง เมื่อได้รับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญแล้ว สภานิติบัญญัติแห่งชาติต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเวลาหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับ ในกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญใดไม่แล้วเสร็จภายในเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนั้นตามที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเสนอ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8672_p5","parent":8672,"text":"วรรค 5","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"8672_p5_t1","parent":"8672_p5","text":"เมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ ให้ส่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้นให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณา ถ้าศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง หรือคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เห็นว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ให้แจ้งให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติทราบภายในสิบวันนับแต่วันที่ได้รับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้น และให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งมีจำนวนสิบเอ็ดคน ประกอบด้วยประธานศาลรัฐธรรมนูญหรือประธานองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และกรรมการร่างรัฐธรรมนูญซึ่งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญมอบหมายฝ่ายละห้าคน เพื่อพิจารณาแล้วเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งเพื่อให้ความเห็นชอบ ถ้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมติไม่เห็นชอบด้วยคะแนนเสียงเกินสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ให้ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้นเป็นอันตกไป ในกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมติไม่ถึงสองในสามดังกล่าว ให้ถือว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติให้ความเห็นชอบตามร่างที่คณะกรรมาธิการวิสามัญเสนอ และให้ดำเนินการต่อไปตามมาตรา 81","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8672_p6","parent":8672,"text":"วรรค 6","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":"8672_p6_t1","parent":"8672_p6","text":"เพื่อประโยชน์แห่งการขจัดส่วนได้เสีย ห้ามมิให้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญดำรงตำแหน่งทางการเมืองภายในสองปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งตามวรรคสอง","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8673,"parent":8666,"text":"มาตรา 268","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":6},
{"key":"8673_p1_t1","parent":8673,"text":"ให้ดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญนี้ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตามมาตรา 267 (1) (2) (3) และ (4) มีผลใช้บังคับแล้ว","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8674,"parent":8666,"text":"มาตรา 269","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":7},
{"key":"8674_p1_t1","parent":8674,"text":"ในวาระเริ่มแรก ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนสองร้อยห้าสิบคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติถวายคำแนะนำ โดยในการสรรหาและแต่งตั้งให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8674_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8674_p1_t1","text":"(1) ให้มีคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาคณะหนึ่งซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้และประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ และมีความเป็นกลางทางการเมืองจำนวนไม่น้อยกว่าเก้าคนแต่ไม่เกินสิบสองคน มีหน้าที่ดำเนินการสรรหาบุคคลซึ่งสมควรเป็นสมาชิกวุฒิสภาตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8674_p1_t1_ext_ul_2_li1_ul1_li1","parent":"8674_p1_t1_ext_ul_2_li1","text":"(ก) ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการจัดให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาตามมาตรา 107 จำนวนสองร้อยคนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนวันที่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา 268 ไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน แล้วนำรายชื่อเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8674_p1_t1_ext_ul_2_li1_ul1_li2","parent":"8674_p1_t1_ext_ul_2_li1","text":"(ข) ให้คณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา คัดเลือกบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสมในอันจะเป็นประโยชน์แก่การปฏิบัติหน้าที่ของวุฒิสภาและการปฏิรูปประเทศมีจำนวนไม่เกินสี่ร้อยคน ตามวิธีการที่คณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภากำหนดแล้วนำรายชื่อเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ทั้งนี้ ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จไม่ช้ากว่าระยะเวลาที่กำหนดตาม (ก)","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8674_p1_t1_ext_ul_2_li1_ul1_li3","parent":"8674_p1_t1_ext_ul_2_li1","text":"(ค) ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติคัดเลือกผู้ได้รับเลือกตาม (ก) จากบัญชีรายชื่อที่ได้รับจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้ได้จำนวนห้าสิบคน และคัดเลือกรายชื่อสำรองจำนวนห้าสิบคน โดยการคัดเลือกดังกล่าวให้คำนึงถึงบุคคลจากกลุ่มต่าง ๆ อย่างทั่วถึง และให้คัดเลือกบุคคลจากบัญชีรายชื่อที่ได้รับการสรรหาตาม (ข) ให้ได้จำนวนหนึ่งร้อยเก้าสิบสี่คนรวมกับผู้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นสองร้อยห้าสิบคน และคัดเลือกรายชื่อสำรองจากบัญชีรายชื่อที่ได้รับการสรรหาตาม (ข) จำนวนห้าสิบคน ทั้งนี้ ให้แล้วเสร็จภายในสามวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา 268","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8674_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8674_p1_t1","text":"(2) มิให้นำความในมาตรา 108 ข. ลักษณะต้องห้าม (6) ในส่วนที่เกี่ยวกับการเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาใช้บังคับแก่ผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาซึ่งได้รับสรรหาตาม (1) (ข) และมิให้นำความในมาตรา 108 ข. ลักษณะต้องห้าม (2) มาตรา 184 (1) และมาตรา 185 มาใช้บังคับแก่ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกวุฒิสภาโดยตำแหน่ง","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8674_p1_t1_ext_ul_2_li3","parent":"8674_p1_t1","text":"(3) ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาตินำรายชื่อบุคคลซึ่งได้รับการคัดเลือกตาม (1) (ค) จำนวนสองร้อยห้าสิบคนดังกล่าวขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไป และให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8674_p1_t1_ext_ul_2_li4","parent":"8674_p1_t1","text":"(4) อายุของวุฒิสภาตามมาตรานี้มีกำหนดห้าปีนับแต่วันที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งสมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาเริ่มตั้งแต่วันที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง ถ้ามีตำแหน่งว่างลง ให้เลื่อนรายชื่อบุคคลตามลำดับในบัญชีสำรองตาม (1) (ค) ขึ้นเป็นสมาชิกวุฒิสภาแทน โดยให้ประธานวุฒิสภาเป็นผู้ดำเนินการและเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ สำหรับสมาชิกวุฒิสภาโดยตำแหน่ง เมื่อพ้นจากตำแหน่งที่ดำรงอยู่ในขณะได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาก็ให้พ้นจากตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาด้วย และให้ดำเนินการเพื่อแต่งตั้งให้ผู้ดำรงตำแหน่งนั้นเป็นสมาชิกวุฒิสภาโดยตำแหน่งแทน ให้สมาชิกวุฒิสภาที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่าง อยู่ในตำแหน่งเท่าอายุของวุฒิสภาที่เหลืออยู่","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8674_p1_t1_ext_ul_2_li5","parent":"8674_p1_t1","text":"(5) ในระหว่างที่ยังไม่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งบุคคลในบัญชีรายชื่อสำรองขึ้นเป็นสมาชิกวุฒิสภาแทนตำแหน่งที่ว่างตาม (4) หรือเป็นกรณีที่ไม่มีรายชื่อบุคคลเหลืออยู่ในบัญชีสำรอง หรือไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งที่เป็นสมาชิกวุฒิสภาโดยตำแหน่ง ไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภาเท่าที่มีอยู่","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"8674_p1_t1_ext_ul_2_li6","parent":"8674_p1_t1","text":"(6) เมื่ออายุของวุฒิสภาสิ้นสุดลงตาม (4) ให้ดำเนินการเลือกสมาชิกวุฒิสภาตามมาตรา 107 ต่อไป และให้นำความในมาตรา 109 วรรคสามมาใช้บังคับโดยอนุโลม","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":5},
{"key":8675,"parent":8666,"text":"มาตรา 270","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":8},
{"key":"8675_p1","parent":8675,"text":"วรรค 1","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8675_p1_t1","parent":"8675_p1","text":"นอกจากจะมีหน้าที่และอำนาจตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว ให้วุฒิสภาตามมาตรา 269 มีหน้าที่และอำนาจติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามหมวด 16 การปฏิรูปประเทศ และการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ในการนี้ ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศต่อรัฐสภาเพื่อทราบทุกสามเดือน","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8675_p2","parent":8675,"text":"วรรค 2","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8675_p2_t1","parent":"8675_p2","text":"ร่างพระราชบัญญัติที่จะตราขึ้นเพื่อดำเนินการตามหมวด 16 การปฏิรูปประเทศ ให้เสนอและพิจารณาในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8675_p3","parent":8675,"text":"วรรค 3","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8675_p3_t1","parent":"8675_p3","text":"ร่างพระราชบัญญัติใดที่คณะรัฐมนตรีเห็นว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติที่จะตราขึ้นเพื่อดำเนินการตามหมวด 16 การปฏิรูปประเทศ ให้แจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบพร้อมกับการเสนอร่างพระราชบัญญัตินั้น ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีมิได้แจ้งว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติที่จะตราขึ้นเพื่อดำเนินการตามหมวด 16 การปฏิรูปประเทศ หากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาเห็นว่าร่างพระราชบัญญัตินั้นเป็นร่างพระราชบัญญัติที่จะตราขึ้นเพื่อดำเนินการตามหมวด 16 การปฏิรูปประเทศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของแต่ละสภา อาจเข้าชื่อกันร้องขอต่อประธานรัฐสภาเพื่อให้วินิจฉัย การยื่นคำร้องดังกล่าวต้องยื่นก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา แล้วแต่กรณี จะพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินั้นแล้วเสร็จ","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8675_p4","parent":8675,"text":"วรรค 4","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":3},
{"key":"8675_p4_t1","parent":"8675_p4","text":"เมื่อประธานรัฐสภาได้รับคำร้องตามวรรคสาม ให้ประธานรัฐสภาเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการร่วม ซึ่งประกอบด้วยประธานวุฒิสภาเป็นประธาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่ง ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผู้แทนคณะรัฐมนตรีคนหนึ่ง และประธานคณะกรรมาธิการสามัญคนหนึ่งซึ่งเลือกกันเองระหว่างประธานคณะกรรมาธิการสามัญในวุฒิสภาทุกคณะเป็นกรรมการ เพื่อวินิจฉัย","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8675_p5","parent":8675,"text":"วรรค 5","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":4},
{"key":"8675_p5_t1","parent":"8675_p5","text":"การวินิจฉัยของคณะกรรมการร่วมตามวรรคสี่ให้ถือเสียงข้างมากเป็นประมาณ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการร่วมดังกล่าวให้เป็นที่สุด และให้ประธานรัฐสภาดำเนินการไปตามคำวินิจฉัยนั้น","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8676,"parent":8666,"text":"มาตรา 271","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":9},
{"key":"8676_p1","parent":8676,"text":"วรรค 1","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8676_p1_t1","parent":"8676_p1","text":"ในวาระเริ่มแรกภายในอายุของวุฒิสภาตามมาตรา 269 การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่วุฒิสภาหรือสภาผู้แทนราษฎรยับยั้งไว้ตามมาตรา 137 (2) หรือ (3) ให้กระทำโดยที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ถ้าร่างพระราชบัญญัตินั้นเกี่ยวกับ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8676_p1_t1_ext_ul_2_li1","parent":"8676_p1_t1","text":"(1) การแก้ไขเพิ่มเติมโทษหรือองค์ประกอบความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ เฉพาะเมื่อการแก้ไขเพิ่มเติมนั้นมีผลให้ผู้กระทำความผิดพ้นจากความผิดหรือไม่ต้องรับโทษ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8676_p1_t1_ext_ul_2_li2","parent":"8676_p1_t1","text":"(2) ร่างพระราชบัญญัติที่วุฒิสภามีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ว่ามีผลกระทบต่อการดำเนินกระบวนการยุติธรรมอย่างร้ายแรง","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8676_p2","parent":8676,"text":"วรรค 2","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8676_p2_t1","parent":"8676_p2","text":"มติของที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาที่ให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติตามวรรคหนึ่ง ต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของรัฐสภา","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8677,"parent":8666,"text":"มาตรา 272","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":10},
{"key":"8677_p1","parent":8677,"text":"วรรค 1","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8677_p1_t1","parent":"8677_p1","text":"ในระหว่างห้าปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการตามมาตรา 159 เว้นแต่การพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา 159 วรรคหนึ่ง ให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา และมติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 159 วรรคสาม ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8677_p2","parent":8677,"text":"วรรค 2","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8677_p2_t1","parent":"8677_p2","text":"ในระหว่างเวลาตามวรรคหนึ่ง หากมีกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 ไม่ว่าด้วยเหตุใด และสมาชิกของทั้งสองสภารวมกันจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาเข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภาขอให้รัฐสภามีมติยกเว้นเพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 ในกรณีเช่นนั้น ให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาโดยพลัน และในกรณีที่รัฐสภามีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาให้ยกเว้นได้ ให้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งต่อไป โดยจะเสนอชื่อผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 หรือไม่ก็ได้","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8678,"parent":8666,"text":"มาตรา 273","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":11},
{"key":"8678_p1","parent":8678,"text":"วรรค 1","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8678_p1_t1","parent":"8678_p1","text":"ให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ และผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ยังคงอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป และเมื่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องที่จัดทำขึ้นตามมาตรา 267 ใช้บังคับแล้ว การดำรงตำแหน่งต่อไปเพียงใดให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว ในระหว่างเวลาที่ยังไม่มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้นตามมาตรา 267 การพ้นจากตำแหน่งของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ และผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8678_p2","parent":8678,"text":"วรรค 2","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8678_p2_t1","parent":"8678_p2","text":"การดำเนินการของศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอิสระ และผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินให้เป็นไปตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8678_p3","parent":8678,"text":"วรรค 3","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8678_p3_t1","parent":"8678_p3","text":"ในระหว่างที่ยังไม่มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ การพิจารณาและการทำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามข้อกำหนดของศาลรัฐธรรมนูญที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8679,"parent":8666,"text":"มาตรา 274","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":12},
{"key":"8679_p1_t1","parent":8679,"text":"ให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 เป็นองค์กรตามมาตรา 60 วรรคสาม และให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติดังกล่าวให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ และเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อพิจารณาภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8680,"parent":8666,"text":"มาตรา 275","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":13},
{"key":"8680_p1_t1","parent":8680,"text":"ให้คณะรัฐมนตรีจัดให้มีกฎหมายตามมาตรา 65 วรรคสอง ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ และดำเนินการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่กฎหมายดังกล่าวใช้บังคับ","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8681,"parent":8666,"text":"มาตรา 276","expanded":false,"brush":"plum","dir":"left","order":14},
{"key":"8681_p1","parent":8681,"text":"วรรค 1","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8681_p1_t1","parent":"8681_p1","text":"ให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระดำเนินการให้มีมาตรฐานทางจริยธรรมตามมาตรา 219 ภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ หากดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระพ้นจากตำแหน่ง","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8681_p2","parent":8681,"text":"วรรค 2","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8681_p2_t1","parent":"8681_p2","text":"ในกรณีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระพ้นจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง ระยะเวลาหนึ่งปีตามวรรคหนึ่งให้นับแต่วันที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระที่ตั้งขึ้นใหม่เข้ารับหน้าที่ และให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นใหม่ด้วยโดยอนุโลม","brush":"plum","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8682,"parent":8666,"text":"มาตรา 277","expanded":false,"brush":"lightsalmon","dir":"left","order":15},
{"key":"8682_p1","parent":8682,"text":"วรรค 1","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8682_p1_t1","parent":"8682_p1","text":"นอกจากที่บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะในรัฐธรรมนูญนี้ ให้คณะรัฐมนตรีเสนอกฎหมายเพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 196 มาตรา 198 และมาตรา 248 วรรคสาม ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8682_p2","parent":8682,"text":"วรรค 2","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8682_p2_t1","parent":"8682_p2","text":"ในระหว่างที่ยังไม่มีการปรับปรุงหรือแก้ไขกฎหมายให้เป็นไปตามมาตรา 196 มาตรา 198 และมาตรา 248 วรรคสาม ให้คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง และคณะกรรมการอัยการ ที่มีอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ทำหน้าที่คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง และคณะกรรมการอัยการตามมาตรา 196 มาตรา 198 และมาตรา 248 วรรคสาม แล้วแต่กรณี ไปพลางก่อน","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8682_p3","parent":8682,"text":"วรรค 3","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8682_p3_t1","parent":"8682_p3","text":"ในระหว่างที่ยังไม่มีการปรับปรุงหรือแก้ไขกฎหมายเพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 248 วรรคสี่ ห้ามมิให้พนักงานอัยการดำรงตำแหน่งกรรมการในรัฐวิสาหกิจ หรือกิจการอื่นของรัฐในทำนองเดียวกัน หรือดำรงตำแหน่งใดในห้างหุ้นส่วนบริษัทหรือกิจการอื่นใดที่มีวัตถุประสงค์มุ่งหาผลกำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน หรือเป็นที่ปรึกษาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดในลักษณะเดียวกัน","brush":"lightsalmon","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8683,"parent":8666,"text":"มาตรา 278","expanded":false,"brush":"lightgreen","dir":"left","order":16},
{"key":"8683_p1","parent":8683,"text":"วรรค 1","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8683_p1_t1","parent":"8683_p1","text":"ให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการให้หน่วยงานของรัฐที่คณะรัฐมนตรีกำหนดดำเนินการให้จัดทำร่างกฎหมายที่จำเป็นตามมาตรา 58 มาตรา 62 และมาตรา 63 ให้แล้วเสร็จและเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติภายในสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ และให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับร่างพระราชบัญญัตินั้น","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8683_p2","parent":8683,"text":"วรรค 2","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8683_p2_t1","parent":"8683_p2","text":"ในกรณีที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน ให้คณะรัฐมนตรีกำหนดระยะเวลาที่แต่ละหน่วยงานต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จตามความจำเป็นของแต่ละหน่วยงาน แต่ทั้งนี้เมื่อรวมแล้วต้องไม่เกินสองร้อยสี่สิบวันตามวรรคหนึ่ง","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8683_p3","parent":8683,"text":"วรรค 3","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":2},
{"key":"8683_p3_t1","parent":"8683_p3","text":"ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐตามวรรคหนึ่งไม่อาจดำเนินการได้ภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง ให้คณะรัฐมนตรีสั่งให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐนั้นพ้นจากตำแหน่ง","brush":"lightgreen","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":8684,"parent":8666,"text":"มาตรา 279","expanded":false,"brush":"khaki","dir":"left","order":17},
{"key":"8684_p1","parent":8684,"text":"วรรค 1","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8684_p1_t1","parent":"8684_p1","text":"บรรดาประกาศ คำสั่ง และการกระทำของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ หรือที่จะออกใช้บังคับต่อไปตามมาตรา 265 วรรคสอง ไม่ว่าเป็นประกาศ คำสั่ง หรือการกระทำที่มีผลใช้บังคับในทางรัฐธรรมนูญ ทางนิติบัญญัติ ทางบริหาร หรือทางตุลาการ ให้ประกาศ คำสั่ง การกระทำ ตลอดจนการปฏิบัติตามประกาศ คำสั่ง หรือการกระทำนั้น เป็นประกาศ คำสั่ง การกระทำ หรือการปฏิบัติที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้และกฎหมาย และมีผลใช้บังคับโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้ต่อไป การยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมประกาศหรือคำสั่งดังกล่าว ให้กระทำเป็นพระราชบัญญัติ เว้นแต่ประกาศหรือคำสั่งที่มีลักษณะเป็นการใช้อำนาจทางบริหาร การยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมให้กระทำโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรีหรือมติคณะรัฐมนตรี แล้วแต่กรณี","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0},
{"key":"8684_p2","parent":8684,"text":"วรรค 2","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":1},
{"key":"8684_p2_t1","parent":"8684_p2","text":"บรรดาการใด ๆ ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พุทธศักราช 2558 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2559 ว่าเป็นการชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย รวมทั้งการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าว ให้ถือว่าการนั้นและการกระทำนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้และกฎหมาย","brush":"khaki","expanded":false,"dir":"left","order":0}
]}
{"use_bg_img_type":0,"bgimg_id":0,"image_backgroung":"","bg_store":null}
บัญชีฟรีของคุณสร้างโหนดครบแล้ว ไม่สามารถสร้างโหนดใหม่เพิ่มได้
บันทึกการตั้งค่าการแชร์เรียบร้อยแล้ว
กำลังโหลดรายการรูปพื้นหลัง...
คลิกที่รูปเพื่อเลือกและบันทึกทันที
ต้องการบันทึกรูปภาพแบบมีพื้นหลัง หรือไม่มีพื้นหลัง?